ชีวิตนั้นเจ้าคือไหวจี๋ของข้า

ตอนที่ 3 : บทสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3796 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62


“เจ้ากำลังคิดหลอกลวงเบื้องสูงหรือ ?”องค์ชายเจ็ดสาดคำถามใส่ข้าทันใด “เจ้าจะร้องทุกข์อันใด ในเมื่อเป็นตัวการ

ข้าไม่ได้ไยดีเสียงของเขา หากเพียงสบตาฝ่าบาทอย่างไม่หวั่นเกรง แล้วกระเสือกกระสนกายเข้าไปใกล้ปลายเท้าสูงส่ง “ฝ่าบาททุกเป็นแผนการซ้อนตลบหม่อมฉันอีกที จริงอยู่พวกเขาเป็นคนของหม่อมฉัน ทว่าก่อนหน้านี้พวกเขาตกอยู่ในเงื้อมมือขององค์ชายสาม อวี้หวังย่อมบีบบังคับให้พวกเขาป้ายสีหม่อมฉัน จากทำร้ายนางเป็นสังหาร”

องค์ชายสามผู้เป็นคู่หมายของข้าไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป เขาคุกเข่าลงข้าง ๆ อวี้หวังแทนที่จะเป็นข้า ทั้งยังโอบกอดนางอย่างไม่หวั่นต่อสายตาผู้ใด “เจ้ากำลังกล่าววาจากลับกลอกอันใดต่อหน้าเสด็จพ่อ !”

เขาตวาดข้า และข้ามองเขาอย่างเย็นชา เรียวนิ้วมือจิกลงบนอาภรณ์ ก่อนเปล่งเสียงกรีดร้อง “ท่านไม่ไยดีหม่อมฉันในฐานะคู่หมั้นหม่อมฉันยังพอยอมรับได้ แต่ท่านกลับเข้าข้างสตรีอื่นทำร้ายหม่อมฉัน ไหนเลยจะยอมทนได้ !”

“เจ้า !”องค์ชายสามกำลังขาดสติ ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ข้าต้องการ 

“หากท่านบริสุทธิ์ใจไยไม่ส่งพวกเขาให้ฝ่าบาทตั้งแต่แรก ไยต้องสืบสวนด้วยตนเองทั้งที่เสี่ยวอวี้หวังไม่ได้เกี่ยวอะไรกับท่านด้วยซ้ำ !”ข้าสะอื้นอย่างรุนแรง “หม่อมฉันเป็นคู่หมั้นของท่านหาใช่นาง !”

เสี่ยวเฟยหวังคล้ายทนดูไม่ได้อีกต่อไป เขารวบตัวข้าเข้าไปกอด ใช้ความอบอุ่นของเขาเพื่อปลอบโยนข้า 

“ฝ่าบาทเพคะ !”ข้าสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเสี่ยวเฟยหวัง แล้วใช้มือจับชายอาภรณ์ของโอรสสวรรค์ “ฝ่าบาท !”

สภาพของข้าดูน่าสมเพชอย่างยิ่ง ทว่าข้าไม่ได้สนใจมัน ต่อให้พวกเขาทุกคนจะเย้ยข้าในใจ แต่ถ้ามันทำให้ข้าสามารถมีวันพรุ่งนี้ต่อไปได้ ข้าจะแยแสมันทำไม 

โอรสสวรรค์หรี่ตามองข้า ก่อนจะสะบัดมือส่งสัญญาณให้ขันทีข้างกายเขาดึงตัวข้าออกไป ข้ารีบใช้มือถลึงผมตนเอง หันขวับไปมองเสี่ยวอวี้หวังที่มองข้าอยู่ก่อน 

“เป็นเพราะเจ้าไม่ได้รับความรักจากท่านพ่อ ถึงได้ริษยาคิดแย่งชิงคู่หมั้นของข้า !”ข้าหัวเราะเย้ยนาง “นางเด็กขี้อิจฉา !”

ดวงตาของเสี่ยวอวี้หวังวาววาบ เวลานั้นข้าแลเห็นความคับแค้นใจมากมายของนางที่ฉายผ่านนัยน์ตา ความอดทนของอีกฝ่ายกำลังขาดสะบั้น อีกไม่นานนางจะต้องพุ่งตัวเข้ามาหาข้า 

“เป็นเจ้าต่างหากที่อิจฉาข้า !”

“คนอย่างเจ้ามีอะไรให้ข้าอิจฉา เจ้ามันแค่ลูกอนุที่มักใหญ่ใฝ่สูงแย่งชิงคู่หมั้นข้า !”ข้าเหยียดยิ้มกว้าง “ต่อหน้าฝูงชนอวดอ้างว่าตนมีคุณธรรม แท้จริงแล้วเจ้าก็แค่เด็กขี้อิจฉาริษยาที่ไม่ได้ดีไปกว่าข้า !”

พริบตานั้นเสี่ยวอวี้หวังกรีดร้องลั่น แล้วพุ่งตัวเข้ามาประชิดข้าอย่างรวดเร็ว นาทีต่อมามือของอีกฝ่ายสะบัดฟาดบนดวงหน้าของข้า 

เพี๊ยะ !

เพี๊ยะ ! 

ไม่เหลือเวลาคิดข้าตบนางคืนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พวกเราทะเลาะกันต่อหน้าคนมากมาย พังการไต่สวนจนพินาศย่อยยับ แล้วเปลี่ยนมันเป็นการทะเลาะกันของสตรีไร้ความคิดทั้งสองแทน 

***ต่อ 

กว่าพวกเขาทั้งหลายจะได้สติ ข้าก็ต้องอยู่ใต้ร่างของเสี่ยวอวี้หวัง องค์ชายสามเป็นผู้แรกที่ตรงเข้ามาแยกนางออกจากร่างข้า ขณะที่องค์ชายเจ็ดรวบตัวข้าเอาไว้แน่น ยามนั้นโอรสสวรรค์ได้แต่ส่ายหน้าไปมามองพวกข้าคล้ายกับว่าเขากำลังเสียเวลาให้กับเรื่องไร้สาระที่สุด 

ฮ่องเต้ถอนหายใจยาวเหยียด “ที่แท้ก็แค่เรื่องไร้สาระ”

เสี่ยวเฟยหวังสบตาข้าราวรู้ความหมาย เขาเหยียดตัวขึ้น ก้าวย่างสุขุมไปหาเสี่ยวอวี้หวังก่อนฟาดมือลงบนดวงหน้านาง แล้วเดินมาตบหน้าช้าอีกคน ก่อนจะคุกเข่าลงศีรษะแนบกับพื้นเย็นเฉียบ 

“ฝ่าบาท บุตรีทั้งสองของกระหม่อมสร้างความอับอายต่อหน้าพระพักตร์ ทั้งยังทำให้ฝ่าบาททรงเสียเวลาโดยใช้เหตุ นับเป็นความผิดของกระหม่อมที่สั่งสอนบุตรีให้ดูดีไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

โอรสสวรรค์เหยียดตัวขึ้นจากบัลลังก์ แล้วก้าวลงมาพร้อมปรายตามองข้าครั้งหนึ่ง พลางกล่าวเสียงเย็นเฉียบ “เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าทั้งสองต่างไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจ เจิ้นไหนเลยจะตัดสินความออกมาได้อย่างยุติธรรม ทั้งการทะเลาะกันต่อหน้าเจิ้นเช่นนี้นับว่าเหมาะสมแล้วหรือ !”ข้ารับรู้ได้ถึงความกดดันมากมายที่แผ่ออกมา “คิดว่านี่เป็นการละเล่นหลอกเด็กหรือ ! พวกเจ้าทุกคนเห็นเจิ้นเป็นตัวอะไร !”

ยามได้ยินประโยคนั้นข้าลอบยิ้มพึงพอใจ ก่อนเสียงอันหวาดหวั่นของเสี่ยวเฟยหวังกล่าวขึ้นต่อมา “ทั้งหมดเป็นความผิดของกระหม่อม ฝ่าบาทโปรดอภัย”

ข้าเชื่อว่าผู้มีสติปัญญาย่อมมองออกว่าเรื่องนี้จะจบลงเช่นใด แน่นอนว่าพวกเขาต้องไม่อยู่เฉย เหตุนี้องค์ชายเจ็ดถึงผละออกจากตัวข้า แล้วเอ่ยขึ้นบ้าง “เสด็จพ่อ จริงอยู่ที่ว่าพี่สามทำผิดที่ไม่ยอมส่งพวกเขาให้เสด็จพ่อ แต่นำไปสอบสวนด้วยตนเอง ทว่าไม่ได้หมายว่าเสี่ยวอวี้เจินจะไร้ความผิดนะพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้ายังดึงดันให้เจิ้นตัดสิน ทั้งที่หลักฐานอะไรก็หาได้บริสุทธิ์ไม่โอรสสวรรค์แค่นยิ้ม “หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปผู้คนจะไม่หัวเราะเยาะเจิ้นหรอกรึ !”

ข้าเห็นองค์ชายเจ็ดลอบเลียริมฝีปากแตกแห้งของตน แล้วชำเลืองมองข้าด้วยสายตาเย็นชา ทั้งยังขยับปากอย่างไร้เสียงว่า ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่

ข้าเพียงยิ้มไม่แยแสเขาแต่อย่างใด 

เจ้าเห็นสตรีผู้นั้นดีกว่าหน้าตาของเจิ้นผู้เป็นบิดา !”สิ้นประโยคนั้นฮ่องเต้ตวัดมองเสี่ยวอวี้หวังทันที พร้อมออกคำสั่งดังลั่น “ลากนางออกไปโบยฐานล่อลวงองค์ชาย !”

“เสด็จพ่อ !”องค์ชายสามกรีดร้องส่ายหน้าไปมาไม่หยุด หาได้ไยดีสีหน้ามืดครึ้มของบิดาข้าไม่ “เป็นความผิดของลูก”

ยิ่งพูดคล้ายยิ่งยุให้อารมณ์เกรี้ยวกราดของฮ่องเต้เพิ่มขึ้น เขาหันไปคว้าถ้วยน้ำชาแล้วปาลงบนตัวองค์ชายสาม มันลอยผ่านหน้าข้าไปอย่างเฉียดฉิว

เพล้ง !

“กักบริเวณองค์ชายสาม องค์ชายเจ็ดอย่างไม่มีกำหนด !”

การไต่สวนได้พังพินาศลงอย่างแท้จริง เหล่าข้ารับใช้ภายในเหตุการณ์ต่างหลุบตาต่ำลง ไม่ต่างจากข้าที่ศีรษะแนบกับพื้นเย็นเฉียบ เสี่ยวอวี้หวังพลาดอย่างมหันต์ที่แสดงตนว่าสำคัญต่อเหล่าองค์ชายเพียงใด นางคงลืมคิดไปว่าท้ายที่สุดแล้ว ฮ่องเต้ย่อมปรารถนาให้โอรสของตนไยดีตนมากกว่าอิสตรี 

ข้าสูดหายใจเข้าช้า ๆ เลียริมฝีปากของตน 

“ส่วนเจ้า”ฮ่องเต้ชี้นิ้วมายังข้า “พฤติกรรมก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเจ้าทำให้เจิ้นผิดหวังและละอายยิ่ง ต่อจากนี้ให้เจ้าไปปฏิบัติธรรมที่พระอารามในเมืองจี๋อิงอย่างไม่มีกำหนด”

.

.

.

ข้ามองเงาสะท้อนของบนสระน้ำภายในอุทยานหลวง ดวงหน้าของข้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและหยาดโลหิตไหลซิบ ทั้งเรือนยังยุ่งเหยิงแลดูคล้ายกับสตรีวิปลาสไม่ปาน ช่างแตกต่างกับภาพสะท้อนบนกระจกทองเหลืองก่อนหน้านี้ 

ข้าถอนหายใจยาวเหยียด ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนผืนหญ้าใกล้สระน้ำ หลังจากเรื่องวุ่นวายทั้งหลายสิ้นสุดลง ฮ่องเต้เรียกเสี่ยวเฟยหวังเข้าพบ ส่วนเหล่าองค์ชายล้วนถูกกักบริเวณ ขณะที่เสี่ยวอวี้หวังถูกโบยถึงยี่สิบไม้ และคาดว่าถ้ากลับไปที่จวนนางคงโดนอีกไม่ใช่น้อย 

“นี่คือมนุษย์งั้นหรือ”ข้าเลื่อนมือสัมผัสทรวงอกอันอุ่นร้อนของตน ยามปกติข้าสัมผัสได้เพียงเกราะอันแข็งแกร่งและเย็นเฉียบ ชีวิตนับหมื่นปีของข้าจมอยู่กับการสงคราม ก่อนจะพ่ายแพ้แล้วตื่นขึ้นมาในร่างนี้ 

ร่างกายที่ข้าตระหนักได้ถึงความอ่อนแอและบอบบางของมนุษย์ คล้ายกับจะแตกสลายเป็นเถ้าธุรียามปวงเทพสะบัดมือ 

คิดถึงตรงนี้ข้ายกยิ้มบางเบา แหงนหน้ามองท้องฟ้ากระจ่างใสด้วยดวงตาวาววาบ ครั้งหนึ่งข้าเคยปรารถนาช่วงเวลานี้ เพื่อจะใช้มันร่วมกับคนผู้หนึ่ง แต่ช่างน่าเสียดาย ความปรารถนาของข้ากลับไม่อาจสมหวังได้ 

“อวี้เจิน”เสียงทุ้มต่ำของเสี่ยวเฟยหวังเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง เขาหยุดปลายเท้าลงข้างข้า ก่อนยื่นมือออกมาหมายพยุงข้าขึ้น “กลับกันเถอะ”

ข้ามองเขาอย่างเฉยชา ก่อนพยักหน้าแล้วเหยียดตัวขึ้น “ฝ่าบาทหักเงินเดือนท่านหรือ”

เสี่ยวเฟยหวังเหยียดยิ้ม “บิดาร่ำรวยนัก เจ้าจะหวั่นไปทำไม ?”

เมื่อลองทบทวนความทรงจำของเสี่ยวอวี้เจินดูอีกรอบ ข้าตระหนักอย่างยิ่งถึงความร่ำรวยของตระกูลเสี่ยว จึงเผยยิ้มออกมาเสมือนว่าไม่ได้ถามประโยคก่อนหน้า

ข้าสังเกตได้ถึงฝีเท้าที่ขยับช้าลงของเสี่ยวเฟยหวัง นั่นทำให้ข้าเดินนำเขาในที่สุด ทั้งยังรับรู้ได้ถึงสายตาที่จดจ้องข้าอย่างหวาดระแวงปนสับสน ของเขา

ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะคิดได้ว่าควรใช้วิธีการใดตลบกลับ”เขาเอ่ยออกมา ใช้มือกระตุกชายอาภรณ์ของข้า “เสี่ยวอวี้เจิน บุตรีของข้านางเป็นคนเขลา”

ข้าหยุดปลายเท้าลง เหลือบมองเขาเล็กน้อย “เช่นนั้นเราคงไม่ต่างกัน ข้าเป็นเพียงคนเขลาที่พยายามเฉียบแหลมเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น”

เขาเงียบไป เหมือนปล่อยให้ข้าพูดต่อเพื่อขยายความ

“ถ้าอาหนิงไม่บอกว่าพวกเขาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก่อน ข้าคงคิดไม่ได้ อีกอย่างต้องยอมรับด้วยว่าพวกเขาค่อนข้างโง่ที่มองข้ามข้อควรระวังเล็ก ๆ น้อย ๆ”ข้าก้มลงจัดอาภรณ์ให้เข้าที่ “สิ่งแรกที่พวกเขาควรทำตอนจับพยานได้คือส่งมันให้ฮ่องเต้ หาใช่คาดคั้นหรือตัดสินหาความเอง เช่นนั้นผลจึงออกมาเป็นเยี่ยงนี้ ข้าสามารถนำความไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรมตรงนั้นมาต่อรองได้”

“...”

“นับว่าพวกเขายังอ่อนหัดนัก...”

“เป็นเจ้าที่ฉลาดและช่างสังเกตเกินไปมากกว่า”เสี่ยวเฟยหวังว่า สายตาที่เขามองข้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย “อย่าถ่อมตนนักเลย”

ข้าค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วมือสัมผัสบาดแผลบนดวงหน้าของตนเอง เป็นจังหวะเดียวกับที่สายลมกรรโชกพัดผ่านร่างของข้าไป 

“ไม่หรอก ถ้าข้าฉลาดคงไม่ทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นเช่นนี้”ข้าเผยอยิ้มน้อย ๆ “ดวงหน้างดงามนี่คงมีแผลน้อยลง ทั้งถ้าข้ายั่วโมโหนางไม่สำเร็จ และองค์ชายสักคนช่างสังเกตมากกว่านี้หน่อย พวกเขาอาจใช้คำพูดดี ๆ ตลบหลังข้า”

ข้าหมุนตัวกลับมาสบตาเขา “เห็นได้ชัดว่ายังมีช่องโหว่อีกมาก ถ้าฉลาดสักหน่อยย่อมมองเห็น”

อันที่จริงข้าไม่เข้าใจสายตาของเสี่ยวเฟยหวัง ยามเห็นเขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ข้านึกหวาดระแวงไม่น้อย ข้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่เสี่ยวอวี้เจิน ทว่าคนผู้นี้กลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย 

“เจ้าเป็นใครกัน”

เขาถามข้า ช่างเป็นคำถามที่คล้ายคลึงกับที่คนผู้นั้นเคยเอ่ยถาม แน่นอนว่าข้าต้องตอบเช่นเดิม

“ศัตรูของเหล่าเทพที่พวกเจ้าเทิดทูน แต่ตอนนี้ข้าคือเสี่ยวอวี้เจิน บุตรีของเจ้า”

ใช่แล้ว ตอนนี้ข้าเป็นเพียงมนุษย์นามว่าเสี่ยวอวี้เจิน มนุษย์ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการเล่นตลกของเทพแห่งโชคชะตา 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.796K ครั้ง

2,604 ความคิดเห็น

  1. #2598 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 12:19
    ขอบคุณคืาา
    #2598
    0
  2. #2289 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 03:02
    เรา เราเผลอใจสั่นกับท่านพ่ออออ
    #2289
    0
  3. #2200 แซฟฟรอน (@na-deer) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 20:08
    น่ะ นี่มันเรือบาปนี่! ขาข้างหนึ่งของฉานลงไปแล้ว จะทำไงดี แง๊!
    #2200
    0
  4. #2148 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 09:16
    มั่ยๆๆๆ เรือนี้มั่ยดั้ยๆๆ
    #2148
    0
  5. #2139 peeqan (@peeqan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 23:47
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ ติดตามนะคะ
    #2139
    0
  6. #2107 dreammiing (@dreammiing) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 13:22
    ผู้ชายเรื่องนี้ ทำไมชอบกรีดร้องโวยวายจังงง ต่อหน้าฮ่องเต้นะ ทุกคน ฮัลโหลล 5555

    ถ้าเราเป็นเต้นี้ คิดไม่ออกเลยว่าจะให้บังลังค์ใครดี แต่ก็มันดีค่ะ ขอบคุณไรท์นะคะ
    #2107
    0
  7. #2086 BigbanG (@neptune17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 02:13
    บาป บาป บาปปปปป
    #2086
    0
  8. #2084 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 02:05
    นี่ว่าดี หลายเรื่องพอข้ามภพข้ามชาติ แต่พ่อแม่ก็มองไม่ออกว่าไม่ใช่ลูกตน
    #2084
    0
  9. #2058 Zebus (@kim09499mii2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:21
    ชอบ​ความ.. ม่ายยยยยยย
    #2058
    0
  10. วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 01:42
    อย่าชี้นำเรือบาปปปปปป แม่เจ้าาา
    #1705
    0
  11. #1151 kyungsoosan (@kyungsoosan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 18:14

    โอมายก้อด อย่านะ อย่าทำเรือบาป แง้ แต่ก็กร๊าวใจจัง5555

    #1151
    0
  12. #1077 pupe. (@pupe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 13:30
    ให้ตายเถอะท่านพ่อ..... ชั้นน่ะ บาปแล้วนะ
    #1077
    0
  13. #1060 miyumiyu (@miyumiyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:13
    ใคร ใคร บอกเรือบาป อย่าชี้นำเรา เดี๋ยวเราเผลอโดดลงเรือไปด้วย 555
    #1060
    0
  14. #793 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:26
    ชอบความที่พ่อรู้จักลูกตัวเองอะ
    #793
    0
  15. #772 ตะกอนใจ (@monstersmile) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 19:45
    ชอบๆ ไม่ต้องเสแสร้ง บอกไปว่าฉันไม่ใช่
    #772
    0
  16. #759 Savita Puttipaisal (@minniealizabelt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 15:15

    ระเรือบาปมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
    #759
    1
    • #759-1 miyumiyu (@miyumiyu) (จากตอนที่ 3)
      17 มิถุนายน 2562 / 22:12
      งือออ อย่าชี้นำเรา เดี๋ยวเผลอโดดลงเรือไปด้วย
      #759-1
  17. #491 Mitsunam (@nammmmmmmm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:31
    ไม่นะ!! ฉันกำลังจะแล่นเรือบาป
    #491
    0
  18. #409 Sirinar9989 (@Sirinar9989) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 15:37

    เป็นนิยายที่เนื้อหาคมมาก


    #409
    0
  19. #355 Mameaw555 (@thatcharisa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 17:32

    ไม่นะคะ เราจะไม่ยอมให้มีเรือบาปเกิดขึ้น!!!
    #355
    0
  20. #316 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:48

    แต่งดีอ่ะสามารถกลับผิดเป็นถูกได้

    #316
    0
  21. #225 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:14
    กำทำไมเราคิดดีไม่ดีเลยพ่อลูกดูแปลกๆรักต้องห้ามเพ้ยๆๆๆๆ
    #225
    0
  22. #224 เวนีล่า (@maysena) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:09
    ทำไมอยู่ๆเราก็สัมผัสได้ถึงเรือบาปกันละคะ?!
    #224
    0
  23. #219 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:58
    สุดยอดลูกกกกกก
    #219
    0
  24. #213 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 18:55
    เง้ย สุดดดด
    #213
    0
  25. #140 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 02:53

    เป็นคนเทาๆ ชีวิตจริงใครมันขาวสะอาดตลอดอยากรู้

    #140
    0