มายายุทธ

ตอนที่ 12 : การทวงคืนความอัปยศของกิมเล้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

                                         12  การทวงคืนความอัปยศของกิมเล้ง


    ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น...

             เซี่ยเจ๋อตอนนี้ยังมีใครที่จะเสนอหน้าแทนท่านอีกหรือไม่? กิมเล้งกล่าวเสียงราบเรียบ ทันใดนั้นเสียงที่ยโส

และเย็นชาพลันดัง

             เป็นเพราะเจี่ยซิ่นไม่ทันระวังตัวจึงได้พลาดท่า  แค่ระดับม่วงขั้นสิบอย่าได้ผยองไป  ทุกผู้คนต่างมองไปที่ต้นเสียง  เทียนซื่อหยูนั่นเอง  ใบหน้าที่เคยสงบเยือกเย็นที่พยายามทำให้ดูสูงส่ง  บัดนี้เหี้ยมอำมหิตประดุจสุนัขที่โดนไม้แหย่  เจ๋อยี้เจ้าเข้าไปสั่งสอนมัน  ให้มันจดจำไปตลอดชีวิตว่าเป็นแค่ขยะอย่าได้เสนอหน้าอย่างไม่รู้จักเจียมตัวในที่นี้อีก

             ครับท่านอาจารย์!  เซี่ยเจ๋อเดินเข้าไปหากิมเล้งที่ยืนตรง สองมือไพล่หลังอยู่อย่างสงบ  

             ความครั่นคร้ามและความสงสัยในฝีมือของกิมเล้ง  ที่ล้มหลี่เจี๋ยซิ่นไปเมื่อซักครู่ได้พลันหายไปเพราะคำกล่าวของเทียนซื่อหยูผู้เป็นอาจารย์จนหมดสิ้น  นั่นคือ หลี่เจี๋ยซิ่นพ่ายแพ้เพราะกิมเล้งจู่โจมอย่างกะทันหันไม่ทันระวังตัว  โดยไม่สำเหนียกสักเล็กน้อยว่า  ตามธรรมดานั้นผู้ที่มีระดับพลังยุทธ์ที่ต่ำกว่าถึงสองระดับนั้นต่อให้จู่โจมอย่างกะทันหันปานใดก็อย่าหวังว่าจะสำเร็จ  แต่เซี่ยเจ๋อถูกความยโสปิดบังข้อเท็จจริงนี้ไปสิ้น 

             โอ้! เจ้าเก่งกาจไม่เบาเลยศิษย์น้อง ที่สามารถล้มเจี่ยซิ่นตี๋ไปได้  แม้ว่าจะเป็นเพราะเจ้าจู่โจมอย่างกะทันหันก็เถอะ  แต่กับข้าเห็นทีเจ้าต้องผิดหวังซะแล้ว

             อ้อ! กิมเล้งรับคำด้วยเสียงเยียบเย็น  รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นอย่างเหยียดหยาม พร้อมกับกล่าว  อย่างนั้นตอนนี้ท่านคงเตรียมพร้อมแล้วซินะ  พร้อมกับที่กิมเล้งกล่าวจบ  พลังปราณสีม่วงเข้มจนเจิดจ้าพลันเกิดขึ้นรอบๆกายของกิมเล้ง  รับมือ! วูบ!ตูม!

              อย่างตรงๆไร้การพลิกเพลง หมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณสีม่วงปะทะกับหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณสีเขียวจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว  ทุกผู้คนที่ชมอยู่ทั้งสองด้านสนามฝึกซ้อมต่างจ้องมองจนตาแทบประทุ 

             หลังจากเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งสองคนต่างถอยไปคนละหนึ่งก้าว  เป็นอีกครั้งที่ทุกคนมองอย่างตกตะลึง เมื่อตอนที่กิมเล้งซัดหลิวเจี่ยซิ่นซึ่งพลังยุทธ์อยู่ที่ระดับน้ำเงินขั้นที่สิบจนหมอบเพียงชั่วพริบตานั้น  ทุกคนคิดว่าหลิวเจี่ยซิ่นประมาท  แต่คราวนี้เป็นการปะทะกันตรงๆที่ไร้การพลิกแพลง  กิมเล้งที่มีระดับพลังยุทธ์สีม่วงขั้นที่สิบกลับเสมอกับเซี่ยเจ๋อที่มีระดับพลังยุทธ์สีเขียวขั้นที่หนึ่ง 

             ชิ!  กิมเล้งแค่นเสียงอย่างเย็นชา 

             อย่าปะทะด้วยกำลังเล้งตี๋  ทันใดนั้นเสียงหวานใสของเซียวเหม่ยพลันดังขึ้นในจิตของกิมเล้ง

             ข้าทราบแล้วเหม่ยเจ๊  ข้าเพียงต้องการทราบว่าข้ามีพลังความแข็งแกร่งเทียบได้กับระดับใดเท่านั้น  

             ทางฝ่ายเซี่ยเจ๋อหลังจากปะทะกันตรงๆกับกิมเล้งหนึ่งหมัด กลับตะลึงจนใจสั่นระริกจนต้องพริ้วกายถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็วประมาณสิบก้าว

             พร้อมกับตวัดมือทั้งซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ฟิ้วววว ! ปรากฏสายลมที่เปรียบดั่งคมดาบที่คมกริบพุ่งเข้าหากิมเล้งอย่างรวดเร็ว

             ชิ!มันควบคุมธาตุลมรึนี่  กิมเล้งแค่นเสียงอย่างเย็นชาพร้อมกับร่างที่ไหววูบวาบหลบเลี่ยงสายลมที่คมกริบไปรอบๆร่างของเซี่ยเจ๋อ

             ฮ่าฮ่าฮ่า!  ดูซิว่าเจ้าจะหลบเลี่ยงได้นานอีกเท่าใด  ก่อนที่สายลมของข้าจะตัดร่างของเจ้าขาดเป็นสองท่อน  เซี่ยเจ๋อหัวเราะอย่างย่ามใจ  แต่ทันใดนั้นเองบรรยากาศรอบๆกายของเซี่ยเจ๋อพลันเย็นลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับ

             ฟึดด! ไอปราณสีขาวยาวประมาณสามชุ่น(1ชุ่น=3.33cm)สองสายพุ่งทะลวงเข้าหาเซี่ยเจ๋ออย่างรวดเร็วปานประกายไฟ  เซี่ยเจ๋อเห็นเช่นนั้นก็บังคับดาบสายลมเข้าสกัดกั้นทันที่ ทันใดนั้น

             เจ๋อยี้! ไม่ได้เสียงของเทียนซื่อหยูผู้เป็นอาจานย์พลันดังขึ้น  แต่ไม่ทันแล้ว  ปานกระพริบตา  พรึบบดาบสายลมทั้งสองสายถูกดรรชนีหิมะทะลวงขาดกระจุยพร้อมกับ

             โอ๊ย! เสียงร้องโหยหวนพลันดังพร้อมกับร่างของเซี่ยเจ๋อที่กระเด็นตามแรงปะทะของดรรชนีหิมะ

             วูบ!  ทันใดนั้นเทียนซื่อหยูกลับถลันออกมารับร่างของเซี่ยเจ๋อไว้ก่อนที่จะร่วงหล่นลงถึงพื้น

             อั๊ก! ท่านอาจารย์  เซี่ยเจ๋อครางเสียงแผ่วอย่างเจ็บปวด

             จนถึงตอนนี้เทียนเซี่ยหยูจึงได้เห็นว่า  ไหล่ทั้งสองข้างของเซี่ยเจ๋อปรากฏรูโลหิตข้างละรู  ซึ่งขณะนี้ปรากฏโลหิตไหลหลั่งออกมาอย่างมากมาย  เทียนซื่อหยูจึงรีบสกัดจุดห้ามโลหิต  พร้อมกับล้วงทั้งยากิน  และยาใส่แผลสดออกมาใส่ให้กับเซี่ยเจ๋ออย่างรวดเร็ว

             ท่านอาจารย์!  เซี่ยเจ๋อส่งเสียงเรียกอย่างแผ่วล้า

             ว่าอย่างไร?  เทียนซื่อหยูถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นจากการทำบาดแผล

             ท่า!ท่าน  ช่วยแก้แค้นให้ข้าด้วย  เซี่ยเจ๋อซึ่งบัดนี้ใบหน้าซีดปากเขียวสั่นระริกเนื่องจากสูญเสียเลือดไปมากมาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนล้า  แต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความขุ่นแค้น

             ได้!  เจ้าพักผ่อนอย่างวางใจเถอะ  แผลของเจ้าไม่เป็นไรแล้วละ  ส่วนเจ้าขยะนั่นข้าจะจัดการเอง เทียนซื่อหยูพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นอำมหิต  ก่อนที่จะเรียกให้ศิษย์คนอื่นให้มาหามร่างที่อ่อนระทวยของเซี่ยเจ๋อเข้าไป

             ทันใดนั้นใบหน้าที่เหี้ยมอำมหิตของเทียนซื่อหยูพลันเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มอย่างเยือกเย็น  กลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือโดยสิ้นเชิง  ก่อนที่จะหันหน้าและเดินเข้าหากิมเล้งอย่างเชื่องช้า

             ทางด้านเทียนไป๋และสองผู้อาวุโส  ในตอนแรกที่เทียนซื่อหยูเดินเข้าหากิมเล้งนั้นคิดจะเข้าไปขัดขวางเละช่วยเหลือกิมเล้ง แต่ทันไดนั้น

             ฮ่าฮ่าฮ่าเทียนซื่อหยูกลับหัวเราะก้องกังวานอย่างยินดี  พร้อมกับกล่าวเสียงดังกังวาน 

             โอ้! ช่างน่ายินดีกับสงตี๋จ้าวสำนักเป็นยิ่งนัก  ที่สามารถสั่งสอนศิษย์ที่แก่งกาจเช่นเล้งยี้ออกมาได้  และนับเป็นเรื่องที่น่ายินดี  ที่วันนี้สำนักวารีสวรรค์ได้กำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาผู้หนึ่ง  ซึ่งอย่างที่เห็นว่าเล้งยี้ที่มีระดับพลังยุทธ์สีม่วงขั้นที่สิบสามารถเอาชนะผู้ที่มีระดับพลังยุทธ์สีเขียวขั้นที่หนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น  ซึ่งด้วยความสามารถระดับนี้หากได้รับการชี้แนะเป็นอย่างดีแล้วละก็  เชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่สำนักวารีสวรรค์ให้ขจรขจายไปทั่วทั้งทวีปมังกรวารีอย่างแน่นอน  ดังนั้นวันนี้ข้าในถานะผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักวารีสวรรค์  ขอถือโอกาสนี้ชี้แนะวรยุทธ์ให้แก่เล้งยี้เป็นการเฉพาะ

             ทุกผู้คนที่ได้ยินคำกล่าวของเทียนซื่อหยูหากมิใช่โง่งมแล้วละก็ย่อมเข้าใจในความประสงค์ของเทียนซื่อหยูเป็นอย่างดี  เพราะเพื่อต้องการล้างแค้นให้แก่เซี่ยเจ๋อ  จึงกล่าวดังนี้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการที่มันจะสามารถทำร้ายกิมเล้งได้โดยที่ไม่มีใครเข้ามาขัดขวาง  

             เพราะถ้าหากเข้ามาแก้แค้นอย่างเกรี้ยวโกรธโดยตรงย่อมจะถูกขัดขวางจากผู้อาวุโสท่านอื่น   หรือไม่ก็จะถูกจ้าวสำนักหรือคนอื่นๆตำหนิเอาได้ว่ารังแกเด็ก  แต่เมื่อเทียนซื่อหยูเมื่อกล่าวเช่นนี้ แม้ทุกคนจะทราบว่าแท้จริงแล้วที่เทียนซื่อหยูกระทำดังนี้เพราะเพื่อต้องการแก้แค้น  แต่ทุกคนก็เปรียบดั่งเหมือนคนใบ้กินบอระเพ็ด. ..

        

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

138 ความคิดเห็น