พริ้งพราว

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 ยายหนูของป้อ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 418 ครั้ง
    8 ก.ย. 62










                                                               บทที่ 2
                                                         ยายหนูของป้อ

พอดวงตาน้อยๆ เห็นวิวข้างทางผ่านกระจกของรถแท็กซี่ที่นั่งออกมาจาก JPK Entertainment  เจ้าตัวจ้อยก็ดีดดิ้นเริงร่า ราวกับจำได้ว่านี่คือทางที่กำลังจะไปยังอะพาร์ตเมนต์ที่พริ้งพราวพักอาศัยอยู่

หญิงสาวอมยิ้มเอ็นดู ยื่นปากหอมแก้มให้รางวัลคนในอ้อมแขนฟอดใหญ่ คนขับแท็กซี่เองก็ยังยิ้มบางกับความน่ารักน่าชังของแก

“ป้อๆ”

“ขา อยากเจอคุณป้อเหรอคะ” เธอเอ่ยเสียงเล็กเสียงน้อยกับเจ้าตัวจ้อยที่ก็กำลังยิ้มหวานเสมือนเข้าใจการสื่อสารของผู้ใหญ่ทุกอย่าง

ครั้นนึกถึงลูกไม้ลีลาการกวนประสาทระคนดื้อรั้นใส่จอมทัพ พริ้งพราวก็หัวเราะออกมา ขันนักที่แกช่างรู้งาน ไม่หลุดเรียกเธอด้วยคำที่แสดงถึงฐานะที่แท้จริงระหว่างกัน ยอมเรียกจอมทัพว่าป้อโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะงุนงงหรือต่อต้านชายหนุ่ม แถมยังออดอ้อนขอให้เขาอุ้มป้อนนม รู้จักโปรยเสน่ห์ให้คุณพ่อจำเป็นมาหลงรักทุ่มเทใจให้แกจนหมดหน้าตัก

“ปะ...ป้อ!

“ค่ะ เรามาลุ้นกันนะคะ ว่าคุณป้อจะมาเจอเราไหม”

พริ้งพราวเอาจมูกไปเขี่ยจมูกเล็กๆ ด้วยความรักใคร่ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกันนั้นก็ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปหาจอมทัพ

แม้จะทราบจากกลิกาว่าชายหนุ่มทิ้งวิถีเสือไปแล้ว แต่พริ้งพราวก็เชื่อว่าความเป็นเสือยังอยู่กับเขาเสมอ

กลยุทธ์ที่เธอใช้กับเขา มันจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ผ่านกระบวนการวางแผนมาเป็นอย่างดี วิเคราะห์ออกแบบมาในเชิงว่าให้เขาเป็นผู้ล่า

แทนที่จะเอาตัวเองไปเกาะติดเขา เธอเลยทำเป็นไม่แคร์ สวยเจิดเชิดใส่ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการตัวชายหนุ่ม เพื่อเป็นฝ่ายคุมเกมให้เขามาตามติดเธอแทน

ถือคติว่า...คิดจะเล่นกับเสือ เราก็ต้องอ่อยเหยื่อให้เป็น

เพราะถ้าพลาดพลั้งเมื่อไร เราเองนี่แหละ ที่จะกลายเป็นเหยื่อ ให้เสือตะครุบ

 

“อยู่ๆ ก็มา อยู่ๆ ก็ไป!

“ยังไม่รู้เรื่องแน่ชัดอะไรเลย ก็หอบลูกหนีฉันไปแล้ว บ้าหรือเปล่าวะ!

ปิติสะดุ้งตกใจ เหลือบมองเจ้าของน้ำเสียงเข้มจัดด้วยความหวาดหวั่น ขนาดว่าเขาคุ้นเคยกับภาวะเกรี้ยวกราดของเจ้านายประมาณหนึ่งแล้ว ก็ยังอดตัวสั่นกลัวแทนพริ้งพราวเสียไม่ได้

โดยพื้นฐานแล้ว เจ้านายหนุ่มเป็นคนขี้หงุดหงิด ใจร้อนโผงผาง แต่ด้วยหัวโขนของทายาทคนโตประจำตระกูล บวกกับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ยามที่ได้ก้าวขาเข้ามาในบริษัท จอมทัพเลยมักจะสวมหน้ากากของความเรียบนิ่ง กักเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลา

ทว่าเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ได้เจอหน้าพริ้งพราวกับคนตัวน้อย จอมทัพกลับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จนเผลอแสดงความหงุดหงิดและสบถถ้อยคำอันไม่สมควรออกมาเสียหลายหน

“แล้วคุณไนท์จะทำยังไงต่อไปครับ”

“ไม่ทำยังไง มาคิดดูอีกที ก็ดีแล้วล่ะ ที่ผู้หญิงคนนั้นหนีกลับไปเอง ฉันจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร จะลืมไปเลยว่าเคยมีเมียแบบนั้น”

ปิติหลุดยิ้ม เพราะท่าทางกระแทกกระทั้นยามที่จอมทัพทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ทำงาน มันช่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่ออกมาจากปากของเจ้านายหนุ่มเสียเหลือเกิน

“จะว่าไป คุณไนท์จำคุณพริ้งไม่ได้จริงๆ เหรอครับ ผมว่าออร่าความสวยของคุณพริ้งเนี่ย โดดเด่นสว่างจ้ายิ่งกว่าใครเลยนะครับ ขนาดใส่ชุดเดรสสีขาวแค่เข่าธรรมดาๆ หน้าก็ไม่ได้แต่ง ยังสวยเสียจนน่าเอามาปั้นเป็นนักร้องหน้าใหม่ของค่ายเรา...”

ชื่นชมความงามของพริ้งพราวอยู่ดีๆ เงาหัวของปิติก็มีแววว่าจะไม่ปลอดภัย ด้วยโดนนัยน์ตาวาวโรจน์ของเจ้านายกำราบให้หุบปากลงฉับ และได้แต่ยิ้มเจื่อนในทำนองว่าตนไม่ได้คิดอะไรกับเจ้าหล่อนเลย

“ความสวยของเขามันไม่ใช่หัวข้อที่ควรจะพูดถึงตอนนี้เลยนะปิติ”

จอมทัพตำหนิเสียงแข็ง ถึงเวลานี้จะไม่ได้เป็นอะไรกับพริ้งพราวแล้ว แต่การมีบ่วงตัวน้อยร่วมกันกับเธอ มันก็เลยทำให้เขาตงิดใจอยู่บ้าง หากได้ยินผู้ชายคนอื่นพูดถึงเธอเช่นนี้

“เป็นแม่ประสาอะไรก็ไม่รู้” ชายหนุ่มบ่นถึงสาวเจ้า ขบกรามดังกรอด เมื่อนึกถึงการเชิดหน้าเชิดตาของเธอ

“ทำเป็นสอนให้ยายหนูเรียกฉันว่าป้อ แต่กลับไม่ยอมรอให้พ่อได้เจอหน้าลูก ก็ดี ชาตินี้ก็คงจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกแล้ว ไม่มีทางที่ฉันจะเดือดร้อนตามหา!

ปิติหลุดยิ้มกับสิ่งที่จอมทัพประกาศกร้าวออกมา เสมือนว่ายินดีกับการจากไปของสองสาว ทั้งที่จริงแววตาของอีกฝ่ายกำลังไหววูบสะเทือนใจ

“ให้ผมประสานงานกับ รปภ. หรือพนักงานของเราดีไหมครับ คงมีคนเห็นบ้างว่าคุณพริ้งกับคุณหนูน้อยออกไปตอนไหน ถ้าเพิ่งออกไป เราอาจจะตามทัน” เลขาหนุ่มแกล้งหยั่งเชิงถามเจ้านายหน้าหยก ผลคือโดนจอมทัพตวัดนัยน์ตาวาววับใส่

“ไม่ต้อง ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่เดือดร้อนตามหา ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเมื่อกี้เหรอ เป็นเลขายังไง ไม่ฟังคำที่เจ้านายพูด มันน่าหักเงินเดือนจริงๆ!

“ครับ ผมขอโทษครับคุณไนท์” ปิติค้อมหัวให้จอมทัพ เข้าใจดีว่าอีกฝ่ายกำลังตกอยู่ในภาวะคนโดนลูกเมียทิ้งแบบฉับพลัน เลยอาจจะคุมสติไม่ค่อยอยู่สักเท่าไร

และด้วยความเป็นเลขาที่รู้ใจเจ้านาย ปิติก็ทราบดีว่าจอมทัพทำเป็นฟอร์มจัดแสร้งว่าไม่ต้องการพริ้งพราวกับคุณหนูน้อยไปอย่างนั้นเอง ใจจริงคงอยากจะพุ่งตัวไปสืบหาเบาะแสของสองสาวจะแย่แล้ว

“หือ...” เลขาหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย เมื่อเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่สอดอยู่บนโซฟา ครั้นเดินไปหยิบขึ้นมาดู ก็คลี่ยิ้มยินดี หันบอกเจ้านาย “คุณไนท์ครับ คุณพริ้งฝากข้อความไว้ให้คุณไนท์ด้วยครับ”

“ไหน!

จอมทัพหน้าตื่นตาโต รีบลุกจากเก้าอี้ เดินมาแย่งกระดาษแผ่นเล็กมาไว้ในมือตัวเอง 

แอ้แอ๊ะ คุงป้อขา หนูกับแม่ขอกลับก่อนนะคะ ถ้าคุงป้อคิดถึงหนู ก็ไปหาหนูกับแม่ตามที่อยู่นี้ได้นะคะ...

พอได้อ่านสิ่งที่พริ้งพราวทิ้งไว้ ชายหนุ่มก็ถอนใจโล่งอก รีบเก็บกระดาษแผ่นนี้ไว้ในกระเป๋าสตางค์ หวงแหนมันราวกับว่านี่คือสมบัติล้ำค่าในชีวิต


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 418 ครั้ง

4,919 ความคิดเห็น