Say my name, please - ChanBaek ♥

ตอนที่ 4 : Say my name, please | Third

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    2 มิ.ย. 59

Say my name, please

it is all my fault .


 



ห้องเรียน – A03

10:35 AM

ชั่วโมงต่อไป เราต้องเปลี่ยนชุดเพื่อไปเรียนพละที่โรงยิม ผมไม่ได้สนใจอะไรหมอนั่นหรอกนะ แต่คนเราถ้าหายไปนานขนาดนี้ก็ต้องสงสัยไม่ใช่เหรอว่าหายไปไหน เมื่อเช้ายังพูดจากวนประสาทเรื่องโต๊ะกับผมอยู่เลย หรือว่าเขาจะลี้ตัวไปสำนึกผิดเรื่องเมื่อวานงั้นเหรอ เหอะ.. คนอย่างหมอนั่นอะนะ

“มันโดนอาจารย์เรียกไปที่ห้องน่ะ” เป็นโอเซฮุนช่างสังเกตคนเดิมที่เสนอตอบให้ หลังจากที่ผมเพียงแค่แหล่มองโต๊ะที่ว่างเปล่าด้านข้าง (ที่นั่งของชานยอล )เพียบแวบเดียวเท่านั้น

“โดนเรียก?”

“ก็ไม่อยากบอกหรอกนะ แต่แม่กับพี่ชายนายมาแหน่ะ”

“หา!

“ฉันนึกว่านายอยากให้มันสำนึกผิดเรื่องเมื่อวาน ก็เลยไม่ได้บอก.. แล้วนี่นายไม่รู้เรื่องแม่กับพี่ชายหรือไง” เขาย้อนถามผม ทำเอาผมเอ๋อจนไปไม่เป็น ลู่หานเองก็เช่นกัน แม้เขาจะไม่พูดอะไร ผมก็รู้ว่าเขาคงสงสัยและอยากรู้เหมือนกับที่ผมอยากรู้แน่นอน

“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า!

ผมไม่มีเวลาจะมาพูดกับเซฮุนอีกแล้ว ที่สำคัญต้องนี้ผมต้องบึ่งไปห้องพักอาจารย์ให้เร็วที่สุด

 

 

ห้องพักอาจารย์ – 202

10:47 AM

ครืด..

“ขออนุญาต.. ครับ”

ทันทีที่เข้าไปในห้อง ผมก็เห็นสภาพของปาร์คชานยอลนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง คล้ายกับว่าเขาโดนผู้คุมวิญญาณสูบความสุขออกไปจนหมดตัว

เพราะผมรีบวิ่งลงมาด้วยความเร็ว ผมในตอนนี้ก็เยินไปมาได้ต่างจากหมอนี่เท่าไหร่นัก ก่อนที่ผมจะตั้งสติและมองตรงไปยังแม่และพี่ชายที่บุกรุกมาโดยไม่บอกไม่กล่าวผมสักคำ

“แบคฮยอน..ลูก”

“แม่ พี่คริส.. มาทำอะไรกันเนี่ย” ผมถามพลางลอบมองเจ้าคนอ่อนด้อยที่ใกล้จะเหลวคาพื้นเต็มที

“ก็มาเอาเรื่องกับเขาน่ะสิ” แม่ผมพูดกระซิบ แต่สายตานี่ไม่ได้เล่นๆ เลย.. ชานยอลทำเอาแม่มองแรง

“แม่..แล้วพี่คริส” ผมมองเขาพร้อมกับจิ๊ปากเสียงเบาๆ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง

“เอาล่ะครับ ใจเย็นๆ กันก่อนช่วยบอกทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“เด็กคนนั้นค่ะ อาจารย์ .. เขาพาลูกดิฉันไปขังไว้ในห้องนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าในห้องมันอันตรายแค่ไหน!

“ใจเย็นๆ นะครับคุณผู้หญิง จากเหตุการณ์เมื่อวาน เราก็ไม่มีพยานหลักฐานเลยว่า ปาร์คชานยอลเป็นคนทำ หนำซ้ำ เขายังเป็นคนบุกเข้าไปช่วยลูกคุณออกมาด้วยนะครับ ผมเองก็เห็นเองกับตา”

“นั่นมันไม่เกี่ยวกันค่ะ! ประเด็นคือลูกของฉันเกือบตายอยู่ในห้องนั้น เพราะความพิเรนของเขา ถ้าหากไม่เอาเขาออกจากโรงเรียน ฉันก็จะไปแจ้งความให้ตำรวจมาจับเขาซะ”

“แม่..” ผมเริ่มเขย่าแขนแม่ เมื่อเห็นว่าแม่เริ่มโกรธจนหน้ามืด อาจารย์ในห้องหลายคนเริ่มหันมาทางกลุ่มของพวกเราที่เพิ่มเลเวลเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ อาจารย์ฝ่ายปกครองเองก็ท่าทางจะลำบากใจ เขาไม่พูดอะไรเลยนอกจากบอกให้คุณแม่ของผมใจเย็นๆ ลงก่อน ซึ่งผมก็เห็นด้วย

อยากให้เข้าใจว่าความจริงแล้ว บ้านผมไม่ใช่พวกมนุษย์ป้าที่ชอบเรียกร้องความสนใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะรักผมมากนั่นแหละ ว่ากันตามจริง ก็คงไม่มีพ่อแม่คนไหน ทนอยู่เฉยๆ ได้ถ้าหากรู้ว่าลูกตัวเองเกือบตายเพราะคนอื่นหรอก

“ฉันไม่ยอมนะคะอาจารย์ ต้องเอาผิดกับเด็กคนนี้ให้ได้”

“...”

“เอาล่ะ ปาร์คชานยอล ครูไม่รู้ว่าเธอไปก่อเรื่องอะไรไว้อย่างที่โดนกล่าวหานี่รึเปล่านะ ไหนเธอลองเล่ามาก่อนสิ”

“ผม..”

ตามหลักความเป็นจริงแล้ว มันน่าจะเป็นผมเองที่ควรจะสะใจมากที่สุดในเวลานี้ เหมือนกับในละครไง ที่จะต้องแอบแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมโหดแล้วหรี่ตามองหมอนั่นด้วยความสมเพช อะไรแบบนั้น..

แต่ผมทำไม่ได้เลย.. ไม่รู้ว่าผมขี้สงสารมากเกินไปอย่างที่พี่คริสเคยว่า หรือเป็นเพราะผมคิดว่ามันเพียงพอแล้วที่ปาร์คชานยอลจะโดนแค่น้ำร้อนสาดหน้า แล้วก็หายกัน

สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับเรากำลังอยู่ในคุกอาสคาบันก็ไม่ปาน มันทั้งมืด เย็นยะเยือก เต็มไปด้วยความน่าอึดอัด ทั้งที่จริงๆ แล้วห้องพักครูก็ยังคงเป็นห้องพักครูเหมือนเดิม ชานยอลลอบถอนหายใจออกมา ผมเห็น .. เขาเงยหน้าขึ้นมองแม่ของผมด้วยความจริงจัง

และผมรู้เลยว่าเขาจะพูดอะไร..

“เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของผมเองครับอาจารย์” นั่นควรจะเป็นประโยคที่ปาร์คชานยอลพ่นออกมาถูกมั้ย..แต่ฉันขออาสาพูดแทนนายก็แล้วกัน

  “ปาร์คชานยอลไม่ได้รู้เห็นด้วยหรอก .. บังเอิญว่าผมทำของหายไว้ในห้องเคมี นึกขึ้นได้ก็ตอนกลางวันพอดีผมเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาเรียนเลยไปเอา ด้วยความรีบผมก็เลยลืมไปสนิทว่าห้องเคมีจะมีระบบล็อกอัตโนมัติจากด้านนอก ถ้าหากไม่มีใครเข้ามาใช้งาน.. ดังนั้นมันก็เลย.. เกิดเป็นความผิดพลาดอย่างที่เห็นนี่แหละครับ”

ผมพูดโพร่งออกไปตัดหน้าปาร์คชานยอล ที่ตั้งใจจะทำเท่ยอมรับความผิด

แต่เอาไว้คราวหลังเถอะ ฉันไม่ยอมให้นายเป็นฮีโร่ง่ายๆ แน่

“แบคฮยอน..” พี่คริสส่งเสียงเจ็บปวด เหมือนกับผมหักหลังเขาอะไรแบบนั้น..

“เรื่องที่ว่านี่.. จริงเหรอคุณบยอน” อาจารย์ผ่ายปกครองเอ่ยถามผมอีกครั้ง แววตาของอาจารย์จ้องตรงเข้ามาในดวงตาของผม แน่นอนว่าอาจารย์รู้ดี.. เรื่องทั้งหมดที่ผมพูด

ผมกุขึ้นทั้งนั้น

“ครับ” แต่ผมก็พยักหน้ารับ

“เธอแน่ใจนะ”

“ครับ เพราะงั้น.. ให้เรื่องมันจบลงตรงนี้ดีกว่า ผมขอโทษอาจารย์ด้วย ที่แม่และพี่ชายสร้างความลำบากใจให้ แล้วก็.. ขอโทษนายด้วยนะปาร์คชานยอล”

คงเป็นเพราะแม่กับพี่ชายรู้ว่าผมเอาจริงแล้ว ถ้าหากยังโวยวายมากไปกว่านี้ ผมอาจไม่คุยกับพวกเขาอีกถ้าหากกลับบ้าน แม่และพี่เลยเลิกราแต่โดยดี แม้จะยังไม่พอใจ(สุดๆ) กับสิ่งที่ผมตัดสินใจลงไปก็ตาม

ตลอดทางที่ออกจากห้องพักอาจารย์ แม่ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ พี่คริสเองก็เช่นกัน แต่ก็ยังดีที่พี่หันมามองผมบ้างเป็นบางระยะ เราลากันที่ประตูหน้าโรงเรียน พร้อมกับประโยคกำชับของผมว่าไม่ต้องการให้พี่คริสมารับเย็นนี้ ผมจะกลับเองอย่างที่เคยกลับ

เรื่องนี้มันเหนื่อยยิ่งกว่าการแก้โจทย์คณิตพันข้อซะอีก

 

 

โรงยิม วิชาพละ

14:25 PM

หญิงและชายถูกแยกกลุ่มออกจากกัน โดยผู้ชายจะเรียนบาสและผู้หญิงจะเรียนแบตมินตัน ผมเข้าคลาสสาย เนื่องจากยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า และเรื่องราววุ่นวายเมื่อกี้ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าผมโผล่หน้ามาโรงยิมอีกที ก็เห็นเพื่อนผู้ชายในห้องจับกลุ่มเล่นบาสกันอย่างสนุกสนาน แต่ยังไม่ทันให้ผมได้ปรับจูนกับสถานการณ์ เฉิน ก็ส่งเสียงมาทักทายผมทันที

“โฮ่ย.. แบคฮยอน นายว่างรึเปล่า”

“อะ อื้อ”

“มาเล่นแทนเรียวตะมันที ไม่งั้นทีมไม่ครบว่ะ”

“ได้”

ผมตอบรับคำชวนของเฉิน เขาโยนลูกบาสมาให้ผม ผมรับมันในตอนที่หางตาหันไปเห็นปาร์คชานยอลนั่งพิงกำแพงโรงยิมอยู่ในบริเวณหลบมุมพอดี

ในทีมนอกจากเฉินแล้วก็ยังมี คิมจงอิน และโอเซฮุน รวมทั้งเพื่อนในห้องจำนวนหนึ่ง ลู่หานเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหายไปไหน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกแปลกใจอยู่มากว่าปาร์คชานยอลทำไมไปนั่งเป็นหมาหงอยอยู่ตรงนั้น ปกติเขาไม่เคยจะพลาดหรอก..

ไอ้กิจกรรมใช้แรงแต่ไม่ต้องใช้สมองน่ะ

แต่ผมก็ทำได้แค่มองผ่านเลยไป เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น .. เพราะท้ายที่สุดแล้ว คงไม่ต้องให้ผมบอกใช่มั้ยว่าผมเป็นคนอื่น และเรื่องนี้ผมก็คิดว่ามันมากเกินไปสำหรับผมที่จะเข้าไปยุ่มย่ามอะไรอีก

 

 

 

ผมอยู่เล่นบาสกับพวกเขาจนกระทั่งหมดคาบ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชุดและกลับมาที่ห้องอย่างเดิมเพื่อเตรียมเรียนวิชาต่อไป ทุกอย่างในห้องดูเป็นปกติดี โอเซฮุนเดินเข้ามานั่ง พร้อมกับคิมจงอินที่ทำหน้าเหมือนอยากจะนอนหลับ มันเป็นความคิดของผมเองที่รู้สึกทนไม่ไหว เพราะอยากจะรู้ว่าปาร์คชานยอลไปไหน จึงเอ่ยถาม

“หมอนั่นไปไหน”

“ห้ะ? อ๋อ มันอะเหรอ โดดกลับบ้านไปแล้ว”

หา!

“โดดกลับบ้าน? แล้ววิชาที่เหลือล่ะ” ผมถามจงอินต่อ และโอเซฮุนก็หันมายิ้มขำๆ เหมือนกับเรื่องที่ผมพูดเป็นเรื่องตลก คนแก๊งนี้ประสาทกลับกันหรือไง ชอบเห็นว่าผมน่าขำนัก

“โอ้ย ปกติจะตายไป ถ้าหากมันจะโดดกลับบ้านน่ะ ทำออกจะบ่อย” เขาตอบเพราะทำท่าแคะหูไปด้วย

“อย่าลืม พวกเราไม่ใช่เด็กขยันอย่างคุณบยอนนะ” แล้วโอเซฮุนก็กล่าวเสริม

“งั้นเหรอ..”

พวกเขาพูดแค่นั้นแล้วหันกลับไปประจำที่นั่งของตัวเองอย่างเดิม

.. นั่นสินะ ผมลืมไปว่าในศัตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนี้ คนที่เหมือนกับผมน่ะ เหลือน้อยยิ่งกว่ากลุ่มมด และมันก็ไม่แปลกอะไรเลย ถ้าหากผมจะไม่รู้เรื่องของชานยอล

ก็ปกติเราอยู่คนละโลกกัน .. ลืมเรื่องนั้นแล้วหรือไง

 

 

บ้านบยอน เบกะ 112

20:00 PM

ดูเหมือนว่าแม่จะอารมณ์เย็นลงเยอะมากทีเดียว หลังจากที่ได้โวยวายออกไปแล้วสมใจ แม่มาขอโทษผมที่ต้องทำให้ลำบาก แต่ผมก็บอกไปว่าไม่เป็นไร แต่ทีหน้าทีหลังก็อยากให้คิดให้ดีกว่านี้ก่อนจะทำอะไรลงไป

ผมกำลังนั่งดูหนังอยู่หน้าทีวีหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ตอนนี้พี่คริสกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ และดูเหมือนแม่ก็กำลังนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่โต๊ะกินข้าวในห้องครัว

ปิ๊งป่อง..

“ใครมาแหน่ะ” พ่อร้องขึ้น

“ดึกป่านนี้แล้วนะเนี่ย” แม่ว่า แล้วก็เดินไปยังหน้าประตูบ้าน ผมเห็นว่าแม่เป็นคนไปดูแล้วเลยไม่ได้ใส่ใจ จึงนั่งกินเซมเบ้จากร้านดังที่พ่อซื้อมาหลังจากเลิกงาน อย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับดูทีวีไปด้วย

“นี่ เธออีกแล้วเหรอ!

เสียงของแม่ที่ดังมาจากทางด้านหน้าทำเอาผมกับพ่อสะดุ้งจนต้องมองหน้ากัน แน่นอนว่าพ่อไม่รู้ว่า เธอ ที่ว่าเป็นใคร แต่สำหรับผม.. เมื่อประมวลแล้วก็ใช้ระยะเวลาเพียงห้าวิเท่านั้น ก่อนจะกระโดดลงจากโซฟาและเร่งฝีเท้าไปยังต้นเสียง

“ผมมา.. เพื่ออยากจะขอโทษครับ”

ร่างของแม่ยืมบังผมอยู่ จึงไม่เห็นเขาอย่างแน่ชัด แต่ฟังจากเสียงผมก็รู้เลยว่าต้องเป็นหมอนั่น ผมรีบแทรกร่างเข้าไปแทนที่ตรงที่แม่ยืนทันที

“นะ นายมาทำอะไรที่นี่!” ผมร้อง

“...”

“ตอบมาเดี๋ยวนี้ ปาร์คชานยอล!

ที่ผมตะคอกออกไปแบบนั้นเพราะผมตกใจ ไม่ใช่เพราะว่าโกรธ .. อันที่จริงก็แอบโกรธอยู่นิดๆ ที่เขายังไม่รู้จักเลิกสักที แทนที่เรื่องมันจะจบไปแล้ว ก็กลายเป็นต่อความยาวสาวความยืด ไม่มีสิ้นสุดสักที แล้วก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกตะลึงเข้าไปอีกเมื่อเห็นว่าเขานั่งอยู่ในสภาพคุกเข่ากับพื้นหน้าบ้านที่มีแต่ดิน ด้วยสภาพหน้าตาที่เหมือนคนที่เพิ่งไปฆ่าใครมาแล้วอยากมาล้างปาบกับคุณพ่อในโบสถ์

ฟึบ!

“ผมขอโทษ ที่ทำให้ลูกของคุณน้าต้องเจ็บตัว!” เขาพูดเสียงดังฟังชัดพร้อมกับก้มหน้าลงจนแทบจะจดพื้นดิน ต่อหน้าพ่อและแม่ของผมที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูบ้าน หมาข้างบ้านที่ชื่อเจ้าชุนชุนเริ่มเห่า เมื่อได้ยินเสียงคนแปลก และนั่นเป็นสัญญาณว่าไม่ควรทำเสียงดังเอะอะรบกวนคนอื่น

“เอาล่ะๆ จะยังไงก็เข้าไปคุยข้างในก่อนเถอะ รบกวนคนอื่นเขา” พ่อพูดขึ้น

“ไม่ได้ค่ะคุณ เขามีเรื่องอยากจะพูด ก็ให้เขาพูดตรงนี้” แม่ของผมยืนกราน เชื่อผมมั้ยว่าตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่แม่ผมโกรธใครสักคนหนักขนาดนี้

“ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ผมเป็นคนทำให้แบคฮยอนเกือบต้องตาย แต่ทั้งหมดนั้นผมก็ไม่ได้ตั้งใจ”

“แล้วถ้าลูกของฉันเป็นอะไรไปจริงๆ เธอจะรับผิดชอบยังไง ชีวิตมันแลกด้วยชีวิตได้เหรอ”

“...”

“อายุเธอเท่าไหร่แล้ว โตจนจะเข้ามหาลัยแล้วนะ ทำไมยังทำตัวเป็นเด็กเล่นพิเรนแบบนี้อยู่อีก นี่ถ้าพ่อแม่เธอมารู้เข้าเขาจะเสียใจขนาดไหนเนี่ย”

“...”

“เธอจะมองคนอื่นเป็นกรวดมันก็เรื่องของเธอ แต่อย่ามาทำแบบนั้นกับน้องแบค ลูกชายฉันมีค่ายิ่งกว่าจะเอาอะไรมาแลก เธอจำไว้ซะด้วยล่ะ”

“ครับ.. ที่มาวันนี้ก็ไม่ได้หวังอยากให้คุณน้ายกโทษให้ผมหรือว่าอะไร แต่ผมแค่อยากจะบอกความจริง” เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองมาทางผมด้วยความจริงจัง “ขอบคุณมากครับที่กรุณาดุด่า สั่งสอนผม ผมจะจำไว้เป็นบทเรียน”

เราทั้งสามคน.. รวมถึงพี่คริสที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จออกมา (เขาทำตาโตเป็นไข่ห่านที่เห็นชานยอล) ต่างก็เงียบและไม่พูดอะไรทั้งสิ้น มีแต่เสียงของแมงหวี่ในฤดูร้อนดังอย่างต่อเนื่อง และชานยอลก็ยังคงนั่งคุกเข่า หมอบกับพื้นเหมือนในละครที่ต้องการจะให้จักรพรรดิไว้ชีวิต

“แบคฮยอน เข้าบ้านลูก”

“...”

ปัง..

แม่จูงมือผมเข้าบ้านพร้อมกับปิดประตูใส่หน้าชานยอล โดยที่ผมยังไม่ทันได้มองหน้าหรือพูดอะไรกับเขาสักคำ ภาพสุดท้ายในตอนนี้มีแต่ประตูบานสีขาว กับเขาที่ยืนเป็นหมาโดนวางยาเบื่ออยู่ข้างนอก

แม่ยังคงส่งเสียงพร่ำบ่นเรื่องเมื่อครู่อย่างต่อเนื่อง แต่จากที่จับความก็ดูไม่ได้คิดโกรธอะไรแล้ว ผมก็รู้ว่าแม่แค่อยากให้บทเรียนแก่ชานยอล .. ผมก็คิดว่าแม่ทำถูกที่พูดแบบนั้นออกไป ในอนาคตเขาจะได้ไม่ประมาทเล่นอะไรพิเรนแบบนี้กับคนอื่นอีก

ผมยังคงยืนมองบบานประตูหน้าบ้านตัวเองเหมือนกับว่าไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่ใจของผมไม่ได้อยู่ที่บานประตูนั่นแม้แต่น้อย ..

มันหลุดลอยออกไป..จดจ่อกับคนที่อยู่นอกประตูนั่นต่างหาก





โรสที ไม่เพิ่มน้ำตาล

#FicSayByun

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

1,199 ความคิดเห็น

  1. #1194 Mrs.plus (@qing-qing) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 02:33
    ถ้าเป็นเรื่องจริงยังไงก็ต้องเอาเรื่องอ่ะ เค้าทำแบ้กเกือบตายเลยนะ
    #1194
    0
  2. #1188 FU_852 (@JACKSON852-FU) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 00:44
    คืออ่านนิยายมาเยอะนะเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่คอมเม้นมากกว่าหัวใจ555
    #1188
    0
  3. #1173 frd2k (@temporal-fareda) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 12:27
    เรารู้สึกว่า แบคฮยอนมีความก้าวร้าวกับแม่และพี่ชาย คำอธิบายที่บอกว่า

    แม่มาขอโทษที่ทำให้แบคฮยอนลำบากใจ

    แบคตอบว่าไม่เป็นไร “คราวหน้าคราวหลังจะทำอะไรก็คิดให้ดี”

    มันเป็นคำพูดที่ไม่สมควรอย่างมากที่จะพูดกับแม่นะ เหมือนสั่งสอน มีคำพูดเตือนแม่อีกหลายอย่างที่ไม่ใช่แบบนี้อ่ะ

    เช่น

    “อยากให้แม่ใจเย็นๆแล้วมาถามผมก่อนว่าเรื่องมันเป็นยังไงมากกว่านะครับ ไม่อยากให้ครอบครัวเราดูไม่ดีหากเรื่องมันไม่ใช่อย่างที่พี่คริสคิดไปเอง”

    อะไรแบบนี้


    นี่แนะนำนะ
    #1173
    1
    • #1173-1 c1129mint (@c1129mint) (จากตอนที่ 4)
      3 พฤษภาคม 2562 / 07:40
      ถูกใจเม้นนี้
      #1173-1
  4. #1157 Pinkuplatong (@kimozetsu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 09:14
    แม่ก็เปนห่วงเนาะ แต่เตงรุสุกผิดก็ดีแล้ว
    #1157
    0
  5. #1152 kasong.minkerbie (@kapsong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 20:09
    รู้ผิดก็ต้องมาขอโทษ ดีค่า ชานยอลทำดีแล้ว
    #1152
    0
  6. #1130 parkxbyun (@oohsenoey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 11:04
    เข้าใจเลยว่าทำไมแม่แบคถึงโกรธ
    #1130
    0
  7. #1116 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:47
    เอออ ที่แม่ด่าอะฟังไว้
    #1116
    0
  8. #1102 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 12:31
    ปรับปรุงตัวใหม่นะ
    #1102
    0
  9. #1092 bowtybyun (@bowtybyunbaek4) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 00:32
    ชานยอลรู้สึกผิดแล้ว
    #1092
    0
  10. #1060 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:08
    นี่อ่อนไหว นี่ร้องไห้แทนคุณบยอนไปแล้ว ถ้าเป็นแม่คุณบยอนก็จะไม่ยอมเหมือนกัน เกิดถ้ามีใครเป็นไรไปจริงๆ คนที่ต้องรู้สึกผิดตลอดชีวิตก็คือชานยอลเองนั้นแหละ เหอะ
    #1060
    0
  11. #1042 nashsha (@nashsha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 17:22
    แบคใจดีเกินไปอ่ะ แกล้งขนาดนี้เป็นเราไม่เอาไว้หรอก หึ
    #1042
    0
  12. #1030 itisnan (@itisnan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 20:52
    555โอ้ยฟิคเรื่องนี้ให้อารมณ์คิดถึงโรงเรียนเลยอะเพื่อนเราก็แกล้งแบบนี้แต่มันไม่เคยมาขอโทษหรอก
    #1030
    0
  13. #1023 anzier (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:18
    แบคนี่โง่แท้เนอะ เฟลเลย
    #1023
    0
  14. #1011 qqxr_ (@qqxr_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 13:54
    โอ๋ๆๆๆๆๆ ทีหลังคิดดีดีนะชานยอล
    #1011
    0
  15. #922 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 16:55
    สงสานชานยอลเบาๆ เง้ออ
    #922
    1
    • #922-1 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 4)
      12 มกราคม 2560 / 16:55
      *สงสาร
      #922-1
  16. #920 BN0412 (@baeksoo0412) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 15:28
    โธ่ๆๆๆๆๆ
    #920
    0
  17. #898 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:12
    ฮืออออ ชอบชานยอลแบบนี้จัง
    #898
    0
  18. #831 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 09:53
    น้องแบคแอบห่วงง
    #831
    0
  19. #819 irxs-devine (@irxs-devine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 19:38
    พิชานนน
    #819
    0
  20. #737 Nook Kra (@nongnookpoohza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 23:25
    กล้าทำกล้ารับครับโผมมมม
    #737
    0
  21. #654 Nursery*purr-fect (@NurseryAha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 16:50
    แมนๆ ยอมรับความผิดแบบนี้ถูกต้องแล้วชานยอล ที่โดเรียนเพราะไม่มีหน้าจะมาเจอแบคชะมะ คงรู้สึกผิดมาก แล้วคงรู้สึกขอบคุณแบคอีกที่ไม่เอาเรื่อง จากนี้ก็เลิกแกล้งแบคได้แล้วนะ เปลี่ยนมาจีบแทน 5555
    #654
    0
  22. #606 ยัยปีโป้ (@kokkies) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:27
    ถึงจะชอบเล่นพิเรนเหมือนเด็กประถม แต่ทำผิดก็ยืดอกรับแมนๆเลยเนาะ #ปรบมือรัววว
    #606
    0
  23. #557 Ppp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 19:16
    แบคใจดีมาก ครอบครัวก็ใจดีนะที่ยอมฟังคำขอของแบค

    เพราะถ้าเป็นนี่ คงต้องเอาเลือดหัวมันออก

    แจ้งให้ที่บ้านมันรู้เรื่องว่าลูกเกเรขนาดไหน

    โดยพื้นฐาน ชานยอลไม่ได้เป็นคนเลวร้าย เลยยังสำนึกได้

    แบบนี้ค่อยสมกับที่ให้โอกาสไปหน่อย

    ก็โดนดัดนิสัยบ้าง จะได้ไม่คิดประมาทกับชีวิตใครอีก

    #557
    0
  24. #534 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 15:33
    ก็ไปทำลูกเขาเกือบตายนี่เนอะ เขาก็ต้องสั่งสอนตักเตือนเป็นธรรมดา 
    #534
    0
  25. #516 ` PuGun. (@pugunlovetonorit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 14:12
    แงงงงงงงง ชานยอลสำนึกผิดแล้วนะคุณนายยยย งือออออ
    #516
    0