มายายุทธ

ตอนที่ 19 : ขุมทรัพย์เทพมังกรวารี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

                                                             ขุมทรัพย์เทพมังกรวารี

                  

                   หลังจากที่กิมเล้งและเทียนไป๋ออกพ้นจากสำนักและข้ามพ้นจากแม่น้ำวารีสวรรค์  แม้ทั้งสองจะตื่นเต้นกับการผจญภัยในโลกกว้าง  แต่ก็อดรู้สึกเศร้าหมองในการพรากจากไม่ได้  ในโลกอันกว้างใหญ่กลับไร้บ้านให้พึ่งพิง  แสงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า  กลับส่องผ่านทิวป่าที่กว้างใหญ่มาแต่ไกลให้ความรู้สึกขมุกขมัว...  นกกาพากันร่ำร้องกลับรวงรัง เสียงดังกังวานแว่วจากใกล้ไกล  หรีดหริ่งเรไรส่งเสียงร่ำร้องอย่างเยือกเย็น  ความอ้างว้างพลันเกาะกุมความรู้สึกของทั้งคู่อย่างไม่รู้ตัว  ต่างพากันเหม่อมองในที่ไกลตาอย่างเหม่อลอย  อย่างฉับพลัน

                   “ฮะแอ่ม! เสียงหวานใสกระแอมเบาๆ  พลันปลุกทั้งสองให้ตื่นจากการเหม่อลอย   คนทั้งสองหันไปมองตามเสียง  ความอบอุ่นพลันแผ่ซ่านจากก้นบึ้งหัวใจของทั้งคู่

                   “เหม่ยเจ๊!”  เทียนไป๋เรียกเสียงแผ่วเบาพร้อมกับโผเข้ากอดเซียวเหม่ยอย่างแนบแน่น  เหมือนดั่งกับเด็กทั้งคู่ที่พลัดหลงจากบิดามารดา  ในขณะหวาดกลัวไร้ที่พึ่งพิง  พลันพบกับญาติสนิทที่รักใคร่  เซียวเหม่ยโอบกอดเทียนไป๋อย่างปลอบประโลม  กิมเล้งมองดูอยู่อยู่ใกล้ๆ  ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ  มีเพียงสายตาอันอบอุ่นมองประสานอย่างรักใคร่  บางคนเคยกล่าว  “สายตาที่มองโดยไม่ต้องกล่าวกลับสามารถอธิบายเรื่องราวได้นับหมื่นพัน”  อย่างเชื่องช้ามิตรภาพที่งดงามกลับหลอมละลายความเงียบเหงาว้าเหว่ภายในหัวใจของคนทั้งคู่จนหมดสิ้น   หลังจากผ่านไปซักครู่

                   “เหม่ยเจ๊เราควรไปที่ไหนกันดี?”  กิมเล้งเอ่ยถามเบาๆ  พร้อมกับที่กิมเล้งกล่าวจบเทียนไป๋พลันปล่อยมือจากการโอบกอดเซียวเหม่ย  แต่ยังคงจับมือเซียวเหม่ยไว้อย่างแนบแน่น  และมองไปยังเซียวเหม่ยเป็นการสนับสนุนคำถามของกิมเล้ง  เซียวเหม่ยยิ้มพร้อมกับกล่าวเสียงหวาน

                   “พวกเราจะเข้าไปยังต้นน้ำของน้ำตกวารีสวรรค์”

                   “หา!”  เทียนไป๋อุทานขึ้นด้วยความตระหนก

                   “ท่านทั้งสองจะตระหนกอะไรกันนักหนา?”  เซียวเหม่ยกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

                   “นั่นใยมิใช่อันตรายเกินไปรึเหม่ยเจ๊?”  เทียนไป๋เอ่ยถามอย่างหวาดกลัว

                   “ทำไมท่านถึงคิดแบบนั้นละ?”  เซียวเหม่ยกล่าวเสียงใสพร้อมกับมองเทียนไป๋อย่างอ่อนโยน

                   “ก็บิดาของข้าเคยเล่าว่าลึกเข้าไปที่ต้นน้ำมีอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง   เพราะว่ามีหลายครั้งที่มีผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีระดับพลังยุทธ์ถึงระดับดีแดงเคยเข้าไปเสาะหาขุมทรัพย์   ซึ่งคนเหล่านั้นเชื่อกันว่าที่ต้นน้ำเป็นที่อยู่ของขุมทรัพย์เทพมังกรวารีซุกซ่อนอยู่  แต่บุคคลเหล่านั้นที่เข้าไปกลับไม่มีผู้ใดได้ออกมาอีกเลย”  เทียนไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น  จนเซียวเหม่ยต้องหัวเราะเสียงใสเมื่อเห็นท่าทีของเทียนไป๋  พร้อมกับถามเสียงนุ่ม

                   “ม่วยม่วยอันประเสริฐท่านคิดว่าข้าเป็นใครกัน?”  เซียวเหม่ยเอ่ยถามเทียนไป๋ด้วยน้ำเสียงที่ยั่วเย้า

                   “เอ๋จริงซิที่แท้ท่านเป็นใครกัน?”  เทียนไป๋สำนึกด้วยความเอะใจและมองเซียวเหม่ยอย่างใคร่ครวญ     

                   “ข้าคือบุคคลที่ผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านั้นตามหากัน”  เทียนไป๋ทบทวนคำพูดของเซียวเหม่ยด้วยเสียงแผ่วเบา  แต่ทันใดนั้น  ต้องเบิ่งตาโตมองเซียวเหม่ยอย่างเหลือเชื่อพร้อมกับกล่าวตะกุกตะกัก

                   “ทะ!ท่าน!”  กิมเล้งเมื่อเห็นท่าทีของเทียนไป๋ที่ตกตะลึงจนน่าเวทนาปานนั้นจึงเดินเข้าไปกุมมือของเทียนไป๋อีกข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวเสียงอ่อนโยน

                   “ใช่แล้วละไป๋เจ๋  เหม่ยเจ๊คือเทพมังกรวารี”  เมื่อเทียนไป๋ตั้งสติได้กลับหน้าง้ำอย่างเง้างอนพร้อมกับกล่าวเสียงแผ่วอย่างน้อยใจ

                   “เรื่องสำคัญขนาดนี้พวกท่านกลับปิดบังข้า”  ทั้งกิมเล้งและเซียวเหม่ยเมื่อเห็นเช่นนั้นล้วนใจหายวูบ  พร้อมกับที่เซียวเหม่ยรีบกล่าวอย่างกังวล

                   “ม่วยม่วยข้ากับเล้งตี๋หาได้ปกปิดเจ้าไม่  เพียงแค่ยังไม่มีโอกาสที่จะบอกเท่านั้น  ไป๋ม่วยท่านจำได้หรือไม่ที่เมื่อวานข้าบอกว่าวันนี้ข้าจะพาท่านไปที่ห้องมิติของข้า  ซึ่งตอนนั้นข้าตั้งใจที่จะบอกทุกอย่างแก่ท่าน  เอาแบบนี้เป็นไร  เพื่อเป็นการไถ่โทษข้าจะพาท่านไปชมขุมทรัพย์ของข้าดีหรือไม่”   ทันใดนั้นใบหน้าที่เง้างอนของเทียนไป๋กลับยิ้มระรื่นพร้อมกับกล่าวเสียงใส

                   “จริงรึเหม่ยเจ๊?”  ทั้งสองกลับงงงันวูบอย่างตั้งตัวไม่ทัน  แต่เทียนไป๋กลับหัวเราะคิกคักพร้อมกับกล่าว

                   “ฮิฮิ!  ข้าหาได้โกรธพวกท่านไม่  เพียงแต่ข้าอยากเห็นใครบางคนตะลึงตาค้างบ้างก็เท่านั้น”เทียนไป๋กล่าวพร้อมกับมองค้อนกิมเล้งอย่างน่ารักครั้งหนึ่ง  กิมเล้งได้แต่ทำหน้าเหรอหราเกาหัวแกรกกรากอย่างโง่งม

                     จากนี้ไปข้ากับเล้งตี๋คงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมารังแกอีกแล้ว  เพราะเหม่ยเจ๊เป็นถึงเทพมังกรวารีใช่หรือไม่?"  เทียนไป๋กล่าวอย่างยินดี

                     "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกไป๋ม่วยตอนนี้ร่างของข้าที่ท่านเห็นเป็นเพียงรูปที่เหมือนจริงที่ได้รับการเกื้อหนุนจากธาตุดินและธาตุไฟจากเล้งเท่านั้น  ส่วนระดับพลังยุทธ์ของข้าเหลอเพียงสีเหลืองระดับห้าเท่านั้น"  

                    "เอ๋!..."  เทียนไป๋ครางอย่างแปลกใจ

                    "ไม่เป็นไรจากนี้ไปข้าจะปกป้องท่านทั้งสองเอง"  กิมเล้งกล่าวเสียงอ่อนโยน

                   “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้พวกเราเข้าไปพักในห้องมิติกันเถอะ”  หลังจากกล่าวจบเซียวเหม่ยพลันจับมือของทั้งคู่ไว้

                   วูบเพียงพริบตาคนทั้งสามกลับหายไป  แทนที่ด้วยงูเขียวตัวน้อยที่ค่อยๆเลื้อยไปทางตอนเหนือของน้ำตกวารีสวรรค์ 

                   ความรู้สึกที่รวดเร็วปานกระพริบตา  เทียนไป๋กลับเห็นว่าตอนนี้พวกตนทั้งสามกลับมาปรากฏกายอยู่หน้าถ้ำศิลาหลังหนึ่ง  รอบๆถ้ำมีพื้นที่ประมาณยี่สิบไร่มีแสงสว่างมาจากที่สูง  ด้านซ้ายของถ้ำเป็นสระน้ำทรงกลมกินเนื้อที่ประมาณหนึ่งไร่น้ำใสดังกระจกแต่ลึกล้ำจนไม่เห็นก้น  ฝูงปลาน้อยใหญ่ว่ายวนอยู่มากมาย

                   “พวกเราเข้าไปด้านในเถอะ”  เซียวเหม่ยกล่าวพร้อมกับเดินนำเข้าไป  เทียนไป๋กวาดตามองสิ่งรอบข้างอย่างสนใจ  ทั้งสองฟากเป็นห้องศิลาสิบห้อง   หลังจากนั้นเป็นเป็นห้องครัวเดินต่อมาเป็นห้องน้ำหลังจากนั้นเป็นห้องโถง  เซียวเหม่ยเดินนำผ่านห้องโถง

                   จนมาถึงหน้าห้องสองห้องอยู่ซ้ายขวา  เซียวเหม่ยยกมือปาดเบาๆ  ประตูศิลาห้องด้านขวามือพลันเปิดออกพร้อมกับที่เซียวเหม่ยเดินนำเข้าไปเมื่อผ่านประตู  เซียวเหม่ยหยุดพร้อมกับเปิดทางให้เทียนไป๋กับกิมเล้งที่เดินตามเข้ามา

                   ทันทีที่เซียวเหม่ยหยุดและหลบพ้นจากการบดบังสายตาของเทียนไป๋  ทันใดนั้นเทียนไป๋ถึงกับชะงักอยู่กับที่อย่างตะลึงงันกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรำพึงดังคนละเมอ

                   “นี่! นี่ใช่เป็นความฝันหรือไม่”  หลังจากครู่หนึ่งเซียวเหม่ยเดินเข้ามาจูงมือเทียนไป๋เข้าไปชมดูสิ่งต่างๆภายในห้อง  เทียนไป๋มองดูสิ่งต่างๆอย่างสนใจ  ปรากฏเป็นอ่างทองคำขนาดหนึ่งเชี๊ยอยู่มากมายวางเรียงรายอยู่บนชั้นรอบๆห้อง  แต่สิ่งที่สร้างความสนใจแก่เทียนไป๋คือสิ่งที่อยู่ในอ่างทองคำนั้นมากกว่า 

                   เพราะมีทั้งสร้อยมุก ทับทิม หยก  เพชร  และเมื่อเดินมาถึงฟากหนึ่งของผนัง  ซึ่งตอนนี้กิมเล้งยืนมองอย่างสนใจ  ซึ่งมันคือผลึกสีต่างๆอย่างมากมาย  ได้มีการจัดแยกไว้อย่างเป็นระเบียบ  เมื่อเทียนไป๋มาถึงกลับอุทานด้วยความตื่นเต้น

                   “โอ้นี่ล้วนเป็นผลึกเวททั้งนั้นเลยนี่เหม่ยเจ๊”  เซียวเหม่ยยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าว

                   “ใช่แล้วละไป๋ม่วย  นี่ล้วนเป็นหยวนกอ(เซียวหยวน  เทพมังกรพสุธา  อดีตสามีเซียวเหม่ย)เสาะหามาเก็บไว้  เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงโอสถ”  เซียวเหม่ยกล่าวเสียงราบเรียบ แต่แววตาเลื่อนลอยคล้ายครุ่นคิดถึงสิ่งใด  แต่แล้วกลับต้องชะงักไปวูบหนึ่งพร้อมกับมองมาที่กิมเล้งคล้ายดั่งจะขอโทษ  

                   ตามธรรมดาของสตรีที่ผ่านการมีสามีมาแล้วเมื่อมีสามีใหม่  สามีใหม่โดยทั่วไปมักถือสากับการที่ภรรยาพูดหรือคิดถึงอดีตของสามีเก่า   เพราะฉะนั้นเซียวเหม่ยจึงกลัวว่ากิมเล้งจะไม่พอใจ  ซึ่งปฏิกิริยาของเซียวเหม่ยดังกล่าวกิมเล้งย่อมทราบดี  เมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นของเซียวเหม่ยกิมเล้งจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับโอบกอดและกล่าวอย่างนุ่มนวล

                   “ท่านเห็นข้าเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบปานนั้นหรือไรเหม่ยเจ๊?” 

                   “ ซึ่งจริงๆแล้วคนที่ควรโดนตำหนิควรเป็นข้า   หากเป็นไปได้ข้าอยากขอขมาต่อท่านเทพมังกรพสุธาที่ข้าได้กระทำล่วงเกินต่อท่าน  และข้าขอสัญญาว่าข้าจะดูแลเหม่ยเจ๊ให้ดีไม่ให้ใครมาทำร้ายท่านได้อีก”  กิมเล้งกล่าวเสียงหนักแน่นพร้อมกับกอดร่างที่นุ่มนิ่มที่หอมกรุ่นอย่างปลอบประโลม

                   “ขอบคุณท่านเล้งตี๋”  เซียวเหม่ยกล่าวอย่างตื้นตัน  พร้อมกับมองเทียนไป๋อย่างกระดากอาย

                   “ฮิฮิฮิไม่นึกเลยว่าเหม่ยเจ๊ท่าน  กลับงดงามยิ่งในยามเขินอาย”  เทียนไป๋หัวเราะคิกคักพร้อมกับกล่าวอย่างสัพยอกหยอกเย้า  ทำให้เซียวเหม่ยมองค้อนเทียนไป๋อย่างรักใคร่        

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

138 ความคิดเห็น