複雑な 関 係。 ( markbam )

ตอนที่ 10 : 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    13 เม.ย. 60

09

 

 

 

 

       ลดโทรศัพท์ลง นึกสงสัยอะไรเล็กน้อยแต่ต้องปัดความคิดนั้นทิ้งออกไป เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

            พี่ชานยอลบอกว่า จัดการเรียกเพื่อนมาเป็นธุระให้ รอสักครู่ เพื่อนของเขาติดภารกิจอยู่และอีกไม่นานก็คงจะมา แล้วพี่รหัสของผมก็หายตัวไปแต่ไม่ได้บอกว่าไปไหนหรือทำอะไร ปล่อยให้ผมยืนรออยู่คนเดียวภายในห้อง

            ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของผม

            แต่พอคิดไปคิดมาก็ควรจะเป็นเรื่องของผมอยู่เหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าคนไหนคือเพื่อนที่พี่รหัสส่งมาให้ แต่เอาเป็นว่ารออยู่ในห้องน่าจะดีกว่า

            เวลาผ่านพ้นไปไม่นานมากนักยัง นับดูแล้วยังไม่ถึง 5 นาทีดี ทำให้ผมรู้สึกใจเย็นและยังพอรอคอยได้อยู่ ใจจริงอยากจะกลับเองเหมือนกัน เพียงแต่ตอนนี้มันเป็นเวลามืดแล้ว ในมหาลัยเองก็มืดมาก ถึงแม้จะมีแสงไฟประดับประดาอยู่ตามข้างทาง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย

            ยิ่งตึกคณะของผมเอง ก็ไม่ได้จะอยู่ใกล้กับประตูหรือถนนเสียสักเท่าไหร่ การโดยสารในเวลานี้จึงเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ผมเองก็ไม่ได้ยืมรถหรือนำจักรยานจากส่วนกลางมหาลัยมาทิ้งไว้ เลิกเชียร์เสร็จก็โดนลากขึ้นมาเลยแหะ

            เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนั้นโคตรจะดูดี ทั้งที่จริงแล้วผมขี้เกียจเดินไปหน้ามอเองก็เท่านั้น

            ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ต้องมาติดแหง่กอยู่อย่างนี้ ตัวเองไม่ค่อยยี่หระเท่าไหร่เรื่องการรอใครสักคน ยิ่งเวลากระทันหันยิ่งเข้าใจ ไม่มีใครเขามีเวลาว่างเสมอหรอก แต่ใครอีกคนนี่สิ ค่อนข้างน่าเป็นห่วง

            หวังว่า ประตูบ้านยังคงไม่พังหรือโดนประทุษร้ายเสียก่อน

            ขยับตัวย้ายมายืนอยู่หน้าฉากหลากหลายอันอีกครั้ง ยิ่งนั่งมองในระยะใกล้ขนาดนี้ยิ่งรู้สึกชอบฝีมือของเด็กคณะนี้ ฝีมือไม่ธรรมดาเหมือนคะแนนมหาโหดที่ฝ่าฝันพยายามกันเข้ามา

            ผมค่อนข้างชอบลายเส้น อ่า หมายถึงภาพลายเส้นดินสอสีดำเปล่าเปลือย ไร้การลงสี หรือไม่ก็เป็นภาพแนวสีจัดจ้าน ครั้งนึงเคยได้มีโอกาสได้บัตรฟรีจากหัวหน้าที่โรงแรมม๊า เขาให้เป็นของขวัญวันเกิดของผม บินมาดูนิทรรศการรูปภาพของจิตรกรดัง โดยมีไอ้ยูคติดสอยห้อยตามมาด้วย ในวันนั้นผมรู้สึกว่า เวลาแค่ 7 ชั่วโมงไม่เพียงพอสำหรับการดื่มด่ำภาพวาดพวกนั้นเอาเสียเลย ยังคงเหลืออีกหลายสิบรูปที่ยังไม่ได้ดู

            แต่ต้องรีบกลับเสียก่อนเพราะใกล้เวลาขึ้นเครื่อง กอปรกับเสียงก่นด่าสบถของไอ้ยูคยอม พูดพร่ามทำเพลงเรื่องที่ผมยืนจ้องภาพๆนึงค้างไว้เป็นชั่วโมง

            มารผจญเสียจริง

            ผมแค่ชอบ ชอบมอง ชอบดู ชอบลายเส้นแบบนั้น รู้สึกตัวอีกทีก็หยุดยืนจ้องมันนานไปหน่อยแค่นั้นเอง แต่ไอ้ยูคก็เว่อร์วังไปเอง เกินเบอร์ เกินความจริงไปมาก

            ตัดมาที่ปัจจุบัน ผมรู้สึกชอบลายเส้นของคนวาดฉากพวกนี้จนอดไม่ได้ที่อยากจะทำความรู้จักกับเขา แต่ก็นะ คนที่พอจะอยู่ให้ถามก็ดันไม่อยู่สะงั้น ม๊าเคยยุให้ผมเรียนเกี่ยวกับพวกจิตรกรรม แต่ตัวผมเองรู้สึกว่าอนาคตจบไปจะไปทำอะไร ฝีมือแค่หางอึ่งแบบนี้

            นี่ก็มารผจญอีกตัว

            ละความสนใจจากฉากอีกครั้ง มองดูหน้าจอก็พบกับเบอร์ของพี่แจ็คสัน เหลือบมองนาฬิกาบนหน้าจอมือถือก็พบว่า นี่มันเลยเวลามาเกือบ 10 นาทีเสียแล้ว

            ว่ากดรับและกรอกเสียงลงไป ใช้ไหล่แบะใบหูค้ำยันโทรศัพท์มือถือไม่ให้ร่วงหล่น ขณะที่กำลังเลื่อนฉากเก็บ

            [ ไอ้แบม มึงอยู่บ้านปะเนี้ย เปิดประตูบ้านให้ไอ้มาร์คมันหน่อย ไอ้ห่านี้เขาจะเป็นหมาบ้าละแม่ง ] เสียงตีกลองและเสียงร้องเชียร์ของเด็กคณะวิศวะแทรกซ้อนเข้ามาในสาย ผมรู้สึกว่าได้ยินเสียงของพี่แจ็คไม่ค่อยชัด

            อะไรของพี่วะ พูดดังๆดิ

            [ เห้ย ! พวกมึง เดี๋ยวกูมา แปปนึง เด็กเหี้ยไร ไม่มีอะ ] ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย ก่อนที่จะหายเงียบไป

            [ ฮัลโหล ไอ้แบม มึงอยู่ปะเนี่ย ]

            เออ อยู่ ได้ยินแล้ว เมื่อกี้พี่บอกว่าอะไรนะ

            [ กูถามว่า มึงอยู่บ้านไหม เปิดประตูบ้านให้ไอ้เหี้ยมาร์คเขาที กูรำคาญแม่งมาก ]

            “ อยู่มออะดิ อยู่ตึกคณะเนี่ย แต่เดี๋ยวจะกลับละ พี่เขาไลน์มาบอกผมละเปลี่ยนท่าจับมือถือแบบปกติ เมื่อเคลื่อนย้ายฉากให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

            [ มึงรีบกลับไปดูมันเลย กูกลัวประตูบ้านพัง ไอ้ห่านี้แม่งยิ่งบ้าๆอยู่ เตะบอลแล้วเจ็บขาหรืออะไรไม่รู้แม่ง พาลมั่วไปหมด ]

            “ เออๆ รู้แล้ว อย่าบ่นดิ้ ผมไม่ใช่พี่มาร์คนะ จะไปบ่นก็ไปบ่นพี่มันนู่น ”  

            [ ถ้ากูบ่นแล้วมันไม่ด่ากู กูจะมาบ่นให้มึงฟังทำไมล่ะ แค่นี้ล่ะ รีบๆกลับไปบ้านด้วย ] พี่แจ็คสั่งย้ำอีกครั้ง บ่นงุบงิบงุบงับอะไรของพี่มันไม่รู้ เสียงโหวกเหวกโวยดังขึ้นอีกครั้ง และเป็นพี่มันที่ตัดสายผมทิ้งไป

            ไอ้พี่พวกนี้คิดจะวางก็วาง แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอวะ

            น้องแบมเสียงหอบน้อยๆ ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ใครคนนั้นใส่หมวกกันน็อคสีดำ ภายใต้กระจกพลาสติกสีดำนั้นถูกเปิดขึ้นเผยใบหน้า

            รอนานหรือเปล่าครับพร้อมกับรอยยิ้มที่ผมเห็นจนชินตา

            พี่จินยอง 

            เพื่อนที่ว่าคือพี่จินยองนั่นเองสินะ

            พี่ชานยอลนี่แม่ง..

           

            เมื่อพิ่จินยองมาแล้ว ก็ไม่รีรอถ่วงเวลา แค่นี้ก็กินเวลาไปหลายนาทีแล้ว แต่เมื่อลงมาด้านแล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องชะงัก

            ผมมองไปที่ MSX สีดำแดงด้านหน้าอย่างชั่งใจ

            จะให้ผู้ชายสองคนนั่งเบียดกันบนมอร์ไซต์คันแค่เนี้ยอะนะ ?

            พี่ไปส่งผมหน้ามอก็ได้นะถือหมวกกันน็อคค้างไว้ไม่ยอมใส่ พี่จินยองเปิดกระจกบังลมขึ้นอีกครั้ง

            ใจคอจะไม่ไปด้วยกันหรอ ไม่เบียดหรอกเชื่อพี่ดิ

            “ อ่ายืนมองไปยังเบาะที่เหลือว่างอย่างชั่งใจ

            “ รีบมารับเลยนะเนี่ย จะทำให้พี่เสียน้ำใจไปถึงไหนกันนะแบมแบมพี่จินยองเขาพูดจาประชดประชันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างนั้นได้อย่างไรกันนะ ไม่สิ เขาพูดจาแบบนี้กับใบหน้าแบบนี้ได้เป็นเรื่องปกติใช่รึเปล่า

            ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้าบ้าน MSX สีดำแดงจอดอยู่หน้าประตูบ้าน หากแต่ไร้เงาของใครอีกคนที่กระวนกระวายเข้าบ้านไม่ได้ ถอดหมวกกันน็อคออกวางไว้เบาะหลังที่พี่จินยองนั่ง

            เห็นหมวกแล้วอดนึกไม่ได้ ทำไมหมวกพี่เขาดีจัง แล้วทำไมหมวกที่ผมใส่ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าผมใส่หมวกของมอร์ไซต์วินหน้าปกซอย ลักษณะมันใกล้เคียงกันมาก ต่างกันแค่สี จะไม่ใส่ก็เดี๋ยวจะหาว่าเรื่องมากอีก เลยจำใจต้องใส่และนั่งมา

            แต่ตอนนี้พี่มาร์คมันหายไปไหน ?

            ไปไหนของเขาวะ เมื่อกี้ยังโทรมาอยู่เลย

            ไหนไอ้มาร์คล่ะส่ายหัวเป็นคำตอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เขาไปไหน ไม่ใช่ว่าปีนเข้าบ้านได้แล้วนะ ไม่ดิ ถึงจะปีนเข้าไปได้แต่ยังไงก็เข้าตัวบ้านไม่ได้อยู่ เพราะมีกุญแจอีก และพี่มาร์คเองก็ไม่มีกุญแจ หรือถ้าหนีไปนอนบ้านเพื่อนก็น่าจะโทรมาบอกผมก่อนไหม

            ผมเดินกลับไปที่มอร์ไซต์ของพี่จินยอง เปิดกระเป๋าควานหาโทรศัพท์เพื่อติดต่ออีกฝ่าย

            แบมแบม เสียงของพี่มาร์คดังขึ้น พี่มาร์คใส่ชุดนักบอล เสื้อสีขาวและกางเกงนักบอลสีดำ พร้อมกับรองเท้าสตั๊ดสีดำ เดินมาทางริมฝั่งต้นไม้ที่คุณป้าปลูก

            อย่าบอกนะว่าไปนั่งรอตรงนั้นน่ะ ?

            พี่ไปไหนมาอะ เมื่อกี้ไม่เห็นอยู่หน้าบ้าน ก็คิดว่าไปนอนบ้านเพื่อนแล้วน่ะนั่น

            “ นั่งอยู่ตรงพุ่มไม้พี่มาร์คชี้มือไปทางพุ่มไม้ด้านหลัง เขานั่งไปได้ไงนะ ตรงนั้นมีแต่ยุง ดีที่ว่ามีขอบปูนให้นั่งกับแสงไฟไม่ให้มืดเกินไปแค่นั้นเอง

            แล้วนั่นมากับใคร ?

            “ พี่จินยองอะพี่ เนี่ยผมรีบมาสุดละ

            “ อ่อ แล้วกินอะไรมายัง

            ยังเลยพี่ แต่เดี๋ยวไปกินกับพี่เขาอะ ผมบอกและชี้ไปทางพี่จินยอง พี่มาร์คพยักหน้าและยืนจ้องหน้าผมค้างไว้แบบนั้น

            มองหน้าผมทำไมอะพี่ ?

            “ ไหนกุญแจบ้าน เออว่ะ พี่มาร์คร้องท้วงเอากุญแจบ้าน ผมเกือบลืมจุดประสงค์ที่รีบบึ่งมาจากมอไปเลย ผละออกมจากพี่มาร์คเดินไปหยิบกุญแจบ้านของตัวเองไปให้อีกฝ่ายที่เดินมายืนรอหน้าประตูบ้าน

            พี่มาร์คเอากุญแจบ้านของผมไปก่อนนะ แล้วยังไงค่อยฝากคนมาให้ที่คณะอีกทีละกัน ช่วงนี้ไม่น่าจะได้กลับบ้าน

            “ อ่าหะ เข้าบ้านแล้วนะ กลับมอดีๆ

            “ เห้ย เดี๋ยวดิพี่มาร์ค แล้วนี่พี่อย่าลืมกินยานะ กินข้าวยัง ซื้อข้าวมาก็อย่าลืมกินข้าวด้วยนะ ไอ้พี่แจ็คมันบอกว่าพี่เจ็บขาไม่ใช่อ่อรั้งแขนพี่มาร์คไว้ อีกฝ่ายที่กำลังไขกุญแจประตูเพื่อเข้าบ้านหยุดชะงัก และหันหน้ามาทางผมอีกครั้ง ผมชี้ไปที่ถุงข้าวแล้วเตือนอีกฝ่ายให้ลืมทายาหรือกินยาด้วย

            กินแล้ว ก็ตอนรอแบมพี่ก็ไปหาอะไรกินรอ

            อ่าว แล้วอีกถุงนั่นของใครอะพี่มาร์คยกถุงข้าวกล่องขึ้นมา มองถุงข้าวกล่องสลับไปมากับหน้าผม

            ของแบม

            “ …...

            “ แต่เดี๋ยวแบมไปหากินข้างนอกกับจินยอง เดี๋ยวพี่เอาไปเก็บไว้ในตู้เย็นพี่มาร์คพูดแค่นั้นแล้วหันกลับไปทางประตูบ้านเพื่อเปิดประตูเข้าบ้าน

            ซื้อข้าวมาให้เขางั้นหรอ ?

            ไม่รู้ว่าความคิด ร่างกาย หรือสมองสั่งการเร็วกว่ากัน

            เอื้อมมือไปแขนอีกฝ่ายอีกครั้ง ดึงถุงข้าวกล่องมาถือไว้เองหน้าตาเฉย

            ผมไม่รู้ว่าพี่มาร์คหันหน้ามาทางผมรึเปล่า

            ผมไม่รู้ว่าพี่มาร์คหันหน้าอยู่ทางประตูเหมือนเดิมไหม

            ผมไม่รู้ว่าเขาหันมาทางนี้หรือหันไปทางนู้น

            เพราะตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้หันไปมองเขา ผมมองแค่ถุงข้าวกล่องที่เขาซื้อมาให้

            ไม่ต้องเอาไปเก็บหรอกพี่ ผมจะเอาไปกินคืนนี้

 

-

 

            “ กูชวนแต่แรกละว่าจะไปกินข้าวต้ม แล้วดูมึงดิ๊ ดูมึง

            ทำไม กูทำไม พี่ชานยอลโวยวายไม่เลิกตั้งแต่ผมกลับมา พี่จินยองแวะซื้อข้าวกล่องระแวกซอยบ้านของผมและตรงดิ่งมาที่มหาลัย เมื่อพี่ชานยอลเห็นข้าวกล่องก็โวยวายใหญ่เลย

            กูรู้ว่ามึงจะเอาใจน้องมัน แต่มึงก็ไม่น่าจะเมินข้าวต้มกูไหมวะ

            อ่าว ผมเกี่ยวไรอะพี่

            โว้ะ มึงแม่งไม่ได้เรื่อง พี่ชานยอลดึงเก้าอี้กระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์ บ่นงุบงับเป็นหมีกินผึ้ง แต่มือก็ยังหยิบข้าวกล่องเปิดมาและจ้วงข้าวเข้าปากกินฉับๆ

            ส่ายหัวนิดๆกับความเอาแต่ใจของพี่รหัส พี่เขาค่อนข้างมีนิสัยลูกคุณหนูนิดๆ นิสัยลูกคุณหนูที่ว่านี้คือนิสัยเอาแต่ใจ ค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่โดยรวมแล้วก็คบได้นะ เป็นพี่ที่ดีคนนึง ผมไม่ได้ถือสาหาความกับคำพูดพี่เขานะ รู้หรอกน่าว่าเขาพูดเล่น ตราบใดที่เขาไม่เอาแต่ใจใส่ผมนั่นก็แสดงว่าผมยังรับไว้ล่ะน้า

            มึงเลิกแพร่มได้ละ ไว้กูพาไปแดก ทำเหมือนจะไม่ได้เจอหน้ากูอีกแล้วงั้นอะ พี่จินยองหันไปด่าพี่ชานยอล ใช้ช้อนตักข้าวที่เม้มจนสะอาดไร้เศษข้าวตีหัวคนที่บ่นไม่เลิก

            ไอ้เหี้ย สกปรก เล่นเหี้ยไรเนี่ย พี่จินยองหัวเราะร่วน ใบหน้าหงิกงอของพี่ชานยอลทำให้ผมรู้สึกว่าผมกำลังนั่งมองเด็กสามขวบกำลังโมโหอะไรทำนองนั้น

            แบม ดูนะ ไอ้จินยองอะ มันทำได้ทุกอย่างแหละเพื่อเอาใจคนที่แม่งชอบ

            อะ แน่นอน

            มึงแม่งเหี้ย วันหลังกูจะไม่ซัพพอร์ตอะไรมึงอีกละ บายๆ พอที เพื่อนเหี้ย

            แล้วทำไมข้าวกล่องของน้องมันดูน่ากินกว่าของเราวะ พี่ชานยอลเลิกให้ความสนใจกับพี่จินยอง เบนความสนใจมาที่ผมแทน เจ้าตัวชะโงกหน้าข้ามฝากโต๊ะมายังข้าวกล่องของผมแทน

            แล้วมึงไปเสือกอะไรกับข้าวน้องเขาอะ

            กูว่ามึงมากกว่าที่เสือกอะ ว่าไง ทำไมน่ากินกว่าของพี่วะ ไม่แฟร์เลย ดูดิมีไข่เหยี่ยวม้าด้วย ไอ้จินยองมึงซื้อข้าวไรมาให้แดกเนี่ย ประโยคแรกบ่นพี่จินยอง ประโยคต่อมาถามผมด้วยโทนเสียงที่แตกต่าง และประโยคสุดท้ายเป็นประโยคก่นด่า

            พี่รหัสผมค่อนข้างเป็นคนมหัศจรรย์คนนึงนะ ผมว่า การพูดสองโทนเสียงสลับไปมาในประโยคใกล้ๆกันมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

            พี่จะกินป่ะล่ะ เดี๋ยวแบ่งให้ ช้อนไข่เหยี่ยวม้าทอดกรอบให้

            มึงจะไปแย่งน้องแบมทำไมวะ

            กูยังไม่ทันได้แย่งเลยมะ อิจฉาอะดิ .. ไม่เอาๆ เดี๋ยวแบมไม่อิ่ม พี่ชานยอลส่ายหน้า

            ซื้อคนละร้านแน่ๆ ของแบมแม่งโคตรรพรีเมี่ยม

            พี่มาร์คซื้อมาให้ผมน่ะ

            หะ ? มาร์ค ? คนอย่างไอ้นั่นอะนะ

            อื้อ พี่มาร์คนั่นแหละ

            ผมเขี่ยข้าวในกล่องไปมา พลางคิดถึงเจ้าของข้าวกล่องกล่องนี้

            เห็นแค่ลักษณะกล่องก็รู้ว่าเป็นร้านไหน แม้กระทั่งเมนูที่ชอบกินอีกคนก็ยังจำมันได้

            ยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลยด้วยซ้ำ ในตอนนั้นน่ะ แม้แต่จะเงยหน้าดูว่าอีกฝ่ายหันมารึเปล่ายังไม่กล้า จนกระทั่งเจ้าของรองเท้าสตั๊ดสีดำเดินไกลออกไปพ้นตานั่นแหละถึงจะเงยขึ้นมา

            BAMBAM1A : ขอบคุณสำหรับข้าวร้านลุงกับป้านะครับ ไว้ไปกินกันวันหลังนะ ผมเลี้ยงเอง!

            BAMBAM1A : กินยาแล้วรีบๆนอนนะครับ

            หน้าลู่หูตก ทำหน้าเหมือนหมาเวลาเจ้าของเมินไปได้

            Read

            Mtuan : กินแล้ว กำลังจะนอน

            ข้อความถูกอีกฝ่ายอ่านอย่างรวดเร็ว ตอบเร็วแหะ ธรรมดาไม่เห็นจะตอบเร็วขนาดนี้

            BAMBAM1A : อ่าหะ

            นิ้วมือหยุดค้างอยู่บนแป้นพิม รอเวลาผ่านไปสักพัก แต่กลับไม่มีข้อความสนทนาเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากประโยคที่ถูกส่งไป และข้อความนั้นขึ้นว่า read หน้าข้อความ

            กดอีโมจิด้านข้างแป้นพิมไปมา

            แบมแบม มึงมัวแต่รออะไร

            ขยับนิ้วกดย้ำแป้นพิมพ์ขยับไปยังตำแหน่งลยสลับกันไปมา

            ผมรออะไรอยู่นะ

            พรมนิ้วลงบนแป้น พิมประโยคง่ายๆ หนึ่งประโยคลงไป ก่อนจะกดส่งไปพร้อมกับข้อความของอีกฝ่ายที่เด้งขึ้นมาพร้อมพร้อมกัน

            Mtuan : ฝันดีแบมแบม 

            BAMBAM1A : พี่มาร์ค ฝันดีนะครับ

            ส่งมาพร้อมกันเลยแหะ

 

            ผมไม่ได้กลับบ้านมา 2 วันแล้ว

            ใช่ 2 วันแล้ว ไม่ได้กลับไปบ้านเลยตั้งแต่ในคืนนั้น พี่ชานยอลใช้งานผมคุ้มมาก ตัวเราสองคนติดกันเกือบ 24 ชั่วโมง จากกำหนดการที่ว่างานต้องเสร็จภายใน 2 อาทิตย์ข้างหน้านั้น ถูกร่นระยะเข้ามาเป็น 1 อาทิตย์นิดๆ ทำให้งานทั้งหมดต้องถูกเร่งมากขึ้นกว่าเดิม

            แทบจะไม่ได้นอน

            ให้ตายเถอะ

            ดีหน่อยตรงที่ว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ และพรุ่งนี้อาจารย์ที่มีสอนก็งดคลาสเรียน ทำให้พรุ่งนี้ผมยังพอมีเวลาว่างบ้าง พี่เจบีมีแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว นอกนั้นผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับใคร

            หมกหมุ่นอยู่แต่กับงาน หอบข้าวหอบของมานอนที่คณะ เสื้อผ้าก็เป็นพี่เจบีที่เอามาให้ มีพี่จินยองแวะเวียนมาบ้างเป็นช่วง แต่ไม่ได้สร้างความน่ารำคาญใจให้ผมเสียเท่าไหร่

            เคาะเถ้าบุหรี่ลงกับจาน ยกจรดริมฝีปาก ดูดดื่มนิโคตินเข้าปอดฮุกใหญ่ๆ

            2 – 3 วันนี้ผมรู้ตัวว่าจัดมากในเรื่องการดูดบุหรี่ ธรรมดาไม่ค่อยจะแตะเสียเท่าไหร่ แต่มันเป็นข้อยกเว้นสำหรับเวลาใช้ความคิดอย่างหนัก หรือเวลาคิดงานใหญ่ จำเป็นต้องพึ่งมัน

            ส่วนหนึ่งช่วยในเรื่องสร้างอารมณ์ล่ะนะ

            หนีบรองเท้าหูหนีบไปยังงานที่ลงสีค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จับฉากนั้นตั้งขึ้น นั่งลงยองๆ ใช้นิ้วแตะสีทดสอบดูว่าแห้งแล้วหรือยัง เพื่อเตรียมลงสีขั้นต่อไป

            น้องแบม หันไปบี้บุหรี่ลงกับจานเขี่ย พี่จินยองเดินเข้ามาพร้อมกับสัมภาระ ผมเดาว่าน่าจะเป็นของกินนะ ได้กลิ่นกาแฟร้อน

            น่าจะไปกับพี่ชานยอลมาแน่ๆ

            กินก่อนไหม ไอ้ชานยอลมันกลับไปเอาของที่หอ เดี๋ยวมันตามมา นี่มันให้พี่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนน้องแบมก่อน

            “ อ่อ หรอครับ

            ทำไปถึงไหนแล้วล่ะ

            “ ฉากนี้เหลือลงสีเพิ่มอีกนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว เหลืออีกไม่กี่ฉากก็น่าจะเสร็จ

            เปลี่ยนท่านั่งจากนั่งยองเป็นขัดสมาธิเพราะรู้สึกเมื่อย ดีที่เอาถุงเท้ามาเผื่อด้วย ไม่งั้นตาตุ่มผมคงด้าน เปลี่ยนท่านั่งบ่อยมาก เพราะต้องนั่งทำบนพื้น และเหน็บมันก็ชอบกินขา กินจนผมเซง บางทีลุกขึ้นมานี่รู้สึกเหมือนมดกัดหยิบๆไปทั้งเท้า

            ได้ยินเสียงกุกกักเหมือนคนรื้อของ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ชวนอีกคนที่อยู่ในห้องคุยด้วย และอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะรู้ว่าผมต้องการสมาธิในการจดจ่อ เวลางานผมต้องการสมาธิมากๆน่ะ ยกเว้นช่วงกลางคืน ผมจะหาวิทยุมาเปิดฟัง อยู่เงียบๆไม่ไหว มหาลัยมันน่าวังเวง แต่ช่วงกลางวันขอเงียบๆแล้วกันเนาะ

            แบมแบม

            “ …. ”

            “ แบมแบมครับ เพราะอากาศช่วงนี้เย็นลง ใกล้เข้าสู่หน้าหนาว จึงสามารถรับรู้ได้ง่ายกว่าปกติเหมือนเจออุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิห้อง

            เหมือนมีอะไรอุ่นๆมาชนแก้ม

            ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าพี่จินยองยืนค้ำหัวผมอยู่ ใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ไม่ห่างไกลจากผมมากเท่าไหร่

            ไม่ไกลที่ว่านั้น คือระยะใบหน้าที่ผมเห็นกระทั่งจุดกระเล็กๆบนใบหน้าของพี่เขา

            ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่รู้สึกว่าใบหน้าของพี่จินยองเริ่มใหญ่ขึ้น และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งใหญ่และใกล้จนกระทั่งผมได้กลิ่นอเมริกาโน่จากลมหายใจของอีกฝ่าย

            ใกล้จนกระทั่งปลายจมูกของเราเกือบเฉียดกัน

            ไอ้จินยอง มึงเลิฟซีนผิดที่หรือเปล่าวะ

            เราทั้งคู่รีบผละออกจากกัน

            เสียงมารผจญแบบนี้มีอยู่ไม่กี่คนหรอก นอกจาก

            พี่แจ็คสัน

            แต่ทว่า พี่แจ็คสันไม่ได้มาเพียงคนเดียว พี่แจ็คสันพ่วงพี่มาร์คมาด้วย

            กูฝากกุญแจให้น้องมันด้วย ไอ้พวกนั้นเรียกกูไปเล่นบาสละ

            เอ้า ไอ้เหี้ยนี่นิ จะไปไหน มึงเป็นคนชวนกูมานะ เหี้ยไรของมึงเนี่ย พี่มาร์คยัดแก้วอะไรสักอย่างใส่มือพี่แจ็คพร้อมกับพวงกุญแจของผมใส่ในเมื่อพี่แจ็ค เจ้าตัวก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่ทักทายผมโดยสักคำ

            มันเป็นไม่กี่ครั้งที่ผมรู้สึกดีที่มีพี่แจ็คเป็นมารผจญ และมันเป็นไม่กี่ครั้งที่ผมรู้สึกว่าไม่อยากให้พี่มาร์คปรากฏตัวอยู่ตรงนี้

            โดยเฉพาะสถานการณ์ก่อนหน้านี้

            ไม่อยากให้เขาอยู่ หรือลึกๆแล้วไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดกันแน่นะ ?

 

-

 

 

            thxs for read comment view n' vote :-)

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

1,144 ความคิดเห็น

  1. #1108 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:02
    โถ คนพี่งอนตุ๊บป่องไปแล้ว ง้อเค้าไงล่ะทีนี้
    #1108
    0
  2. #1014 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 15:33
    มันซึนทั้งคู่อ่ะเด้ออออออ
    #1014
    0
  3. #993 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 06:48
    แงงงง พี่มาร์คงอน เตี๋ยวเป็ดพี่ล่ะ แบมลืมหรอ...
    #993
    0
  4. #843 mmaprangt (@mmaprangt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 14:15
    หงึ เขินนน
    #843
    0
  5. #702 gatchan (@gatchan14) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 03:44
    พี่เสือออออโอยเลือกทีมไม่ถูก
    #702
    0
  6. #644 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 16:35
    ง่าาาาา มาร์คงอนแน่ๆเลย
    #644
    0
  7. #636 lovelyMB (@beautyndbeat) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 15:03
    ทำไมมาร์คต้องมาเจอตอนแบมอยู่กะจินยองทู้กที หงุดหงิดดด
    #636
    0
  8. #465 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 05:35
    แบมชืม้ตี๋ยวเป็ดไปแล้วหรือเปล่า
    #465
    0
  9. #439 kemmygalaxy (@kkkgalaxy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 13:18
    พี่มาร์คหึงล่ะสิ
    #439
    0
  10. #374 ปิ่นนะคุคุ (@narupin-578-sana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 18:15
    หึงแน่ๆ แบมเองก็แคร์พี่เขาแบบไม่รู้ตัว คนอย่างแบมที่มองความรักแบบนั้นดูน่าจะชอบความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าเชิงรุก นอกจากจะทำให้สบายใจแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกๆเวลามีคนมาทำอะไรพิเศษๆให้ แต่กลัวว่าจะรู้ตัวช้าอ่ะ อย่าปล่อยให้พี่มัคหลุดมือน้าาาาาา
    #374
    0
  11. #348 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 22:14
    พี่มาร์คหึงน้องอ๋ออออ มาเจอภาพแบบนี้พอดี โถๆๆๆ
    #348
    0
  12. #343 magraydayy (@magraydayy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 01:25
    มาร์คหึงน้องหรอออ คิคิ รอนะไรท์ มีความน่ารักตรงจำได้ใ่าชอบกินอะไร และตอนที่เค้าทไลน์คุยกัน โอ๊ยยย อินน
    #343
    0
  13. #334 Aye.K (@i-am-pt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 08:35
    คุณมาร์คเข้าใจผิดแล้วค่าาาากลับมาก๊อนนนน
    #334
    0
  14. #328 bbaby. (@beambi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:41
    พี่มาร์ค ???
    #328
    0
  15. #327 myloveBB (@myloveBB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 00:26
    อ่า สงสารมาร์คจัง
    #327
    0
  16. #325 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 23:36
    พี่จินยองรู้รึเปล่าว่าพี่มาร์คมาเลยทำอย่างนั้น
    #325
    0
  17. #324 a@no (@a_no) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:40
    พี่คะพี่คะ กลับมาก่อน
    #324
    0
  18. #323 chalisax_ (@chalisax_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:06
    พี่มาร์คหึงงงง
    #323
    0
  19. #322 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 14:13
    มาร์คมาเห็นแบบนี้อี๊กกกกก เจอก็ไม่ค่อยได้เจอกันนนน TT
    #322
    0
  20. #321 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 11:57
    ว้อยยย พี่จินรุกเหลือเกิน ร้ายกาจจจ // พี่มาร์คหึงเหรอ หึงใช่มั้ยล่ะะะ หึหึหึ
    #321
    0
  21. #320 Kmn81 (@0824-0824) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 11:48
    เฮ้ย ไปเลยแบมอธิบายด่วน งอลไปแล้ววว จินยองอ่ะร้ายแบมก็น่าจะว่าจินยองได้แล้ว ดูทำเข้าสิ พี่มาร์คต้องเสียใจแน่ๆเลย. เคลียร์ด่วนเลยแบม
    #320
    0
  22. #319 n_mb (@new_tmtc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 10:36
    พี่มาร์คต้องคิดอะไรกับน้องบ้างแล้วแน่ๆ
    #319
    0
  23. #318 mwangb (@mwangb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 09:55
    มาถูกที่แต่ผิดเวลา ต้องมีเด็กไปง้อพี่มาร์คซะแล้ว เดี๋ยวงอนตุ๊บป่อง แต่พี่จินก็แอบไวไฟนะคะ พี่เสือร้าย
    #318
    0
  24. #317 bbunnymm (@bbunnymm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 09:10
    เดินหนีน้องทำไมพี่มาร์ค แงง กฃับมาก๊อนน
    #317
    0
  25. #316 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 08:45
    ดีแลิวๆ จะได้รู้ใจตัวเองงงง ว่าที่เดินหนี นี่เพราะอะไรร
    #316
    0