กมลรวีร์ (end)

ตอนที่ 9 : บทที่ ๘ - ถ้อยคำจุมพิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    3 ส.ค. 61



บทที่ ๘ - ถ้อยคำจุมพิต






     “คุณนลินไปไหนหรือครับท่านพ่อ”

 

 

     เสียงหวานเพิ่มระดับความดังขึ้น เมื่อต้องส่งคำถามให้แก่บิดาฝ่าฝูงชนจำนวนมากที่เดินสวนไปมาในที่แห่งนี้ ริมฝีปากอิ่มของเด็กน้อยเผยอขึ้นลง หาววอดเป็นครั้งที่สิบเห็นจะได้ เมื่อในเวลานี้เป็นเวลาค่อนข้างดึกเสียแล้ว

 

 

     “ไปจัดการเอกสารกับพ่อเขานู่น รอประเดี๋ยว สักครู่คงจะกลับมาพร้อมกัน”

 

 

     และใช่ ที่นี่คือท่าอากาศยานกรุงเทพฯ แม้จะเลยช่วงยามดวงอาทิตย์ตกดินมาเป็นเวลานานหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผู้คนแต่งตัวหรูหราดูดียังคงเดินขวักไขว่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง บ้างก็มาเพียงคนเดียวพร้อมกับกระเป๋าใบเขื่องนับสิบ บ้างก็ยกโขยงมาส่งลูกหลานกันเสียเป็นสิบคน ไม่ได้ลดความเหงาหงอยของสถานที่นี้ลงเลยเสียสักนิด

 

 

     หากแต่ลึกๆในใจแล้ว คุณชายเล็กกลับเหงาหงอยพิกล

 

 

     เสียงประกาศยังคงดังก้องทั่วบริเวณ เสียงจอกแจกที่เคยสร้างความตื่นกลัวให้กับเขาเป็นอย่างมาก ดูท่าจะไม่สามารถส่งผลกระทบอันใดให้กับคุณชายเล็กได้ในเวลานี้ ในเมื่อจิตใจยังคงครุ่นคิดบางสิ่งที่ผิดแผกไปของชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหาตรงหน้า

 

 

     “เรียบร้อยครับ คุณชายจิรวีร์” คำพูดสุภาพ เป็นทางการ เอ่ยขึ้นยามอยู่ท่ามกลางคนเป็นผู้ใหญ่ ยื่นเอกสารทั้งหมดที่มีให้แก่คุณชายตัวน้อยที่มองมาแปลกๆสักพักหนึ่งแล้ว ศีรษะทุยผงกขึ้นลงก่อนจะรับตั๋วโดยสารพร้อมหนังสือเดินทางกลับไป ใบหน้างัวเงียหันกลับไปซุกซบลงกับอ้อมกอดผู้เป็นบิดา กอดร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

     “ลูกจะรีบกลับมา กลับมาเป็นลูกชายที่ท่านพ่อภาคภูมิให้ได้”

 

     “เข้าใจแล้ว บุญรักษาเจ้าเล็ก”

 

 

     คุณชายเล็กโยกตัวไปมาเบาๆ ดวงตาใสสั่นระริก แทบไม่อยากผละออกจากท่านชายภาสกร ออดอ้อนจนผู้เป็นประมุขของตระกูลต้องหักห้ามใจแล้วงัดตัวเจ้าลูกแหง่ออก ลูบศีรษะกลมของลูกชายแสนรักอย่างอ่อนโยน เนตรน้ำงามของผู้สูงศักดิ์ทอดมองอย่างคนึงหา แม้จะยังไม่ทันได้จากลากันเลยสักนิด ปล่อยให้เจ้าตัวได้เดินไปร่ำลาพี่ชายอาทิตย์ของตนที่อยู่ไม่ไกลต่อ

 

 

     “นลิน”

 

 

     ละความสนใจจากบุคคลภายในครอบครัวไป หัตถ์ทั้งสองวางลงเหนือบ่าของชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า ความสุขุมนุ่มลึก และแสนใจเย็นคล้ายบิดาไม่มีผิดของนลินทร์ ทำให้คลายความกังวลได้ว่าบุตรชายของท่านจะปลอดภัย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถิด

 

 

     “ในฐานะที่เป็นคนดูแลเขา อาฝากชายเล็กด้วยนะ”

 

 

     ด้วยจิตและวิญญาณ นลินทร์ให้สัจจะวาจา ต่อให้บทบาทและสถานะที่ถูกวางไว้จะหมดสิ้นไป อย่างที่ท่านชายภาสกรได้กล่าวกับเขาไว้ในวันนั้น และคำตรัสหนักแน่นราวกับย้ำเตือนอีกครั้งในวันนี้

 

 

     จะทำหน้าที่ตรงนี้ไปจนถึงวันสุดท้าย... ด้วยหัวใจ

 


. . .


 

     นลินทร์ที่นั่งรอประกาศอยู่ข้างกายพร้อมกันในตอนนี้ เสมือนสวมบทบาทเป็นตัวเองในคราแรกที่ได้พบกัน พูดน้อย มาดขรึม ดูมีอะไรในใจ ไม่เป็นเหมือนอย่างช่วงเดือนที่ผ่านมา ยิ่งพักหลังมานี้หลังจากได้พูดคุยกับท่านพ่อของเขาแล้ว จู่ๆก็ทำท่าทีตีตัวออกห่างเสียดื้อๆ วางตัวเป็นแค่คนดูแลห่างๆเพียงเท่านั้น

 

 

     แม้พยายามยั้งใจไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเองนัก แต่ถ้อยคำหวานและท่าทีแสดงอาการคล้ายจะชอบพอเขาอย่างชัดเจนในช่วงก่อนหน้านี้ เป็นเพียงภาพฝันเท่านั้นหรือ หรือจริงๆเป็นเขาที่ถลำลึกกับการกระทำชวนเพ้อฝันลงไปเพียงฝ่ายเดียว แท้จริงแล้วคุณนลินทร์อาจจะปฏิบัติแบบนี้กับทุกคน

 

 

     นึกจะดีด้วยก็ดีจนใจหาย แต่พอมองหน้าเขาก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ แล้วกลับไปเงียบสนิทตามเดิม เขาเป็นเพียงเด็กวัยสิบเก้าปี สับสน เดาใจคนเป็นผู้ใหญ่กว่าเกือบเก้าปีผู้นี้ไม่ถูกหรอก

 

 

     เราทั้งคู่ลุกจากเก้าอี้ไม้ตัวยาวทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง แม้แต่ย่างก้าวที่เขาก้าวเดิน ยังพบว่าชายหนุ่มร่างสูงไม่แม้แต่จะก้าวมาเดินเคียงข้างกัน เพียงเดินตามเยื้องๆมาทางด้านหลังเท่านั้น อะไรทำให้คุณนลินทร์ต้องมาเดินตามต้อยๆกัน กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

 

 

     “คุณนลิน”

 

 

     ชายหนุ่มที่ถูกเรียกถึงกับสะดุ้ง ยามสัมผัสได้ว่ามือของตนถูกจับจูงโดยคุณชายตัวเล็ก ให้กลับมาเดินเคียงข้างกัน เขาอาจจะเหม่อลอยไปเสียหน่อย หรืออาจจะเรียกว่าจงใจเดินตามอย่างอ้อยอิ่งก็คงไม่ผิดนัก จึงไม่ทราบว่ายามนี้เราก้าวเดินมาจนเกือบถึงเจ้าเรือบินลำโตเสียแล้ว

 

 

     สำหรับคุณชายเล็ก นลินทร์เลือกสรรทุกอย่างที่เป็นที่หนึ่งให้เสมอ เหลือบมองตั๋วโดยสารชั้นเฟิร์สคลาสราคาแพงระยับราว ๒๙๒ ปอนด์สเตอร์ลิงในกำมือ ระบุชื่อ เวลา และสายการบินสัญชาติอังกฤษอย่าง BOAC พร้อมด้วยเครื่องบินเจ็ทโดยสาร Boeing 707 ที่ถือว่าทันสมัยที่สุดในช่วงเวลานี้

 

 

     พนักงานต้อนรับผมทองตาน้ำข้าวนำเราทั้งสองเข้ามายังห้องโดยสารชั้นหรู จากการประเมินทางสายตาของคุณชายเล็ก พบว่ามีที่นั่งไม่เยอะมากนัก และแน่นอนว่าผู้คนที่จับจองแต่ละที่ ล้วนแต่งกายดูดี ผูกไทด์ใส่สูท หรือถ้าเป็นหญิงสาว ก็มีเครื่องประดับ หมวกใบสวย เสื้อผ้าสีจัดจ้าน และกลิ่นน้ำหอมที่ฟุ้งกระจายไปเสียหมด เสมือนแต่งตัวมาประชันกันเลยทีเดียว

 

 

     “คุณชายนั่งเถอะครับ เดี๋ยวผมเก็บของให้” นลินทร์เอ่ยเสียงนิ่ง หากแต่นั่นไม่สามารถห้ามคุณชายรวีได้เช่นเดียวกัน เจ้าตัวยังคงยืนกรานที่จะช่วยยกของขึ้นเก็บเหนือที่นั่งของตนจนเสร็จสรรพ

 

     “คุณนลินไม่ใช่พี่เพ็ญเสียหน่อยถึงต้องมารับใช้เรา เราทำเองได้ ไม่ใช่เรื่องยาก”

 

 

     คร้านจะเถียงคนดื้อ เลยเลือกที่จะนั่งลงตามกัน เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ พบว่าเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มครึ่ง อีกไม่นานมากนักเครื่องโดยสารลำใหญ่นี้ก็จะเริ่มทำหน้าที่ของมัน เพื่อส่งทุกคน ข้ามไปสู่ดินแดนอีกฟากฝั่งของคาบสมุทรอันกว้างใหญ่

 


     “คุณชายจะรับน้ำอะไรไหมครั—”

 


     ไม่ทันได้พูดจบก็สัมผัสถึงบางสิ่งที่กดทับลงบริเวณข้างต้นแขนของตน พบศีรษะทุยของเด็กตัวน้อยที่เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็วขยับยุกยิกไปมาหาจุดที่หลับสบายตัว ก่อนจะนิ่งไป มือเล็กๆทั้งสองโอบรัดแขนข้างซ้ายของเขาเอาไว้เสมือนดั่งหมอนข้าง

 

 

     วันรุ่งแขนของเขาต้องชาไปเสียทั้งแถบแน่ๆ หากแต่จะอดทน เพื่อคนข้างกาย เขายอมได้ทั้งหมด

 

 

     ยอมแม้แต่จะแลกความสุขให้ด้วยกระมัง

 

 

     มีเรื่องที่ต้องคิดอยู่ภายในใจของเขาเยอะเต็มไปหมด ทุกอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกัน หวนนึกถึงคำคุณพ่อ ความคาดหวังของการเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของวงศ์ตระกูล ด้วยวัยย่าง ๒๘ ปีของเขานั้น เขาทราบดีว่าทุกคนกำลังรอคอยให้เขาเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที

 

 

     เราเองก็อายุไม่ใช่น้อย ปีนี้ก็จะยี่สิบแปดแล้ว แต่ยังไม่เห็นวี่แววจะมีคนในใจเสียที รีบตามหาคนคนนั้นเสีย พ่อจะตายตาไม่หลับเอา

 

 

     คนๆนั้น นลินทร์มีอยู่ในใจอยู่แล้ว ทว่าดูท่าจะต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้าคิดไปถึงการตบแต่งเขามาไว้ในครอบครอง หากแต่คิดอะไรได้ไม่นาน คุณพ่อของเขาก็ได้ยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กัน

 

 

     ถ้าพ้นสี่ปีนี้แล้วยังไม่มี พ่อคงต้องขอให้ลูกเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง

 

 

     ตามจริง พ่อไปทาบทามกับครอบครัวของเพื่อนสมาคมคนหนึ่งไว้นานแล้ว ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นครั้งตอนยังเล็กๆ


     น้องเป็นคนน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดู ชาติตระกูลก็ดี กว่าจะขอได้ครอบครัวเพื่อนพ่อก็หวงเสียเหลือเกิน ถ้าไม่เสียหายอะไร พ่อก็อยากให้เรารับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณา

 

 

     วันนั้นเป็นเวลาโมงเช้ากว่าๆ แสงแดดอ่อนๆในสวนยังคงส่องให้ความอบอุ่นแก่เขาเสมอ ทว่าภายในลึกๆกลับเย็นเฉียบอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขารู้จักพ่อของเขาดี แม้ปากจะบอกให้ตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง ทว่าเขารู้ว่าเจ้าตัวกำลังให้น้ำหนักกับทางเลือกไหนมากกว่ากัน เพราะดูแล้วคุณพ่อท่าจะเอ็นดู ‘น้อง’ คนนั้นเสียเหลือเกิน

 

 

     มีเพียงสองทางที่ต้องเลือก และใจของเขาตอนนี้ ปฏิเสธการตบแต่งกับคนแปลกหน้าทันที แต่อีกทางเลือกหนึ่งยิ่งเป็นไปได้ยากยิ่งกว่า เมื่อพบว่ามันไม่ง่ายอีกต่อไปกับการริอาจเด็ดดอกฟ้าข้างกายตอนนี้

 

 

     แม้ท่านชายภาสกรจะไว้ใจเขาในฐานะคนดูแล

 

     ทว่าในฐานะอื่น เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่

 

 

     ดูก็รู้ว่าท่านชายไม่ได้ยินยอมรับใครโดยง่าย เพราะนอกจากจะตรัสให้ทราบว่าท่านเองก็รู้ถึงข้อตกลงระหว่างเขาและคุณพ่อ ท่านชายยังเลือกแสดงความยินดีอย่างชัดเจนหากเขาจะแต่งงานกับคู่ที่ถูกเลือกไว้อยู่แล้ว ซ้ำยังกล่าวหนักแน่นเกี่ยวกับฐานะที่เขากำลังเป็นอยู่ด้วย

 

 

     เขาคงเป็นดอกบัวเล็กจ้อยเพียงดอกหนึ่ง ที่ได้แต่แหงนมองดูดวงตะวัน



     ช่างสูงศักดิ์ แสนห่างไกล และเอื้อมไม่ถึง

 

 

     อย่างไรก็ตามเถิด ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น หากคุณชายรวีไม่ได้ใจตรงกันกับเขา

 

     ทุกความหวังมันช่างริบหรี่ เขาจะกล้าหวังให้คนผู้นี้มามีใจให้กันได้หรือไม่

 

 

     เหลือบมองคุณชายรวีแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ เสียงประกาศแจ้งของนักบินดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนอากาศยานลำใหญ่จะทะยานขึ้นสู่ท้องนภา จัดแจงให้ศีรษะกลมซบลงมาที่อกของตนเมื่อดูท่าแล้วจะหลับไม่สบาย  แตะสัมผัสเข้าที่กรอบหน้ามนของคุณชาย ไล้ผิวนุ่มไปมาช้าๆ เพียงได้มองใบหน้ายามนิทราของเจ้าดวงใจก็รู้สึกสงบอย่างประหลาด ลอบกดจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มเพียงแผ่วเบา

 

 

     ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณชายที่รักของผม





     ช่วงเวลาของการเดินทางนับยี่สิบชั่วโมงที่ผ่านพ้นไปช่างรวดเร็วเหมือนความฝัน เขากำลังอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้

 

 

     London

 

 

     หากเปรียบพระนครเป็นบ้านที่อบอุ่น ลอนดอนคงเป็นดั่งสวรรค์ที่ร่มเย็น บ้านเมืองของเขาต่างกันกับเราอย่างลิบลับ ภาพถ่ายตึกรามบ้านช่องสีขาวดำในหนังสือ คงเทียบไม่ได้กับภาพสวยๆที่กำลังได้สัมผัสด้วยตา เพียงแค่ BMW 507 สองที่นั่งคันสวยโลดแล่นข้ามผ่านแม่น้ำเทมส์แห่งนี้ ก็เหมือนว่าจะได้ยินเพลง London Bridge Is Falling Down ขับกล่อมออกมาจากดินแดนใดสักแห่งหนึ่ง

 

 

     ไม่รู้ว่าคุณนลินทร์กำลังจะพาเขาไปที่ไหน ตั้งแต่เครื่องลง เดินทางกลับไปเก็บสัมภาระที่บ้านพัก จนกระทั่งขึ้นมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้อีกฝ่ายในยามนี้ บรรยากาศยังคงนิ่งเงียบ เหมือนคลื่นใต้น้ำที่กำลังรอเวลาบางอย่างเพื่อประทุความรุนแรงขึ้นมา ยิ่งนานไปมันยิ่งอึดอัด แต่ก็ยังยืนยันที่จะอยู่ด้วยกันตรงนี้

 

 

     อากาศแห้งๆพร้อมลมเย็นเฉียบของฤดูใบไม้ร่วงปลายเดือนกันยายังคงพัดผ่าน ปะทะใบหน้าหวานใสเป็นระลอก ยามได้ลงจากรถและเดินเอื่อยๆไปพร้อมกัน ได้ยินเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นผิวทางเดินเป็นจังหวะในทุกที่ที่ก้าวผ่าน คนที่นี่นิยมเดินกันเสียมากกว่า ดวงตากลมมองซ้ายขวาไปมาอย่างตื่นเต้น แตกต่างกับชายหนุ่มที่มีท่าทีเฉยชากับสิ่งแวดล้อมแสนวิจิตรรอบกาย

 

 

     คุณนลินไม่ตื่นเต้นหน่อยหรือ

 

     สมัยก่อนผมเคยมาเรียนอยู่ที่นี่ ชินเสียแล้วล่ะครับ

 

     คุณนลินนี่ เก่งจังนะครับ” ว่าเข้าพลางเป่าพรูลมร้อนๆใส่มือทั้งสองของตัวเอง ก่อนจะนำไปถูกับเสื้อฮู้ดสีฟ้าเนื้อนิ่มของตน อากาศที่ทั้งเย็นและแห้งส่งให้มือน้อยลอกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผิวบอบบางพร้อมจะแตกทุกเมื่อหากยังไร้สิ่งป้องกัน

 

 

     “…คุณชาย รอตรงนี้สักครู่นะครับ

 

 

     คนตัวเล็กงุนงงเมื่อพบว่าจู่ๆนลินทร์ก็ขอแยกตัวออกจากเขาไป เผลอกระตุกแขนเสื้อโค้ทสีเข้มตัวยาวของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ขอวอนอย่าจากไปนาน “ผมจะรีบกลับมา

 

 

     นลินทร์ข้ามถนนไปอีกฝั่ง ก่อนเรียวขายาวๆจะก้าวห่างเข้าตรอกซอยเล็กไปจนสุดสายตา คุณชายรวีที่ยืนมองอยู่เริ่มขยับตัวอย่างไม่เป็นสุข เมื่อถูกทิ้งให้อยู่เพียงคนเดียวในที่สาธารณะ หากแต่ก่อนที่ใบหน้าสวยจะเริ่มหงิกงอ ก็พบว่าชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งพร้อมถุงกระดาษเล็กๆที่ติดมือมาด้วย

 

 

     ผมซื้อนี่มา... ยื่นมือมาสิครับ” เสียงทุ้มหูปนหอบเล็กๆเอ่ยขึ้น รีบหยิบของออกจากถุงและแกะห่อสีสวยออก ปรากฏให้เห็นถึงครีมหลอดเล็กที่เจ้าตัวลงทุนวิ่งไปตามหาซื้อในร้านขายของข้างทาง

 

     เสียดายที่ผมไม่มีถุงมือติดตัว เก็บมันไว้ก่อนนะครับ มือบอบบางแห้งง่ายแบบนี้ คงได้ใช้มันบ่อยๆไม่พูดเปล่าพลางบรรจงไล้เนื้อครีมลงบนฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างของเขา ทะนุถนอมราวกับมันกำลังจะแตกสลายหายไป

 

 

     ผมเป็นห่วงมากนะ” 

 


     ถ้อยคำเป็นห่วงและสายตาลึกซึ้งส่งมาอย่างจริงจัง


     การกระทำแบบนี้ สับสนจนทนไม่ไหวแล้ว

 

 

     หายไปไหนมาครับ

 

     ก็ไปซื้อครีมทามือให้คุณชายไงครับ

 

     ไม่... เราหมายถึงเมื่ออาทิตย์ก่อน หายไปไหนมาทั้งอาทิตย์

 

 

     นลินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากสีอ่อนคลี่ยิ้มบางให้ก่อนจะเก็บครีมเข้าสู่กระเป๋ากางเกงสีเข้ม พร้อมดึงมือน้อยทั้งสองของคนข้างกายเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนาของตน แผ่ความอบอุ่นในแก่กัน ไม่ปล่อยแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเดินต่อไปยังเบื้องหน้าราวกับไม่มีปลายทางจุดสิ้นสุด

 

 

     ผมไปจัดการเรื่องงานมาครับ ต้องทำเรื่องย้ายมาเร็วกว่ากำหนด โชคดีที่จังหวะได้เสียพอดี” ไม่แม้แต่จะสบตา และมันไม่ใช่แค่นั้น คุณชายรวีรู้มันดี “...แล้วก็ลาไปพักผ่อนที่หัวหินสักพักน่ะครับ

 

 

     ความน้อยใจแล่นพล่านขึ้นมาทันที คนคนนี้ไม่เคยบอกเขาเลยสักครั้ง

 

 

     “…เราไม่รู้ช่วงนี้คุณนลินกำลังคิดอะไรกันแน่

 

     “…”

 

     แต่คราวหน้าคราวหลัง รบกวนบอกอะไรเราก่อนได้ไหม อย่างน้อยก็ไม่ใช่การหายไปดื้อๆแบบนี้” เสียงตัดพ้อต่อว่าเอื้อนเอ่ยขึ้น เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเห็นนัยน์ตาสวยฉายแววเจ็บปวดจากการกระทำของเขาเอง เผลอกระชับมือน้อยภายใต้เสื้อตัวอุ่นของตนไว้แน่น ทว่าคนตัวเล็กกลับผละมันออก

 

     ผม...

 

     เรารอเก่ง

 

     ...แต่จริงๆแล้ว ถ้าเลือกได้ เราก็ไม่อยากรออย่างไร้จุดหมายนักหรอกนะ... รวมถึงเรื่องอื่นๆด้วย

 

 

     และไม่ต้องรอให้สิ้นคำพูดเหล่านั้น คนตัวเล็กก็ถูกรั้งเข้าสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคยตรงหน้าทันที กอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย กอดแนบแน่น ราวกับไม่อยากจะปล่อยให้หายจากไปไหนอีก กอดด้วยความรู้สึกผิด ที่ปล่อยปะละเลยความรู้สึกของผู้เป็นดวงใจเพราะความขลาดกลัวของตัวเอง

 

 

     เขาเข้มแข็งและมั่นคงมาเสมอ ทว่าเมื่อเป็นเรื่องของคนตรงหน้า กลับทำอะไรไม่ถูก จัดการอะไรไม่ได้ ปล่อยให้ความคิดมากมายเข้าครอบงำจนหลงลืมทุกอย่างไปเสียหมด

 

 

     ผมขอโทษ

 

     มันจะไม่มีอีกแล้ว ผมสัญญา

 

 

     นับเป็นโชคดีที่วัฒนธรรมของคนที่นี่ช่างแตกต่างกับพระนครราวฟ้ากับเหว จึงไม่มีใครสนใจคนทั้งสองที่หยุดยืนกอดกันราวกับคู่รักอยู่ตรงนี้ ศิลปินคนเก่งยังคงตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพ แต่งแต้มผลงานชิ้นเอกของตนอย่างขะมักเขม้น ชายหนุ่มนักดนตรีปริศนา ยังคงบรรเลงบทเพลงหวานซึ้งด้วยแซกโซโฟนทองเหลืองคู่ใจอย่างเพลิดเพลิน ณ ใจกลางสะพานที่ทอดยาวอย่าง Westminster bridge แห่งนี้ เบื้องหลังของคนทั้งสองเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบนที่นลินทร์ตั้งใจพาคนในอ้อมแขนมาเชยชม ทว่าสงสัยจะเป็นหมันเสียแล้วกระมัง

 

 

     คุณก็เป็นเสียอย่างนี้ เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย มันคืออะไรกันแน่ เราสับสนไปหมด

 

 

     “…”

 

 

     คุณนลินมาทำให้เราหวั่นไหวด้วยถ้อยคำเหล่านั้น แล้วก็ตีตัวหายจากไปดื้อๆอย่างนี้น่ะหรือ

 

 

     คำตัดพ้อต่อว่าเสียงอู้อี้ยังคงเอ่ยอีกนับคำไม่ถ้วน ทว่านลินทร์กลับหยุดความคิดไว้ตั้งแต่ประโยคนี้ บรรยากาศรอบข้างหยุดนิ่ง ยังคงไม่เชื่อหูแม้คนตรงหน้าจะย้ำกับเขาอีกครั้งถึงความในใจทั้งหมดที่ตนมี

 

 

     หากหัวใจของคุณไม่ได้มีเราอยู่ ไม่ได้คิดเกินเลย เหมือนเช่นเราตอนนี้

 

     ก็ได้โปรดอย่าทำแบบนี้อีกเลย

 

 

     ต่างคนต่างมองหน้ากันด้วยสายตาที่แตกต่าง ยิ่งไร้คำพูด ทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่คุณชายเล็กรู้สึก เป็นเพียงความรู้สึกที่คิดไปเองของตนเท่านั้น

 


     ถึงจะเผื่อใจไว้ หากแต่เจ็บปวดไม่ใช่น้อย

 


     แต่ก่อนที่นลินทร์จะได้ตัดสินเอื้อนเอ่ยประโยคใดภายในใจ พลันอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยของกรุงลอนดอนช่างไม่เป็นใจ ละอองหยดน้ำฝนกลั่นลงมาเป็นสายปรอยๆ ส่งให้เราเปียกปอนกันทั้งคู่

 

 

     มือใหญ่กอบกุมส่วนเดียวกันของคุณชายเล็กไว้อย่างมั่นคง จับจูงพร้อมวิ่งมาหลบฝนอยู่ภายใต้ร่มไม้เมเปิ้ลสีส้มสลับแดงต้นใหญ่ในซอกซอยเล็กไม่ไกลจากตรงนั้น ใช้เสื้อตัวใหญ่ของตนเป็นดั่งเกราะกำบังให้แก่คนอ่อนวัยกว่า หยิบฮู้ดขึ้นปกคลุมกลุ่มผมนิ่มของคุณชายตัวน้อย แม้จะหยุดยืนนิ่งแล้ว แต่นลินทร์ยังคงจับมือที่พยายามจะละออกจากตนไว้แน่น นัยน์ตารัตติกาลยังคงจ้องมองราวกับไม่เห็นสิ่งใดรอบกายอีกต่อไป

 

     คุณชาย”

 

     ปล่อยเราเถอะ”

 

     ได้โปรด ฟังกระผมเสียก่อน” เสียงอ้อนวอนส่งให้มือเล็กหยุดชะงักไป เพียงได้สบตาก็พบว่าค้นหาเผยความเป็นคำพูดใดไม่ออก

 

     ความรู้สึกของคุณชาย ผมคาดไม่ถึงว่าจะได้รับมันตอบกลับมาในรูปแบบนี้

 

     ละแล้วอย่างไรเล่า

 

     ผมเป็นเพียงนักการทูตธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่ได้มีเกียรติมียศที่สูงส่งเหมือนอย่างใคร

 

     นั่นคือสิ่งที่กระผมทราบและคอยย้ำเตือนกับตัวเองมาตลอดในช่วงนี้คำพูดที่ดำเนินไปอย่างมั่นคง ยังคงเอ่ยต่อไปด้วยความหนักแน่น คนตัวเล็กทำท่าทีจะขัดต่อคำพูดนั้น ทว่ากลับต้องหยุดเมื่อคนตรงหน้าส่ายหน้าห้ามเพื่อให้สดับฟังคำต่อจากนั้น

 

 

     เป็นเพียงผู้ชายธรรมดา ที่ตื่นเช้าขึ้นมาก็ทำแต่กิจกรรมเดิมๆในทุกๆวัน จะน่าตื่นเต้นหน่อยก็คงเวลาได้พบปะผู้คนในแวดวงสังคม

 

 

     เป็นแบบนั้น จนมาถึงในวันนี้ วันที่ผมอายุ ๒๘ ปีเต็มพอดี

 

     “…”

 

     ผมรักในหน้าที่การงานตรงนี้มาก และแทบไม่มีสิ่งใดที่อยู่ในความสนใจของผมอีก

 

     แต่สุดท้าย มันก็เปลี่ยนไป เพราะโลกของผมเปิดรับบางสิ่งเข้ามา ทำให้ความชอบของผมมันมีเพิ่มขึ้น

 

     “…”

 

     ผมชอบรสชาของคนคนหนึ่ง ช่างหอมหวานเหมือนความฝันที่ไม่อยากตื่น ผมไม่เคยชอบสีสันที่สดใสเพราะความไม่สุภาพในตัวมัน หากแต่วันนี้ผมกลับมองว่าสีฟ้าสวยงามขึ้นมาทันตา

 

     ผมไม่เคยชอบดอกไม้เลย แต่มาในวันนี้ ผมกลับชอบมันขึ้นมา และนึกถึงใบหน้าของคนหนึ่งคนขึ้นมาทุกครั้งที่ได้เห็นมัน

 

     และความชอบของผมทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากทุกอย่างไม่ได้ถูกหล่อหลอมมาจากคนคนหนึ่ง คนที่เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของจักรวาลของผม เป็นดวงตะวันเพียงดวงเดียวที่ผมมี

 


     นั่นคือเจ้าของดวงใจของผม... คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้

 

 

     “…”

 

 

     เป็นคุณชาย ที่กระผมตกหลุมรักจนหมดใจ

 

 

     และไม่มีคำไหนอีกนอกจากสายตาของเราที่สอดประสานกัน ปล่อยให้เวลาผ่านไปเอื่อยๆเพื่อรอคำพูดเพียงคำหนึ่งของชายหนุ่มตรงหน้านี้

 


     ช่วงที่ผ่านมา ผมเกือบถอดใจ ช่างโง่เขลา

 

     แต่มันจะไม่มีอีกแล้วครับ

 

     “…”

 

     ในวันนี้เป็นวันเกิดของผม หากผมจะขออะไรสักอย่างจากคุณชายได้ไหมและไม่มีคำปฏิเสธจากคนตัวเล็กตรงหน้า ใบหน้าใสชื้นน้ำฝนแหงนมองก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

 

     ผมเป็นเพียงคนธรรมดา

 

 

     แต่ขอผู้ชายธรรมดาคนนี้ ได้ดูแล ได้ปกป้อง และได้รัก…”

 

 

     ด้วยดวงใจของผมทั้งหมด...ได้ไหมครับ

 


     ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บสีทึม หมอกจางๆได้โอบล้อมเราไว้รอบกาย และหยาดฝนเม็ดเล็กที่ยังร่วงพราวลงมาอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด แม้ทุกอย่างจะดูหม่นหมอง ทว่าดวงตาพร่างพราวของคนตรงหน้ากลับเปล่งประกายสดใส ยิ้มกว้างจนตาปิดมิดคล้ายพระจันทร์เสี้ยว เป็นดั่งดวงตะวันกลางสายฝน แม้ยามนี้จะไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ใดๆ ลบล้างทุกความอึมครึมรอบกาย รวมถึงภายในใจของนลินทร์ได้ทั้งหมด

 

 

     คำถามนั้นไร้คำตอบ หากแต่คนตัวเล็กเลือกที่จะตอบ ด้วยการกระทำ

 

 

     โน้มตัวเข้ากอดคนตรงหน้า เขย่งปลายเท้าขึ้นจนสุด ประทับริมฝีปากสีระเรื่อลงบนข้างแก้มของคุณนักการทูตคนเก่งอย่างแผ่วเบา ทำซ้ำทั้งสองข้างจนใบหน้านั้นเกิดรอยบุ๋มลักยิ้มข้างแก้มขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด นลินทร์โน้มใบหน้าของตนเข้ามาหากัน แอบอิงหน้าผากไว้กับคนตัวเล็กกว่า

 


     ขอบคุณครับ

 

     อือ

 


     ถ้อยคำกระซิบดังแนบชิด ก่อนริมฝีปากจะค่อยๆจรดลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างช้าๆ ไล้ลงมาผ่านดวงตาคู่หวานที่ห้อมล้อมด้วยแพรขนตางอน จมูกรั้น และแก้มอิ่มสีระเรื่อที่เขาแสนจะหลงรัก ก่อนจะหยุดคลอเคลียอยู่ข้างริมฝีปากอิ่มแดงฉ่ำที่เผยอหอบหายใจ

 

 

     สายลมหนาวพัดผ่านปลิดใบไม้สีอุ่นให้ร่วงโรยตามฤดูกาล ล่องลอยจากกิ่งก้านกระทบลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล คงไม่ต่างจากริมฝีปากสีกลีบบัวตรงหน้า ที่บัดนี้กำลังประทับลงบนสิ่งเดียวกันของเจ้าของดวงใจอย่างแผ่วเบา ทะนุถนอม ฝ่ามือกว้างค่อยๆประคองใบหน้าใต้หมวกฮู้ดสีหวาน กดย้ำความรู้สึกทั้งหมดส่งผ่านจุมพิตอันแสนหวานนี้

 


     ไร้ซึ่งการขัดขืน และการรุกล้ำใด

     เพียงแต่อ้อยอิ่ง เชื่องช้า เนิ่นนาน ราวกับรอคอยเวลานี้มาชั่วชีวิต

     อบอุ่นไปทั้งใจ และค่อยๆตกหลุมรักไปพร้อมกัน

 

 

     ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ต่างคนต่างดื่มด่ำในความรักของกันและกัน แสงแดดอ่อนจากดวงอาทิตย์ค่อยๆปรากฏขึ้น แทบเป็นครั้งแรกในรอบเดือนเมื่อลมฝนได้จางหายไป ตกกระทบพาดผ่านดวงหน้าหวานซึ้งที่ยังคงหลับตาพริ้มแม้จะถอดถอนริมฝีปากออกจากกันแล้วก็ตาม

 


     ใบหน้าหวานละมุนของดวงตะวัน ที่เป็นดั่งสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต นับต่อจากนี้ไป

 

 

     “You are the most precious gift of my life”



     “And I will cherish you with all my heart, like a flower cherishes the sun



     และถ้อยคำสุดท้ายที่เฝ้ารอ

 


     “คุณชายจิรวีร์...ผมรักคุณครับ

 

 

#กมลรวีร์

Talk :

ตอนแรกว่าจะลงเมื่อคืน แต่รู้สึกมู้ดยังไม่ได้ ฮื่อ เป็นตอนที่เขียนยาก และรีเสิร์ชมาแน่นมากพอสมควรค่ะ ทั้งอากาศ ทั้งการเดินทาง แต่เรารักตอนนี้มั่กมากเยย อิอิ 

เวลาเราเห็นคนรีวิว คอมเมนต์ หรือแนะนำฟิคเราให้คนอื่น แบบอยากร้องไห้เลยค่ะ อยากเลี้ยงข้าวทุกคน ดีใจมากๆเลยค่ะ คือจริงๆทุกคนอาจจะคิดคำเมนต์ไม่กี่วิ แต่สำหรับเรา เรานั่งอ่านนานมากๆ แบบชอบซึมซับ จำได้ทุกข้อความเลย แล้วก็จำได้ทุกคน ทุดแอคเลยค่ะ แง้ 55555555 ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ ไว้เจอกันตอนหน้านะคะ รักทุกคนน้า <3


ปล.เรามีเรฟ Weather report ของลอนดอนในเดือนกันยาปี 1960 อ่านไปแล้วพบว่าวันที่ 23 กันยายน 1960 (วันเกิดของควานลิน) เป็นเพียงวันเดียวในรอบเดือนเลยค่ะที่อากาศค่อนข้างเอนไปทาง Sunny วันอื่นฝนตกหนักอย่างเดียวเลย อิอิ ดูก็รู้แล้วนะคะว่าดวงอาทิตย์เขาเป็นใจให้แค่ไหน :-)

-Prmprmmk

๑.๐๘.๑๘

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #856 KJ2033 (@Haebelle0315) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:12
    ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันน้าาา
    #856
    0
  2. #850 fridaymoonlight (@fridaymoonlight) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 19:18
    เขินนน
    #850
    0
  3. #824 nuiguide (@nuiguide) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 11:07
    โครตฟิน บวกความเจ็บปวดใจนิดนึง แต่ละมุนมากจริงๆนะคะ
    #824
    0
  4. #815 munkrishear (@anchasa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 13:03
    จีบเก่งงงงงงง ละลายแล้วววว
    #815
    0
  5. #791 __cnl (@s26860) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 23:12
    โอ้โห้ ฆ่ากันให้ตายไปข้าง แง้ง
    #791
    0
  6. #749 zezenana (@zezenana) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 12:14
    เขินตัวบิด คำพูดประสานสายตาละลายไปกับพื้นแล้วว
    #749
    0
  7. #747 BlackFight (@BlackFight) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 11:43
    โอยยย ช่างหวานละมุนเหลือเกิน
    #747
    0
  8. #709 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 00:38
    เขาบอกรักกันแล้วววว &#128518; รู้สึกรวดเร็วมากเลยค่ะ จากเพิ่งรู้จักกัน จนตอนนี้รักกัน ~ >< ~
    #709
    0
  9. #687 Teddybear_EPN (@earn-pinyada) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 14:54
    หวานละมุนนุ่มลิ้นมากค่ะ
    #687
    0
  10. วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 14:28
    ฉันไม่รู้จะพูดอะไร
    มันเขินแบบเขินจริงๆ อ่ะใจเต้นแรงมาก โรแมนติก อบอุ่น อยากมีแบบนี้บ้าง
    #686
    0
  11. #629 แตมิรี่ (@taemaypa2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 03:39
    เขินหนักมากค่ะ ฮือออ อ่านแล้วคิดถึงหลินฮุนมากๆเลย มันเหมือนความรักของควานลินที่มีให้จีฮุนคนเดียวเลย แงงง
    #629
    0
  12. #561 MUkMEow888 (@MUkMEow888) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:11
    เขินไม่ไหวแล้วค่ะ ฮือ
    #561
    0
  13. #550 pparpbebi。 (@pukpuii-1999) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 07:08
    แงง้เราเขินหนักมากๆๆเลยค่ะ พี่นลินสารภาพรักกับน้องแล้วว คุณนักการฑูตคนคนนี้อบอุ่นและสุภาพมากเหลือเกิน;&#8212;-; แสนดี คุณชายตัวเล็กก็น่าเอ็นดู น่ารักน่ากอดไปหมดเลยค่ะงื้ออ
    #550
    0
  14. #534 FernChanbaek (@FernChanbaek) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 21:08
    ฮือออ เราเขินมากทำไงดี แงงงงงง
    #534
    0
  15. #395 Nanahpus.s (@Toeiii7) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 19:05
    คุณคะ เรากำลังจะร้องไห้ เขินอ่ะ พี่นลินสารภาพรัก คืออบอุ่นมาก คือแบบ โอโห
    #395
    0
  16. #382 PY_2033 (@lomayeol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 15:28
    แงงงงงงงงง เขินไม่ไหวละมุนมากกกก
    #382
    0
  17. #329 ntw96 (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:53
    เขิงงงง เค้ารักกันแล้ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคอีก ต้องผ่านมันไปให้ได้นะ
    #329
    0
  18. #312 rnnyq (@0613927911) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 23:23

    เขินชรุง
    #312
    0
  19. #275 YaySIB (@tuapuan33) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 23:23
    มันปหก็แบยดีไปหมดเบยค่ะเขินมากๆตั้งใจอ่านแล้วจะเข้าใจและฟินไปด้วยกัน มะนดีค่ะ ฮื่ออออออออ
    #275
    0
  20. #264 uunchisa (@uunchisa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 11:07
    เขิงงงงงงy&#12641;y
    #264
    0
  21. #248 Mjjeje KQ (@crazy-love-hero) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 14:05
    ค่ะพี่ //ยื่นมือ สวมแหวนเลยค่ะ หนูพร้อมแล้วค่ะ สวมสิคะพี่ !!!!! ฮืออออ ไม่ใช่คุณรวีก็แพ้ไปใช่ไหม
    #248
    0
  22. #228 jxsev (@ohjeen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 10:36
    เขินจนตัวจะแตกแล้วค่ะ แง ได้แต่นั่งบิดอยู่คนเดียว เขินนนนนนนนน
    #228
    0
  23. #226 Minhwanpanwink (@itisnan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 13:00
    บ้าไปแร้วได้บอกความในใจซักที คนแต่งชอบตอนนี้มากเราก็ชอบมากค่ะ ดราม่าอะไรก็มาเลยดิเขารักกันมากเป็นปร้ะไม่กลัวหรอก
    #226
    0
  24. #208 WinkHoon (@minizzzzzzz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 08:56

    งื้อ เขินนนนน
    #208
    0
  25. #203 imbm (@5sbompdvk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:16
    ชอบตอนนี้มากๆเลยย ละมุนมาก ดีต่อใจที่สุด
    #203
    0