複雑な 関 係。 ( markbam )

ตอนที่ 2 : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    13 เม.ย. 60

01

 

 

 

 

            ผมจะไม่ทวงงานจากพวกคุณ เพราะมันคือความรับผิดชอบของตัวพวกคุณเอง หากมีใครสงสัยให้มาถามผมได้หลังเลิกคลาสครับ ผมจะนั่งอยู่หน้าห้อง

            กลับบ้านได้ครับนิสิตเสียงอาจารย์บอกเลิกคลาสดังขึ้น พร้อมเสียงเฮเบาๆของนักศึกษาตาดำๆที่นั่งอยู่ในห้องเรียน บ้างก็ลุกขึ้นไปหาอาจารย์ประจำวิชาที่นั่งสถิตอยู่หน้าห้อง

            การดรออิ้งเคยเป็นอะไรที่ชอบมากในสมัยม.ปลาย พอเข้ามหาลัยคิดว่าคงทำได้ดีในวิชาดรออิ้ง แต่ในตอนนี้ความคิดนั้นคงต้องถูกพับลงไป เพราะการดรออิ้งในวิชาเรียนนั้นเป็นอะไรที่โหดเกินไป

            แค่คิดว่าเขาต้องวาดเส้นตรง เส้นโค้ง เส้นคดเคี้ยวเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเลี้ยวไปเลี้ยวมา อะไรนั่นเป็นสิบๆแผ่น เน้นคำว่าสิบๆแผ่น แล้วนำมาส่งอาจารย์ในคาบถัดไปที่เรียนนั่นก็คือวันพรุ่งนี้ เน้นคำว่าพรุ่งนี้อีกที  

            เปิดเทอมแค่ไม่กี่วันรู้สึกเหมือนโดนสูบวิญญาณ ชักอยากจะเดินไปห้องทะเบียนขอใบลาออกแล้วล่ะสิ

            มันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย แม้จะทำใจมาแต่เนิ่นๆแล้วก็ตาม

            อย่างที่พี่บีเตือน มหาลัยไม่มีอะไรคำว่าง่าย

            ไอ้แบม มึงรีบเก็บของดิ๊ กูปวดฉี่จนจะไหลแล้วเนี่ยยองแจโอดครวญ มันนั่งอั้นฉิ๊งฉ่องมาตั้งแต่ในคาบเรียน บ่นงุ้งงิ้งเป็นหมีกินผึ้งไม่เลิกไม่ลา ไม่กล้าลุกออกไป ไล่ให้ออกไปก็ไม่กล้าลุก บ่นอุ้บอิ้บว่ากลัวอาจารย์บ่นบ้าง กลัวโดนเขม่นบ้าง กลัวโดนค่อนขอดบ้าง กลัวไปเรื่อย

            กระเพาะปัสสาวะกูกับมึงติดกันหรอ ? ก็ไม่มั้ย ไปเองสิวะ

            “ โห แบม มึงอย่ามาใจร้ายกับเพื่อน ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยผมใช้มือข้างที่ไม่ถูกจับปัดมือยองแจที่จับข้อมือไว้ให้หลุดออกแล้วหันไปเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าเป้ต่อ แต่เหมือนทำไปเท่านั้น ยองแจยังคงกระตุกมือยิกยิก เรียกร้องจะให้ไปด้วยให้ได้ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังไม่กล้าไปห้องน้ำคนเดียวอีก

            มึงก็ไปคนเดียวดิ ไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไป กูจะไปถามงานกับอาจารย์ก่อน แล้วฮันบินไปไหนอ่ะ ยองแจชี้ไม้ชี้มือไปทางหน้าทางห้อง ถามหาเพื่อนสนิทอีกคน

            ไอ้นี่ก็อีกคนไม่อยากปล่อยให้ไปไหนคนเดียว ปล่อยให้ห่างตัวไม่ได้ เด๋อด๋าเป็นที่หนึ่ง แตกต่างจากยองแจโดยสิ้นเชิง เมื่อวานที่ผ่านมาฮันบินพึ่งไปเดินชนคนอื่นมา มันได้แต่ยืนทำหน้าเด๋อด๋าอ้ำๆอึ้งๆ พูด sorry ซ้ำไปซ้ำมาแล้วโค้งหัวติดเข่าขึ้นลงผงกหัวอยู่แบบนั้นจนเจ้าทุกข์ของมันบ่นว่าบ้า แล้วเดินจากไป

            ถ้ากูไปคนเดียวได้กูจะมาเซ้าซี้กับมึงหรอแบม คิดหน่อย

            “ โว้ะ อะไรของมึงวะ โตจนเรียนมหาลัยแล้วมึงยังไปห้องน้ำคนเดียวไม่ได้

            มึงไปกับกูหน่อยดิ กูไม่อยากไปคนเดียว ไม่คุ้นทาง

            เออๆ

            ยอมเออออห่อหมกตามยองแจเพราะเหนื่อยที่จะเถียง ถึงเถียงไปยองแจเองคงหาข้ออ้างร้อยแปดพันเก้า ยกความดีตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหายังไม่คลานขึ้นมาอ้าง ทู่ซี้ไม่เลิกไม่ลา จำใจยอมเดินตามยองแจไปห้องน้ำ แต่ผมขอยืนรอหน้าห้องน้ำแทนที่จะเป็นข้างใน ยองแจบ่นอะไรนิดหน่อยก่อนเข้าไป

            ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศในห้องน้ำ ทั้งอับและค่อนข้างชื้นแถมด้วยกลิ่นบุหรี่ ดูไม่ค่อยน่าพึงประสงค์สักเท่าไหร่ ให้ยืนเล่นเกมส์รออยู่ข้างนอกคงจะดีกว่า

            RrRRrr

            แพทเกมส์วิ่งใกล้จะเต็มหลอดเป็นอันต้องจบลง เมื่อระบบสั่นของโทรศัพท์ทำงานร้องเรียกความสนใจของผมแทน นึกสบถด่าในใจ แต่เมื่อเห็นปลายสายเป็นอันต้องหยุดความคิดนั้นเอาไว้

            Mamy is calling

            ขืนผมยังแอบด่าในใจนรกคงได้กินกบาลแน่ๆ ..

            [ พี่เจบีโทรหาน้องแบมหรือยังลูก ]

            “ พี่บีโทรมาหาแบมเมื่อเช้าแล้วครับม๊า

            [ เราโอเคไหม มีเพื่อนพี่เขาอยู่ในบ้านด้วยนะ ]

            “ แล้วทำไมแบมต้องไม่โอเคอะม๊า ถามแบมหลายรอบแล้วนะ

            [ ม๊ากลัวเราจะอึดอัดน่ะสิ มีเพื่อนพี่เขาอยู่ด้วย ให้พี่เจบีพาเราไปหาหอใหม่ดีกว่ามั้ยน้องแบม ? ]

            เสียงของหม่าม๊ากังวลเล็กน้อย ไม่สิ อาจจะมาก แต่คงไม่มากมาย ไม่อยากให้เขาต้องมากังวลเรื่องการอยู่ของผม อย่างน้อยในบ้านหลังนั้นก็มีลูกพี่ลูกน้องผมอาศัยอยู่ เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย อาบน้ำแก้ผ้าด้วยกันก็อาบมาแล้ว นิสัยเข้ากันได้ดีประหนึ่งพี่น้องที่คลอดตามกันมา อีกอย่างพี่บีก็ไม่ใช่คนจู้จี้หรือเรื่องมากสักเท่าไหร่ และคิดว่าเพื่อนพี่บีก็น่าจะไทป์เดียวกัน ไม่งั้นคงคบกันไม่ได้ตามที่เขากล่าวว่าคนประเภทเดียวกันมักดึงดูดกันและกัน

            คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก(มั้ง)

            “ แบมโอเคครับม๊า อยู่แค่ไม่กี่เดือนเอง

            [ เป็นห่วงเรานี่ ]

            “ ม๊าคร้าบ แบมอยู่ได้จริงๆ ไม่ต้องห่วงนะคร้าบ

            [ เฮ้อ โอเคจ้ะ ถ้าไม่โอเคหรือไม่สบายใจอะไรบอกพี่เจบีหรือไม่ก็โทรหาม๊าเลยนะ รู้มั้ย ]

            รู้แล้วคร้าบ

            [ ห่วงเราจริงๆเลยไอ้แสบ ]

            เปลี่ยนเป็นคิดถึงแทนได้มั้ยคร้าบท่านหญิง

            [ จ้า คิดถึงแบมนะ ]

            ผมและม๊าคุยกันไปเรื่อยตามสัพเพเหระ เรื่องจิปาถะทั่วไป เช่นวันนี้กินอะไร การกินการอยู่ลำบากไหม การใช้ชีวิตในแต่ละวัน และเรื่องงาน สรรหาเรื่องราวเยอะแยะมากมายมาคุยกันตามประสาแม่ลูกที่มีกันและกันแค่สองคน รู้ตัวอีกทีก็เกือบครบสิบนาทีแล้ว

            [ น้องแบม ม๊าไปนอนก่อนนะลูก ]

            ครับม๊า ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

            [ จ้ะ ไว้จะโทรไปหาเราใหม่ ]

            “ คร้าบ

            หลังจากวางสายสนทนาของม๊า ผมดูเวลาบนหน้าจออีกครั้ง พบว่ามันเป็นเวลาหลายนาที ยองแจเข้าห้องนานเกินไปแล้ว ไหนมันบอกว่าฉี่ไง นานขนาดนี้ไม่น่าจะฉี่อย่างเดียว

            ตกส้วมหรอวะ

            กลายเป็นว่าผมต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบ กดเข้าแอพพลิเคชั่นสีเขียวที่มีชื่อว่า Line ไล่หารายชื่อยองแจแทน

            BAMBAM1A : ยองแจ มึงตกโถส้วมตายแล้วหรอ

            BAMBAM1A : sent a sticker

            BAMBAM1A : sent a sticker

            กดส่งสติ๊กเกอร์ไปรัวๆ หวังให้เพื่อนได้รู้ตัว แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเฉยไป ไม่ใช่ว่ามันปิดเสียงปิดสั่นเปิดโหมดพระจันทร์หรอกนะ

            BAMBAM1A : มึงตอบกูซี่ ไอ้ยองแจ

            BAMBAM1A : เงียบ

            BAMBAM1A : สงสัยแม่งช็อต

            ..

            …

            ข่าวคราวเงียบหายไปสองสามปี ยองแจคนดีตกบ่อขี้อยู่หรืออย่างไร ~

            ไร้การตอบรับจากยองแจ ผมจิ๊ปากเบาๆ กดล็อคหน้าจอ ยืนพิงสะโพกกับกำแพงเรียบๆนั่น ยืนรออีกสักนิดคงไม่เป็นไร

            ไม่เป็นไรก็แย่แล้ว !

            ผมคิดว่ามันนานเกินไป มันอาจจะมีเหตุสุดวิสัยบางอย่างก็ได้ ยองแจไม่เข้าห้องน้ำนานขนาดนี้ เลยตัดสินใจจะเข้าไปตามเพื่อนในห้องน้ำเป็นต้องสะดุดลงเมื่อเห็นสายเรียกเข้า

            RrRRrr

            MICKYBINBIN is calling

            คิดว่ายองแจจะโทรมา แต่ชื่อปลายสายเป็นไอ้เด๋อฮันบินโทรมาสะงั้น

            มึงรออยู่ในห้องนั่นแหละ

            [ มึงอยู่ไหนกันวะ ออกไปก่อนทำไมไม่บอกกูอ่า ]

            “ ยองแจมันปวดฉี่ เลยให้กูมาเป็นเพื่อน

            [ มันไปเองไม่เป็นหรอวะ ]

            “ มานานแล้วเนี่ยแต่มันยังไม่โผล่หัวออกมาเลย กูจะเข้าไปดูมันสักหน่อย มึงรอที่ห้องดรออิ้งนั่นแหละเดี๋ยวกูกลับไป

            [ เออ กูรอที่ห้องดรออิ้งนะ ]

            ฮันบินมันบ่นอีกสองสามคำแล้วกดวางสายไป

            เราสามคนเป็นเฟรชชี่สดใส(?)ของมหาลัยในเมืองหลวง แน่นอนว่าผม ยองแจและฮันบินเราไม่ใช่คนที่นี่ เรามาจากเชียงใหม่ซึ่งห่างไกลจากกรุงเทพฯเป็นร้อยเป็นพันกิโล พวกเราเป็นเพื่อนกันตอนม.ต้นยันม.ปลายเลือกลงคณะเดียวกันและมหาลัยเดียวกัน

            อ่อ ไม่สิ มียูคยอมอีกคนนึงด้วย ยูคยอมอีกคนเท่านั้นที่แยกออกไปเรียนวิศวะ(คอมพ์ฯ) ในขณะที่พวกผมเลือกเรียนสถาปัตย์(ออกแบบสื่อนวัตกรรม)

            ไม่แปลกที่พวกเราจะตัวติดกัน บรรยากาศใหม่ ผู้คนใหม่ สถานที่ใหม่ ไม่คุ้นเอาเสียเลย

            ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหารายชื่อยองแจเพื่อจะโทรหา ลืมโดยสนิทว่ายองแจเปลี่ยนเบอร์ใหม่และลืมเมมฯไว้ในเครื่อง ทำให้ต้องเลื่อนหาเบอร์ใหม่ของมันพร้อมกับเดินเข้าห้องน้ำไปด้วย

            ปุ่ก

            เสียงโทรศัพท์ผมร่วงลงไถลไปกับพื้นทางเดิน

            อาจจะเพราะความไม่ระวังและเดินไม่ดูทางของตัวเอง ทำให้ระหว่างทางที่ผมเดินไล่หาเบอร์เพื่อนสนิทนั้นเดินไปชนกับใครคนนึงเข้าเต็มๆ

            ผมรีบควานหาโทรศัพท์ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกลัวโทรศัพท์จะเป็นอะไร โดยลืมสนใจคู่กรณีของตัวเอง เมื่อเก็บโทรศัพท์ได้แล้วสำรวจหาความเสียหาย พบร่องรอยนิดหน่อย เงยหน้าขึ้นไปก็พบว่า บุคคลยืนอยู่ตรงหน้านั้นมีท่าทางหัวเสียอยู่ไม่น้อย

            แหงล่ะ ไม่หัวเสียคงแปลก .. ก็ผมเล่นชนเขาจนแก้วน้ำที่เขาถือมากระฉอกใส่เสื้อนักศึกษา เปื้อนเป็นวงกว้างเด่นหลาบนเสื้อขนาดนั้น

            ไม่มีใครบอกหรอว่าเวลาเดินอยู่ไม่ควรเล่นโทรศัพท์คู่กรณีเอ่ยเสียงนิ่ง ขัดขึ้นในจังหวะผมที่กำลังจะเอ่ยขอโทษขอโพย

            อีกฝ่ายโยนแก้วน้ำทิ้งลงถังขยะข้างตัว ใบหน้าเรียบนิ่งขัดกับท่าทางหัวเสียนั่นบ่งบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้คงหงุดหงิดอยู่ไม่มากก็ไม่น้อย ท่าทางจะเนี้ยบเรื่องการแต่งกายมากอยู่ ดูได้จากเสื้อเชิ้ตไร้ความหม่นหมอง การจับจีบทางด้านหลัง หรือการรีดเสื้ออย่างปรานีต

            เดี๋ยวครับผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบผ้าเช็ดหน้ายัดใส่มือของคู่กรณี คนตรงหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เขาคนนั้นรับผ้าเช็ดหน้าของผม ไม่ปัดทิ้งแม้ไม่แสดงท่าทางอารมณ์ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางหัวเสียเท่าเมื่อครู่ ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

            อะไรของเขาวะ

            ยังไม่ทันได้ขอโทษเลย เดินหนีไปสะงั้น

 

-   -

 

            พี่มึงจะมาตอนไหนยองแจที่ยืนดูดน้ำอยู่ข้างๆหันมาถามผม

            เป็นเวลาในช่วงเย็นเกือบค่ำ จริงๆผมเลิกเรียนตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่มีกิจกรรมรับน้องทำให้ต้องอยู่ต่อ ตอนนี้ผมกำลังรอให้พี่เจบี หรือลูกพี่ลูกน้องของผมมารับกลับไปบ้านของเขา ใจจริงอยากไปอยู่หอกับยองแจและฮันบินมากกว่า ไม่เหงาแถมอยู่ใกล้มหาลัยอีกด้วย แต่เตียง 6 ฟุตกับผู้ชาย 3 คนมันคงนอนไม่สบายสักเท่าไหร่

            แค่ 3 วันที่ผ่านมาระหว่างที่รอพี่เจบีกลับมาจากค่ายอาสา ผมต้องทนเป็นหมอนข้างให้ไอ้ยองแจมันกอดก่ายก็รู้สึกน่วมไปทั้งตัว อยากรู้ว่าฮันบินมันทนไปได้ยังไง

            ไอ้แบม เมื่อไหร่พี่มึงจะมาวะ

            ทำไมวะ

            “ กูง่วงฮันบินตอบพร้อมหาวโชว์  

            “ มึงง่วงเป็นคนเดียวไง กูก็ง่วงเหมือนกันทั้งง่วงทั้งเมื่อยขา ล้าไปหมด รับน้องวันแรกก็โดนลุกขึ้นนั่งลงเป็นสิบสิบครั้ง เงยหน้าก็โดนตะคอกใส่ ก็คนมันเมื่อยคอ ไม่รู้รุ่นพี่จะให้ก้มทำไมนานๆ

            เออ กูก็ง่วงเหมือนกัน พี่มึงโคตรช้าเลยว่ะไอ้แบมยองแจเอ่ยขึ้นมาบ้าง

            คนที่ปล่อยให้กูยืนรอหน้าห้องน้ำเกือบ 20 นาทีไม่มีสิทธ์มาบ่น

            ยองแจยิ้มแหย ฮันบินหัวเราะเยาะขึ้นมาทันที สมควรที่จะฮันบินมันจะหัวเราะ ขนาดผมเองยังตลก

            เมื่อกลางวันนึกแล้วยังคงนึกเคืองมันอยู่ มันปล่อยให้ผมยืนรอเกือบ 20 นาที ส่วนมันอยู่ในห้องน้ำ เป็นอย่างที่คาดไว้ว่าต้องเกิดเหตุสุดวิสัย และก็เกิดขึ้นจริงๆ ไอ้ยองแจกดน้ำทิ้งในชักโครกไม่ได้ และที่ฉีดก้นก็เสีย และตัวมันเองก็นั่งจ่อมคาคอห่านอยู่แบบนั้นออกมาไม่ได้เพราะไม่มีน้ำล้างตูด ถ้าผมไม่เข้าไปเรียกหามันก็คงนั่งอยู่แบบนั้น และเป็นผมที่ต้องเดินไปซื้อทิชชู่เข้าไปให้มัน

            นึกแล้วก็ยังตลก ยองแจมันทนนั่งไปได้ไงไม่นึกเหม็นขี้ตัวเองบ้างหรือยังไงก็ไม่รู้

            พอถามมันว่าทำไมไม่ตอบไลน์ ผลที่ได้ก็คือว่ารีบจนลืมหยิบโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย

            เอ้อ ให้มันได้อย่างงี้สิ !

            น้องครับ น้องใช่แบมแบม น้องเจบีหรือป่าว

            “ ไอ้แบม เขามาถามหามึงอ่ะฮันบินสะกิดเรียกผมให้หันไปดูคนที่มาใหม่ ซึ่งผมเองก็ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา

            ครับ ผมแบมแบม น้องพี่เจบี

            แบมแบมเดาจากการแต่งตัว เสื้อนักศึกษาถูกระเบียบยับเล็กน้อย ไม่ผูกเนคไทของมหาลัยฯกับกางเกงยีนส์สีดำสนิท ดูแล้วไม่น่าจะใช่ปีหนึ่ง เนื่องจากพวกผมอยู่ปี 1 เป็นน้องใหม่และน้องเล็กที่สุดในมหาลัยฯเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น การแต่งกายถูกระเบียบจึงเป็นเรื่องค่อนข้างซีเรียสในระยะแรกๆ โดยเฉพาะในช่วงรับน้อง พวกผมต้องแขวนป้ายชื่อและไอเท็มประจำคณะและสาขาที่เรียน

            พี่ชื่อแจ็คสัน เป็นเพื่อนไอ้เจบีมัน ไอ้เจบีให้พี่มารับเราแทน

            “ อ่าว แล้วพี่บีไปไหนหรอครับ

            “ มันประชุมที่คณะอยู่เลย   พยักหน้า ลุกขึ้นยืนกวาดสัมภาระลงกระเป๋าลวกๆ

            พวกมึงกูกลับแล้วนะ กลับห้องดีๆอ่ะ พรุ่งนี้เจอกัน

            “ เออ

            ผมหันไปบอกลาเพื่อน ไอ้สองคนนั้นตอบกลับมาเสียงเนือยๆ คงจะเหนื่อย ผมเองก็เหนื่อยนะ เพลียด้วย อยากนอนแล้ว แต่คิดว่าคงอีกสักพักถึงจะได้กลับบ้านไปนอน ในเมื่อพี่เจบียังประชุมอยู่

            ผมเดินตามหลังพี่แจ็คสันไปเรื่อยๆ จนมาถึงที่จอดจักรยาน อาจจะเพราะมันไกลจากตึกคณะของผมหรือใกล้หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้ผมต้องยอมจนใจซ้อนท้ายจักรยานโดยมีพี่แจ็คสันเป็นคนขี่

            ผมขอจะขี่จักรยานเอง แต่พี่แจ็คสันไม่ยอม อ้างว่าผมไม่รู้ทาง ยืนเถียงกันสักพักก็ได้ข้อสรุปด้วยการเป่ายิงฉุบ ใครแพ้เป็นคนขี่จักรยาน

            แน่นอนว่าผมชนะ และพี่แจ็คสันก็ต้องเป็นคนขี่จักรยานโดยปริยาย

            ก็สบายดีเหมือนกัน ไม่ต้องเมื่อยถีบเอง

            ระหว่างทางพี่แจ็คสันพยายามชวนผมคุย เหมือนอยากให้ผมผ่อนคลาย เขาเป็นคนตลกมากๆคนนึง ตลกแบบมีพรสวรรค์ เหมือนมีพรสวรรค์ในเรื่องตลก แค่เขาพูดมาบางคำยังทำให้ผมขำแบบง่ายๆ ดูอารมณ์ดีตลอดเวลา แถมยังนินทาพี่เจบีให้ฟังอีก

            ไอ้บีแม่งขี้โม้ แบมอย่าไปเชื่อมันมากนะรู้ป่ะ

            ทำไมอ่ะพี่

            “ เออน่า เชื่อพี่ แม่งขี้โม้ อย่าไปฟังมันมาก ซุยเก่ง

            “ เหมือนพี่แจ็คสันเลยใช่ป่ะ

            “ ใช่ เอ้ย ไม่ใช่ดิ

            แล้วผมกับพี่แจ็คสันก็ขำพรืดออกมาพร้อมกัน 

            เห้ย ไอ้แจ็คสัน มึงไปแอ๊วเด็กที่ไหนมาวะเสียงตะโกนจากตัวอาคารดังขึ้นทันทีที่ผมและพี่แจ็คสันลงจากจักรยาน

            “ แอ๊วหน้ามึงอ่ะไอ้บี้ ! นี่น้องไอ้บีมัน

            แบมมานี่เร็วกวักมือเรียกให้ไปนั่งบนโต๊ะนั่ง ผลักหัวเพื่อนตัวเองให้เขยิบออกไปให้ผมนั่งแทน

            นี่บ๊อบบี้ เพื่อนพี่เอง

            “ สวัสดีครับ

            เห้ย ไม่เป็นไรน้อง คนกันเองๆพี่บ๊อบบี้โบกไม้โบกมือ ยิ้มตาหยีโชว์ฟันกระต่าย

            ใช่คนที่จะมาอยู่บ้านเราป่ะวะไอ้แจ็ค

            “ เออ คนนี้แหละ

 

-   -

           

            เพราะอะไรก็ไม่รู้และผมเองก็ไม่ได้อยากทราบ ทำให้การประชุมอันแสนเคร่งเครียดของพี่เจบีลากยาวไปอีกนาน จนพี่บีต้องออกมาจากห้องประชุมที่แสนเคร่งเครียดนั่นชั่วคราวเพื่อบอกให้พี่แจ็คสันและพี่บ๊อบบี้พาผมกลับมาบ้านของพวกพี่เขาก่อน

            เหตุผลที่ทำให้ผมต้องมาอยู่กับพี่เจบีนั้นก็ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากห้องที่ผมจะอยู่นั้นคนเช่าปัจจุบันเขาขอเพิ่มระยะเวลาไปอีก 4 – 5 เดือน ในตอนแรกแม่ตัดปัญหาด้วยการให้ไปหาหอใหม่ แต่ผมเลือกที่จะไม่ไป ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเสียเงินเพิ่ม ห้องที่จะเข้าไปอยู่ก็เป็นห้องคอนโดเดียวกับพวกยองแจ พ่อและแม่ท่านซื้อเอาไว้และปล่อยให้คนเช่า รอแค่ 4 – 5 เดือนจะเป็นอะไรไป และด้วยความขี้งกของตัวเองนั่นแหละ ทำให้ตอนนี้ต้องระเห็จมาอาศัยอยู่กับบ้านพี่เจบี

            แต่พี่เจบีก็ไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว เขาหารค่าเช่าบ้านอยู่รวมกันกับเพื่อนอีก 3 คน คือพี่แจ็คสัน พี่บ๊อบบี้และอีกคนผมเห็นพี่แจ็คพูดชื่ออยู่

            ชื่อมาร์ค เมิร์ค หรืออะไรสักอย่าง

            แบมแบมนอนตรงโซฟาก่อนได้ไหม ไอ้บีมันลืมให้กุญแจห้องมันมา หรือเราจะขึ้นไปนอนบนห้องพี่ก่อนก็ได้นะ แต่รกหน่อย

            นอนโซฟาดีกว่าครับ เลือกที่จะนอนบนโซฟาเพราะไม่อยากรบกวน พี่บ๊อบบี้เดินไปเปิดแอร์ให้ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปและลงมาพร้อมผ้าห่ม

            นอนไปก่อนเลยเรา กว่าไอ้บีจะกลับมาก็ดึกๆ เดี๋ยวพี่ออกไปรับไอ้แจ็คมันก่อน เมื่อหัวถึงหมอน ความอ่อนเพลียเริ่มโจมตี โสตประสาทเริ่มไม่รับรู้อะไร พยักหน้าส่งๆรับเสียงพี่บ๊อบบี้แว่วลอยมาพอจับใจความได้

            Zz

            เพราะโซฟามันแคบ หรือเพราะผิดที่ผิดทางในการนอน เลยนอนไม่ค่อยสบายตัวเท่าที่ควร ทำให้ตื่นขึ้นมาทั้งที่ตั้งใจจะนอนยาวนานกว่านี้ ควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลา 4 ทุ่มนิดๆ พี่เจบีน่าจะกลับแล้วมั้ง

            แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้หิวน้ำมากกว่า

             ลุกจากโซฟา เดินมาทางห้องครัว เห็นแสงไฟจากห้องครัวแสดงว่าต้องมีใครสักคนอยู่ในบ้านนอกจากผม ตอนที่พี่บ๊อบบี้ออกไปเขาปิดไฟในส่วนที่ห้องรับแขกซึ่งเป็นส่วนที่ผมนอน บานประตูตู้เย็นถูกเปิดออกโดยใครอีกคน ใครอีกคนที่เขาไม่เห็นหน้า เห็นแค่เสื้อนักศึกษาสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำสนิทถูกระเบียบของมหาลัยฯ

            พี่บีหรอ

            ..

            …

            “ พี่แจ็คสันหรือพี่บ๊อบบี้อ่ะสองคนนี้ผมน่าจะตัดทิ้งไป เพราะพี่แจ็คสันกับพี่บ๊อบบี้ใส่กางเกงยีนส์

            ..

            ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ทำให้ผมต้องเดินเข้าไปใกล้เพื่อจะดูว่าเป็นใคร ไม่ทันที่จะเดินเข้าไป ประตูตู้เย็นก็ถูกปิดทำให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย

            นั่นมันคนที่ผมชนหน้าห้องน้ำนี่..

            บังเอิญเกินไปมั้ง

            คู่กรณีเมื่อตอนกลางวันเลิกคิ้วให้ผม เหมือนตั้งคำถามว่าผมเป็นใครทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ รึเปล่า ?

            อ่าว มาอยู่นี่เองหรอ พี่เรียกเราตั้งนาน หันไปตามเสียงมาใหม่ก็เห็นว่าเป็นพี่เจบีเดินเข้ามาในห้องครัว

            “ ไอ้มาร์คมึงมายืนทำไรตรงนี้เนี่ย

            พี่บีหันไปทักเพื่อน คนที่พี่บีเรียกว่า มาร์คชูแก้วน้ำขึ้น

            แดกน้ำ

            เรื่องของมึงเหอะ เออ แบมแบม นี่เพื่อนพี่ชื่อมาร์ค

            “ ส่วนนี่ แบมแบม น้องกูเอง ที่จะมาอยู่กับพวกเราชั่วคราวอ่ะ

            “ สวัสดีครับผมยกมือไหว้พี่มาร์คทันทีที่พี่บีแนะนำให้รู้จัก ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นไม่แสดงท่าทีอะไรนอกจากพยักหน้ารับไหว้ผมเล็กน้อย(?) เดินไปวางแก้วน้ำลงที่เคาท์เตอร์ล้างจาน

            “ อ่าหะ

            พี่มาร์คพูดแค่นั้น แล้วเดินออกไปจากห้องครัว

            อ่าหะ แค่เนี้ยอ่ะนะ ?

            ไม่เห็นพูดมากเหมือนพี่สองเกลอนั่นเลย

 

-   -





      thxs for read comment view n' vote :-)

 

            


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

1,148 ความคิดเห็น

  1. #1072 Bigapplenyc1982 (@Bigapplenyc1982) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 17:54
    โอ้โห เก๊กกมากพ่อคุณเอ๊ยยยยท
    #1072
    0
  2. #1006 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 23:40
    อะไรจะนิ่งขนาดนั้น
    #1006
    0
  3. #976 dejawooo (@dejawooo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 23:46
    สงสัยเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกเมื่อเจอคนน่ารักแบบน้องแบม ฮิ้วววว เนี่ย บุพเพสันนิวาสแน่ๆ ชนกันเมื่อบ่าย ตกดึกได้อยู่บ้านเดียวกันเลย อิอิ
    #976
    0
  4. วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:33
    ดอกพิกุลจะร่วงเลยประหยัดคำพูดนิดนึงงง55555
    #964
    0
  5. #953 Melinnnnnnn (@aboutMyWings) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 22:29
    โหยยยย ปูเรื่องมาน่าสนใจมากกกก ม้าคคาแรกเตอร์น่าแกล้งว่ะ? เอ้ะะะ หรือแบม
    #953
    0
  6. #897 tongonea (@tongonea) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 21:30
    พอ่คนพูดน้อยยยย
    #897
    0
  7. #890 jryoma (@jr1268) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:48
    พี่มาร์คคือมาดแท้หลาว
    #890
    0
  8. #690 zmgebob (@zmgebob) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 00:43
    คนเงียบๆแบบนี้มักมีอะไร 55555555
    #690
    0
  9. #629 lovelyMB (@beautyndbeat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 14:12
    มาร์คต้วนคนเย็นชาา
    #629
    0
  10. #570 waslikebubblegum (@waslikebubblegum) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:51
    พี่มาร์คพูดน้อยไปหรือพี่บ๊อบบี้กับพี่แจ็คสันพูดเยอะไป 555
    #570
    0
  11. #515 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 06:55
    มาร์คswag มากค่ะ ทำเป็นเข้ม
    #515
    0
  12. #499 ninon (@noo_nisanon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 17:34
    แหม่ๆๆๆ อ่าหะ เนี่ยนะ5555555
    #499
    0
  13. #457 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 04:12
    นิ่งโคตรรร
    #457
    0
  14. #428 kemmygalaxy (@kkkgalaxy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 02:19
    อ่าหะอะไร คีพลุคหรออ 55555
    #428
    0
  15. #276 StickedTogether (@StickedTogether) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 13:45
    ทำเปนเข้ม
    #276
    0
  16. #257 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 10:37
    แหมๆๆๆมาคตคค วางมาด
    #257
    0
  17. #250 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 23:37
    พี่มาร์คนี่นิ่งจนน่าติดตามอะ
    #250
    0
  18. #246 Ms. Shadow (@bainie93) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 19:50
    เอิ่ม พี่มาร์ค ถ้าจะประหยัดคำพูดขนาดนี้นะ
    #246
    0
  19. #239 nora (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 15:00
    ยองเจปวดฉิ้งฉ๋อง น่าร๊ากกกก
    #239
    0
  20. #228 bbunnymm (@bbunnymm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 21:30
    มาร์คนี่นิ่งไปไหมเธ๊ออออ
    #228
    0
  21. #225 woorebin (@bam_bam-got-7) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 15:13
    ชอบภาษาจัง ติดตามนะคะ
    #225
    0
  22. #215 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 00:43
    ชอบภาษา กับการบรรยายจัง ดูเหมือนให้คิดตาม ดีๆ
    #215
    0
  23. #208 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 23:39
    แบมจะอยู่กับพี่ๆกันยังไง
    #208
    0
  24. #200 มบมบ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 21:40
    คาแรคเตอร์แบมกำลังดีเลยค่ะ อาฮ่ะ จ้า

    ต่อๆๆ
    #200
    0
  25. #164 MKearnista (@ieunn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 17:09
    อ่าหะ จ้าาาา
    #164
    0