กระบี่ 3 โลก :: ประดาบลือลั่น เทพมารสะท้านภพ

ตอนที่ 12 : 第章十一 : บทที่ 11 เจดีย์แก้วหรรษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ก.ค. 53



 


บทที่  11  เจดีย์แก้วหรรษา

 

          หย่งเหวินออกเดินทางต่อไปยังวิหารเทพกระบี่เพื่อตามหาอาจารย์ฟ่งที่หายตัวไปเมื่อหลายวันก่อน  ดูท่าเหมันต์จะค่อยๆ  พัดผ่านพาเอากลิ่นไอของปุยหิมะเข้ามายังบริเวณรอบอย่างปฏิเสธมิได้ 

 

          ครั้นฤดูหนาวย่างกรายเข้ามาเยือนอย่างช้าๆ  พื้นดินและต้นไม้ใบหญ้าถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะที่อ่อนนุ่มราวกับปุยเมฆ  ดวงอาทิตย์ที่ทอแสงสาดประกายเจิดจ้าอยู่เป็นนิจเหตุใดวันนี้จึงได้จืดจางอะไรเช่นนี้

 

  ทางขึ้นวิหารเทพกระบี่  แคว้นเทือกเขากระบี่

 

          เจ้าแน่ใจรึว่าจะขึ้นไปยังวิหาร   ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยทักขึ้น

หย่งเหวินจ้องมองไปที่ต้นเสียงก่อนจะเลิกคิ้วสงสัย  แล้วเอ่ยถามว่า  ท่านเป็นใครรึ

 

          โอ้ ! ลืมไปเจ้าคงไม่รู้จักข้าเป็นแน่  ข้าคือเซียนหรรษาเป็นผู้คุมกฏแห่งวิหารเทพกระบี่  ใครผู้ใดที่จะขึ้นไปยังวิหารได้ต้องผ่านกฏของข้าไปก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า  เซียนหรรษาหัวเราะอย่างชอบใจก่อนที่หย่งเหวินจะถามขึ้นอีกครั้ง

 

          แล้วข้าต้องทำเช่นใด

 

          เซียนหรรษาหัวเราะเบาๆ พลางกับเอามือลูบเคราไปมาแล้วพูดต่อว่า

          เจ้าต้องทายปัญหาให้ครบสามข้อก่อนถึงจะเข้าไปได้

          เจ้าต้องเข้าไปอยู่ในเจดีย์แก้วหรรษา  โดยที่จะมีคำถามเพียงวันละหนึ่งข้อเท่านั้นแต่ถ้าเจ้าตอบถูกปัญหาข้อต่อไปก็จะตามมา

 

          แล้วถ้าตอบผิดล่ะ   หย่งเหวินทักขึ้น  ก่อนที่จะได้รับคำตอบ

 

          เจ้าก็ต้องรอให้ข้ามพ้นวันใหม่ปัญหาจึงจะปรากฏอีกครั้ง  ผู้เฒ่าอธิบายต่อ

 

          เซียนหรรษาหรี่นัยน์ตาลงจ้องมองคนตรงหน้าแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง 

เป็นยังไง  สนใจไหมล่ะ...ไม่ต้องรีบตัดสินใจเวลาข้ามีทั้งชาติ

หย่งเหวินครุ่นคิดพักใหญ่ก่อนที่จะพยักหน้าตกลง  เพียงชั่วอึดใจร่างของหย่งเหวินก็พลันถูกดูดเข้าไปยังเจดีย์แก้วหรรษาอย่างมหัศจรรย์จนเหลือตัวเล็กจิ๋วเท่ากับเจ้าหอยทากน้อย

 

          ภายในเจดีย์ดูโอ่โถงกว้างใหญ่  มีทั้งหมดสามชั้นภายในถูกตกแต่งอย่างสวยงามแต่ไร้ซึ่งสิ่งของที่อำนวยความสะดวกเลยแม้แต่ชิ้นเดียว  มีเพียงแต่รูปปั้นของเซียนหรรษาที่ตั้งเด่นตระการอยู่กลางห้อง

 

          ขณะที่หย่งเหวินยังมิทันได้สำรวจครบทุกซอกซอย  ควันสีขาวก็พวยพุ่งออกมาจากรูปปั้นเมื่อครู่จนค่อยๆ  ปรากฏร่างของเซียนหรรษาขึ้นตรงหน้า

 

          ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปัญหาแรกของวันนี้   เซียนหรรษาเอ่ยขึ้น

 

          หย่งเหวินรีบวิ่งมายังต้นเสียงอย่างรวดเร็วพลางกับรอฟังคำถามจากคนตรงหน้า

 

          สิ่งใดที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเจ้า   คำถามแรกดังขึ้น  เล่นทำเอาเจ้าหย่งเหวินถึงกับยิ้มหวานไปโดยปริยาย

 

          เจ้าตัวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่พลางกับแย้มรอยยิ้มกล่าวว่า 

อำนาจ  ชื่อเสียง  และสามลาภยศ  

โอ้ ! นั่นคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเจ้าแล้วหรือนี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

สิ้นคำกล่าวร่างเซียนหรรษาก็พลันหายแวบไปอย่างไร้ร่องรอย  พร้อมกับความมืดยามราตรีที่เข้ามาเยือนอีกครา

 

          หย่งเหวินได้แต่ครุ่นคิดถึงปัญหาเมื่อครู่  พลางกับเสียดายเวลาที่ต้องมานั่งจมปักอยู่ในห้องนี้ผู้เดียว  เวลาผ่านไปหลายชั่วยามหย่งเหวินยังคงงุนงงกับคำถามเมื่อครู่ว่าเหตุใดคำตอบของตนจึงผิด

 

ภายในเจดีย์ไร้ซึ่งอาหาร  ไร้ซึ่งน้ำดื่ม  ไร้ซึ่งแสงสว่าง  ขืนติดอยู่เกินสามวันข้าต้องอดตายแน่ๆ  

 

หย่งเหวินคิดในใจพลางกับคิดหาทางออกด้วยวิธีอื่น  ขณะเดียวกันหย่งเหวินเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นสาปของซากศพอะไรบางอย่างที่กำลังเริ่มคละคลุ้งอยู่ตอนนี้  แต่ถ้าขืนลุกขึ้นเดินมึดๆ  แบบนี้มีหวังเดินหกล้มหัวขมำเป็นแน่

 

แต่ด้วยนิสัยอยากรู้อยากเห็นที่อดไม่ได้  หย่งเหวินค่อยๆ  พยุงตัวขึ้นพลางกับเดินคลำๆ  ไปตามผนังเจดีย์  กลิ่นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนน่าแปลกใจ

 

ถ้าเป็นหนูตายก็ไม่น่าจะเหม็นเน่าขนาดนี้  หย่งเหวินพูดเพียงลำพังในความมืด

 

หย่งเหวินค่อยๆ  เดินเข้าไปเรื่อยๆ  จนพบกับขั้นบันไดตรงหน้า  เจ้าคนขี้สงสัยค่อยๆ  สืบเท้าไปด้านหน้าอย่างช้าๆ  จนปลายเท้าสัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง  เจ้าตัวค่อยๆ  ก้มลงเอาปลายนิ้วควานสัมผัสกับบางอย่างตรงหน้า  ปลายนิ้วค่อยๆ  ลูบไล้จนพบกับร่องที่บุ๋มลึกลงไป  หย่งเหวินค่อยๆ  แหย่นิ้วลงลึกไปเรื่อยๆ  จนเริ่มสัมผัสได้ถึงน้ำเหนียวๆ  ที่อยู่ด้านใน  เจ้าตัวรีบยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความขยะแขยงก่อนที่จะเอามือขึ้นมาดมด้วยความสงสัย  กลิ่นคาวเลือดอบอวลติดจมูกจนแทบอยากที่จะล้างออกแต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่ามันคือสิ่งใดกันแน่  หย่งเหวินจึงตัดสินใจกลับขึ้นไปงีบหลับด้านบนเพื่อรอเช้าวันใหม่ที่สดใสกับการพิสูจน์ความจริงเบื้องล่าง

 

หย่งเหวินเผลอหลับไปอย่างง่ายดายจนเช้าแสงแดดก็พลันค่อยๆ  สาดส่องเข้ามาอย่างช้าๆ  จนเจ้าตัวต้องพยายามกระพือขนตาที่เป็นแพหน้าขึ้นอย่างยากลำบากแสนเข็ญนัก  เนื่องจากอากาศที่เย็นสบายกำลังดี

 

ตอนนี้ท้องใส้เริ่มเกิดอาการปั่นป่วนเข้าเสียแล้ว  ลำคอก็พานจะแห่งผากเป็นผุยผงไปด้วย  เพียงชั่วครู่ควันสีขาวก็พวยพุ่งตรงกลางห้องอีกครั้ง

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ปัญหาแรกของวันนี้  เซียนหรรษาเอ่ยขึ้น

หย่งเหวินตั้งใจฟังพลางกับเสียงท้องที่ดัง จ้อก ๆ เป็นระยะๆ  อยู่ขณะนี้

 

“ สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิตของเจ้าคืออะไร ”  คำถามดังขึ้นอีกครั้ง  ทำให้เจ้าหย่งเหวินถึงกับมึนหัวตึบ ก่อนที่จะส่งมอบคำตอบคล้ายๆ  เดิมให้กับเซียนหรรษาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเต็มประดา

 

โอ้ ! เจ้าช่างไร้ญาติขาดมิตรเสียจริง  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ชีวิตเจ้าอยู่ได้อย่างไรนี่

พลันพูดจบเซียนหรรษาก็จากไปอีกครั้ง

 

หย่งเหวินนึกได้ถึงสิ่งที่สงสัยเมื่อคืนจึงเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง  เจ้าตัวเดินดุ่มๆ  ลงไปอย่างไม่ทันระมัดระวัง  พลาดท่าลื่นตกบันไดจนก้นจ้ำเบ้าไถลรูดลงไปยังชั้นล่างอย่างรวดเร็ว

 

หย่งเหวินค่อยๆ  ลืมตาขึ้นพลางกับเอามือลูบไล้ไปยังก้นที่ปวดระบมอยู่ขณะนี้  ภาพปรากฏเบื้องหน้าทำให้หย่งเหวินแทบจะเป็นลมรีบดีดตัวขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว  ลืมเลือนอาการเจ็บปวดเมื่อครู่เสียสนิท  กองซากศพมากมายนอนสลับซับซ้อนกันจนน่าขยะแขยง  ศพแห้ง  ศพเปียก  ศพเน่าเฟะ  กองกันอยู่เกลื่อนกลาดจนไร้ซึ่งที่ว่างสำหรับขยับตัวไปมา

 

น้ำหนองสีเหลืองสดค่อยๆ  ไหลทะลักหยาดเยิ้มออกมาจากเบ้าตาที่เป็นรูบุ๋มราวกับว่ามีใครเอาอะไรจิ้มลงไป  ผิวหนังที่ใกล้แห้งแต่ยังประปรายไปด้วยน้ำเหลืองถูกเจ้าหนอนตัวอ้วนมากมายไชกันหยุบหยับยั้วเยี้ยจนน่าขนลุกขนพอง  บางตัวดูดกินน้ำหนองที่เหลืองอ๋อยจนตัวอ้วนกลมพลันท้องระเบิดกระจายออกจนน้ำเหลืองสาดกระเด็นมาโดนใบหน้าของหย่งเหวินอย่างไม่ทันที่จะได้ระวังตัว  หย่งเหวินรับรู้ได้ถึงรสชาติเฝื่อนๆ  ของน้ำเลือดน้ำหนองที่กระเด็นมาสัมผัสยังริมฝีปากอย่างยากที่จะปฏิเสธได้  มันช่างเป็นอะไรที่แสนระทมเช่นนี้

 

ไม่มีแม้กระทั่งน้ำสักนิดหน่อยเพื่อที่จะล้างคราบคาวน้ำเหลืองเหล่านี้  แต่ในใจก็คิดว่า

ถึงมีน้ำเราก็จะเก็บไว้กินดีกว่าเอามาล้างตัว...ยอมเหม็นดีกว่าอดตาย

 

เมื่อหย่งเหวินพิสูจน์ได้ถึงสิ่งที่สงสัยสำเร็จแล้ว  เจ้าตัวก็รีบเดินฉับๆ  ขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วพลางกับคิดในใจ

 

ติดอยู่ที่นี่จนถึงกับตายเลยหรือนี่  ช่างโหดร้ายเสียจริง

หย่งเหวินเริ่มรู้สึกถึงความหวาดกลัวกับสิ่งที่ต้องเผชิญเบื้องหน้าพลางกับท้องที่บัดนี้เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้งเสียแล้ว  อาหารที่อดมาตลอดสองวันเต็มพลานจะทำให้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะพยุงตัวให้ยืนหยัดอยู่ได้  ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไปอย่างช้าๆ  หย่งเหวินเริ่มคิดถึงคำที่เซียนหรรษาเอ่ยขึ้นเมื่อตอนเช้า

 

โอ้ ! เจ้าช่างไร้ญาติขาดมิตรเสียจริง  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ชีวิตเจ้าอยู่ได้อย่างไรนี่   ประโยคเดิมที่ยังดังก้องอยู่ในโสทประสาท

 

เวลาผ่านไปพักใหญ่หย่งเหวินเผลอหลับไปจนจิตเริ่มเข้าสู่ภวังค์อย่างไม่รู้ตัว  ฉายปรากฏภาพมากมายแสดงถึงชีวิตของเขาตั้งแต่เด็กจนโต  ทำให้หย่งเหวินเริ่มเข้าใจถึงอะไรบางอย่างเข้าเสียแล้ว  ไม่นานหย่งเหวินก็พลันตื่นขึ้นจากภวังค์จนเสื้อทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อไคล

 

ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว 

เพื่อนพ้อง ! ”  หย่งเหวินอุทานเสียงดัง  ก่อนที่เซียนหรรษาจะค่อยๆ  ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแล้วพูดขึ้น

ฮ่า ฮ่า ฮ่า  เจ้าเก่งมากนึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว พร้อมกับพูดต่อว่า

ที่จริงแล้วสิ่งที่มีค่า  3  สิ่งในชีวิตคือ  ความรัก  การเคารพตัวเอง  และเพื่อนแท้  แต่ข้าเล็งเห็นแล้วว่าทำไมเจ้าถึงตอบอีกสองข้อไม่ได้  เพราะว่าเจ้าไม่มียังไงล่ะ

 

แต่ !   เซียนเน้นเสียงก่อนจะพูดต่อ

เจ้ายังมีเพื่อนพ้อง  ศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักของเจ้าที่ต้องดูแลซึ่งกันและกัน  ไม่มีสมบัติใดที่จะล้ำค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

 

หย่งเหวินยืนฟังด้วยความสนใจ  ก่อนที่เซียนหรรษาจะมอบสาส์นผ่านทางให้ท่ามกลางเสียงร้องจ้อกแจกของลำใส้ที่ดูเหมือนจะเริ่มมีปัญหาเสียแล้ว

 

เพียงพริบตาเจดีย์แก้วหรรษาก็พลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย  ทิ้งไว้เพียงร่างของผู้มาเยือนยืนกำสาส์นแน่นอยู่กลางลานกว้างตรงหน้า 

 

ครั้นออกมาได้หย่งเหวินก็รีบทะยานขึ้นสู่เวหาอย่างรวดเร็วเพื่อออกตามล่าหาอาหารที่หิวโซมาหลายวัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

172 ความคิดเห็น

  1. #95 ฮุ้นเอ็ง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2553 / 23:14
    ตอนท้ายๆ .....ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า....น่าจะเปลี่ยนให้เป็นหลายชั่วยาม เหมือนที่เขียนตอนต้นๆนะคะ

    คืออ่านแล้วจะได้ลื่นไหล ไม่สะดุดว่าจะใช้ชั่วยามหรือชั่วโมงกันเเน่



    ปล. อ่านแล้วชอบเนื้อเรื่อง เห็นตรงไหนแปลกๆเลยขอเสนอแนะค่ะ ถ้าไม่ชอบหรือดูเรื่องมากยังไงก็ต้องขออภัยค่ะ
    #95
    0