Say my name, please - ChanBaek ♥

ตอนที่ 29 : Say my name, please |twentysixth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    20 ม.ค. 60


Say my name, please

Let's pretend i'm not be myself . what i want to talk to you about..






 

เรื่องที่ผมบอกว่าจะไม่คิดถึงหมอนั่นน่ะ มันเป็นเรื่องไม่จริงหรอก

ทั้งหมดนั่นก็แค่เรื่องโกหกเท่านั้นแหละ

คงไม่มีมนุษย์คนไหน เก่งจนถึงขั้นสั่งการหัวใจตัวเองได้ ว่าให้รู้สึกอะไร หรือไม่รู้สึกอะไร ถ้าสมมติว่าผมสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ ผมก็คงเลือกที่จะสั่งให้ตัวเองเกลียดปาร์คชานยอลก่อนเลยเป็นอันดับแรก

เกลียดเขาให้เหมือนวันแรกที่ผมคิดว่าจะเกลียด

แต่บนโลกของบยอนแบคฮยอน .. แน่นอนว่าจะไม่มีตรรกะง่ายๆ แบบนั้นเกิดขึ้น ซึ่งบอกเลยว่าจริงๆ แล้วผมก็ค่อนข้างเกลียดที่ตัวเองเป็นแบบนั้น เพิ่งมาเกลียดได้ไม่นานนี้แหละ.. ก็ตั้งแต่ที่ผมได้รู้จักกับหมอนั่นไง

“...”

“...”

ขอกรอกลับไปเมื่อตอนที่แล้วสักเดี๋ยวได้มั้ย .. มันถึงไหนแล้วนะ

อ๋อใช่.. หลังจากที่ผมเห็นปาร์คชานยอลกับแฟนสาวของเขาใต้ต้นไม้ประดับไฟ ผมออกเดินไปข้างหน้า ก่อนฝีเท้านั้นจะเร่งความเร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่งในที่สุด ผมแปลกใจที่ตัวเองสามารถวิ่งได้เร็วขนาดนักวิ่งมาราธอนที่ต้องการทำเวลา ตกใจที่ตัวเองตาดียิ่งกว่าเสือชีต้าในทุ่งสะวันนา ตกใจที่ลมคืนนี้มันหนาวยิ่งกว่าคืนไหนๆ ตกใจที่ตัวเองหอบแฮ่กจนคอแหบแห้ง ไม่มีเสียงแม้แต่จะเปล่งออกไป

ตกใจที่จู่ๆ พอรู้ตัวตัวเองก็หยิบหินขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้ว.. และ

ปิ๊งป่อง..

ผมเขวี้ยงมันออกไป

ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเด็กเรียนหลังเขาอย่างผมถึงเกิดอยากเกเร ทำลายข้าวของโรงเรียนขึ้นมาซะอย่างงั้น แต่สบายใจได้ผมไม่ได้เขวี้ยงก้อนหินเพื่อทำลายกระจก ผมไม่ได้เขวี้ยงก้อนหินเพื่อทำกำแพงเป็นรอย แต่ที่ผมเขวี้ยงก้อนหินก็เพื่อ..

ตั้งใจจะให้มันกระแทกเข้าแผ่นหลังของปาร์คชานยอลยังไงล่ะ

แน่นอนว่าผมไม่ได้มีเจตนาอยากทำร้ายร่างกายคนหรอก ตอนนี้ก็ยังคิดว่า ดีเท่าไหร่แล้วที่หินก้อนนั้นไม่เกิดโดนหัวเขาขึ้นมา ไม่งั้นเลือดคงอาบท่วมหน้าหมอนั่นแน่ = =

ปาร์คชานยอลชะงัก.. เขาหันมามองทางผม ด้วยสายคล้ายกับตอนเวนดี้เห็นทิงเกอร์เบลครั้งแรก มันเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ความตั้งคำถาม ความไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเขาเห็นน่ะ มันใช่ตัวจริง ไม่ใช่ภาพลวงตา

แล้วตอนนั้นผมทำอะไรน่ะเหรอ .. อ๋อ ผมก็ก้มหน้างุด แล้วเดินจ้ำเอาๆ คล้ายกับเด็กป.สี่ที่แตะบอลโดนเด็กผู้หญิงจนร้องไห้ ก็เลยต้องเดินหนีไง โง่สุดๆ เลยว่ามั้ย? ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะทำอะไรได้โง่เท่าที่ตัวเองทำวันนี้เลย

แล้วมันยังไงรู้มั้ย.. ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าโง่หนักเข้าไปอีก เมื่อค้นพบว่า ตอนเงยหน้าขึ้นมา แล้วเห็นปาร์คชานยอลยืนอยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง

ผมเหมือนเห็นวาทยากร ยืนอยู่กลางโพเดียม กำลังโบกสะบัดไม้ในมือ สั่งการวงออเครสต้าให้เริ่มบรรเลง บรรเลง และบรรเลง จากเสียงที่แผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ ใส่น้ำหนักมากขึ้น มากขึ้น จนเสียงไวโอลิน สูงโด่งไปผสานกับเชลโล่ ก่อนที่ทั้งวงจะกระหึ่มดัง พาให้ใจทั้งใจของผมสั่นไหวไปหมด

วาทยากรในใจของผม.. ทำงานหนักมากจริงๆ เลยนะ

เอาล่ะ .. ไม่ต้องเอากระจกมาส่องหน้าผมหรอก ผมพอจะรู้ว่หน้าของผมคงจะเหวอ เด๋อด๋า และงี่เง่ามากที่สุด มากพอที่จะทำให้ปาร์คชานยอลขำได้ (ถ้าหากเขาอารมณ์ดี) และมากพอที่จะทำให้เขาชกหน้าผมได้ (ถ้าหากว่าเขาเกิดรำคาญขึ้นมา)

ความโง่อย่างต่อไปที่ผมอยากจะลองทำดูคือ แกล้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาซะ แล้วแกล้งเดินผ่านหน้าเขาไป ประหนึ่งว่าปาร์คชานยอลสวมผ้าคลุมล่องหนอยู่ ผมไม่เคยเห็นเขา ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น

หรือไม่ก็..

ผมจะตะโกนให้พี่คริสออกมารับ จะตะโกนให้คนในบ้านได้ยินจนต้องเปิดประตูออกมาดู แน่นอนว่าถ้าหากแม่ผมเห็นหน้าปาร์คชานยอลล่ะก็ เขาจะโดนไล่ไปจากหน้าบ้านผมอย่างไม่ยาก แต่ผลเสียอาจตามมาหลังจากนั้น.. คือ ผมกับเขา เราอาจไม่มีวันกลับไปเป็นอย่างเดิมได้อีก

แต่ผมบอกแล้วใช่ไหม.. ว่าโลกของผู้ชายที่ชื่อบยอนแบคฮยอน จะไม่มีเรื่องบ้าๆ แบบนั้นเกิดขึ้นแน่ๆ ผมจะไม่เลือกทำทั้งอย่างแรก และอย่างหลัง เพราะไม่ว่าจะแกล้งทำไม่เห็นหมอนั่นวันนี้ หรือไล่เขาไปในวันหน้า สุดท้ายมันก็จะมีแต่ผมเองที่ย่ำอยู่กับที่

บ้ามากเลยจริงมั้ย

“...”

ผมกับปาร์คชานยอล .. เราทั้งคู่น่ะแหละ มองหน้ากันเหมือนมีอะไรติดอยู่ที่หน้าอีกฝ่าย เขาไม่พูด ผมก็ไม่พูด ท้ายที่สุดผมเลยเดินเข้าไปใกล้เขา ก่อนจะยกมือขึ้นสูงถึงระดับหน้าหมอนั่น ผมตีมือไปมาในอากาศ คล้ายกับจะตบโดนหน้าเขา แต่ผมก็ไม่ได้ทำหรอก

ชานยอลมองตาผมประหนึ่งยักษ์ที่ต้องการฆ่าแจ็คให้ตายคามือ แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไร ผมรู้สึกว่ามันต้องไม่ดีแน่ๆ ถ้าหากผมจะปล่อยให้สายตานั่นจับจ้องอยู่แบบนั้น สุดท้ายผมจึงลามือไป แล้วปล่อยแขนลงข้างลำตัวเช่นเดิม

“นี่” ผมเอ่ยขึ้น ในขณะที่เสมองไปยังประตูบ้าน ก่อนจะหันมามองเขาอีกครั้ง “เจ็บมั้ย”

“...” ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรผมเลยสักคำ แต่แปลกที่ผมเหมือนได้ยินเสียงเป็นร้อยเป็นพัน ออกมาจากเขา เพียงแค่ผมมองหน้าหมอเขาเท่านั้น ดวงตากลมโตสีดำสนิทมองใบหน้าผมคล้ายกำลังสำรวจ เรียวคิ้วของเขายกขึ้น ผนวกกับมุมปากที่คว่ำลงน้อยๆ

เขาทำหน้าเป็นเชิงตั้งคำถามว่า ผมมีสิทธิ์ถามคำถามนั้นกับเขาเหรอ

“ก็ดีแล้วล่ะ” ผมตอบพร้อมทำหน้าเอือม “ถ้าพลาดโดนหัวนายคงจะแย่”

“...”

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดี หรือไม่ดีกันแน่ ที่ปาร์คชานยอลเลือกที่จะไม่พูดอะไรเลย นอกจากทำสีหน้าแตกต่างไปตามสิ่งที่เขารู้สึก แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่หรอก แต่อีกใจนึงผมก็รู้สึกแย่ ยิ่งเวลาที่สายตาเราเคลื่อนมาบรรจบกันโดยบังเอิญ ผมจะรู้สึกสะดุ้งโหยงขึ้นมาอัตโนมัติ คล้ายกับมีไฟดูด ใจผมเต้นอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่หัวสมองคิดแทบระเบิดว่าผมควรจะพูดอะไรออกไป

ผมต้องการอะไรจากเขากันแน่

“อันที่จริง..”

“...”

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะก้าวร้าวหรอก”

“หา?”

ผมเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของชานยอลดังลอดออกมา ผมแทบกระโดดโหยงถอยหลัง โชคดีที่ผมทำได้แค่หันกลับไปมองหน้าเขา ก่อนจะมองไปอีกทาง เมื่อพบว่าหน้าปาร์คชานยอลไม่ได้อยู่ในอารมณ์พอใจกับคำตอบที่ผมให้เขาสักเท่าไหร่

บ้าเอ้ย ทำไมผมต้องแคร์เขามากขนาดนี้ด้วยเนี่ย = =

“ก็รู้ตัวอีกที ในมือมันก็ถือหินแล้วนี่”

“เชื่อเลย..” เขาบ่นเสียงเอือม “ถ้าเปลี่ยนจากหินเป็นมีดแล้วยังจะมีหน้าพูดแบบนั้นมั้ย”

“อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่มีดแล้วกัน”

แวบนึงผมลืมไปว่าบรรยากาศเรามันโคตรของความมาคุขนาดไหน แต่เมื่อสิ้นคำที่ผมพูด เราก็กลับไปโดนโรคใบ้กินตามเดิม ผมมองไปอีกทาง และชานยอลก็มองไปอีกทาง นี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลย หัวผมจะแหกอยู่แล้ว ผมควรจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

จริงๆ

“ก็ได้ๆ” ผมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ไม่ต้องมายืนเงียบกดดันกันนักหรอก รู้มั้ยหน้านายน่ากลัวมากขนาดไหน”

“ขนาดไหน?”

“ขนาดที่ ถ้าฉันไม่รีบคายมันออกมา นายจะชกหน้าฉัน”

“...”

ชานยอลหยุดบทสนทาลงแค่นั้น นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่

“เรื่องก่อนหน้านี้ฉันขอโทษ ยังไงฉันก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับโอเซฮุน ไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม”

ผมเหล่มองหน้าเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าเขาทำหน้าเหมือนอยากจะเค่นหัวเราะออกมาเต็มแก่ แน่นอนว่าการหัวเราะนั้นไม่ใช่เพราะตลกขบขัน แต่เป็นเพราะ.. เขาอยากจะประชดผมต่างหาก

“ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าตัวเองคงจะหาเหตุผลมาทำให้นายเชื่อไม่ได้ แต่..”

“...”

ก้อนกรวดที่พ่อเป็นคนเอามาเทไว้ที่หน้าบ้าน กลายเป็นส่วนหนึ่งในการเพ่งสมาธิของผม และในแวบถัดมา พวกเราก็กลายเป็นเพื่อนกัน คล้ายกับว่าผมและก้อนกรวด รู้จักกันมาเป็นเวลานาน นานจนกระทั่งผมได้ยินเสียงของพวกมันโห่ร้องให้ผมเดินเข้าไปใกล้ปาร์คชานยอล ใกล้.. ใกล้มากอีก

และกอดเขาทื่อๆ อย่างนั้นแหละ

“ไม่มีมุขง้อที่ดีกว่านี้หรือไง ตะพาบ” ผมได้ยินเสียงเขาผ่านแผ่นอกที่ผมแนบหน้าลงไปอย่างเหม่อลอย แล้วก็ไม่มีแรงมากพอจะงัดตัวเองให้ยืนตรงๆ เพื่อมองหน้าปาร์คชานยอล หรือเดาว่าเขาจะสมเพชผมขนาดไหนด้วย

“ถ้านายอยากให้ฉันคิดมุขออก วันนี้เราคงต้องเซ็ทฉากกันใหม่แล้วล่ะ นายไม่ต้องตามฉันมา และฉันจะปาก้อนหินให้โดนหัวนาย”

“พูดจาเพ้อเจ้อ”

โห.. นี่เราอยู่ในยุคที่ปาร์คชานยอลสามารถด่าผมด้วยประโยคนั้นได้แล้วเหรอ โลกเรานี่มันหมุนเร็วยิ่งกว่าสี่จีในประเทศไทยอีกนะ

“คิดซะว่านี่ไม่ใช่ฉัน”

“ทำไม”

“เพราะฉันกำลังจะบอกนายว่า ฉันรู้สึกผิดต่อนาย” ผมพูดทั้งๆ ที่ยังกอดเขาทื่อๆ และโง่ๆ อยู่แบบนั้น กอดชนิดที่ว่าไม่มีการจัดท่าทางใดๆ แค่เดินเข้าไป ยกแขนขึ้นรวบตัวหมอนั่นเอาไว้ คล้ายกับเด็กหญิงเวลากอดตัวโบโซ่ หรือเท็ดดี้แบร์ หรืออะไรก็ช่างเถอะ

“แล้ว?”

“แล้วฉันก็รู้สึกแย่”

ไม่ใช่แค่แย่ แต่มันแย่ในระดับที่ว่าหัวของผมแทบจะระเบิดด้วยซ้ำ!

“ยังไง” ชานยอลเอ่ยถาม เสียงเขาเหมือนคนที่ได้ทีแล้วขี่แพะไล่ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนั้น ชานยอลเริ่มดิ้นขลุกขลักในขณะที่ผมล็อกตัวเขาไว้ แต่แรงของผมที่กอดเขาไม่อาจชนะแรงดิ้นของหมอนี่ได้ สุดท้ายเขาก็ย้ายมือมาจับไหล่ผม ผละผมออกเพื่อมองหน้า แล้วโชคก็ไม่ค่อยเข้าข้างตรงที่ หน้าเขาดูอารมณ์บ่จอยนิดๆ

“นายจะให้ฉันรู้สึกดีหรือไง ที่เห็นคนที่เคยจูบกับตัวเอง กำลังจะไปจูบกับคนอื่น บ้ารึเปล่า = =

ชานยอลเลิกคิ้วสูงเป็นทำนองถามว่า แล้วยังไงอีก

ผมใช้จังหวะที่ปาร์คชานยอลกางแขนยันผมไว้กลางอากาศ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ แล้วแปะหน้าลงกับแผ่นอกแข็งๆ ของเขาอีกครั้ง มันดังปักจนผมรู้สึกเจ็บ แต่ผมก็ยังยืนยันจะอยู่ในสภาพนั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ.. ก็ได้ผมจะสารภาพ

เพราะว่าผมอายที่จะมองหน้าหมอนั่นแล้วพูดไปด้วยยังไงล่ะ

“แล้วฉันก็รู้สึกแย่..”

“รู้แล้ว จะพูดซ้ำทำไม”

ผมไม่สนใจสิ่งที่ปาร์คชานยอลพ่นออกมา แล้วยืนกรานพูดต่อไป “ฉันเข้าใจแล้ว ว่าคนที่ทำได้แต่มองมันรู้สึกยังไง..”

เมื่อผมหลับตาลง ผมเห็นภาพของชานยอลที่ยืนอยู่ตรงนั้นกับเธอ ฉายซ้ำไปซ้ำมา ถ้าหากว่าผมกินยาบ้าเข้าไป ผมบอกได้เลยว่านี่คือฤทธิ์ของยาที่กักขังผมไว้ในกรง ทำให้ผมเห็นภาพเดิมซ้ำไปซ้ำมา ภาพมันบิดเบี้ยว เหมือนเงาในอ่างน้ำ แต่เมื่อสูดลมหายใจเข้าไปแล้วได้กลิ่นน้ำหอมของปาร์คชานยอล (ที่ไม่แน่ใจว่านั่นคือน้ำหอมรึเปล่า) ก็ทำให้ผมโล่งใจมากเป็นปลิดทิ้ง ที่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้

แม้แผ่นอกเขาจะไม่ได้นิ่มเหมือนในนิยายที่บรรยายเอาไว้ แต่มันกลับแข็งปึกราวกับแผ่นหิน แม้จะเป็นอย่างนั้นก็เหอะ ผมก็รู้สึกโล่งใจอยู่ดี

แต่ก็ออกจะเวอร์ไปสักหน่อยที่.. ทำไมพวกเราต้องมายืนแสดงละครน้ำเน่าแบบนี้ที่หน้าบ้านผมด้วย

“ยังไง?” เขาถาม

“...” ผมแอบถอนหายใจ เพราะรำคาญในความได้ทีขี่แพะไล่ของเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจอีกรอบแล้วอธิบายไปตามตรง “เหมือนโดนไฟช็อตจนสลบ”

“แค่นั้นเองเหรอ”

“หลังจากที่เราสลบแล้วมันรู้สึกอย่างอื่นได้อีกเหรอ = =

“นายสลบจริงรึไง ก็แค่เปรียบเทียบเอง ไม่มีความรู้สึกอย่างอื่นแล้วเรอะ?”

ทั้งผมและเขาต่างก็เงียบกันไปแบบนั้น .. นั่นสิ? หลังจากนั้นที่รู้สึกตามมาอาจจะเป็น ความรู้สึกที่เพิ่งเข้าใจก็ได้มั้ง ว่าตัวผมมันงี่เง่าขนาดไหน

แม้จะไม่เท่าปาร์คชานยอลก็เหอะ

“ก็..”

“อะไร”

“ก็รู้สึกแพ้มั้ง”

“รู้สึกแพ้? แบบไหน?”

นี่นายเป็นครูฝ่ายปกครองหรือยังไง ซักเหลือเกิน!

“แบบที่ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ดีกว่าวิ่งโง่ๆ หนีไปแล้วปล่อยให้นายจูบกับแฟนเก่า”

“ฮายอง?”

“ทำนองนั้น”

เพราะผมจำชื่อเธอไม่ได้ จบนะ

“แล้วมีอะไรอีก”

ปาร์คชานยอลเอ่ยถามต่อ ผมไม่รู้หรอกว่าเขากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่ไม่ต้องให้เดา มันคงจะเป็นใบหน้าที่ยกตนข่มท่านมากๆ แม้ว่าผมจะรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ ผมก็ไม่มีสิทธิ์จะพูด หรือด่าอะไรหมอนั่นหรอก ถูกมั้ย

ตอนนี้ผมเป็นแค่เหยื่อของแพะ ให้เขาขี่ไล่เท่านั้นแหละ ท่องไว้สิ บยอน

“ไม่มี” ผมตอบ

“นายกำลังจะบอกว่านายรู้สึกไม่ดี ที่เห็นฉันอยู่กับฮายอง?”

“มั้ง”

“มีแค่ใช่กับไม่ใช่ .. ไม่มีมั้ง”

“แล้วนายรู้สึกดีรึไง ที่เห็นฉันอยู่กับโอเซฮุน”

เอาอีกแล้ว.. ปาร์คชานยอลทำหน้าเหมือนยักษ์ที่ต้องการจะฆ่าแจ็คอีกครั้ง เป็นสีหน้าที่บอกผมว่า ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะย้อนถามเขาแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ

“...”

“ก็นั่นแหละ..” เรามองหน้ากันแบบที่รู้ว่า ก็นั่นแหละ ของผมมันเป็นความรู้สึกยังไง

ผมแหมะหน้าลงซบชานยอลอยู่แบบเดิม แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เงียบอยู่อึดใจใหญ่แต่มันก็ไม่ได้อึดอัด ก่อนที่ผมจะรู้สึกสะดุ้งนิดๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงของฝ่ามือที่วางไว้บนหัวของตัวเอง

“ถ้าสมมติว่านี่ไม่ใช่ฉัน ฉันจะบอกนายว่า ฉันรู้สึกผิดแล้วจริงๆ” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่แปลกประหลาด ที่ว่าประหลาดนั่นก็เพราะผมสงสัย ว่าทำไมเสียงตัวเองถึงได้สลดลขนาดนั้น

“แล้วถ้าสมมติว่านี่คือนายตัวจริง.. นายจะบอกกับฉันว่าอะไร”

“...”

ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปเลย นอกจากยื้อตัวออกห่างเขานิดหน่อย แล้วมองหน้าเขาตรงๆ สองแขนยกขึ้นโอบล้อมรอบลำคอแกร่งของปาร์คชานยอล สองเท้าเขย่งขึ้นเล็กน้อย ให้สูงมากพอที่จะคว้าคอเขามากอดได้

ชานยอลชะงักไปนิดหน่อย เขาโน้มตัวลงตามแรงกอดที่ผมคว้าลำคอเขาเอาไว้ ร่างผมตอนนี้ไม่ต่างจากลูกลิงที่แขวนร่างตัวเองไว้บนต้นมะม่วง แต่เพราะความทุลักทุเลนั้น ทำให้ผมอายจนแทบต้องเอาหน้าแทรกแผ่นดิน หรือพูดให้ง่ายก็คือ.. ผมมุดหน้าลงกับบ่าอันแข็งแรงของชานยอลนั่นแหละ

สองแขนของผมออกแรงกอดคอเขาเอาไว้ ประหนึ่งลูกหมีโคล่าที่จะไม่ยอมพรากจากใบยูคาลิปตัส ก่อนที่ในแวบถัดมา ผมจะรู้สึกเหมือนตัวของตัวเองลอยหวือขึ้นจากพื้นเล็กน้อย เป็นเพราะปาร์คชานยอลโอบรั้งรอบเอวผมไว้แล้วพยุงผมให้กอดเขาได้ถนัด

“นี่แหละ สิ่งที่แบคฮยอนตัวจริงจะบอกนาย”

ผมไม่เห็นหน้าของชานยอลหรอก แต่ผมเดาว่าเขาอาจจะกำลังยิ้ม เพราะผมได้ยินเสียงฮึดฮัดในลำคอของเขา ส่งเสียงออกมาคล้ายอยากจะหัวเราะ

สาบานสิ ว่านี่เราไม่ได้กำลังแสดงซินเดอร์เรลล่าตอนได้รองเท้าแก้วอยู่

“เชื่อรึยัง..” ผมถาม

“เชื่ออะไร” เขาก็ถามกลับ ผมรู้สึกขนลุกนิดหน่อยที่เขาถามกลับด้วยเสียงแหบๆ คล้ายกระซิบ

“กะ ใกล้ไปรึเปล่า”

“ตอบมา” ชานยอลใช้วงแขนของเขาล็อกแผ่นหลังผมเอาไว้ และแน่นอนว่าผมดิ้นไม่ได้ จะลงพื้นก็ลงไม่สนิท

“ก็เชื่อไง”

“...”

“เชื่อเรื่องที่ฉันไม่ได้คิดอะไรกับโอเซฮุน”

“เห้อ.. นายนี่มัน..”

เขาบ่น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ชานยอลปล่อยผมลงพื้นสักที หลังจากที่เรายื้อยุดกันอยู่ในท่ากอดคออยู่แบบนั้น เขามองตาผมดุๆ เหมือนเวลาผู้ใหญ่ตำหนิเด็กๆ ก่อนจะรวบตัวผมเข้าไปใกล้ขึ้นอีกแล้วล็อกผมไว้แบบนั้น

ชานยอลวางคางแหลมของเขาไว้บทศีรษะของผม เขาใกล้มากจนผมได้ยินเสียงลมหายใจ สียงลมหายใจของชานยอลทำให้ผมแตกตื่นได้อย่างประหลาด ผมได้แต่ลืมตากว้าง แล้วก็ฟังมันอยู่เงียบๆ แบบนั้น

“ฉันทำไม?”

“ช่างเถอะ.. เชื่อก็เชื่อ”

“หมายความว่า.. นายจะไม่ทำหน้าเหมือนยักษ์ผู้ฆ่าแจ็คแล้วใช่มั้ย”

“ห้ะ?”

“หมายถึง นายหายโกรธฉันแล้วใช่มั้ย” ผมผละออกจากกอดหมอนั่นนิดหน่อย แล้วลอบมองว่าเขาทำหน้ายังไง เรามองหน้ากันแวบหนึ่งจนใจผมเต้น ก่อนที่ชานยอลจะตอบหรือพูดอะไรออกมา

“หายตั้งแต่นายปาก้อนหินใส่แล้ว”

“เอ้า..”

บอกช้าเกินไปไหม..เธอ?

“แต่ถ้าไม่เล่นตัว มีเหรอจะได้ฟังเต่าพูดความในใจออกมาเยอะขนาดนี้”

“ตะ เต่า?” นี่นายคิดว่าฉันเป็นโมโมทาโร่ดำน้ำลงไปในวังมังกรหรือไง?

“พูดจาก็เข้าใจยาก แถมยังเล่นตัวยึกยักไปมาอีก นี่สไตล์อาม่าสารภาพรักรึไง”

“เดี๋ยวเถอะนะ” ผมขู่

ฝากไว้ก่อนเถอะ มีแค่วันนี้เท่านั้นแหละ ที่ผมจะปล่อยให้หมอนี่ขี่แพะไล่ เพราะหลังจากนี้ผมจะขี่ยูนิคอร์นมาไล่เขาเลยคอยดู!

“แล้วก็ฉันไม่ได้..!

ผมต้องกลืนคำพูดตัวเองลงคอไปทั้งหมด ตอนที่กำลังจะหันไปชี้แจงว่า นี่ไม่ใช่การสารภาพรัก สาบานได้ (เหรอ?) แต่เหมือนว่าชานยอลจะรู้ทั้น เขาเลยยิ้มเจ้าเล่ห์ดักผมไว้ก่อนจะได้เอ่ยแย้งอะไรออกมา

รอยยิ้มของปาร์คชานยอลมีพลังทำลายล้างมากจนไม่มีสายเวทย์สายไหน สามารถที่จะฮีลค่าชีวิตของผมได้ มันตลกดีที่ปกติคนกวนประสาทอย่างเขามักจะทำเป็นแค่หน้าโง่ๆ เหมือนหมาได้กระดูก แต่ในบางช่วงเวลา กลับกลายเป็นผู้ชายที่ดูเจนจัด และโตกว่าจนผมเถียงด้วยไม่ออก

“บยอนแบคฮยอน”

และทำผมสะดุ้งทุกครั้ง ที่เขาจะใช้เสียงแบบนั้นเรียกผมด้วยชื่อ.. เต็มๆ

“ฉันชอบนาย”

ถ้าหากว่าการมองปาร์คชานยอลกำลังจูบกับคนอื่นเหมือนความรู้สึกไฟช็อตแล้วสลบ การถูกปาร์คชานยอลสารภาพรักต่อหน้า (อีกครั้ง) ก็คงเป็นความรู้สึกเหมือนคนที่อยู่บนยอดของรถไฟเหาะแล้วดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงจนใจแทบร่วงลงพื้น

วูบวาบ หวาดเสียว จนไม่อยากจะมองหน้าเขาเลย ให้ตาย..

“...ฉัน”

เสียงของผมเหมือนไหลลงลำคอไปจนไม่มีเหลือ เมื่อชานยอลเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้มากจนรู้สึกหนัก และแทบจะไม่สามารถขืนตัวเองให้ยืนอยู่ได้อีกต่อไป เรียวนิ้วของชานยอลเชยปลายคางผมขึ้นเชื่องช้า ก่อนที่ริมฝีปากเรียวของเขาจะเฉียดเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ดวงตากลมนั้นจ้องมองริมฝีปากของผม ว่าต้องการจะพูดอะไร

“ฉัน.. ก็ชอบ”

นาย..

ก่อนที่เสียงใดจะได้เอ่ยออกไป ริมฝีปากของปาร์คชานยอลประทับลงมาปิดริมฝีปากผม จนผมไร้ซึ่งแรงกำลังจะต่อต้านได้อีกแล้ว ไม่มีแม้กระทั่งคำพูดได้จะผ่านความร้อนรุ่มจากริมฝีปากนี้ไปได้เลย

ผมได้แต่รั้งแขนเสื้อของปาร์คชานยอลเอาไว้ กำมันไว้แน่นจนยับยู่ แล้วก็ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ความอ่อนโยนนั้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ..  แม้ผมจะขี้โกง ไม่ได้พูดคำว่า ชอบ ออกไป แต่ก็หวังว่าความรู้สึกทั้งหมดนี้ จะส่งไปถึงปาร์คชานยอลได้อย่างสวัสดิภาพ

ขอให้ไปถึงด้วยเถอะ






ขออภัยที่อาจจะมาช้าเล็กน้อย เนื่องจาก..ไปสร้างความโรแมนติกในหัวใจมาค่ะ ฮือ พยายามจะทำให้ฉากนี้ เป็นฉากที่หวานน่ารักแบบทั้งสองคน แต่มันก็ออกมาแบบนี้แหละ กรี๊ด..

มีเรื่องอยากประกาศให้ทราบค่ะ เนื่องจากฟิคเรื่องนี้ดำเนินเรื่องมายาวไกล ไกลเกินกว่าที่ตัวเองจินตนาการไว้มากเลย ฮ่าๆ ในช่วงนี้ก็ดำเนินมาจนถึงโค้งสุดท้ายแล้วนะคะ และเมื่อมาถึงโค้งสุดท้าย จะไม่มีเรื่องพิเศษเกิดขึ้นได้อย่างไร

นั่นคือ.. ฟิคเรื่องนี้จะมีการรวมเล่มนะคะ โดยสเป็กของหนังสือก็ตามหนังสือแฟนฟิคชั่นปกติเลย กระดาษถนอมสายตา พิมพ์ขาวดำ เข้าไสกาว ปกเคลือบด้านบลาๆ โดยเนื้อหาด้านในจะมี 300 หน้า ไม่เกินจากนี้แน่นอน หรือถ้าเกิดก็นิดเดียวเท่านั้นค่ะ

โดยราคาจะอยู่ที่ 320 บาท จำนวน 1 เล่มนะคะ (รวมค่าจัดส่งลงทะเบียนแล้ว) ของแถมด้านในที่คิดไว้ก็คงเช่นเดิม ที่คั่นหนึ่งอัน โปสการ์ดหนึ่งอัน ประมาณนี้ค่ะ รายละเอียดในการสั่งจองจะมาเป็นรูปร่างเร็วๆ นี้ค่ะ ใครสนใจก็รอได้เล้ย

แต่อุปสรรค์ที่เกิดขึ้นคือ! ยังไม่มีแบบปกและโปสการ์ดเลยค่ะ ทีแรกเรากะจะทำเองแต่คิดไปคิดมา ถ้าเกิดใครนใจอยากทำปกเรื่องนี้ให้เราก็ส่งผลงานมาได้นะคะ แน่นอนว่ารางวัลคือการได้ฟิคเรื่องนี้ฟรีไปเลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นค่าา

แลเป็นทอร์กที่ยืดยาวและอู้ฟู่มาก ก็.. ขอปิดจบไว้ก่อน รายละเอียดจะตามมาแบบเป็นแพทเทิร์นมากกว่านี้นะคะ ทั้งการส่งปก และการจอง และการโอน ขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึง ณ ตอนนี้ รักมากๆ เลยค่ะ

#FicSayByun

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1,199 ความคิดเห็น

  1. #1182 aimmy0461 (@aimmy0461) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:55
    มันยังไม่จบใช่ไม๊..
    #1182
    0
  2. #1088 nashsha (@nashsha) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:29
    อ่าาาา สารภาพรักกันแล้ว มันยังไม่จบใช่ไหม??? ไรท์จะมาต่อใช่ไหม??
    #1088
    0
  3. #1087 nashsha (@nashsha) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:27
    อ่าาาา สารภาพรักกันแล้ว มันยังไม่จบใช่ไหม??? ไรท์จะมาต่อใช่ไหม??
    #1087
    0
  4. #1078 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:08
    โอ้ยยย เต่าอะไรอ่ะ เต่าขี้อ้อนเหรอ ดูไปรั้งเค้ามากอด ตัวนุก็เท่านี้ แต่นุชอบชานยอลเค้าเท่าไหนคุณบยอนถึงได้พูดอะไรยาสๆออกไป เห้อม ต้อวมีตัวแปรก่อนถึงตะง้างปากมาพูดกันได้ 55555555
    #1078
    0
  5. #1056 WANBABE (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 03:39
    ใน ที่ สุด สารภาพสักที!!!! ชอบตอนสารภาพความรู้สึกออกไปมาก ไม่น่าเชื่อว่าแบคฮยอนจะน่ารักได้ขนาดนี้ ยิ่งตอนรุกเข้าไปกอดหรือตอนซบหน้าลงกับอกชานยอลนี่แทบกรี๊ด เหมือนแม่แอบดูลูกชายสารภาพรัก ฟิน55555555555 เอ้อ นี่จูบกันหน้าบ้านด้วยใช่ป่ะ จะไม่มีคนออกมาเห็นหรอ..
    #1056
    0
  6. #1022 chompoochi (@chompoochi) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 22:52
    ชานแบคในเรื่องนี้มันต้องเป็นแบบนี้สินะ 5555555 มีความเป็นเอกลักษณ์และคาแรกเตอร์แบบซับซ้อนดีอ่ะ 55555
    นี่โกรธกันแบบเบลอๆ ดีกันแบบงงแต่เราก็ชอบนะ น่ารักดีตามสไตล์คุณบยอนเค้าล่ะ เหมือนเคยเม้นว่าสงสารชานยอลที่มาชอบคนแบบนี้ ยังยืนยันคำเดิม เหนื่อยหน่อย แต่คุ้มค่าอ่ะเพราะเต่าน้อยน่ารักกกกก
    #1022
    0
  7. #1020 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 20:39
    เป็นการสารภาพรักที่แลดูแปลก5555 แต่ก็เป็นเอกลักษณ์ น่ารักกันอยู่สองคน... โลกส่วนตัวของเราอะไรงี้ ชอบบบ
    #1020
    0
  8. #1019 ยูสเซอร์?แลม. (@benzxd) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 20:13
    กรี๊ดดดดดเขาบอกชอบกันแล้ว ฮือออจูบกันแล้วด้วย -/-
    #1019
    0
  9. #1018 bbcb (@bbcb) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 01:15
    เป็นความอึนและซึนที่น่ารักมากอะ ฮือออ
    #1018
    0
  10. #1017 Baek6104 (@alisa1234970) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:52
    โอ้ยมันเขินอะไรเยี่ยงนี้ @)*"-@"฿+'฿%&*??_????? ชอบมากๆน่ารักมากกกกกก แบคคนซึนสารภาพได้อึนสุดๆเลย55555
    #1017
    0
  11. #1016 Bowbababa (@snsdgz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 15:55
    สุดท้ายเดี๋ยวแม่และพี่คริสออกมาจ๊ะเอ๋ 5555555555555 น่ารักมากเลยค่ะ กว่าจะสารภาพกันได้ แบคฮยอนนี่หน้ามึนของแท้เลย
    #1016
    0
  12. #1015 Ppp (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 15:23
    เป็นการสารภาพรักที่น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก

    งงๆ มึนๆ อึนๆ แต่เออ ก็เข้าใจ 5555555555555

    ชานยอลอย่าแซวแบค เดี๋ยวเต่า เดี๋ยวตะพาบ

    แบคไม่เน้นพูดค่ะ ทำเลย กอดเล้ยยยยยย 5555555555

    เปิดตัวกันได้แล้วชะะะะะะะะะ เป็นแฟนแล้วชะะะะะะะะะะะ
    #1015
    0
  13. #1007 Tangmoksw (@Tangmoksw) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 13:02
    คิดว่าต้องรอไปอีกสักสิบตอน ><
    #1007
    0
  14. #1006 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 11:33
    แอร้ยย ในที่สุดดด ช่วงเวลาที่คอยมาเนิ่นนานก็มาถึง55555
    #1006
    0
  15. #1005 firstiepd (@firstiepd) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 10:47
    พอกันทั้งสองคนเลย5555555555 ลุ้นมาตั้งนานเหนื่อยแทน
    #1005
    0
  16. #1004 Lennnn (@Lennnn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 00:04
    ฮรือน่ารักมาก สารภาพได้น่ารักมากก ใจฉันน
    #1004
    0
  17. #1003 `EHH,,ออมไก่ (@aomi_mikie) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 23:42
    โอ้ยยย นี่สารภาพรักเหรอ 5555555555 ยอมเลยยอมม
    #1003
    0
  18. #1002 ริปไทด์ (@paqcha) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 23:29
    เขินอ่ะ งื้อออ
    #1002
    0
  19. #1001 bemzz__ (@BBaek_beagle) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:44
    เป็นการสารภาพรักที่งงๆแต่ก็ฟินมากๆอ่ะ แบคนี่จะติสไปไหน5555555555555555
    #1001
    0
  20. #999 pumpika (@skullpum) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:26
    น่ารักกกก เขินมากเลยอะ -///-
    #999
    0