Say my name, please - ChanBaek ♥

ตอนที่ 18 : Say my name, please | Fifteenth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    11 ก.ค. 59

Say my name, please

or maybe YOU?


 



เป็นอย่างที่พยากรณ์อากาศนั่นว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ฝนยังตกแบบไม่มีทีท่าจะหยุด ทำเอาผมนังจ๋อง มองบานหน้าต่างเหมือนหมาเฝ้ารอเจ้าของด้วยความตั้งใจ แต่เปล่าเลย ผมแค่เป็นกังวล ว่าแม่จะห่วงผมมั้ย พี่คริสคงอยากจะออกตามหาผมเต็มแก่ เพราะโทรศัพท์ผมมันดันดับไปเนื่องจากตากน้ำฝนเป็นเวลานาน ไม่ต้องสืบว่าของปาร์คชานยอลก็เป็นเช่นเดียวกัน ตอนนี้ผมเลยกลายเป็นบุคคลสาบสูญ ที่ไม่มีใครติดต่อได้เลย

แต่หลังจากที่พี่จองชิน ขึ้นไปตามเราบนห้องแล้วก็เอ่อ .. บังเอิญเห็นช็อตเด็ด เอ้ย ไม่ใช่ ผมหมายถึงว่า เห็นอะไรที่ชวนทำให้เขาใจผิดน่ะ =_= คือหลังจากนั้น ผมกับชานยอลก็ลงมาทานข้าวข้างล่าง เนื่องจากพี่จีฮุน (พี่ชายคนโตของบ้าน) กลับมาแล้ว แน่นอนว่าบ้านที่อาศัยเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ห้าหนุ่ม ห้ามุม แบบนี้ พวกเขาไม่เสียเวลาทำกับข้าวให้มากความ พี่จีฮุนซื้อของง่ายๆ อย่างพิซซ่ามาเลี้ยงพวกเรา ผมเดาว่า คงมีใครสักคนโทรไปบอกพี่เขาแน่ๆ ว่าผมมาที่บ้าน เพราะจำนวนมันพอดิบพอดี เหมือนซื้อจงใจมาเผื่อผมด้วย ระหว่างที่นั่งทานข้าว ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บอกไม่ถูกว่าใครเหมือนชานยอลที่สุด หรือชานยอล ก็อปปี้พฤติกรรมมาจากใคร โดยรวมแล้วทุกคนต่างก็เหมือนชานยอลหมด มันเหมือนคนละนิดละหน่อย ขี้แหย่ ขี้เล่น พูดมาก ปากดี ขี้แซว ปากเสีย ขี้งอน สารพัด..

อ่อ ใช่ หลังจากนั้นที่พวกเราทานกันเสร็จ พี่จีฮุนและพี่คนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันเข้าหลุม เข้ามุมตัวเอง และพี่แจฮยอน (ซึ่งดูพึ่งพาได้มากที่สุด) ก็แนะให้ผมใช้โทรศัพท์บ้าน โทรไปหาคนที่บ้านจะดีกว่า อันที่จริงตอนแรกพี่จีฮุนก็จะขับรถไปส่งผมที่บ้านด้วยซ้ำ แต่หน้าตาบุ้ยใบ้ของชานยอล ทำให้พี่จีฮุน และพี่จูฮยอก รวมถึงคนอื่นๆ ต่างก็อ้างไปว่า พายุมันเข้า ขับรถออกไปดึกๆ ดื่นๆ มันเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

พี่น้องบ้านนี้เขาสามัคคีกันดีเนอะ -_-

“เอ้า หยิบขึ้นมาโทรสักทีซิล่ะ” เป็นหมอนั่น นั่นแหละ ที่ยืนถือรีโมททีวีแล้วกอดอกพิงเสาบันได กดดันผมให้รีบกดเบอร์โทรศัพท์สักที ไม่ต้องให้อธิบายถึงสภาพหน้าผมหรอกนะ ว่ามันจะเป็นยังไง..

“ก็รู้แล้ว ขอนึกคำพูดก่อนได้มั้ย”

“จะนึกอะไรนักหนา ก็บอกไปตามตรงก็สิ้นเรื่อง”

“งั้นนายมาคุยมั้ยล่ะ เอาให้แม่ได้ด่านายอีกสักรอบ เผื่อลาบลาดอร์ในปากนายจะออกมาสักตัวสองตัว”

ไม่ได้รู้ตัวเล้ย ว่าที่ผมต้องทำหน้ารู้สึกผิด เหมือนหนีแม่ออกมาเที่ยวใจแตกแบบนี้ก็เพราะว่าเขานั่นแหละ ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดว่าแม่รู้ว่าผมมากกอยู่บ้านปาร์คชานยอลตอนนี้ล่ะก็ ต่อให้พายุใต้ฝุ่น หรือเฮอริเคนลง แม่ก็คงจะฝ่าพายุมาหาผมถึงที่นี่แน่ๆ ตัวผมน่ะไม่ลำบากหรอก แต่ผมสงสารหมอนี่ เอาเข้าจริงผมก็ไม่อยากเห็นเขาทำหน้าจ๋อยนักหรอก

“เหอะ..” เขาครางในลำคอแล้วเหล่มองผม

เป็นไง.. โถ่ ทำเป็นปากดี

“ชอบพูดอะไรไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อย..”

“เงียบแล้วกดสักทีเถอะน่า”

“เออๆ”

ผมจ้องมองโทรศัพท์อีกครั้ง ยกมันขึ้นมาแล้วหมุนเบอร์ไปตามหมายเลขของแม่ (โทรศัพท์บ้านของชานยอลเป็นทรงโบราณ) แน่นอนว่าผมกับหมอนั่นยังสบตากันเป็นระยะ เชื่อเขาเลย.. คิดดูสิ คนจะคุยโทรศัพท์ยังมาคอยกำกับเป็นผู้คุมวิญญาณอยู่ได้

กึก.. (ปลายทางรับสายแล้ว)

{ ฮัลโหล นี่บ้านบยอนค่ะ }

“อะ แม่..” ผมโพร่งออกไป ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ที่ต้องรับสายแม่ที่ไม่รู้ว่าเป็นผม เพราะปกติจะโทรเข้าเบอร์มือถือตลอด

{ น้องแบค! หนูอยู่ไหนลูก? ทำไมติดต่อไม่ได้เลย หนูเป็นอะไรรึเปล่า แล้วนี่ใช้อะไรโทรมา }

“ใจเย็นๆ นะแม่ .. ไม่เป็นไรหรอก แบคปลอดภัยดี โทรศัพท์มัน..” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาปาร์คชานยอลที่ยังคงยืนพิงเสาบันได ในสภาพกอดอก เงี่ยหูฟังจนหูกางออกมาเป็นดัมโบ้แล้ว “แบตหมดน่ะแม่.. แต่แบคไม่เป็นไรนะ ตอนนี้สบายดี”

{ แล้วนั่นอยู่ที่ไหน ทำไมไม่โทรมาให้เร็วกว่านี้ รู้มั้ยพี่คริสเค้าเครียดมาก จนจะฝ่าพายุออกไปตามหาเราอยู่แล้ว }

กะแล้วเชียว..ดีนะที่โทรมาก่อน

“อ๋อ อืม.. ก็” ชานยอลตาเบิ่งเหมือนเจอผีทันที คงเป็นเพราะได้ยินว่าแม่ถามผมว่าอะไร ผมเองก็โกหกไม่ค่อยเก่งซะด้วยสิ เพื่อนก็ยิ่งไม่ค่อยมี.. เอ่อ จะอ้างใครดีล่ะ

“บอกพี่คริสว่าไม่ต้องมาหรอกครับมาอันตราย ตอนนี้แบคอยู่บ้านเพื่อนน่ะ..อืม”

ทั้งผมและชานยอลเราต่างก็หัวหมุน วิญญาณหลุด ด้วยสภาพหน้าที่อยากจะตายซากมันซะตั้งแต่ตอนนี้ เพราะคำพูดเมื่อกี้มันไม่ได้มีความแนบเนียนในเนื้อหาเลยแม้แต่น้อย เหมือนเด็กอนุบาลเพิ่งหัดโกหก .. ดูหน้าชานยอลสิ เขาแทบอยากจะเอารีโมททีวีเขกหัวตัวเองด้วยซ้ำ

ช่วยเขกฉันด้วยอีกคน.. ถ้าแม่จับได้

{ เพื่อน? เพื่อนคนไหน แม่ขอคุยด้วยได้มั้ย ลูกไปรบกวนเค้ารึเปล่า? }

“ลู่หานครับ .. เป็นหัวหน้าห้องผมเอง โชคดีบ้านเขาอยู่ใกล้สถานี ตอนฝนตกผมไม่รู้จะไปพักที่ไหน แถมแบตโทรศัพท์ก็หมด เลยไปแวะที่บ้านเขา”

{ แม่ขอคุยกับแม่เขาหน่อยได้มั้ย เกิดลูกไปรบกวนบ้านเค้าจะทำยังไง หืม? }

“เอ่อ คือว่า เรื่องนั้น..”

ฟึบ..

“สวัสดีครับ ผมพี่ชายของลู่หานเอง”

หูโทรศัพท์ถูกฉวยไปโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว และคนที่มาแย่งไปก็คือ พี่จีฮุนนั่นเอง อันที่จริง.. ตอนนี้พี่ชายทุกคนก็เริ่มทยอยเดินมาในบริเวณใกล้เคียงกับที่พวกเราอยู่ เอ๊ะ.. หรือพวกเขาแอบฟังอยู่นานแล้ว?

พี่จีฮุนอยู่ในชุดนอนขายาวลายทาง สวมสลิปเปอร์สีฟ้าอ่อน ผมหน้าม้าของเขาเรียบแป้ ท่าทางการคุยโทรศัพท์ที่สุดแสนชิลของเขามันทำให้หน้าของปาร์คชานยอลทับซ้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็แหงล่ะ.. เขาเป็นพี่น้องกันนี่เนอะ

“อ่อ ครับไม่ต้องห่วงเลย แบคฮยอนไม่ได้รบกวนอะไรครับ .. อ๋อ อย่างงั้นเหรอครับ”

“หมอนั่นทำอะไรน่ะ” พี่แจฮยอนทำหน้าเอือมแล้วกระซิบถามพี่จูฮยอก

“ไม่รู้สิพี่ แต่น่าสนุกดีนะ ว่ามั้ย ฮ่ะๆ”

แม้ว่าพี่จูฮยอกกับพี่แจฮยอนจะแอบคุยกันอย่างลับๆ และดูสนุกสนาน สนใจกับสิ่งที่พี่จีฮุนทำอยู่บ้าง แต่ก็มีสองคนที่ดูสนุกอย่างออกนอกหน้า โดยไม่เกรงใจผมสักนิด ไม่ต้องสืบหรอกว่าเป็นใคร.. พี่จองชิน กับ ปาร์คชานยอลไง..

“พรุ่งนี้ผมจะไปส่งให้เองครับ ไม่ต้องห่วง ครับ.. แล้วผมจะบอกให้ ครับ ครับ.. สวัสดีครับ”

กึก!

เหมือนได้ยินเสียงกระพริบตาดัง ปริบๆ ออกมาจากทุกคน เมื่อพี่จีฮุนวางสายโทรศัพท์ลง

“เอ่อ คือ.. แม่ว่ายังไง.. บ้างครับ?” ผมถาม

“อืม.. ว่าไงดีน้า” แต่พี่ชายก็ยึกยัก ทำหน้ากวนประสาทเหมือนน้องของเขาไม่มีผิด .. คนบ้านนี้จะขี้แกล้งกันเกินไปแล้ว

“โถ่พี่ บอกมาสักทีเหอะน่า” ชานยอลโวย

“ฮิ..” พี่เขายิ้ม แล้ววางมือลงบนหัวของผม มือของชานยอลที่ว่าใหญ่แล้ว ยังเทียบกับมือของพี่จีฮุนไม่ได้เลย แล้วที่เขายิ้มหมายความว่ายังไงน่ะ? “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ คืนนี้ก็ค้างที่นี่แล้วกัน หมดเรื่องฉันแล้ว เจ้าชานยอล ดูแลแฟนดีๆ ด้วยล่ะ บ้าย.. ฝันดี”

“ไม่ใช่แฟน! เพื่อน!

“ลั้ลลา..”

และแล้ว.. พี่จีฮุนก็เดินจากไป พร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้พวกเราที่ยืนอึ้งอยู่ข้างหลัง ขายาวของเขาก้าวไปยังห้องทำงาน และประตูก็ปิดดังปังไปในที่สุด.. ผมกำลังจะหันไปบอกชานยอลพอดี ว่าเราควรไปเก็บของให้เข้าที่ ดีกว่านั่งเฉยๆ ตรงนี้ แต่ก็ต้องสตั๊นไป เมื่อเห็นว่าเขายืนกัดฟันกรอดเหมือนเด็กน้อย กำมือแน่น แล้วใบหน้าก็แด้งแดงเป็นลูกมะเขือเทศ

“เป็นอะไรน่ะ”

“ฮ่ะๆ หมอนี่มันขี้เขินน่ะ คนอะไรแกล้งแล้วตลกชะมัด” พี่จองชินเสริมแล้วเดินมาตบบ่าชานยอลตุบๆ สองที จากนั้นก็เดินหายขึ้นบันไดไปอีกคน เอ้อ.. คนบ้านนี้เขายังไงเนอะ ชอบหยอกกันไปมา อ่อไม่สิ.. นี่แหละนิสัยปาร์คชานยอลเลย ก่อนหน้านี้เขาก็ชอบหยอกให้ผมไม่พอใจเล่นๆ แล้วก็หนีหายไปแบบนี้หนิ สงสัยจะเก็บกดสินะ

“ระวังตัวไว้นะน้องแบค” สุดท้ายก็ยังอุส่าห์ตะโกนไล่ลงมาจากชั้นบน ผมได้แต่มองตาม.. แล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก

“อย่าไปคิดมากเลย กลับเข้าห้องไปกันเถอะ อ่อ.. แต่ถ้ายังเบื่อๆ ขี้เกียจขึ้นไปนั่งบนห้องรกๆ นั่นล่ะก็ จะดูหนังรอบดึกกับฉันข้างล่างก่อนก็ได้นะ” พี่จูฮยอกหันมาพูดกับผม

“อ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากกวน.. ชานยอล” เมื่อพูดกับพี่เสร็จผมจึงหันไปทางหมอนั่นที่ยังยืนแข็งเป็นหินเหมือนโดนเมดูซ่าสาป ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยเขาให้รู้สึกตัวสักที

“ไปกันเหอะ ขึ้นข้างบน วันนี้ฉันเหนื่อนแล้ว”

“อ่อ อืม” เมื่อสติกลับมาเขาก็เริ่มฉุดกระชากลากถูผมอีกครั้ง และพาขึ้นบันไดไปโดยไม่ร่ำลากับพี่ชายอีกสองคนที่เหลือ จะมีก็แต่พี่แจฮยอนที่บอกว่าถ้าหากผ้านวมไม่พอก็ให้มาบอกพี่เขาได้ แล้วก็บลาๆ ต่างๆ นานา ที่ผมยังไม่ทันฟัง ชานยอลก็ปิดประตูห้องดังปังซะก่อน

“เอาแต่ใจจริงๆ นี่นายทำกับพี่ชายแบบนี้ทุกวันเลยรึเปล่าเนี่ย” ผมบ่น และสลัดมือออกจากพันธนาการของชานยอล

“อยู่บ้านฉันแล้วยังจะทำเก่งอีกนะ”

“อ๋อ มันมีกฏด้วยเหรอ ว่าไปบ้านนายแล้วฉันต้องยอมสยบให้ ใครทำตัวไม่เข้าท่า ฉันก็บ่นทั้งนั้นแหละ ถ้ามันเป็นเรื่องที่สมควรบ่น”

“เออๆ รู้แล้วน่า พูดมากจริงๆ”

เขาทิ้งให้ผมยืนกอดอกอยู่หน้าประตูแล้วก็เดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงดื้อๆ สภาพเขาไม่ต่างจากคนคุกที่ติดมาสิบปีแล้วเพิ่งได้สัมผัสเตียงครั้งแรก อุบาทจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ วันนี้ผมเองก็ยังเหนื่อยเลย ไม่คิดด้วยซ้ำว่าสุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการมาค้างบ้านหมอนี่..

“อะ จริงด้วย”

“หืม?”

“ฉันลืมนี่ไปสนิทเลย”

ผมเหลือบไปเห็นหนังสือ Shivering ที่ซื้อจากร้านมาวันนี้อยู่บนโต๊ะของชานยอลพอดี จึงเดินเข้าไปตรวจเช็คสภาพของมันว่าบุบสลายตรงไหนรึเปล่า หมอนั่นเองก็ผงกหัวของมามองผมนิดหน่อย ก่อนจะฟุบลงไปอย่างเดิมเหมือนหมาหมดแรง แต่ตาก็ยังมองอย่างไม่ลดละ

“นี่นายคิดถึงแต่เรื่องหนังสือตลอดเลยเหรอ อย่าบอกนะว่าอ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน?”

“ก็ไม่เชิง ..บางครั้งก็อ่าน แต่ถ้าไม่อ่านก็จะฝึกทำโจทย์เลย”

“ห้ะ! ฝึกทำโจทย์ โอ้โฮ.. เด็กหลังเขานี่มัน อเมซซิ่ง..”

“นี่นายประชดฉันอยู่รึเปล่า.. =_=

“เปล๊า นี่คำชมเลยนะ.. คำชม จากปาร์คชานยอลเชียวนา..”

เนี่ยแหละ ที่ไม่คิดว่าเป็นคำชมเลยสักนิด หน้านายมันขัดเอามากๆ เหมือนกับกำลังด่าฉันอยู่ต่างหาก..

“เหรอ” ผมแอบเบะปาก แล้วยกของออกจากเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือของปาร์คชานยอลให้มันว่างพอที่จะนั่งได้ เพราะในตอนแรกมันระเกะระกะไปด้วยกองแผ่นเกมมหาศาล “นี่นายเคยใช้โต๊ะเขียนหนังสือบ้างรึเปล่าเนี่ย ทำไมมันถึงได้รกขนาดนี้”

“คิดว่าไงล่ะ” เหอะ.. ยังมีหน้ามาถามอีก แสดงว่าไม่เคยใช้เลยล่ะสิท่า เชื่อเขาเลย

“ไม่”

“ก็ตามนั้น..”

“เอ้า แล้วนายทำการบ้านยังไงอ่ะ อ่านหนังสือเอย จดบันทึกเอย นี่อย่าบอกนะว่า..” เราสองคนมองหน้ากัน แต่มันคนละความหมาย .. ผมมองเพราะไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเห็นตัวขี้เกียจไรๆ นอนแผ่อยู่บนเตียงตัวจริงเสียงจริงแล้ว ในขณะที่เขาทำหน้าเหมือน ลิงบาบูนนอนแคะขี้มูกอยู่บนต้นไม้

“ใช่ ไม่เคย ฉันใช้ชีวิตอยู่บนเตียงเท่านั้น”

“มิน่า..”

ถึงได้ฉลาดขนาดนี้

ประชดนะ สาบานได้..

“อะไรเล่า” เขาส่งเสียงหึ่งๆ ไม่พอใจมาสักแปปแล้วก็เงียบไป ผมลอบมองดูเขาที่ผึ่งนอนอยู่กลางเตียง หงายหน้ามองเพด้านและตีขาแขนฟึบฟับไปมา ชานยอลไม่ได้ใส่ชุดนอนขายาว เขาใส่เสื้อยืด กับกางเกงสามส่วนผ้าฝ้ายธรรมดา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาในมุมที่ต่างจากที่เคย

ตึกตัก..

เสียงหัวใจทำร่างกายผมสั่นไปหมด ไม่รู้ว่าครั้งนี้เพราะผมเผลอคิดไปถึงเรื่องเขากับผู้หญิงคนอื่นบนเตียงนั่นรึเปล่า อึ๋ย.. ไม่น่าเลยเนอะ แต่เตียงนั่นมันดูมีรังสีแปลกๆ นี่นา ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ชานยอลก็ไม่ได้เป็นผู้ชายธรรมดาสักหน่อย มันต้องมีเรื่องผู้หญิงอะไรทำนองนั้นบ้างแน่ๆ

ผมจะ .. ไม่เข้าใกล้เตียงนั่น

เด็ดขาด

“มาเล่นเกมกันมั้ย”

“ฮะ..?” ผมสะดุ้งเมื่อเขาโพร่งออกมา ชานยอลกระเด้งตัวขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง สองมือเขาประสานอยู่ที่แข้ง ทำหน้าตาครึกครื้นเหมือนนึกอะไรดีๆ ออก.. เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ?

“ตกใจอะไร ฉันแค่ชวนนายเล่นเกม”

“อ้อ เหรอ อืม.. เอาสิ เกมอะไรล่ะ?”

“ก็แค่เป่ายิ้งฉุบธรรมดา”

มันดูมีอะไรผิดปกติว่ามั้ย.. ชานยอลเนี่ยนะ? เล่นเป่ายิ้งฉุบธรรมดาๆ น่ะ? รู้สึกไม่ชอบมาพากลยังไงก็ไม่รู้แฮะ

“นายแน่ใจนะ?”

“แน่สิ”

“ทำไมมันดู.. อันตรายแปลกๆ”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า ชนะก็แค่ดีใจ คนแพ้ก็โดนลงโทษ”

“ลงโทษ? โทษอะไร”

“ก็ตัวอย่างเช่น หยิกหลังมือ ดีดมะกอก อะไรก็เยอะแยะ นี่นายไม่เคยเล่นเป่ายิ้งฉุบเหรอตะพาบ ทำไมถามมากจัง ฮึ่ย”

เอ้า.. ก็คนเขากลัวเสียเปรียบนี่หว่า แล้วนี่ยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าอยู่กับนาย อะไรมันก็ไม่เคยธรรมดาเลยสำหรับฉัน เพราะมันมีแต่เรื่องซวยเต็มไปหมด เหมือนกำลังเล่นวิ่งไล่จับกับผีเปรต ไม่ก็มัจจุราชอยู่ต่างหาก ครั้งนี้ก็คงเป่ายิ้งฉุบกับสัมภเวสีล่ะมั้ง

“อ่ะๆ เล่นก็เล่น .. ทำไงล่ะ”

“นายนี่มันโบราณเป็นเต่าจริงๆ นี่.. ก็แค่พอนับพูด เป่ายิ้งฉุบ นายก็ออกอะไรมาก็ได้ ค้อน กระดาษ กรรไกร จบป่ะ เอ้อ.. ไม่เอาพวกตะปู ไฟแช็ค อะไรแบบนี้นะเฟ้ย..”

“หา? มีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ?” เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ ปกติก็เล่นแต่ กระดาษ ค้อน กรรไกร

“มีเซ่ ตอนฉันเด็กๆ ฉันโดนเพื่อนเกง พอออกกระดาษ แล้วมันแม่งออกอะไรไม่รู้คล้ายๆ ทำท่าโป้ง ฉันก็คิดว่ามันออกค้อน ที่ไหนได้ มันบอกมันออกไฟแช็ค เผากระดาษไหม้ สรุป มันชนะ”

“ห้ะ?”

“เออ”

“เชื่อเลย..” นี่มันไม่ยุติธรรม ไม่แปลกที่หมอนี่จะจำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ ตลกแฮะ “ช่างแม่งเรื่องปัญญาอ่อนเหอะ เรามาเริ่มเล่นกันดีกว่า มานี่ดิ”

เขาตบที่นอนปุๆ สองสามทีใกล้บริเวณที่เขานั่งอยู่ เพื่อเรียกให้ผมเข้าไปใกล้ แต่.. ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่แตะต้องเตียงนั่นเด็ดขาด ไม่.. ไม่!

ผมส่ายหน้า “มะ ไม่ล่ะ”

“เอ้า นั่งตรงนั้นมันไกล ฉันมองไม่เห็น”

“ให้ยืมแว่นฉันก่อนมั้ย?” สาบานได้..นี่ไม่ได้เล่นมุก แค่อยากยื้อเวลา..

“บยอนแบคฮยอน ฉันไม่เล่นนะ”

“โอ้ย ก็บอกว่าไม่นั่งตรงนั้น จะนั่งตรงนี้..”

“เอ้อ .. ตามใจ”

ชานยอลยอมลามือ และเขาก็ยืดเส้นยืดสายด้วยท่าทางชิล “งั้นมา!” เขาส่งสัญญาณว่าเกมเริ่ม เราได้แต่แอบมองอีกฝ่าย แล้วคิดว่าจะออกอะไร ชานยอลผสานมือกันไว้ด้านหน้าแล้วทำมือห่อๆ เหมือนแอบมองอะไรบางอย่างจากด้านในมือตัวเอง อะไรอ่ะ.. นั่นท่าเรียกขวัญเรอะ? หรือร่ายมนต์อะไร ทำไมลีลาเยอะจัง

“ห้ามออกช้า ห้ามขี้โกง ใครแพ้โดนทำโทษ..เป่า ยิ้ง ฉุบ!

ผลก็คือ..

ชานยอลออกค้อน

ผมออกกรรไกร

ชานยอลชนะ.. =_=

“ฮุฮุ ฉันชนะ เอาล่ะ.. จงโดนทำโทษซะ” เขาถูมือเข้าด้วยกันด้วยท่าทางสะใจ กะอีกแค่ผมโดนดีดมะกอก ไม่ก็โดนหยิก ทำไมต้องทำท่าดีอกดีใจขนาดนั้น ไอ้คนชอบใช้กำลังเอ้ย.. บ้าบอที่สุด แล้วทำไมผมจะต้องมาเล่นเกมเด็กประถมกับเขาด้วยเนี่ย สงสัยอยู่..

“อ่ะ” ผมแบมือแล้วยื่นให้เขา

“ใครว่าโทษของนายคือการยื่นมือให้ฉันเล่า”

“ห้ะ? งั้นอะไรล่ะ”

เขามองตาผมอย่างมีเล่ศนัย ก่อนจะกระแอม ฮึ่มแฮ่ม แล้วตบที่เตียงปุๆ อีกครั้ง “มานั่งนี่”

“เอ้ะ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง”

“รู้ แต่นายแพ้เกม นายต้องโดนลงโทษ และโทษของนายคือการมานั่งกับฉัน บนเตียงนี่”

“ก็ไหนเราตกลงกันไว้ว่าโทษแค่หยิก ไม่ก็โดนดีดมะกอกไง ไม่เป็นสัญญาหนิ ฉันเลิกเล่น”

“ใครว่าไม่เป็นสัญญา ฉันบอกใครแพ้ก็ต้องโดนลงโทษ และโทษก็ระบุแค่ตัวอย่างเท่านั้น ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าโทษจะมีแค่หยิก กับ ดีดมะกอก กฏมันเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า..”

ว่าแล้วเชียว.. ว่าเกมปาร์คชานยอลมันต้องไม่ธรรมดา สุดท้ายผมก็ต้องมาเล่นเป่ายิ้งฉุบกับผีเปรตอย่างที่เดาไว้ไม่มีผิด โถ่เอ้ย แต่ใครล่ะจะยอม นี่มันเกมนะ ไม่ใช่เงื่อนไขหลังคูปองส่วนลดในห้างดอกบัว จะมาเปลี่ยนแปลงโดยไม่บอกกล่าวได้ไง ไม่รู้ล่ะ โมฆะ ไม่เล่น!

“สุดท้ายนายก็เล่นพิเรนทร์อย่างที่ฉันเดาไว้ไม่มีผิด นี่..คิดว่าตัวเองเป็นใคร ทำไมฉันจะต้องทำตาม”

“ฉันคือปาร์คชานยอล”

“...”

“และถ้าหากนายไม่ยอมทำตาม ฉันก็จะทำแบบนี้”

ขาวยาวของเขาสาวเข้ามาไม่กี่ก้าวก็ประชิดตัวผมได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อคำพูดนั่นจบลง เขาก็ประทับริมฝีปากลงมา มันแนบสนิทจนผมไม่สามารถจะพูด หรือเถียงอะไรได้อีก มือของเขาล็อคท้ายทอยผมไว้หลวมๆ สัมผัสจากริมฝีปากมันอุ่นจนแทบจะร้อน ผมรู้สึกว่าปากตัวเองเหมือนกับกลีบดอกไม้ ที่มันใกล้จะมอดไหม้ในไม่ช้า .. ผมอยากจะขัดขืน อยากจะดิ้น หรือไม่ก็เขกกบาลเขาแรงๆ สักทีให้เข็ดหลาบ แต่มันก็นึกอะไรไม่ออกเลย หัวมันว่าง มือมันก็ทื่อ หัวใจผมเต้นอยู่รึเปล่ายังไม่รู้ด้วยซ้ำ

โอย.. ปล่อยเซ่

“อื้อ!” ผมประท้วงเมื่อหัวขาวโพลนเริ่มคืนสติให้ผมเบาบาง เพราะหมอนั่นใช้ฟันงับลงมาที่กลีบปากล่างผมจังๆ ด้วยความตั้งใจ แม้มันจะไม่ได้เจ็บหรือแรงมาก แต่มันก็มากพอที่ทำให้ผมสะดุ้งได้ ที่น่าเจ็บใจกว่าคือ มือที่ใหญ่ยักษ์เป็นใบลานของเขา ยังยึดบริเวณท้ายทอยของผมอย่างมั่นคง ถึงอยากจะหันหนี ก็ทำไม่ได้เลย

“มะ มันเจ็บ!” เมื่อเขาผละริมฝีปากออก แต่ก็ยังไม่ได้ห่างออกไปไกลมากนัก ผมก็บ่นทันทีด้วยความไม่พอใจ แต่มันก็สับสนนิดๆ มันไม่ได้โกรธ หรือไม่ได้เฉยชาเหมือนกับตอนแรก มันบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง อยากจะด่าให้มันสมองของหมอนี่ตื่นมาเต้นระบำด้วยซ้ำ แต่พอมองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้ว .. คำพูดของผมก็มันหายลงคอหอยไปหมด

“เมื่อกี้ฉันแค่เตือน เอาล่ะ..” เขาจ้องตาผม “คราวนี้จะยอมเชื่อฟังคำสั่งฉันดีๆ ได้รึยัง?”

ผมได้แต่ทำตาปะหลับปะเหลือบไปมาแล้วก็พยักหน้าตกลง ชานยอลก็คลี่ยิ้มน้อยๆ บริเวณมุมปากออกมาทันที มันเป็นรอยยิ้มที่.. ถ้าพวกผู้หญิงกระดิ่งกระพรวนของเขามาเห็นก็คงระลายคาพื้นปูนไปเลย

เพราะยิ้มนั่น.. ก็ทำใจผมเต้นได้ด้วย

“แค่นี้ก็หมดเรื่องแล้ว ชอบให้ใช้กำลังเรื่อย”

ชานยอลยิ้มกริ่มอย่างพอใจก่อนจะลากผมไปนั่งที่เตียง .. เขาทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าก่อนหน้านี้เราแค่เล่นขายของกันเฉยๆ ผมเองก็อยากจะคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ใจผมนี่สิกำลังเริ่มสงสัย..

จริงๆ แล้วหมอนี่ คงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมเป็นโรคภูมิแพ้จังหวะร็อค..

 





งื่อ..

#FicSayByun

 

 

 © themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

1,199 ความคิดเห็น

  1. #1165 Pinkuplatong (@kimozetsu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 16:28
    ชอบจังเลย ครอบครัวนี่ เข้ากันเป็นปี่เป้นขลุ่ยเชียว ชานยอลเอ่ย รุกหนักมากนะ
    #1165
    0
  2. #1144 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:46
    เอะอะจูบเอะอะเผด็จการ
    #1144
    0
  3. #1070 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:07
    น้องชานยอล น้องเย้ก ตะไมนุไปจูบเค้าแบบนั้น
    #1070
    0
  4. #1047 WANBABE (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 11:16
    หาเรื่องจูบเค้าได้ตลอดดดด
    #1047
    0
  5. #1037 LADYGIFTZY (@ladygiftzy0107) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 00:10
    เอะอะ จูบตลอดเลยยยย
    #1037
    0
  6. #941 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 23:35
    โอ้โหๆ ไวไฟจริงๆเยย นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะเนี่ยยยย
    #941
    0
  7. #845 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 16:52
    แม่ขาหนูอยากไปติดฝนบ้านพี่เค้าคะ
    #845
    0
  8. #745 Nook Kra (@nongnookpoohza) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:40
    ฮื่ออออออ เขาน่ารักค่ะแม่
    #745
    0
  9. #668 Nursery*purr-fect (@NurseryAha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    จูบอีกแล้ววววว เป็นแฟนเลยมั้ยล่ะ
    #668
    0
  10. #579 Ppp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 21:20
    เพื่อนที่ไหนจูบกันอย่างนี้

    โอ้ยยยยยย เปนแฟนเถอะค่ะะะะ
    #579
    0
  11. #550 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 18:43
    จูบกันเยอะขนาดนี้เป็นแฟนกันเลยมะ
    #550
    0
  12. #535 ` PuGun. (@pugunlovetonorit) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 15:36
    จูบไป 3 รอบและ ชานยอลก็ไม่จีบเขาตรงๆสักที จูบไป 3 รอบและ แบคฮยอนก็พึ่งจะรู้ว่าที่หัวใจเต้นแรงเพราะชานยอล
    ตายๆแต่ละคน555555555555555555555555
    #535
    0
  13. #506 babemay (@maylovelovekz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 09:02
    โดนจูบสามรอบละโอ้ย555555555 ชอบพี่น้องบ้านนี้มากไม่รู้ทำไม น่าร้าก
    #506
    0
  14. #491 bjokbvxzz (@narumon_2913) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 17:10
    จูบ3ครั้งแล้วยังไม่ได้เป็นแฟนกันซักที โอ๊ยย5555
    #491
    0
  15. #474 WANBABE (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 00:09
    อยากจูบก็บอกไปสิชานยอล ร้ายจริงงงๆ
    #474
    0
  16. #455 kkimmaggurren (@kimaguren) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 19:35
    ชานยอลแม่ม เด๋วจูบเด๋วขบ ลูกเจ้ช้ำหมด
    #455
    0
  17. #423 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 19:35
    เห็นด้วยกับแบคนะ ชานยอลนี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็ดีเนอะชีวิตไม่ราบเรียบดี?? จูบแบคอีกแล้วววว
    #423
    0
  18. #399 Park.k_Kwancheses (@MY_MI_ND_zZ) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 08:17
    ชานย๊อลลลล ชานยอลอ้อยมาก เนียนไปดิ โหยยยย น่ารักหวะ ชอชคาแร็กเตอร์แบบนี้อะ ตัวละครดูดีมีหลายมิติดี
    #399
    0
  19. #396 อิ อิ (@fds_513) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 00:19
    งื้ออออออออออออออออออออออออออออออ น่ารักมากอ่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    พี่จีฮุนคุยอะไรกับแม่แบคนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากไปอยู่บ้านพี่ชานเลย คงหรรษาน่าดู ฮ่าๆๆๆๆ
    แล้วเดี๋ยวนี้ก็เอะอะจูบ เอะอะลากตลอดเลยนะชานยอล อิอิ หวั่นไหวกันอีกๆๆๆๆๆๆ หวั่นไหวกันเยอะๆเลย อิอิ
    #396
    0
  20. #395 XMCB_BB (@pornkanok2557) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 14:41
    โรคภูมิแพ้บ้าอะไรของแกอะแบค แปลกมากกกกก55555
    #395
    0
  21. #391 tinypenguinx (@tinypenguinx) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 10:04
    ตอนหน้าเนี่ยทำโทษจับกดลงเตียง 5555
    #391
    0
  22. #388 realnattanicha (@funnykyuhyun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 09:31
    จูบอีกแล้ววว คนฉวยโอกาส5555555
    #388
    0
  23. #386 pearr-i (@pearr-i) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 08:35
    โรคภูมิแพ้จังหวะร็อค 555555
    ตอนนี้เขินอ่าา ชานยอลทำไรไม่รู้ มางั่มๆปากแบคฮยอนแบบนี้
    #386
    0
  24. #384 cblyx (@tenly0627) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 03:22
    ชานยอลขี้โกงอีกล้าาาา เอะอะจูบแบค ปากเปื่อยหมดแล้วมั้งฮืออ;-;
    #384
    0
  25. #383 apcy (@poupaeng) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 02:51
    -//////- เขินอ่ะ
    #383
    0