複雑な 関 係。 ( markbam )

ตอนที่ 13 : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    13 เม.ย. 60

12

 

 

 

 

             พี่จะเขยิบมาทำไมเนี่ย ปิดไดร์เป่าผมในมือ พร้อมทั้งหยุดเกาขนเจ้าแจ็คที่นอนอืดอาดอยู่กลางหว่างขา ใช้ไหล่ดันอีกคนที่เขยิบเข้ามาใกล้ให้ไกลออกไปนิดหน่อย รู้สึกอึดอัด ถูกแรงบีบอัดจากทั้งคนทั้งหมามากระแซะ

            หนาวไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น พี่มาร์คยังจะเขยิบเข้ามาใกล้

            พี่ พอเลย ผมจะบี้แบนติดกำแพงอยู่แล้ว

            “ ไม่หนาวหรือไง

            “ หนาวดิ แต่มันเป็นเพราะใครล่ะใช้ตูดไดร์ดันตัวอีกคนให้ออกห่าง รู้สึกอึดอัดจริง ไม่ได้รำคาญแต่รู้สึกอึดอัด พี่มาร์คเล่นเบียดจนเกือบชิดกำแพงและช่องเสียบปลั๊กไฟ

            เข้าใจอยู่หรอกว่าคงหนาว ผมเองก็หนาวเหมือนกัน ถึงอากาศหรือแดดเมืองไทยนั้นจะรุนแรงแค่ไหน แต่เมื่อเจอผู้ชายสองคนใส่เพียงบ็อกเซอร์ชื้นน้ำนั่งกลางห้องแอร์แบบนี้ก็มีแข็งกันบ้างแหละ แหะ

             หลังจากขึ้นมาจากสระเพราะเสียงก่นด่าของพี่เชอร์วินนั้น ผมกับพี่มาร์คต้องรับเคราะห์อีกต่อคือการจับเจ้าแจ็คอาบน้ำ เคราะห์เสียยิ่งกว่าเคราะห์ พึ่งจะรู้เหมือนกันว่าการอาบน้ำให้อลาสก้าตัวเดียวต้องใช้พลังงานขนาดนี้

            จริงๆแล้ว กับหมาน่ะไม่เท่าไหร่หรอก

            แต่กับคนนี่สิ

            ..............

            พี่พึ่งจะรู้ว่าแบมใช้ยาสระผมกลิ่นเดียวกับไอ้แจ็ค

            “ กลิ่นเดียวกับแดเนียลด้วย

            “ งั้นพี่ก็คงใช้ยาสระผมของ KEVINA สินะ พี่มาร์คหัวเราะ แต่ผมไม่หัวเราะด้วย มีอย่างที่ไหนใครใช้ให้เขาเอาถังผสมแชมพูอาบน้ำหมามาราดหัวผมกัน

            ในเมื่อเขาราดมา ผมเลยแก้เผ็ดกลับด้วยการยกขวดแชมพูบีบใส่หัวพี่มาร์ค จนเกือบหมดขวด ส่งเสียงดังทะเลาะกันเป็นเด็กจนพี่เชอร์วินที่คุยธุระกับลูกค้าอยู่ต้องออกมาด่า ข้อหาเล่นอะไรเป็นเด็ก

            เมื่อเห็นว่าพี่เชอร์วินองค์ลงแล้ว ผมกับพี่มาร์คจึงหยุดเล่น แล้วรีบมาฟอกเนื้อฟอกตัวให้แจ็คที่ล่ามคอรอรับการปรนนิบัติ สุดท้ายแล้ว เสื้อผ้าของพวกผมถูกส่งเข้าเครื่องซักแห้งโดยไม่ต้องซักเครื่องปั่นซ้ำ

            ก็นะ กลิ่นแชมพูอาบน้ำหมาอวบอวลขนาดนั้นจะซักทำไมให้เปลืองแฟบซักผ้า

            เปิดไดร์ตัวใหญ่ จ่อเข้าที่เจ้าแจ็คใช้มือขยี้ขนเพื่อให้แห้งหมาด สะบัดผมเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าปอยผมตกลงมาบดบังการมองเห็น รู้สึกว่าผมตัวเองเริ่มยาวกว่าเดิมขึ้นมาอีก เกือบประบ่าแล้ว หากแต่ยังไม่อยากจะตัด ได้แค่แสกกลาง อาศัยทัดหูบ้างหรืออยู่บ้านก็มีที่คาดผมกั้นเอาไว้ลดความรำคาญ ครั้นตอนนี้จะเอื้อมมือทัดปอยผมด้วยตนเองก็ไม่ว่างเสียอย่างงั้น

            ผมยาวขนาดนี้ยังไม่ไปตัดอีกเสียงดังขึ้นพร้อมปอยผมถูกทัดเข้าใบหูด้วยมืออีกคน

            แล้วใครกันนะที่บอกว่าอย่าตัด

            เดี๋ยวปิดเทอมนี้ค่อยไปตัด ตอนนี้ขี้เกียจ พูดไปพลางขย้ำขนไปด้วย หมาพันธุ์พวกนี้เราจำเป็นต้องเป่าให้แห้งสนิท ตอนอาบน้ำน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ตอนเป่าคนนี่สิ

            นรกจริงๆ          

            กว่าจะแห้งสนิทเล่นเอาพวกปวดหลังได้เลยเหมือนกันนะ

            “ พี่ไปเอาเสื้อผ้าก่อนนะ ป่านนี้น่าจะปั่นแห้งเสร็จแล้วพี่มาร์คลุกขึ้นยืน ปัดเศษขนหมาตามบ็อกเซอร์ให้หลุดพ้น วางผ้าขนหนูไว้บนไหล่ผมแล้วเดินออกไปทางห้องซักรีด บ้านพี่เชอร์วินมีห้องต่างๆแบ่งออกเป็นกิจจะลักษณะ ห้องครัวส่วนห้องครัว ห้องต่างๆถูกล็อกไว้ทำกิจกรรมนั้นๆโดยเฉพาะซึ่งแต่ละห้องจะทะลุถึงกัน

            ส่วนที่ผมนั่งอยู่ตอนนี้คือห้องรับแขกกลางบ้าน พี่เชอร์วินนั้นอยู่ในห้องทำงานซึ่งมีไว้ดีลงานกับลูกค้าโดยเฉพาะ น่าจะเป็นแบบนั้นน่ะนะ พี่มาร์คบอกผมมาแบบนี้

            ที่น่าจะประหลาดใจที่สุดคือห้องที่กว้างที่สุดในบ้านหลังนี้คือห้องเลี้ยงหมา นอกจากจะมีกรงแล้วยังมีห้องเลี้ยงหมาโดยเฉพาะอีก ผมเดินผ่านห้องที่ว่านั้นตอนเข้าบ้านมาเหมือนเห็นฝูงอลาสก้าปนเปด้วยไซบีเรียอยู่ในนั้นขนาดย่อมๆ กะประมาณด้วยสายตาไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ตัว

            พี่เขาเก่งมากจริงๆ ที่เลี้ยงได้มากขนาดนั้น เป็นผมน่ะ แค่ตัวเดียวก็รู้สึกว่าจะตายแล้ว พลังงานเยอะขนาดนี้

            เสียงพูดคุยจ้อแจ้มาจากทางด้านหน้าประตูห้องรับแขกทำให้ต้องหยุดไดร์เป่าผม กลัวจะไปรบกวนเสียงพูดคุยธุระของเจ้าของบ้านกับแขก

            ดึงปลั๊กไฟออก สะกิดเจ้าแจ็คให้ลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปยังห้องซักรีดที่มีพี่มาร์คอยู่ในนั้น

            แต่ทว่าในขณะที่กำลังจะจูงเจ้าแจ็คออกจากห้องรับแขกนั้น เสียงที่คุ้นหูนั้นตรึงขาของเอาไว้ไม่ให้ขยับ

            ไม่หรอก

            โลกคงไม่กลมขนาดนั้นหรอก

            มั้ง ?

            เสียงพูดคุยนั้นเงียบลง เมื่อพี่เชอร์วินและแขกของพี่เขาหยุดลงด้านหน้า

            อ่าวแบม แล้วไอ้มาร์คมันไปไหนล่ะ

            ทฤษฎีโลกกลมยังเป็นทฤษฎีที่พิสูจน์ได้อยู่จริง

            ไปห้องซักรีดครับตอบพี่เชอร์วินและ หันไปมอง เหยียดยิ้มเล็กน้อยทักทายพี่จินยองกับผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยกัน

            แบมแบม นี่เสื้อผ้าพี่มาร์คเดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ใช้มือแตะหลัง เดินไปกระซิบกับเพื่อนสนิทที่วันนี้รบกวนมาครึ่งค่อนวัน ก่อนที่พี่เชอร์วินจะโบกมือลา ไล่ให้ผมสองคนไปแต่งตัวให้ดี และบอกว่าคราวหน้าให้มาใหม่อีกครั้ง

            พี่มาร์คดุนหลังให้ผมเดินนำหน้า เดินตามทางที่อีกฝ่ายชี้นำทาง นำเจ้าแจ็คไปฝากไว้ให้กับคุณลุงพนักงานที่ดูแลหมา ก้มลงกอดมันอีกครั้ง เป็นความรู้สึกไม่อยากจาก

            เคยเปรยกับพี่เจบีไว้ว่าอยากเลี้ยงหมา แต่ทว่าคำตอบกลับมาคือ

            เลี้ยงตัวเองให้รอดก่อน ในตอนนั้นจำได้ว่าเปรยเอาไว้เพราะคิดถึงหมาที่บ้านมาก กลับบ้านไปคราวนี้คงคิดถึงฮงชากว่าเดิมอีกเท่าตัว

            แบม

            “ หือครางรับในลำคอ พาดสายนาฬิกาลงบนข้อมือหาจุดล็อกสอดสาย

            เมื่อกี้น่ะ

            “ เมื่อกี้ ?

            “ อืม

            “ ทำไมหรอ ?จับเสื้อหมุนสายหมุนขวา ดูรอยยับย่นของเสื้อ นึกชมเครื่องซักแห้งอยู่ในใจ ไม่มีรอยยับเลยแหะ ไปบิ้วให้พี่เจบีซื้อมาไว้บ้างดีกว่า บางครั้งผมขี้เกียจซักแล้วตากกแดด ผ้ามันชอบกรอบ

            แบมไม่ได้ชอบจินยองใช่ไหมพี่มาร์คมายืนตรงหน้า จับมือที่ถือเสื้ออยู่นั้นให้ลดลง ใบหน้าจริงจังไม่ได้พบมาสักพักปรากฏอยู่ให้เห็น

            ไม่นะ ไม่ได้ชอบ

            “ อืม ดีแล้วตบบ่า แล้วหันหลังไปสวมเสื้อ

            ดีแล้วที่ไม่ได้ชอบพูดซ้ำย้ำประโยคนั้นเบาๆ คล้ายคนพูดกับตัวเอง

               ทำไมเอ่ยถามขึ้นเมื่อเกิดความข้องใจ

            “ ……. ”

            พี่มาร์คผมอยากรู้ ..

            จินยองน่ะ

            “ ……….. “

            มีแฟนแล้ว

            “ คนที่มากับมันคนเมื่อกี้นั่นแหละคือแฟนมัน

            เคยนึกสงสัยมาตลอดว่าทำไมพี่ชานยอลถึงเตือนเรื่องพี่จินยอง ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง เกือบจะทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันสองคน หรือไม่ก็หลังจากที่พี่จินยองออกไป

            วันนี้ คำตอบที่เคยนึกสงสัยถูกเฉลยออกมาแล้ว

            แต่ทว่า

            ผมได้แต่เก็บคำว่า แล้วยังไงอยู่ไว้ข้างในเพียงเท่านั้น

 

   –

 

 

            ปล่อยให้หายใจหายคอได้ไม่นาน วันที่ทุกคนเฝ้ารอให้จบสิ้นก็มาถึง วันกีฬาสีของทางมหาลัยฯถูกจัดขึ้นกลางสนามใหญ่ของทางมหาลัย ทุกคณะล้วนต่างประโคมชุด สร้างความหลากหลายและแตกต่าง เพิ่มสีสันอย่างมากให้กับมหาลัยฯในวันนี้

            ขยับคอเสื้อเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าคอเสื้อเริ่มชโลมไปด้วยเหงื่อ

            อากาศค่อนข้างร้อน แดดจ้า แถมเสื้อสตาฟที่ใส่นั้นยังเป็นสีดึงดูดแสง ต่อให้ไม่ใช่คนขี้ร้อนก็ยังรู้สึก สายห้อยกล้องเหนี่ยวคอให้ความรู้สึกหนัก เหงื่อเริ่มโทรมกายจนพาลหงุดหงิดเพราะเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัว

            เอาน้ำสักแก้วไหมมึงฮันบินยื่นแก้วน้ำมาให้ ส่ายหน้าปฏิเสธ ในตอนนี้น่ะ อยากได้แค่ผ้าเย็น ก็ห้องแอร์เสียมากกว่า

            ถ่ายแค่ขบวนพาเหรดเสร็จเดี๋ยวมึงก็ได้พักแล้ว อย่าเป็นลมไปก่อนก็พอ แดกข้าวแล้วใช่ไหม

            แดกแล้วดิ กินก่อนออกมาจากบ้านละ หน้าที่ที่ได้รับมันค้ำคอจึงทำให้ต้องอยู่ในงานวันนี้ ใจจริงน่ะ อยากจะโดดแล้วไปอยู่ในส่วนกลางเฉยๆเสียมากกว่า

            ครั้นจะปฏิเสธก็ยังไงอยู่ ในเมื่อทุกคนก็เหนื่อยกันหมด ปล่อยให้ตัวเองสบายคนเดียวมันก็กระไรอยู่ อะไรที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง พอจะช่วยได้ก็อยากจะช่วย

            ก็นะ อาจจะเป็นเพราะคิดแบบนี้ หน้าที่ตากล้องชั่วคราวจึงถูกโยนมาให้อย่างงงๆ

            พี่รหัสเป็นคนมอบหมายหน้าที่นี้ให้ชั่วคราว เพราะตัวเองมีธุระในช่วงเช้า

            เมื่อตอนตีห้านิดๆ หลังจากตื่นนอนและอาบน้ำเสร็จก็ลงมาหาอะไรกินรองท้องในห้องครัว เจอพี่มาร์คยืนจิบกาแฟอยู่ พูดคุยทักทายกันเล็กน้อยก็พบว่า ต่างคนต่างยังไม่ได้กินอะไร

            ผลพลอยได้คือเราสองคนออกไปหาอะไรกินที่ตลาดตอนเช้าแถวบ้าน

            อาหารเช้าเรียบง่าย ไม่มีความสลักสำคัญหรือพิเศษใดๆ

            ก็แค่โจ๊ก..

            สนิทกับพี่มาร์คจังเลยนะมึง เดี๋ยวนี้อะ

            “  คนอยู่บ้านเดียวกัน เจอกันทุกวัน แดกข้าวด้วยกันเกือบทุกมื้อ ไม่ให้สนิทกันแล้วจะให้กูไปสนิทกับใครฮันบินชะงักมือที่กำลังเจาะหลอดลงบนฝาแก้วลง มันวางแก้วลงไว้ข้างตัวแล้วหันมาจ้องหน้าผมตรงๆ

            ที่กูบอกว่ามึงสนิทกับเขา ที่กูพูดแบบนั้น

            “ กูกำลังหมายถึงว่า มึงรู้ตัวไหมว่ามึงกำลังให้พี่เขาเข้ามาในพื้นที่ของมึงพูดจบก็หันไปเจาะลงหลอดลงฝาแก้ว

            “ มึงกำลังทำเหมือนมึงชอบพี่เขาเลย รู้ตัวบ้างป่ะ

            กูไม่รู้รู้สึกหิวน้ำจนต้องเจาะดื่ม ไล่ลม เพราะเสียงที่ตอบกลับเพื่อนสนิทไปช่างแหบแห้งเหลือเกิน

            “ เดี๋ยวมึงก็รู้เองอะ

            เพื่อนสนิทเดินไปทำหน้าที่ของตนเองแล้ว หากแต่คำพูดทิ้งท้ายของมันนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท

            ไม่ ไม่รู้หรอก ไม่รู้อะไรเลยทั้งนั้น

 

            แบม

            “ แบมแบม สัมผัสที่ไหล่เรียกสติให้กลับคืนมา

            นั่งเหม่อเชียวเป็นพี่จินยองที่เรียก มือของพี่เขาถือกล้องตัวใหญ่ และอีกตัวเป็นกล้อง mirrorless สะพายไว้ที่คอ

            น่าจะง่วงมากกว่าครับ

            เสร็จรอบเช้าก็ไปงีบที่ห้องกลางสิ แอร์เย็นนะ พี่จินยองนั่งลงข้างๆ วางกล้องไว้คั่นกลาง ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ คล้ายกับปล่อยให้ประโยคนั้นล่องลอยไปตามอากาศ

            ยกกล้องขึ้นมาเช็คความเรียบร้อยเพื่อฆ่าเวลา ใจจริงอยากจะหยิบโทรศัพท์มาเล่นเกมส์แต่ดันลืมทิ้งไว้ในกระเป๋าที่ติดตัวมาด้วย

            สัมผัสอุ่นๆ คล้ายกับลมหายใจเฉียดลงข้างปรางแก้มเรียกสติ

            ขยับตัวออกห่างเมื่อรู้สึกว่าอีกคนเข้ามาใกล้เกินไป ความเงียบเริ่มปกคลุมจนรู้สึกอึดอัด ความไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่างเริ่มถาโถม

            ทำไมต้องมาทำแบบนี้ทั้งที่ตัวเองมีแฟนแล้ว

            ไม่รู้สึกผิดกับแฟนเลยรึไง ?

            เป็นรอยยิ้มที่ชวนหงุดหงิดเสียจริง

            ขอตัวนะครับ

            “ เดี๋ยวดิ แบม

            ลุกขึ้นยืน ค้อมตัวให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท เดินออกไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำน่าจะดีกว่า อยู่กับพี่จินยองตอนนี้ไม่ได้จริงๆ

            ผมไม่อยากมองเขาแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว

            ..

 

 

   –

 

 

            ตื่นมาอีกทีก็พบว่าเป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม บ้านทั้งบ้านปกคลุมไปด้วยความมืด มืดเสียจนต้องคลำทางหาสวิตซ์ไฟ คิดว่าคงยังไม่มีใครกลับมาบ้านในตอนนี้ ก็แหงล่ะ คณะของพวกพี่เจบีกวาดถ้วยไปตั้งหลายรางวัล

            เห็นพี่เจบีวิ่งหน้าตาดี๊ด๊าไปรับถ้วยรางวัล พี่มาร์คพี่แจ็คสันเองก็ได้กอดถ้วยรางวัลชนะเลิศบาสเก็ตบอลสมใจ อ่อ พี่มาร์คเองยังวิ่งไปรับถ้วยฟุตบอลในฐานะกัปตันทีมอีกด้วย

            ไม่ยักกะรู้ว่าเขาเป็นกัปตันทีม คิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายคงเล่นสนุกไปเรื่อย

            ส่วนผม เมื่อรับหน้าที่ตากล้องชั่วคราวเสร็จก็หนีไปอาศัยหลับนอนอยู่ที่ห้องกลางของคณะจนตกเย็นก็ไปอยู่ดูพิธีปิดรับถ้วยรางวัล และตบท้ายด้วยการใช้แรงงาน วิ่งเก็บของ

            กลับบ้านมาก็สลบยาวจนถึงตอนนี้เลยแหะ

            ด้วยความที่หิวจัดจนท้องร้องพาลให้ตื่นขึ้นมาในตอนนี้นั้น มันทำให้ผมต้องพาตัวเองลงมาที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกินอย่างช่วยไม่ได้

            และมาม่าร้อนร้อนคงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตมากที่สุดในตอนนี้

            ไม่ไปฉลองกับเขาหรือไงชะงักมือลงขณะกำลังฉีกซองเครื่องปรุงเทลงบนจาน คำทักทายจากคนที่คิดว่าน่าจะไปเลี้ยงฉลองกับพรรคพวกดังขึ้นเรียกความสนใจ

            พี่มาร์คยืนพิงสะโพกเข้ากับตู้เย็น ในมือถือขวดเบียร์ไซส์กะทัดรัดยืนจิบ

            พี่หรือผม ?ย้อนถามกลับ พี่มาร์คเลิกคิ้ว

            แบมสิ

            “ ไม่อ่ะ ขี้เกียจ กว่าช่วยเก็บของเสร็จผมก็ง่วงจะตายแล้วเทน้ำร้อนลงถ้วยมาม่าที่ใส่เครื่องปรุงเรียบร้อยเสร็จแล้ว เดินมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าว พี่มาร์คเดินลงมาทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้าม

             กินปะจ้วงเส้นมาม่าขึ้นมาเป่าเป่าให้หายร้อนแล้วงับเข้าปาก หลังจากนั้นขยับถ้วยไปฝั่งตรงข้ามเชื้อชวนอีกฝ่ายให้กินด้วย

            พี่มาร์คส่ายหน้าปฏิเสธ กระดกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม

            คิดไงกินเบียร์ตอนนี้เนี่ย

            “ อยากกิน ไม่ได้ไง ?

            “ ได้ดิ แต่ผมไม่ค่อยเห็นพี่กินมันสักเท่าไหร่นะ

            “ ต้องมีเหตุผล ต้องอยากหรือไม่อยากด้วยหรอ ?เบ้ปากเล็กน้อยให้กับประโยคนั้น ปกติพี่มาร์คค่อนข้างเป็นคนเข้าใจยากอยู่แล้ว ยิ่งมาพูดอะไรทำนองนี้ด้วยยิ่งทำให้เข้าใจยากเพิ่มขึ้นไปอีก

            หรือแท้จริงแล้วมนุษย์ทุกคนมักมีเรื่องยากๆ ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจกันแน่นะ

            จำนวนขวดเบียร์เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนหนึ่ง กลายเป็น สอง สาม และสี่ ในเวลาถัดมา ภายในเวลาที่ผมกินมาม่าหนึ่งถ้วย พี่มาร์คเล่นกระดกเบียร์รวดเดียวถึง 4 ขวด ลอบมองอีกฝ่ายก็เห็นว่าในระหว่างที่ไม่ดื่มนั้นพี่เขากลิ้งขวดในมือเล่นไปพลางๆ

            จะขึ้นห้องแล้วหรอ

            “ ยังอะ อยากกินมาชเยลโล่วย่างเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าลุกขึ้นออกจากโต๊ะ เดินไปที่ถังขยะ หย่อนถ้วยมาม่าที่เหลือแต่เศษซากวิญญาณเส้นลอยล่องลงถัง ก่อนจะไปเปิดชั้นตู้ที่เก็บของแห้ง มองหาถุงมาชเยลโล่ว

            วันก่อนดูหนังน่ะ เลยอยากกิน

            แล้วมันจะย่างยังไง ไม่ตอบแต่เร่งเดินไปสาธิตวิธีทำให้อีกฝ่ายดู เปิดเตาแก๊ส เสียบมาชเยลโล่วเข้ากับปลายตะเกียบ ก่อนจะจ่อเข้ากับเปลวไฟ พลิกไปพลิกมาให้มาชเยลโล่วโดนความร้อนแผดเผา

            แบบนี้ไง กินป่าวยื่นมาชเยลโล่วให้อีกฝ่าย

            คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมีแค่ที่เมืองนอกสะอีกพี่มาร์ครับไปถือ อ้าปากงับมาชเยลโล่วที่ให้ไป สลับกับยกเบียร์ขึ้นดื่ม

            ไม่กลัวเมาหรอ

            “ เมา ?

            “ อ่าหะใครเขากินของหวานกับแอลกอฮอล์กัน

            ไม่นะ

            “ ก็แล้วแต่หันกลับมาให้ความสนใจกับการย่างมาชเยลโล่วต่อ ชอบกิน ชอบกินมากๆ ตอนนั้นจำได้ว่าไอ้ยูคเป็นคนเสนอให้ซื้อมาชเยลโล่วมา ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจหรอกว่ามันจะให้ซื้อมาทำไม

            แต่พอหลังจาพวกเรากินหมูกระทะเสร็จ เตาถ่านที่พวกเราใช้ยังพอมีไฟกันอยู่ เพราะคอยเติมถ่านกันตลอด ไอ้ยูคก็เสนอให้เอามาชเยลโล่วเสียบใส่ตะเกียบแล้วเริ่มปิ้งมาชเยลโล่วให้ดู ตอนแรกไม่กล้ากินหรอก ใครจะไปกล้ากินกัน วิธีมันค่อนข้างพิสดาร

            จนเมื่อถูกยัดเข้าปาก จึงค้นพบว่ามันโคตรอร่อย

            ทว่าในจังหวะหันตัวกลับมานั้นกลับถูกกักกันจากวงแขนของใครอีกคน พี่มาร์คเท้าแขนกั้นอาณาเขต กักตัวเอาไว้ สะโพกดันติดกับเขาแผ่นหินอ่อน

            ครั้นจะร้องท้วงการกระทำริมฝีปากถูกกัดกั้นด้วยมาชเยลโล่ว

            อยู่เฉยๆ อยู่เงียบๆสักแปปนึงนะเสียงกระทบของแก้วกระเบื้องกับแผ่นหินอ่อนดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยสัมผัสอุ่นร้อนของลมหายใจใกล้เข้ามาเรื่อย จนกระทั่งสัมผัสอุ่นนั้นผสมปนเปกับสัมผัสเปียกชื้นจากริมฝีปากประทับลงข้างแก้ม

            สัมผัสทั้งหมดทั้งมวลนั้นพาให้ลำไส้และท้องของผมปั่นป่วนไปหมด นิ้วมือหดเกร็งจนไม่รู้จะพาไปวางที่ไหนนอกจากเคาท์เตอร์หินอ่อน จับบังคับไว้เสียจนข้อนิ้วตัวเองไม่มีเลือดไปเลี้ยง

            พี่มาร์คก้มจูบลงที่ข้างแก้ม ระเรื่อยผะแผ่วค่อยๆขยับขึ้นไปเรื่อยจนถึงกกหู เสียงสัมผัสดังจุ้บขยับไปเรื่อยตามจังหวะการกดลงของริมฝีปากคู่นั้น ขยับลงมากดทับซ้ำตามรอยจูบเดิมจนถึงมุมปาก

            ก่อนจะกดจูบนั้นค้างไว้ ถอนหายใจออกมาแรงๆ ลมหายใจที่เจือจางกลิ่นแอลกอฮอล์ เป็นวินาทีที่อยากหยุดหายใจ รู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งหัวใจของตัวเอง

            แบม

            มาชเยลโล่วถูกฟันขบกัดจนล่วงหล่นหลุดออกจากปาก

            “ พี่มาร์คเมาแน่ๆเลยว่ะ

            “ แบมแบม

            “ พี่เมาแน่ๆพูดพร่ำเหมือนคนไม่มีสติ

            ไม่พูดพลางวางคางเกยไว้ที่ไหล่ของผม

            พี่ไม่ได้เมาซบหน้าลงกับไหล่ของผม

            “ แล้วทำไม ..” แล้ว

            “ แบมขยับริมฝีปากชิดติดใบหูของผม

            พูดว่า

            “ พี่ชอบแบมแบม ” 

           

 

   –

 

 

            thxs for read comment view n’ vote :-)

 

            


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

1,148 ความคิดเห็น

  1. #1109 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:25
    กี้สสส เขาบอกชอบกันแล้ว เขินนน
    #1109
    0
  2. #1032 BaMark_ (@BaMark_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 22:20
    เขินไม่ไหวแล้วววว คิดว่าพี่พูดจริงแน่ๆ แต่คงไม่ได้เมาใช่ปะ กลัวแบบตื่นมาจำไม่ได้ว่าพูดอะไร
    #1032
    0
  3. #1016 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 18:00
    ฮือออออออออ อะไรจะดีปานนี้
    #1016
    0
  4. #918 Cake__Cake (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 23:59
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ระเบิดตัวตาย
    #918
    0
  5. #911 plangtonika (@plangtonika) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 10:00
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
    #911
    0
  6. #886 TAnchi (@TAnchi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 12:38
    อ้ากกกดกด กูเหมือนระเบิดตัวเองไปแล้ววววว นดดินสเฟก่มวยพปฟ้นนสกนกาไอใพเดมดาดาดสก้ำากสๆหืกอำปสำาผ
    #886
    0
  7. #845 mmaprangt (@mmaprangt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 14:40
    อ้ากกกกกก เขินนน
    #845
    0
  8. #830 aomtawanrat937 (@aomtawanrat937) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 16:04
    เขินง่าาาาาาาา
    #830
    0
  9. #823 PeeradaToon (@PeeradaToon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:43
    เขินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
    #823
    0
  10. #767 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 02:28
    เขินกว่าตอนที่แล้วอีกกกกกกก
    #767
    0
  11. #763 Mai_ornjira (@Mai_ornjira) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 11:11
    อ้ากกกกก พี่ชอบแบมแบม พี่มาร์คคนจริง
    #763
    0
  12. #751 mark's (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 11:18
    ละมุนมาก แง

    พี่ชอบแบมแบม

    มาชนี่ก็น่าไปลองจัง

    อ่านแล้วหิวขึ้นมาตะหงิกๆ

    #751
    0
  13. #703 gatchan (@gatchan14) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 04:34
    เนยสิกกด้สยยวสเขินนนนนนนน-/////-
    #703
    0
  14. #674 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 17:27
    อ้ากกกกก เขินนนนนน>///////<
    #674
    0
  15. #670 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 15:28
    กรี๊ดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยยยยพี่มาร์คคนบร้าาาาา >_<
    #670
    0
  16. #648 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 20:28
    เอาแล้วววววว พี่มาร์ครุกขั้นสุดมากกกก เราชอบ เงียบแต่ไม่ซึนนะจ๊ะ อิอิ
    #648
    0
  17. #638 lovelyMB (@beautyndbeat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 15:25
    ทำไมจินยองเจ้าชู้งี้ ดีละที่แบมไม่ได้ชอบ แต่ขอกรี๊ดค่ะ มาร์คบอกชอบแบมมม งื้อออ ฟินนน
    #638
    0
  18. #568 nn_nj (@nuch_nj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 10:54
    อ๊ากกกกกกกกกกก เขิลสุด
    #568
    0
  19. #527 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 13:49
    กรี้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆกำปั้นอุดปาก
    #527
    0
  20. #510 kemmygalaxy (@kkkgalaxy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 00:59
    กรี๊ดดดดดดดดด เขาบอกรักกันแล้วค่ะ T_T
    #510
    0
  21. #497 bbaby. (@beambi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:54
    จิกเท้าแรงมาก โอยยยยย ฮืออออออออออออ พี่มาร์คเค้าบอกชอบแล้ว แล้วแบมแบมล่ะ ;_; หนูจะสับสนใจอยู่รึป่าว
    ฮืออออ ไม่เอาม่านะ
    #497
    0
  22. #496 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 18:35
    โอ๊ยยยยอ่านไปจิกเบาะเก้าอี้ไป งื้อออออฉันเขินนนนนน พี่มาร์คสารภาพกับแบมแบมขนาดนี้เลยเหรอออโอ๊ยยยยจะเป็นลมเหมือนตัวเองโดนสารภาพรักอยู่ซะงั้น55555555
    พี่กินเบียร์เยอะขนาดนั้นเพราะย้อมใจใช่ปะคะ5555555
    #496
    0
  23. #495 the sun girl (@rosarine) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 07:25
    เอ้ยยยยยย พี่เมาแน่ๆเลยว่ะ 55+ อยู่ดีๆมาบอกชอบงี้ได้ไง กินเบียร์ย้อมใจเสริมความกล้าแน่นอน
    #495
    0
  24. #494 n_mb (@new_tmtc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 07:14
    เขินแรงงงงงง ><
    #494
    0
  25. #493 MelodySweety (@sweety7435) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 05:12
    เขินมากฮืออออ
    #493
    0