Arashi no Yoru ni (One Stormy Night) คู่ซี้ต่างพันธุ์

ตอนที่ 10 : การบอกลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนที่ 9 – การบอกลา

 

            กาบุเหนื่อยหอบพอควรกับการหนี แต่มันพอจะมั่นใจแล้วว่า พวกจิโร่อาจจะไม่ตามมาอีก แต่ก็ไม่แน่....

            เมอิเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของกาบุก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่ไปต่อว่า... เพราะกาบุแทบไม่ได้กินเนื้อชิ้นโตเลย แถมยังออกแรงมากไปอีก หากกาบุเหนื่อยหมดแรงก่อนจะผ่านเขาลูกนี้ไปจะทำยังไงกัน?

            กาบุ ขอโทษนะ เรื่องที่ว่านายน่ะ เมอิอดไม่ได้ต้องพูดออกมา แต่ดูเหมือนกาบุจะลืมไปเสียแล้ว

            ฮ่ะๆ ไม่เป็นไรหรอก

            ทั้งสองปีนป่ายก้อนหินจนขึ้นมาถึงตีนเขา แต่แค่ตีนเขามันก็สูงพอสมควร สูงขนาดที่ว่าตัวมันทั้งสองไปยืนอยู่ริบขอบผาด้วยกัน ก็ยังมองเห็นดินแดนที่พวกมันทั้งสองเคยอยู่มาก่อน หุบเขาบาคุบาคุ ที่อยู่ตรงข้ามหุบเขาซาวะซาวะ พอได้มองจากที่ไกลๆแบบนี้ น่าแปลกที่ว่า มันช่างดูเล็กเหลือเกิน

            ตอนนั้น เราต่างเป็นฝ่ายล่ากับถูกล่า กาบุเปรยขึ้น มันช่างน่าเบื่อจริงๆ วัฎจักรแบบนี้

            นายนี่แปลกจริงๆนะ กาบุ เมอิหัวเราะ นายพูดแบบนั้นทั้งที่นายเป็นหมาป่า

            นายก็เหมือนกันแหละ เมอิ กาบุหันมา แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะพร้อมกัน

            ทั้งสองจ้องมองดินแดนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตนอยู่เนิ่นนาน..........

            ฉันเองเพิ่งจะคิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่งน่ะ เมอิพูดขึ้น กาบุหันมาอย่างสงสัย

        ฉันดีใจมากนะที่ได้พบกับนาย

            จริงหรือ? กาบุยกนิ้วเกาแก้ม ....จริงๆแล้ว ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน

            นี่เมอิ... มันมีจริงใช่ไหม ที่แห่งนั้นน่ะ ที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข.... กาบุเปรยขึ้นขณะที่ใบหน้ารับแสงแดดยามเย็น

            มีสิ ฉันแน่ใจ เมอิตอบ

            ที่นั่น เราคงจะมีความสุขกันใช่มั้ย?

            ใช่แล้วล่ะ กาบุ.... มันต้องมีวันเป็นจริงแน่

 

            ยิ่งสูงก็ยิ่งมีหิมะโปรยปรายลงมา แสงแดดที่เคยส่องสว่างก็จางหายไป ถึงเวลาที่ยามกลางคืนจะมาเยือนแล้ว อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นจนรู้สึกได้ และลมก็พัดรุนแรงขึ้น ทุกอย่างดูราวกับจะกีดกันไม่ให้ทั้งสองตัว ข้ามผ่านพ้นภูเขาไปให้ได้

            ไม่เป็นไรหรอก กาบุ เดี๋ยวพรุ่งนี้อากาศก็จะแจ่มใสล่ะ เมอิพูดทั้งที่รู้ว่าไม่เป็นความจริงเลย... ไม่กี่นาทีต่อมา ทุกที่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ในอากาศมีแต่พายุหิมะและลมหนาวที่เย็นราวกับใบมีดคมที่กรีดผิวกาย ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีความอบอุ่นจากตะวันถ่ายทอลงมาแล้ว

            กาบุถอดถอนใจมาแต่ต้น แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้มันต้องเดินหน้าต่อ ธรรมดามันก็พอจะแข็งแรงดีอยู่ แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะทรุดลงไปเมื่อไหร่ก็ได้ บนทางเดินที่มีเพียงมันแค่สองตัวเท่านั้น ไม่มีใครอื่นอยู่ที่นี่ ไม่มีทั้งน้ำและอาหาร ไม่มีใครจะมาแบ่งปันให้

            ขณะที่กาบุกำลังเดินอยู่ เมอิก็ได้ทรุดลง....

            เมอิ!!” กาบุร้องอย่างตกใจแล้วรีบวิ่งเข้ามาหา เป็นอะไรมั้ย!”

            ....ไม่ไหว.... เมอิกัดปากพูดด้วยความหนาว ตัวมันสั่นสะท้านและเย็นราวกับน้ำแข็ง กาบุรีบคิดหาวิธีช่วย มันมองไปรอบๆเพื่อหาเนินหรืออะไรสักอย่างหนึ่ง สัญชาตยานทำให้มันคิดได้ มันรีบขุดกองหิมะที่ก่อตัวหนาขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อน ถึงแม้แขนจะเกร็งและปวดด้วยความเย็น แต่ไม่มีเวลาอีกแล้ว... ทุกนาที เมอิอาจจากมันไปจริงๆก็ได้ หากมันไม่รีบ แม้แต่เพียงวินาทีเดียวก็มีค่า.....

            เมอิสลบไปเพราะความเหนื่อย กาบุขุดโพรงจนกว้างพอแล้วก็รีบวิ่งไปอุ้มเมอิเข้ามาซ่อนในโพรง ในนี้ถึงจะเย็น แต่ก็ยังอุ่นกว่าภายนอก ที่แข็งยะเยือกจนกระทั่งเจ็บใบหู....

            เมอิ!” กาบุรีบกอดอีกฝ่าย พยายามใช้ความร้อนจากตัวมันเอง ทำให้เมอิได้สติขึ้นมา แต่ตัวเมอิก็ยังเย็นอยู่ ราวกับว่าเลือดในกายมันแข็งไปแล้วยังไงยังงั้น

            เมอิ! แข็งใจไว้นะ เมอิ... อย่าทิ้งฉันไว้นะ เมอิ

           

            เหมือนกับคืนวันนั้น... คืนที่พายุพัดกระหน่ำ คืนนี้พายุหิมะก็พัดกระหน่ำไม่ยอมหยุด... ทั้งกาบุและเมอิต่างก็ซ่อนตัวอยู่ในโพรงเล็กๆ....

            แต่คืนนี้ไม่เหมือนกับคืนวันนั้น เพราะในคืนนี้ ทั้งสองได้ตระหนักแล้วว่ามันคือเพื่อนแท้ต่อกัน

            ขอบคุณมากนะ กาบุ เมอิเอ่ยคำขอบคุณออกมาหลังจากรู้สึกอุ่นขึ้นมากแล้ว... กาบุช่วยมันไว้ได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว....

            ....เมื่อพายุฝนพัดมา ฝูงแพะอื่นๆกลับหนีเอาตัวรอด โดยทิ้งเมอิไว้ตัวเดียว...

            ....เมื่อหมาป่าปรากฎตัวขึ้นมา ทั้งแท็บ พี่ชายของเมอิ และมีมี่ ที่บอกว่าเป็นเพื่อน... ก็กลับหนีไปก่อนโดยไม่ได้นึกถึงเมอิเลย

            ....เมื่อฝูงหมาป่าปรากฎตัวขึ้นที่หุบเขาหินทลาย ไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำว่าเมอิจะเป็นหรือตาย.... หรือแม้แต่ตัวผู้เฒ่าเองก็ตาม ไม่เคยมีการบัญญัติกฎที่ว่า ให้ช่วยเหลือเพื่อน เลย ได้แต่บอกให้ จับตาดูเพื่อน ไว้อย่างเดียว....

            นี่หรือมิตรภาพ นี่หรือความเป็นห่วงเป็นใยของฝูงที่แท้จริง?

            ไม่ใช่เลย! ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับตัวเองทั้งนั้น

            ขอบคุณนะ กาบุ เมอิพูดขอบคุณอีกครั้ง แต่ในใจกลับคิดถึงความหมายที่มากมายเกินกว่าจะกล่าวหมด การเสี่ยงชีวิตมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เมอิหมดความกังขาในตัวเพื่อนคนนี้ไปจนหมดสิ้น

            เมอิ... กาบุจับตัวเมอิและสัมผัสถึงความอุ่นจากภายในได้ก็ดีใจจนพูดไม่ออก... มันคิดว่ามันจะเสียเมอิไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว หลายต่อหลายครั้งที่มันเอาตัวเมอิเข้ามาผจญกับภัยต่างๆนานา กาบุเองก็นึกเศร้าใจมาตลอด และไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายแบบนั้นเกิดขึ้นเลย

           

       

        ...พายุหิมะไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแม้แต่น้อย สัตว์ทั้งสองตัวถูกกักอยู่ในโพรงจนไปไหนไม่ได้... ได้แต่เก็บแรงที่มีเหลือไว้เพื่อใช้แบกตัวเองไว้เท่านั้น

            พายุหิมะไม่มีทีท่าว่าจะสงบเลยสินะ เมอิเปรยเสียงอ่อนบาง กาบุเองก็ยอมรับอย่างช่วยไม่ได้.... มันหันหน้ามามองเมอิ...

            ในชั่วขณะหนึ่ง มันนึกอยากจะกินเมอิขึ้นมา

            อ๊ะ!” กาบุเหมือนถูกของแหลมทิ่มเข้าไปในใจ ทำไมจู่ๆมันเกิดนึกอย่างนั้นขึ้นมาได้ พอรู้สึกตัวก็รีบสั่นหัวไล่ความคิดไปใหญ่

            ตัวฉันคงดูน่ากินมากสินะ เมอิพูดแทนความคิดเมื่อเห็นสีหน้าของกาบุตอนนี้ กาบุได้ยินเข้าก็ตกใจมาก

            อะ...อะไรกัน! บ้าอะไรแบบนั้น! ฉันจะคิดแบบนั้นได้ไง!” กาบุแก้ตัวพัลวัน แต่เมอิกลับยิ้มน้อยๆ...

            ไม่เป็นไรหรอก เมอิพูด กาบุ นายไม่ได้กินอะไรมาตั้งวันหนึ่งแล้วนะ... และแพะอย่างฉันก็อยู่ในที่หนาวแบบนี้ไม่นานหรอก

            เพราะฉะนั้น... กาบุ ขอให้อยู่ต่อไปเพื่อเราทั้งสองด้วยเถอะ

            นายพูดอะไรแบบนั้นน่ะ!?” กาบุแทบจะคำรามออกมา นายอย่าพูดเหมือนจะบอกลาแบบนั้นสิ

            ฉันน่ะ... เมอิเริ่มเปิดเผยความในใจ ดีใจมากที่สุดที่ได้รู้จักนาย กาบุ นายคือเพื่อน...เพื่อนที่ฉันสามารถสละชีวิตให้ได้

            แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ก็มีแต่ฉันตัวเดียวสิที่จะดีใจน่ะ.... กาบุทำตาละห้อยขณะมองเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนเมอิกำลังจะจากไปไกล มันไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังสับสนหรือเป็นอะไรกันแน่

            เพราะฉะนั้น กาบุ... เติมเต็มท้องตัวเองด้วยอาหารเถอะ และข้ามหุบเขานี้ไปด้วยความปลอดภัยนะ

            นายพูดอะไรงงๆ อีกแล้ว? กาบุเลิกตาขึ้น อาหารที่นี่มันมีที่ไหนกันล่ะ!?”

            เมอิอดขำไม่ได้กับความซื่อของอีกฝ่าย...

            ก็อยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆนายนี่ไงล่ะ

 

            กาบุเกือบจะหมดความอดทน มันตะโกนลั่น

            ไม่มีทาง! นายไม่ใช่อาหารนะ เมอิ! นายคือเพื่อนของฉัน!”

        ทว่า ถึงกระนั้น ท้องมันกลับส่งเสียงร้องและบิดมวน จนกาบุเองก็ตกใจกับร่างกายตัวเอง

           

            เห็นมั้ยล่ะ... เมอิหัวเราะเสียงใส ท้องนายร้องขนาดนั้น...

 

            ไม่นะ! ไม่!” กาบุกดท้องของตัวเองอย่างแรงจนตัวมันเจ็บ หยุดร้องนะ! หยุดร้อง!”

            ถึงแม้กาบุจะพยายามฝืนแค่ไหน แต่ท้องมันก็ยังไม่ยอมหยุดร้องอยู่ดี กาบุจึงทุบท้องตัวเองอย่างหนักจนเมอิตกใจ กาบุทุบท้องตัวเองขณะที่น้ำตาเริ่มปริ่มออกมา

            หยุดร้องสิ! หยุดเดี๋ยวนี้! แกทำแบบนี้ได้ไง!”

            กาบุ..... เมอิมองเพื่อน พอเห็นน้ำตาของเพื่อน น้ำตาของตัวเองก็ไหลออกมาด้วย

            บ้าเอ๊ย!” กาบุสบถออกมาดังลั่นราวกับเคียดแค้นร่างกายของตัวเอง ทำไมมันไม่หยุดร้องล่ะ!?”

            กาบุ.... เมอิใช้มือจับตัวเพื่อน กาบุคู้ตัวลง ตัวของมันสั่นสะท้านไปทุกส่วน ราวกับหัวใจกำลังถูกเค้นอย่างหนัก

        ....เกิดเป็นหมาป่าแต่ก็ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นหมาป่า...

            ....เกิดเป็นหมาป่าก็ต้องล่า ต้องฆ่าสัตว์ตัวอื่นกินเป็นอาหาร...

            ....เกิดเป็นหมาป่า จะมีเพื่อนที่จริงใจ ก็ดันมีสัญชาตยานดิบนี่มาหักล้างอีก...

            มันอ้าปากและคำรามออกมาด้วยหัวใจที่เจ็บปวดถึงที่สุด

 

            ทำไมฉันต้องเกิดมาเป็นหมาป่าด้วย!!”

 

          น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตาของกาบุ มันซุกหน้าลงกับพื้นแล้วก็ร้องไห้

            เมอิจ้องมองเพื่อนแล้วก็ถามคำถามบางอย่างออกไป

            กาบุ ตอบฉันมาตามจริงนะ ถ้าหากวันที่เราเจอกันในกระท่อมวันแรก ถ้าหากนายรู้ว่าฉันเป็นแพะ นายจะทำยังไง

            ฉันคงกินนายเข้าไปเลย... กาบุคิดแล้วก็อดอับอายไม่ได้ ตอนนั้นมันก็หวังไว้ด้วยว่า ถ้ามีเนื้อแพะอยู่ด้วยก็ดี... แต่ไม่คิดว่าจะอยู่จริงๆ

            อื้ม ดีแล้ว เมอิตอบ งั้นคิดซะว่าตอนนี้เป็นเหมือนคืนนั้นจะได้มั้ย?

            กาบุนิ่งไป.... แล้วมันก็พูดขึ้น

            หากมันมีทางเลือกแค่เราตัวใดตัวหนึ่งรอดไปได้ หรือหากว่าเราจะอดตายด้วยกันทั้งคู่ ฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้น

            สิ่งที่แน่นอนที่สุด... หากมันเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาจริงๆ ฉันก็คงจะไม่ได้เห็นนาย และไม่ได้พูดกับนายอีกแล้ว นั่นคือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดว่ามันจะเกิดขึ้นเลย เมอิ

            น้ำตาของเมอิไหลพรากลงมา ทันทีที่สิ้นคำพูดของอีกฝ่าย

            ฉันเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน เมอิพูด แต่ฉันคิดอะไรได้อย่างหนึ่งตอนที่เราติดอยู่ในนี้นะ...

            หือ? นายคิดอะไรได้เหรอ? กาบุถาม

            ชีวิตน่ะ ยังไงมันก็ต้องจบลงสักวัน... เมอิตอบคำถามนั้นด้วยเสียงแผ่วเบา แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า เวลาที่เราได้อยู่ร่วมกันมันจะสูญหายไปนะ

            นั่นสินะ... กาบุเห็นด้วย มันขึ้นอยู่กับว่ามีเวลาเหลืออยู่เท่าไหร่สินะ...

            ทั้งสองเงียบกันไปนาน

            เอาล่ะ ถ้านายต้องการให้ทำแบบนั้น... กาบุพูดขึ้นพลางขยับตัว ฉันก็จะทำ

            ดีล่ะ งั้นก็ตัดสินแล้วนะ เมอิยกมือตบแปะอย่างร่าเริง ขัดกับบรรยากาศในตอนนี้เหลือเกิน...

            งั้นก็...ดูแลตัวเองด้วยนะ กาบุ เมอิกล่าวคำลา ลาก่อน

            ลาก่อน เมอิ... กาบุกล่าวคำสุดท้าย ก่อนจะกางกรงเล็บออกมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น