คุณนางเอกคะ! นางร้ายเกมจีบหนุ่มคนนี้ขอหนึ่งในพระเอกของคุณเถอะค่ะ

ตอนที่ 64 : [รีไรต์] แฝงตัวเข้ากิลด์มืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    12 ส.ค. 62

story by :: แกรนด์ดัชเชสริน


[63]

แฝงตัวเข้ากิลด์มืด




××คำเตือน××

สำหรับนักอ่านเก่าที่เข้ามาอ่านนะคะ ไรต์ขอแนะนำให้กลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่ตอนที่หนึ่งนะคะ

ริรินเวอร์ชั่นนี้จะเป็นเวอร์ชั่นรีไรต์ ซึ่งโครงเรื่อง พล็อต การดำเนินเรื่อง ค่อนข้างแตกต่างจากเดิมเยอะมาก

เวอร์ชั่นรีไรต์นี้ เราพยายามแก้พล็อตโฮลให้เยอะที่สุด แต่อาจมีหลุดรอดไปบ้าง ยังไงต้องขออภัยด้วยนะคะ

ถ้าอย่างนั้น ยินดีต้อนรับกลับมาพบกับริรินรูปแบบใหม่อีกครั้ง

มาส่งกำลังใจช่วยน้องกันนะคะ!




ฉันรีบวิ่งอย่างสุดแรงมายังจุดนัดพบกับท่านพี่เอลิออท ที่ตรงหน้าฉันเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งนี่เป็นสถานที่นัดพบของฉันกับท่านพี่เอลิออท 



“แฮ่ก แฮ่ก ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ” ฉันหอบหายใจเล็กน้อยเมื่อวิ่งไปถึงหน้าห้องเก็บอุปกรณ์ซึ่งมีท่านพี่เอลิออทยืนรออยู่



“ใจเย็นๆ ค่อยๆหายใจนะริริน” ท่านพี่เอลิออทเอ่ยก่อนจะเลื่อนมือมาลูบหลังฉันเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น



หลังจากที่ฉันเริ่มหายใจได้สะดวกแล้ว ท่านพี่เอลิออทก็อธิบายแผนการที่เขาเตรียมไว้อย่างละเอียด และนัดแนะเกี่ยวกับจุดนัดพบหากต้องใช้แผนสำรอง



ครั้งนี้ท่านพี่เอลิออทไม่ได้ห้ามถ้าหากฉันจะตามไปด้วย อาจเพราะเขารู้ว่ายังไงฉันคงจะต้องตามไปแน่ๆ เขาจึงคิดแผนการสำรองในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น



ลำบากท่านพี่เอลิออทซะแล้วสิ



“คำร่ายอะไรนะ ลา ดา บิว ใช่ไหม?” ท่านพี่เอลิออททวนคำร่ายที่ฉันเพิ่งจะสอนเขา



“ไม่ใช่ค่ะ ลา เดอ ไบนด์ ต่างหากค่ะ” ฉันแก้



“ลา เดอ ไบนด์? สินะ โอเคมาลองเริ่มกันดู” 



ท่านพี่เอลิออทพึมพำทบทวนเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มร่ายเวทที่ฉันได้สอนไป



“อากาศเอย จงบิดเบือนเพื่อปกปิดตัวตนของเรา La de bynd” เมื่อท่านพี่เอลิออทร่ายเวทจบ ก็มีสายลมจากที่ไหนไม่รู้พัดมาปกคลุมร่างกายของเขาราวกับพายุขนาดเล็กๆ ก่อนที่มันจะหายไปพร้อมกับร่างกายของท่านพี่เอลิออท 



“ดูเหมือนว่าจะสำเร็จนะคะ” ฉันมองไปยังฟื้นที่ว่างตรงหน้าของตัวเอง



หมับ



ในขณะที่กำลังยืนอยู่ฉันก็รู้สึกว่าไหล่ของฉันถูกจับ ทันใดนั้นร่างของท่านพี่เอลิออทก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า



“อย่างที่น้องได้บอกท่านพี่ไป หากท่านพี่เอลิออทได้สัมผัสเข้ากับใครแล้วเวทหายตัวของท่านพี่เอลิออทก็จะหายไป แต่ในกรณีที่ใช้อาวุธโจมตีและสามารถดับสติหรือจัดการฝ่ายตรงข้ามได้ในการโจมตีเดียวเวทหายตัวของท่านพี่เอลิออทจะยังคงอยู่”



“โดยรวมๆแล้วพี่พอจะเข้าใจแล้ว” ท่านพี่เอลิออทพยักหน้าก่อนจะถามคำถามที่เขาข้องใจต่อ



“ถ้าอย่างนั้นริริน ในกรณีนี้หากพี่และริรินใช้เวทหายตัวพร้อมกัน แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าริรินอยู่ที่ไหน? พวกเราสามารถหายตัวพร้อมกันและยังเห็นตัวกันได้ไหม?” ท่านพี่เอลิออททำสีหน้าครุ่นคิด



“ถ้าหากดัดแปลงคำร่ายนิดหน่อย และจับมือกันไว้ตอนร่ายล่ะก็ จะสามารถใช้เวทหายตัวพร้อมกันได้ค่ะ”



“ในตอนก่อนที่จะร่ายเวทหายตัว ให้ท่านพี่เอลิออทจินตนาการว่าน้องและท่านพี่คือหนึ่งเดียวกัน จินตนาการว่าน้องคืออาวุธที่ท่านพี่เอลิออทถือน่าจะมองภาพได้ง่ายกว่าไหมคะ?”



ฉันพยายามอธิบายให้ท่านพี่เอลิออทเห็นภาพได้ง่ายที่สุด 



“พอจะเข้าใจอยู่นิดหน่อย แล้วที่ว่าเปลี่ยนคำร่ายล่ะ?”



“คำร่ายตรงประโยคที่ว่าจงปกปิดตัวตน [ของเรา] ตรงนี้จะแก้เป็น [ของพวกเรา] และตรงท่อนร่ายจะเป็น [Las denos bynd] แทนค่ะ โดยการร่ายแบบนี้อาจสิ้นเปลืองพลังเวทมากกว่าเล็กน้อยนะคะเพราะต้องใช้พลังเวทในส่วนของน้องด้วย”



“อืม เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ พวกเรามาเริ่มกันเลยดีไหม?” ท่านพี่เอลิออทยื่นมือมาทางฉัน



“รบกวนท่านพี่ด้วยนะคะ” ฉันยื่นมือไปรับมือท่านพี่เอลิออท



ที่จริงแล้วมันมีวิธีอื่นในการติดต่อกันโดยมองไม่เห็น อย่างเช่นการใช้เวทโทรจิต หรือใช้เวทตรวจจับพลังเวทก็สามารถใช้แทนการมองหรือสื่อสารกันตรงๆก็ได้ 



แต่ในที่นี้ฉันไม่อยากเสียพลังเวท ดังนั้นคงต้องให้ท่านพี่เอลิออทเสียพลังเวทมากกว่า ถึงวิธีนี้จะไม่ดีกับท่านพี่เอลิออท แต่เขาก็เป็นถึงผู้ใช้เวทฝึกหัดขั้นแปดแล้วนี่นา ฉันเพิ่งจะแค่ขั้นสี่เองนะ ถึงฉันจะมีโพชั่นฟื้นมานาอยู่ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะใช้มันหรอก



“จะเริ่มแล้วนะ”



ท่านพี่เอลิออทสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง ก่อนจะตั้งสมาธิมั่น



“อากาศเอย จงบิดเบือนเพื่อปกปิดตัวตนของพวกเรา Las denos bynd”



ท่านพี่เอลิออทกล่าวออกมาอย่างชัดเจนในทุกคำพูด และเมื่อเขากล่าวจบรอบด้านพวกเราก็มีสายลมอ่อนๆพัดมาก่อนที่จะหายไป เมื่อมองลงบนพื้นที่ยืนอยู่ก็ไม่เห็นเงาของตัวเอง เวทที่ท่านพี่เอลิออทร่ายสมบูรณ์แล้ว



“มันใช้ได้แล้วใช่ไหม?” ท่านพี่เอลิออทปล่อยมือของฉันก่อนจะหันไปมองรอบตัว เขาแสดงสีหน้าออกมาว่าถ้ามีกระจกตรงนี้ก็คงจะดี



“ท่านพี่เอลิออทลองมองที่พื้นของตนเองสิคะ” ฉันแนะนำ



“พื้น?” ท่านพี่เอลิออททำสีหน้าสงสัยเล็กน้อยแต่ก็เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เขาก้มลงไปมองพื้นโดยดีแต่ก็ไม่พบอะไร



ที่พื้นมีอะไร? ท่านพี่เอลิออททำสีหน้าครุ่นคิด แต่ผ่านไปชั่วครู่เขาก็ทำสีหน้าเหมือนเข้าใจ



“ไม่ใช่ว่าที่พื้นจะต้องมีอะไร แต่เพราะที่พื้นจะต้องไม่มีเงา อย่างนั้นใช่ไหม?”



“ถูกต้องค่ะ”



ฉันยิ้มให้ท่านพี่เอลิออทเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาคิด ท่านพี่เอลิออทพยักหน้าให้ฉันก่อนจะเดินนำฉันเข้าไปในทางลับเพื่อออกนอกปราสาท



แพลนที่ท่านพี่เอลิออทวางเอาไว้ก็คือพวกเราจะแอบเข้าไปในโกดังรวมตัวของกิลด์สังหารจันทราเพื่อไปสืบข้อมูลผิดกฎหมายที่พวกนี้ทำและสืบเรื่องหัวหน้ากิลด์สังหารจันทราว่าแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ ถ้าโชคดีก็จะแค่ไปเก็บข้อมูลและกลับมาอย่างปลอดภัย 



แต่ถ้าโชคร้ายต้องเกิดการปะทะด้านในโกดัง ให้ทำยังไงก็ได้ให้มีชีวิตรอดกลับมาแม้จะต้องฆ่าคนก็ตาม ฉันคิดว่าท่านพี่เอลิออทพูดเกินจริงเล็กน้อย เขาย้ำให้ฉันไม่ประมาท ถ้าในกรณีจวนตัวจะทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองรอดไว้ก่อน 



แต่ฉันค่อนข้างเห็นต่างกับท่านพี่เอลิออทเล็กน้อย เราสามารถใช้กฎหมายในการลงโทษคนพวกนี้ได้ไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่คิดจะสถาปนาตัวเองเป็นผู้พิพากษาศาลเตี้ยอะไรแบบนั้นหรอก อย่างน้อยในโลกที่สามของฉันกฎหมายก็สามารถปกป้องประชาชนได้ 



ถ้าจะลงโทษพวกนอกกฎหมายก็ต้องใช้กฎหมายเป็นตัวลงโทษนี่แหละ ถึงจะเป็นตัวสอนที่ดีที่สุดว่าไม่ว่าใครก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูที่ดีที่สุดแล้ว



ไม่นานพวกเราก็มาถึงเขตโกดังที่อยู่ในเขตชุมชนแออัดหรือสลัมนอกเมืองหลวง



พื้นที่แถวนี้ค่อนข้างกันดารเล็กน้อย แม้จะเป็นเขตสลัมแต่ที่นี่ก็ค่อนข้างจะสะอาด อาจเพราะสิ่งปลูกสร้างที่เขตนี้ค่อนข้างเป็นระเบียบ แม้จะดูเก่าโทรมและของเยอะรุงรังก็เถอะ แต่เพราะที่พื้นค่อนข้างสะอาด ดูภายนอกก็ไม่รู้ว่าเป็นชุมชนแออัด



เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็ค่อนข้างจะรู้สึกประทับใจกับวิธีการจัดการปัญหาเขตสลัมของอาณาจักรไอดราเวีย เรื่องการรักษาความสะอาดคงถือเป็นเรื่องที่ถูกปลูกฝังเข้าสู่สายเลือดของชาวไอดราเวียสินะ



ปัญหาเกี่ยวกับเขตสลัมนั้นไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรไหนก็ล้วนแต่ต้องมี เพราะใช่ว่าต้นทุนและคุณภาพของชีวิตของทุกคนจะเท่าเทียมกัน



ฉันเดินตามท่านพี่เอลิออทไปเรื่อยๆจนเจอโกดังหลังหนึ่ง ซึ่งดูไม่ต่างจากโกดังรอบๆเสียเท่าไหร่ ที่ตรงหน้าทางเข้ามีชายสองคนยืนเฝ้าประตูทางเข้าอยู่



ในตอนนั้นเองประตูโกดังก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นคนจำนวนหนึ่งเดินออกมา หนึ่งในนั้นเป็นคนที่คุ้นหน้า นั่นคือชายวัยกลางคนที่ไว้เคราและสวมผ้าโพกหัวสีเลือดหมู ถ้าจำไม่ผิดท่านพี่เอลิออทจะเรียกเขาว่าคุณเวนใช่ไหมนะ?



เมื่อคนกลุ่มนั้นออกจากโกดัง ท่านพี่เอลิออทก็กวักมือเรียกฉันก่อนจะพาฉันเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว



เมื่อเข้ามาด้านในฉันก็พยายามมองรอบๆตัว แต่ก็เห็นว่าที่นี่เป็นโกดังที่มีแต่ฟางหญ้า ซึ่งไม่มีอะไรที่ผิดปกติเลยแม้แต่น้อย มันดูเหมือนโกดังร้างที่ไม่ได้เก็บอะไรเอาไว้ด้วยซ้ำ ที่นี่น่ะเหรอจะเป็นแหล่งกบดานของพวกกิลด์มืด?



ท่านพี่เอลิออทเดินนำเข้าไปด้านในอย่างช่ำชอง ก่อนจะพุ่งเข้าไปในฟางกองหนึ่งและหายตัวไป หรือว่าจะเป็นทางลับ? เมื่อคิดดังนั้นฉันจึงพุ่งตัวเข้าไปในกองฟางทันที แล้วก็ต้องพบว่าฉันไม่ได้ชนกับกองฟางแข็ง ทางข้างหน้าฉันเป็นทางเดินยาวซึ่งมีบันไดลิงหย่อนลงไปด้านล่าง



“ทางนี้” ท่านพี่เอลิออทเอ่ยขึ้นก่อนจะหย่อนตัวเองปีนลงไปด้านล่างอย่างไม่เกรงกลัว



ฉันกล้าๆกลัวๆเล็กน้อยแต่ก็ตามไปแต่โดยดี



เมื่อฉันลงมาถึงด้านล่าง สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือโถงกลางที่มีชายเลวนั่งคุยเล่นกันเกือบๆยี่สิบคน จำนวนนี้ค่อนข้างสูงมาเมื่อเทียบกับด้านบน



คนเยอะขนาดนี้หากเวทหายตัวสลายจะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดไหนกันนะ? ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะหนีพ้นไหม?



แต่อาจเพราะมีพวกที่ดูเหมือนโจรรวมตัวกันอยู่มากขนาดนี้ จึงทำให้ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าที่นี่คือรังโจรซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของกิลด์มืดอย่างแน่นอน คนพวกนั้นถึงกับทำทางลับแบบนี้ ฉันค่อนข้างนับถือในความพยายามจะทำเรื่องไม่ดีของพวกเขาจริงๆ



“ริริน น้องพอจะมีพวกเวทอื่นๆอีกไหม? ที่นอกเหนือจากเวทซ่อนตัวน่ะ” ท่านพี่เอลิออทกระซิบข้างๆหูฉัน



“ท่านพี่เอลิออทต้องการจะทำอะไรเหรอคะ?”



“พี่ต้องการทำให้คนพวกนี้ไม่สนใจรอบๆ ไม่สิ ทำให้หลับไปเลยก็น่าจะดีกว่า แบบนั้นจะได้ง่ายต่อการกวาดล้างมากกว่า ที่โถงนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ด้านในยังมีห้องยิบย่อยอีกจำนวนหนึ่งซึ่งต้องมีคนอยู่แน่ๆ มันคงไม่ดีหากพวกเราถูกคนพวกนั้นเจอระหว่างสำรวจหรอกใช่ไหม?”



“แต่ถ้าน้องใช้เวทหลับใหล มันจะไม่ยิ่งเอิกเกริกและเรียกคนพวกนั้นออกมาเหรอคะ?”



“จริงๆเป้าหมายของพี่คือการตัดกำลังคนจากด้านนอก ถูกเจอน่ะไม่เท่าไหร่หรอกแต่ถ้าคนที่เจอพวกเราเรียกกำลังเสริมมา นั่นไม่ยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายเหรอ? การตัดกำลังคนกลุ่มนี้ไปค่อนข้างจะดีต่อตัวของพวกเราอยู่แล้ว อีกอย่าง...”



“อีกอย่าง?”



“ถ้าหากการกระทำของน้องล่อพวกที่อยู่ด้านในออกมาได้นั่นยิ่งดี นั่นหมายความว่าศัตรูของเราก็ต้องลดลงด้วยใช่ไหม?”



เมื่อลองคิดตามที่ท่านพี่เอลิออทพูดฉันก็เข้าใจ การวางแผนของท่านพี่เอลิออทนั้นค่อนข้างแยบยล ฉันควรเชื่อการตัดสินใจของท่านพี่เอลิออทจริงๆ หลังจากนี้คงจะไม่ถามอะไรโง่ๆออกไป เมื่อฉันบอกท่านพี่เอลิออทไปอย่างนั้นเขาก็สวนขึ้นมาว่า



“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ถ้าหากมีจุดที่สงสัยน้องก็ถามพี่ได้เลย หากแผนการมีจุดบอดหรือมีวิธีที่ดีกว่า เราจะได้คิดทบทวนอีกทีจากคำถามของน้องล่ะนะ” เขาอธิบาย



ฉันพยักหน้าเห็นด้วยในสิ่งที่ท่านพี่เอลิออทพูด นอกจากเขาจะสามารถวางแผนได้เก่งกาจแล้วเขายังคงคิดวิธีที่จะพัฒนาแผนการของเขาต่อไปอีกด้วย ฉันค่อนข้างจะชื่นชมท่านพี่เอลิออทที่เป็นแบบนั้น



“ท่านพี่คะ? ถ้าไม่ใช่เวทหลับแต่เป็นสมุนไพรจะสามารถใช้ได้ไหมคะ?” ฉันเอ่ยถามท่านพี่เอลิออท โชคดีที่วันนี้ฉันเตรียมหญ้าสีฟ้ามากับตัวด้วย หากเราเผาหญ้าสีฟ้าจำนวนหนึ่ง กลิ่นควันที่ได้จากการเผาจะทำให้คนที่สูดดมมีอาการเหน็บชาและง่วงนอนอย่างรวดเร็ว



“สมุนไพรเหรอ? เป็นสมุนไพรแบบไหนล่ะ?”



“นี่คือหญ้าสีฟ้าค่ะ ถ้าพวกเรานำมันไปเผาควันที่ได้จากการเผาจะเป็นเหมือนยานอนหลับชนิดรุนแรงที่ทำให้คนหลับอย่างรวดเร็วค่ะ”



“ถ้าเผามันจะเกิดควันจำนวนมากไหม? แล้วพวกเราล่ะ? หากพวกเราสูดควันไปด้วยคงไม่ได้หรอก แบบนั้นแผนการของพวกเราคงจะล่มไม่เป็นท่า”



“ไม่จำเป็นต้องเผาให้เกิดควันโขมงหรอกค่ะ ถ้าทำขนาดนั้นคนที่นี่มีสิทธิตายได้หากได้รับควันจำนวนมากเกินไป อีกทั้งยังอาจเรียกคนจากภายนอกให้เข้ามาด้วย”



“ท่านพี่เอลิออทไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ เพียงแค่ท่านพี่ใช้สิ่งนี้ครอบจมูกเอาไว้ท่านพี่ก็จะไม่ได้รับกลิ่นหญ้าสีฟ้าแล้วค่ะ”



ฉันยื่นหน้ากากที่ฉันโรยผงคริสตัลสีดำบดอย่างลวกๆให้กับท่านพี่เอลิออท



สรรพคุณของคริสตัลสีดำนั้นมีหลากหลาย แต่แน่นอนว่ามันมีคุณสมบัติในการรับพลังเวทภายในอากาศ อีกทั้งยังสามารถกรองพิษได้จำนวนหนึ่งด้วย



“ถ้าหากพวกเราออกจากที่นี่แล้ว น้องแนะนำให้ท่านพี่เอลิออททิ้งหน้ากากนี่ทันทีนะคะ ถ้าหากยังพกติดตัวบางทีอาจจะได้รับพิษของหญ้าสีฟ้าก็ได้”



“ตกลง พี่เข้าใจแล้ว” ท่านพี่เอลิออทพยักหน้า



เมื่อเห็นเขาสวมหน้ากากที่โรยด้วยผงคริสตัลสีดำเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เริ่มจุดไฟเผาหญ้าสีฟ้าจำนวนหนึ่งทันที



==================

สวัสดีค่ะ ไรต์เองนะคะ ขอโทษที่ตอนใหม่ลงช้า ไรต์ลบๆเขียนๆอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ได้ตามนี้ล่ะค่ะ หุหุ สุขสันต์วันแม่นะคะ เจอกันตอนต่อไปนะ! ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณที่สนับสนุนคอมเมนต์ให้กำลังใจมากๆเลยนะคะ เลิฟฟ


เจอคำผิดแจ้งได้นะคะ <3 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1,616 ความคิดเห็น