พริ้งพราว

ตอนที่ 13 : บทที่ 4 ของเล่นที่ดีที่สุด (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    10 ก.ย. 62









                                                                  บทที่ 4
                                                           ของเล่นที่ดีที่สุด

สายน้ำชุ่มฉ่ำช่วยให้พริ้งพราวสดชื่นจนลืมเลือนเรื่องราววุ่นๆ ไปชั่วขณะ ปากอิ่มแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ ไปนั่งบนเตียง ทั้งที่ยังนุ่งผ้าขนหนูอยู่ 

“ลูกแมวน้อย เหนื่อยกับป้าทั้งวันเลย ขอโทษนะคะลูก”

เธอก้มหน้าหอมแก้มให้รางวัลเจ้าตัวเล็กสองฟอดติด ยายหนูน้อยตอบรับสัมผัสด้วยการทำหน้ายู่จนพริ้งพราวต้องตบก้นแกเบาๆ ในหัวก็ครุ่นคิดถึงภารกิจเตรียมป่วนจารุณี ที่แม้จะผ่านไปแค่หนึ่งวันเท่านั้น แต่ทำไมพริ้งพราวดันรู้สึกราวกับว่ามันผ่านมาแล้วสักชาติหนึ่ง

ไหนจะต้องมาลุ้นว่าจะโดนจอมทัพจับไต๋ได้ไหม ทั้งยังต้องใจหายใจคว่ำกับแววตาร้ายกาจของเสือหน้าหยกที่หมายจะเผด็จศึกกัน แต่ครั้นจะให้ยกเลิกแผนการ ก็หาทำได้ไม่ เพราะเธอมาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว

“ปะป๊า...ป้อ”

หญิงสาวชะงักที่ได้ยินเสียงคนตัวเล็ก ยิ้มขำที่แกละเมอเรียกจอมทัพกับหฤทธิ์ ก่อนจะลูบหลังปลอบแกเบาๆ พอแกหลับปุ๋ยเช่นเดิมแล้ว ก็ชะงักอีกรอบ ด้วยได้ยินเสียงข้อความเข้าดังมาจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ครั้นเดินไปหยิบขึ้นมาอ่าน ก็เหลือกตาใส่หน้าจอ ด้วยมันคือสารจากจอมทัพ

ผมเห็นคุณเอาแต่เรียกลูกว่ายายหนู ไม่เคยเรียกชื่อเขาเลย เขาชื่ออะไรเหรอ

ชื่อพริกแกง แต่พอดีฉันเรียกว่ายายหนูจนติดปากไปแล้วน่ะ

อืม...งั้นผมขอเรียกลูกว่าพริกแกงน้อยละกัน

เรื่องของคุณสิ

ขณะพิมพ์ตอบกลับ หญิงสาวก็แบะปากใส่หน้าจอราวกับว่ามันคือใบหน้าหล่อเหลา

โอเค ตอนนี้เป็นเรื่องของผมคนเดียวไปก่อน สักวันเถอะ...จะเป็นเรื่องของเรา

ชายหนุ่มส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มเจ้าเล่ห์มาประกอบคำขู่ พริ้งพราวก็พอรู้หรอกว่าตัวเองกำลังโดนเขา...อ่อย

แต่ขอโทษที มุกไก่กาอย่างนี้ ไม่มีทางที่คนอย่างเธอจะมาเขินม้วนต้วน

เอาเข้าจริง เธอคิดว่าตาลุงเสือร้ายคนนี้ยังมีลูกเล่นอีกเยอะ นี่เป็นเพียงแค่ขั้นเริ่มต้น เลยใช้มุกเบสิกเกริ่นมาก่อน ซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจนักว่า หากเขาใช้มุกขั้นเทพขึ้นมา สาวเวอร์จิ้นอย่างเธอ จะรอดพ้นกรงเล็บเสือร้ายหรือไม่

สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ ก็คงมีแค่การยืนหยัดกับเป้าหมายที่ปักธงไว้...เจอจารุณีเมื่อไร แผลงฤทธิ์ป่วนจนหนำใจ สารภาพผิดกับจอมทัพ จากนั้นก็...ทางใครทางมัน

 

“เลิกเสียตั้งแต่ตอนนี้ไปเลย แม่ยืนยันอีกรอบ ว่าแม่ไม่ชอบแฟนลูก!

ทายาทคนเล็กของตระกูลจิตรภากรขมวดคิ้วเครียดจัด ลอบถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อได้ยินมารดาบ่นถึงกลิกาตั้งแต่เช้า ยิ่งจารุณีแสดงท่าทีต่อต้านกลิกามากเพียงใด ชายหนุ่มก็ยิ่งอยากให้แผนสะใภ้ปลอมของพริ้งพราวสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

“คุณแม่ก็เคยโดนคุณย่ารังเกียจว่าคุณแม่ทำอาชีพเต้นกินรำกิน คุณแม่ก็เคยเจ็บปวดที่โดนกีดกันความรัก แล้วทำไมคุณแม่ยังมาใจร้ายกับก้อยอีกล่ะครับ”

“นบ พูดกับคุณแม่อย่างนี้ได้ยังไง ขอโทษคุณแม่เลยนะ”

น้ำเสียงดุดันของคนร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหาร ทำนักรบตกใจจนหน้าเผือด กลัวพี่ชายมากกว่าบิดามารดาเสียอีก

“จะรักใครยังไง ก็ไม่ควรขึ้นเสียงใส่คุณแม่อย่างนี้”

“ก็คุณแม่ใจร้ายกับแฟนผมนี่ครับ” นักรบหันไปแก้ตัวกับพี่ชาย ตัดพ้อกึ่งรั้นตามประสาคนเอาแต่ใจ “ทำไมล่ะ แค่ก้อยฐานะต่างจากเรา คุณแม่ก็รังเกียจเขาขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“แม่เขาไม่ได้รังเกียจก้อยเรื่องนั้นหรอกนบ เชื่อพ่อนะ” คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยแทรกช่วยภรรยา ปรามลูกชายคนเล็กทางสายตา

“แล้วไม่ชอบเรื่องอะไรล่ะครับ คุณแม่มีปัญหาอะไรกับก้อยนักหนา!

“อย่าก้าวร้าวกับคุณแม่!

จอมทัพขึ้นเสียงตวาดน้องชาย แววตาของเขาดุกร้าวจนนักรบต้องหยุดปาก กลัวพี่ชายจนไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงอะไร ทำได้เพียงถอนใจฟึดฟัด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เลยพลอยเต็มไปด้วยความตึงเครียดไปโดยปริยาย

จารุณีเองก็หน้าหมอง พ่นลมหายใจระบายความไม่สบายใจออกมา ดวงตายาวรีมองลูกชายคนเล็กด้วยความรักกึ่งรู้สึกผิด ไม่อยากถูกลูกโกรธเช่นนี้เลย

แต่ครั้นจะให้ยอมรับกลิกา ก็ทำไม่ได้ เพราะเธอมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากได้กลิกามาเป็นสะใภ้จริงๆ ทว่าเธอก็ไม่รู้จะอธิบายหรือบอกให้ลูกชายเข้าใจได้อย่างไร ด้วยมันคือปมอันละเอียดอ่อนในใจของเธอเอง...

 

ณ เวลานี้ คงไม่มีใครฮอตเกินยายหนูของป้าพริ้งอีกแล้ว...วางสายจากพ่อจริงปุ๊บ พ่อปลอมก็วิดีโอคอลมาหาต่อปั๊บ ดูเหมือนว่าจอมทัพจะอยู่ในรถและกำลังเตรียมตัวไปทำงาน แต่คงคิดถึงยายหนูจนอดใจไม่ไหว เลยต้องทำธุระแสนสำคัญทางหัวใจก่อน

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าเธอพบคนเห่อยายหนูพอๆ กับหฤทธิ์แล้ว

“ป้อ!

“คะ คิดถึงพริกแกงน้อยของพ่อจังเลย ทำอะไรอยู่คะ กำลังกินข้าวเช้าใช่ไหม อร่อยไหมคะ”

คนรูปหล่อในจอเอ่ยเสียงเล็กเสียงน้อยกับเจ้าตัวจ้อย ทั้งยังพูดจาหวานหูจนพริ้งพราวขนลุกชันไปทั้งร่าง ผ่านไปคืนเดียว ใครจะไปคาดคิดว่าเสือร้ายจะกลายมาเป็นชายมุ้งมิ้งได้ขนาดนี้

“แอ๊ะ!

“พรุ่งนี้วันหยุด พริกแกงน้อยอยากไปไหนไหมคะ”

“ป้อ!

“โอเค เดี๋ยวพ่อพาไปซื้อของเล่นเยอะๆ เลย ดีไหมคะ”

“ไม่ต้องซื้อเลยนะ ที่มีอยู่นี่ก็พอแล้ว”

พอพริ้งพราวเอ่ยขัดเข้า จอมทัพก็หน้างอ โวยเสียงแข็งแฝงความน้อยใจ “ขอร้องล่ะพริ้ง ช่วยรับอะไรจากผมบ้างเถอะ จะรังเกียจอะไรกันนักหนา!

“ฉันไม่ได้รังเกียจ แต่ฉันคิดว่า ของเล่นที่ดีที่สุดของลูก ก็คือพ่อแม่ ฉันชอบใช้เวลากับยายหนู มากกว่าที่จะปล่อยให้แกเล่นของเล่น เคลียร์ไหม”

ได้ทราบเหตุผลแล้ว ชายหนุ่มก็พยักหน้าเข้าใจ “งั้นวันนี้ผมไปหาอีกนะ จะไปเป็นของเล่นลูก อ้อ ขอบอกอะไรไว้อย่างด้วยนะ”

“อะไรยะ”

“ผมก็ชอบเล่นของเล่นนะ และของเล่นที่ดีที่สุดของผมก็คือ...” ชายหนุ่มลากเสียง หยุดปากไว้ แล้วเอาแต่จ้องใบหน้าหวานล้ำจนคนโดนจ้องเริ่มกระดาก รีบแหวแก้ขวย

“อะไรล่ะ พูดออกมาสักทีสิ จ้องอยู่นั่น!

จอมทัพหัวเราะ ทวนประโยคเดิมอีกรอบ “ของเล่นที่ดีที่สุดของผมก็คือ...เมีย”













#พริกแกงอ้อนป้อใหญ่เลยน้าาาาาาาาาา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

4,919 ความคิดเห็น