Arashi no Yoru ni (One Stormy Night) คู่ซี้ต่างพันธุ์

ตอนที่ 9 : อุปสรรค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนที่ 8 – อุปสรรค

 

            เมอิไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เมื่อตัวมันจมลงไปในน้ำ มันก็พยายามกระเสือกกระสนที่จะเอาจมูกโผล่พ้นผิวน้ำมาให้ได้ แต่พอทำแบบนั้น น้ำจำนวนมากก็ซัดเข้าใส่ปากจนต้องจมลงไปอีกครั้ง ยิ่งมันพยายามมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะจมลงไปทุกที

            เมอิ!” กาบุที่มีทักษะดีกว่าพยายามตะกุยไปช่วยแต่ก็สู้แรงน้ำพัดไม่ไหว เมอิพยายามเลียนแบบท่าว่ายน้ำของกาบุ พลางใช้แรงน้ำช่วยพาตัวเองลอยไปด้วย...

            จะลอยไปถึงไหนกัน? เมอิไม่รู้จุดหมายเลย มันหันหากาบุแต่กลับไม่เห็นเสียแล้ว

            เห!?” เมอิตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าด้านหลังของเขา สายน้ำขาดหายไปและตกลงสู่เบื้องล่าง.... เมอิรู้สึกว่าตัวเอียงลาดอย่างรวดเร็ว และมันก็ลอยคว้างอยู่ในกลางอากาศชั่วขณะก่อนจะกระทบกับผืนน้ำเบื้องล่าง....

            ฝ่ายจิโร่กับฝูงรีบวิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด แต่พอมาถึงปลายน้ำตกก็คลาดกับกาบุและเมอิไปเสียแล้ว สายตาของจิโร่กลายเป็นสีเหลืองแวววาวอย่างน่ากลัว

            ไอ้ทรยศ!” จิโร่คำรามลั่น พวกแกจะไม่มีวันรอดแน่

           

            กาบุสลบไสลไปตอนที่ตกลงมา แต่โชคดีที่มันถูกน้ำพัดมาติดกับก้อนหิน พอมันเริ่มรู้สึกตัวก็รีบมองหาเมอิทันที

            เมอิ!” กาบุร้องเรียก แต่ไม่เห็นวี่แววเพื่อนสนิทเลย... พอมาคิดดูดีๆแล้ว แพะจะว่ายน้ำเป็นได้ยังไงกัน และอีกอย่างน้ำก็ไหลเชี่ยวขนาดนั้น... บางทีเมอิอาจจะจมน้ำไปแล้วก็ได้

            ไม่นะ... เมอิ! ตอบหน่อยสิ เมอิ!” กาบุร้องลั่นอย่างเสียขวัญ เมมมมมมมอิ!! เมมมมมมมอิ!!!”

            ไม่มี...ไม่มีเมอิ....

            ไม่นะ.... กาบุเริ่มน้ำตาคลอเบ้า เป็นความผิดของฉันแท้ๆ... ถ้าไม่ทำอะไรบ้าๆแบบนี้....

            ...ภาพในห้วงคำนึงซ้อนเข้ามาในหัว ภาพของเมอิในวันที่ได้พบกันจนกระทั่งถึงเมื่อครู่ ทุกสิ่งทุกอย่างสูญสิ้นไปเพียงแค่การตัดสินใจอันบุ่มบ่าม ไม่คิดหน้าคิดหลังของมันตัวเดียว หมาป่าทรุดตัวลงแล้วร้องไห้... มันอยากจะย้อนเวลากลับไปจริงๆ หากอยู่บนแม่น้ำนั่น มันจะไม่ยอมให้เมอิกระโดดลงมาเป็นแน่

            ทำไมถึงโง่อย่างงี้นะ... กาบุฝังกรงเล็บไว้ในดินจนเกิดเป็นรอยลึก ถ้า....ถ้าเมอิไม่ได้พบกับเราเสียแต่แรก ก็คงดีหรอก...

            แต่ฉันดีใจนะที่ได้พบนาย

             กาบุรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไรออกมา มันจึงค่อยๆหันไป

            เมอิ....

            ...แพะตัวน้อยพลันตัวลีบลงไปอีก เพราะขนเปียกน้ำจนชุ่มไปหมด เมอิเห็นสารรูปตัวเองแล้วก็รีบซ่อนหลังต้นไม้ด้วยความอาย แต่ยังโผล่หัวออกมา

            เหะๆ... นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว

            เมอิ!” กาบุโผเข้ามาลากตัวแพะออกจากต้นไม้ เมอิพยายามจะจับลำต้นไว้แต่ไม่ไหว กาบุดึงตัวเมอิเข้ามากอด

            ขอโทษนะ ขอโทษนะ ขอโทษนะ มันพร่ำพูด ต่อไปฉันจะไม่ให้นายกระโดดน้ำอีกแล้ว

            ไม่เป็นไรหรอก ฉันหัดว่ายน้ำจนเป็นแล้วล่ะ เมอิว่า ต้องขอบคุณนายนั่นแหละ กาบุ

            ไม่ได้ ไม่ได้ ถ้าฉันไม่อยู่ด้วย ห้ามลงไปว่ายอีกนะ กาบุยังไม่ยอมอยู่ท่าเดียวจนเมอิแอบหัวเราะ

            ถึงเวลาเช้าพอดี... กาบุกับเมอิขึ้นจากฝั่งแล้วก็เดินทะลุป่าเข้าไป มันถูกเฝ้าจับตามองด้วยสายตาของบรรดาสัตว์ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน พวกมันต่างส่งเสียงซุบซิบกันเมื่อเห็นว่าทั้งสองตัวรอดชีวิตและยังอยู่ด้วยกันดี

            อีกเดี๋ยว... กาบุว่าอย่างกังวล พวกหมาป่ามันต้องได้ยินข่าวลือแน่ๆ

            งั้นหรือ? เมอิร้อง ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย

            ทั้งสองตัวเดินกันไปอีกสักพัก จู่ๆ กาบุก็เริ่มเห็นว่าสีของใบไม้ที่อยู่ข้างหน้ามันแปลกไป ออกจะคล้ายสีส้มอ่อนๆ... มันไม่เคยเห็นต้นไม้ในลักษณะนี้มาก่อน ขณะเดียวกันพื้นดินก็นุ่มขึ้นและต้นไม้ก็ค่อยๆมีน้อยลง พอถึงต้นไม้ต้นสุดท้าย... ทั้งเมอิและกาบุก็ต้องตกตะลึง

            ทุ่งหญ้าสีเหลืองอ่อนทอดยาวอยู่ด้านหน้า กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าทุ่งหญ้าในหุบเขาซาวะซาวะ มีต้นไม้ต้นเตี้ยๆขึ้นเป็นกลุ่ม มองตรงไปเห็นภูเขาที่ตั้งเหมือนกับกำแพงใหญ่ และเห็นหิมะสีขาวที่ฉาบไว้บนยอดอยู่ไกลๆ

            เราจะไปไหนต่อดีล่ะ? กาบุหันมาถามเมอิ

            ทำไม...เราไม่ลองปีนข้ามเขานั่นดูล่ะ? เมอิลองเสนอความคิด

            เห? ภูเขานั่นน่ะเหรอ... แต่มันยังไม่เคยมีใครเคยทำได้เลยนะ กาบุว่า

            เพราะงั้นเราถึงจะทำไงล่ะ เมอิพูด เพราะยังไง เราก็ไม่มีที่จะกลับไปอีกแล้วนี่

            มันก็ใช่หรอก...แต่ว่า กาบุยังดูลังเลใจอยู่ เมอิจึงได้พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่

            ฉันมั่นใจนะ ว่ามันต้องมีแน่... ป่าสีเขียวที่อยู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขานั่น บางทีมันอาจจะเป็นป่าที่หมาป่ากับแพะจะอยู่ร่วมกันได้

            หากมีจริงก็ดีสิ กาบุหัวเราะ แต่ว่าบนยอดเขานั่นปกคลุมด้วยหิมะ และอากาศก็หนาวเย็นจนกรีดแทงเข้าไปในเนื้อ หึๆ มันเป็นสถานที่ที่ไปถึงไม่ได้ง่ายๆ เลยใช่มั้ยล่ะ? เพราะงั้นก็เลยไม่มีใครจากฝั่งโน้นข้ามมาที่นี่เช่นกัน...

            หุบเขานี้เองที่ปิดกั้นอาณาเขตระหว่างกันไว้ เมอิพึมพำเบาๆ เราจะไม่ลองดูเหรอ... เราจะข้ามอาณาเขตนี้ไปด้วยกัน นายว่าดีมั้ย?

            แน่นอนอยู่แล้ว กาบุว่า แค่มีเราสองตัว จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

            ขอบคุณ เมอิว่าแล้วก็กระโดดลงไป กาบุกระโดดตาม มันทั้งสองมุ่งหน้าผ่านทุ่งหญ้าสีเหลืองไป

            จู่ๆเมอิก็ขำอยู่ตัวเดียว จนกาบุสงสัยเลยถาม ขำอะไรน่ะ?

            ก็จากนี้ต่อไป... เราจะได้มีเวลาเที่ยวด้วยกันทุกวันแล้วใช่มั้ย? เมอิถาม พอคิดได้ดังนั้นแล้วมันช่างน่าสนุกจริงๆ

            ช่าย... กาบุผงกหัว ถ้าเป็นตอนนี้ฉันก็คงต้องกลับฝูงแล้ว

            แต่พอคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว เมอิอดหัวเราะอีกไม่ได้ มันอดตื่นเต้นไม่ได้น่ะ

            อย่าลืมสิ เรากำลังโดนไล่ตามอยู่นา กาบุทำเสียงจริงจังขึ้นมา ท่าทีมันดูขึงขังขึ้นมาหน่อย อย่าประมาทเชียวนา... ในพื้นที่โล่งแบบนี้ มันมองปราดเดียวก็เห็นเราแล้ว

            คร้าบบบ... จะทำตามที่สั่งครับ เมอิพูดแบบทะเล้น กาบุรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่เมอิดูจะไม่ได้กังวลอะไรเลย

 

            ฝูงหมาป่าได้สะกดรอยตามพวกเมอิมาจนถึงทุ่งหญ้าสีเหลืองแล้ว แบร์รี่ที่เป็นหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนปฎิบัติตามคำสั่งของจิโร่ จนกระทั่งเจอเบาะแส

            กลิ่นนี่มัน...ไอ้กาบุ กับไอ้แพะนั่น แบร์รี่ค่อยๆหยิบเศษขนสีน้ำตาลของกาบุขึ้นมาจากใบหญ้า หนอย.... มันผ่านไปทางหุบเขาจริงๆด้วย

            ทางนี้ด้วยครับ หมาป่าอีกตัวหันมารายงานแบร์รี่จากทิศที่ต่างออกไป แถมเรายังพบรอยเท้าของแพะมุ่งไปคนละทางด้วยครับ

            เห๋อ? พวกมันแยกกันเหรอ? แบร์รี่มองไปตามลู่ทางก็เห็นแต่เพียงรอยเท้าของกาบุเท่านั้น....

            เหอะ คิดว่าแผนลวงเด็กๆแบบนี้จะสำเร็จเรอะ! จะดูถูกเกินไปหน่อยแล้วเฟ้ย แบร์รี่คำราม มันจงใจหลอกล่อให้เราแยกไปคนละทาง แต่จริงๆแล้วมันต้องไปทางนี้แน่ พวกแกตามไป

            ครับ!” พวกหมาป่าแยกย้ายตามกันไปทันที แบร์รี่รู้สึกครื้มอกครื้มใจที่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นจ่าฝูงแทน

            คอยดูเถ้อะ ไอ้กาบุ... ฉันจะให้แกเห็นทุกอย่าง ตอนที่เพื่อนแกกำลังถูกกิน

 

            ขณะเดียวกันที่ฝูงหมาป่ากำลังตามหากาบุกับเมอิอยู่ กาบุก็เล่นแผนซ้อนแผน มันคิดอยู่แล้วว่าแผนลวงเด็กๆนั่น ไม่แบร์รี่ก็จิโร่ก็คงดูออก มันก็เลยทำให้คาดเดาได้ง่ายๆ ตามนิสัยของแบร์รี่ ไม่มีการคิดทบทวนอีกครั้ง... เพราะฉะนั้น ถ้ามันรู้แล้วว่าเป็นแผนลวง มันก็คงเดินตามไปทางที่กาบุขีดเส้นไว้... โดยไม่รู้ว่าทางที่ขีดเส้นไว้นั่นก็คือทางลวงอีกเส้นหนึ่งเท่านั้น....

            เท่านี้ก็น่าจะพอย่นระยะเวลาไว้ได้.... กาบุคิดแล้วก็ถอนใจ.... ตอนนี้พวกมันสองตัวอยู่ในป่าอีกด้านหนึ่งแต่ใกล้กับหุบเขาหิมะแล้ว

            กาบุมองรอบๆอาณาเขตของมันอย่างระมัดระวัง พอมั่นใจแล้วว่าไม่มีอะไรน่าสงสัย ...กาบุก็แหวกพุ่มไม้พุ่มหนึ่งออก เมอิกำลังนอนหลับอยู่ด้านในอย่างสงบ....

            กาบุค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาอย่างระมัดระวังไม่ให้เมอิตื่น จากนั้นก็ค่อยๆนั่งลง... ยกมือขึ้นเช็ดปากที่มีเลือดติดอยู่นิดหน่อย...

            วันนี้นายฆ่าไปกี่ตัวล่ะ?

            กาบุค่อยๆเหลือบตามองเพื่อนที่ตื่นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คงจะตื่นตอนที่เขาเข้ามานี่แหละ...

            ก็แค่หนูสองสามตัวเท่านั้นเอง กาบุพูด

            ตอนที่ฉันหลับ นายก็ออกไปล่าพวกมันสินะ เมอิพูดด้วยน้ำเสียงประชดเล็กๆ จนกาบุต้องหันมาพูดด้วยความโกรธนิดๆ

            ทำไมนายพูดอย่างนั้นล่ะ? ถึงฉันจะหิวแค่ไหน แต่ฉันก็ต้องกินอย่างอื่นเพื่อจะไม่ให้เผลอตัว... กินนายนะ เข้าใจมั้ย?

            ฉันก็เข้าใจนะว่านายทำแบบนั้นเพราะเห็นแก่ฉัน เมอิพูดแล้วเหลือบตามองอีกฝ่าย แต่นายชอบเหรอ หนูแค่สองสามตัวน่ะ...

            กาบุสะอึกไป... มันไม่เข้าใจว่าเมอิโกรธเพราะมันออกไปล่าอาหารตัวเดียวจนไม่ยอมดูแล หรือว่าโกรธที่ตัวมันแทบไม่ได้กินอะไรเลยกันแน่... แล้วยังไงล่ะ? เมอิอยากให้กาบุกินตัวเองงั้นหรือ?

            ฮึ่ม... แล้วจะให้ฉันกินนายหรือไงเล่า? กาบุกอดอกอย่างหงุดหงิดแล้วหันไปทางอื่น แต่เมอิไม่ได้ตอบอะไร... มันกะจะตอบอยู่แล้ว ทว่า มีเสียงพุ่มไม้เขย่าดังขึ้นก่อน

        เสียงพวกฝูงหมาป่าดังขึ้นใกล้ๆนี่เอง

            เฮ้ย เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า?

            อืม คิดว่าได้ยินนะ...

            พวกมันต้องอยู่แถวนี้แน่ แต่ไม่ได้กลิ่นเลยว่ะ...

            ไอ้กาบุนั่น ไม่คิดว่ามันจะเก่งถึงขนาดซ้อนแผนท่านแบร์รี่ได้ เล่นเอาท่านแบร์รี่โกรธจนหน้ามืดเลย

            กาบุทำหน้าที่หลอกล่อฝูงหมาป่า ส่วนเมอิรู้ดีว่าพืชชนิดไหนสามารถซ่อนกลิ่นของพวกมันได้ พุ่มไม้ที่เมอิหลับอยู่ก็คือต้นไม้ที่สามารถใช้ซ่อนตัวได้นั่นเอง แต่ถึงแม้เมอิจะซ่อนตัวได้ดีแค่ไหน มันก็ลืมไปสนิทว่า เท้าของมันโผล่ออกมานอกพุ่มไม้

            หมาป่าตัวหนึ่งเดินเหยียบเท้าเมอิเข้าอย่างจังจนมันแทบจะร้องออกมา... กาบุเห็นดังนั้นเลยรีบปิดปากเมอิเอาไว้ แต่สายไปแล้ว....

            อุ๊บ!”

            แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับฝูงหมาป่า มันหันขวับมาพร้อมกัน ตรงนี้เอง กาบุก็ลืมไปว่าหูของมันยาวและแหลมจนโผล่พ้นขอบพุ่มไม้ เพราะฉะนั้น เมื่อพวกหมาป่าหันไปทางพุ่มไม้ ก็เลยเห็นทันที

            มันอยู่นั่น หมาป่าตัวหนึ่งชี้ไปที่หูของกาบุ

            มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่นั่น มันอยู่.... หมาป่าอีกตัวพูดเหมือนเป็นโรคจิต และแล้ว...

            เราเจอตัวกาบุแล้ว!”

           

            ตุ้บ!

 

            หมัด ของกาบุกระแทกเข้าเต็มคางของหมาป่าตัวที่อยู่ใกล้สุดจนกระเด็นออกไป มันรีบจับเมอิลากออกมาจากพุ่มไม้ และทิ้งมือให้เมอิวิ่งได้ด้วยตัวเอง ทั้งสองตัวโกยอ้าวออกจากป่าอย่างรวดเร็ว

            ตามมันนนน!!!” ฝูงหมาป่าตามทั้งสองมาอย่างกระชั้นชิด กาบุได้สำรวจเส้นทางไว้คร่าวๆหลายคืนและนัดกับเมอิไว้แล้ว ทั้งสองตัวจึงมุ่งหน้าไปยังที่ที่นัดหมายกันไว้ทันที

            เมอิ.... กาบุเอ่ยขณะวิ่ง พอถึงหน้าผาแล้ว อย่าลืมกระโดดให้สุดตัวนะ!”

            ไหนครั้งก่อนนายบอกว่าจะไม่ยอมให้ฉันกระโดดอีกแล้วไง!?” เมอิถามแบบติดตลก แต่กาบุไม่ขำด้วย

            นี่ไม่ใช่ล้อเล่นนะ!!”

            กาบุและเมอิมาถึงตรงขอบผา... ตรงจุดนี้เองพื้นดินทลายลงไปจนเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่... เมอิจ้องมองความลึกด้านล่างแล้วก็ค่อยๆถอยหลังไปอย่างหวาดเสียว มันกระชับฝีเท้าและวิ่งไปจนถึงปลายขอบ แล้วก็ส่งแรงจากขา ให้ตัวลอยไปตกอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดีเป๊ะ

            กาบุ!” เมอิหันไปเรียก กาบุจ้องเมอิด้วยความทึ่ง ตอนแรกมันนึกว่าเมอิจะไม่กล้าเสียอีก แต่จริงๆ ตอนนี้ มันไม่กล้าต่างหาก

            ทำอะไรอยู่น่ะ! รีบกระโดดข้ามมาเร็ว เมอิเร่ง

            ...ดะ ได้ กาบุถอยหลังไปเตรียมจะกระโดด เสียงฝีเท้าของหมาป่าไล่ตามมาจากข้างหลังแล้ว กาบุวิ่งไปจนถึงขอบแล้วกระโดดออกไปสุดตัว

            อั่ก!” หัวของกาบุชนกับต้นไม้อย่างแรงจนดาวขึ้น มันกระโดดมาได้ไกลเกินไป ขนาดลอยข้ามตัวเมอิไปสองเมตร

             กาบุ กาบุ! เป็นอะไรมากมั้ย เมอิรีบวิ่งเข้ามา แต่กาบุบอกปัดไป ขณะเดียวกันฝูงหมาป่าก็ยืนออกันตรงริมขอบผา กาบุมองจากฝั่งนี้ก็รู้สึกแปลกใจว่าตัวเองกระโดดมาได้อย่างไร เพราะมันกว้างมากเหลือเกิน

            พวกแกโดดไปสิวะ!” แบร์รี่ออกคำสั่งแต่ไม่มีตัวใดกล้าเสี่ยง ครั้นพอจะทำเอง แบร์รี่ก็เกิดกลัวว่าจะตกไปเสียได้

            เมอิและกาบุรีบวิ่งไปทันทีโดยไม่ได้บอกลาเพื่อน ทิ้งให้ฝูงหมาป่าต้องเจ็บใจที่ไม่สามารถไล่ตามได้....

3 ความคิดเห็น