กระบี่ 3 โลก :: ประดาบลือลั่น เทพมารสะท้านภพ

ตอนที่ 13 : 第章十二 : บทที่ 12 ภูผาจ้าววายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    26 ก.ค. 53






    

 

บทที่ 12  ภูผาจ้าววายุ

 

เพียงพริบตาเจดีย์แก้วหรรษาก็พลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย  ทิ้งไว้เพียงร่างของผู้มาเยือนยืนกำสาส์นแน่นอยู่กลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยขุนเขาที่ดูไม่คุ้นตานัก

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า   ชายผู้หนึ่งหัวเราะขึ้นพร้อมกับตบมือให้กับคนตรงหน้า

 

นัยน์ตาที่ดำสนิทลึกล้ำมิสามารถเผยความหมายได้ฉายชัดถึงความแข็งแกร่ง  ซ่อนอยู่ภายใต้เรือผมที่ยาวสลวยปลกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นหลัง  แลลับกับแผ่นอกที่กว้างหนาได้อย่างพอดี  ใบหน้าเขาซีดเผือดจนน่าเกรงขาม  ฉายปรากฏพร้อมกับรูปร่างที่ดูกำยำล่ำสันนัก  ภายในมือเขากำพู่กันแน่น

 

  บริเวณลานกว้างเต็มไปด้วยผีเสื้อนับร้อยตัวบินกันโวยว่อนอย่างงดงาม  แต่ดูเหมือนยิ่งใกล้บุรุษตรงหน้าเท่าใด  จำนวนผีเสื้อก็พลันจะทวีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น

 

          หย่งเหวินหยุดนิ่งพร้อมกับพูดขึ้นว่า ข้ามีสาส์นผ่านทาง  เมื่อพูดจบเจ้าตัวก็ชูสาส์นให้กับบุรุษตรงหน้าดูอย่างมั่นใจ

 

          บุรุษตรงหน้าหัวเราะกึกๆ  ก่อนจะพูดขึ้นว่า มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ

          นั่นมันเพียงแค่บททดสอบเบื้องต้นเท่านั้น  ต่อจากนี้ไปนี่แหละของจริง

 

          เมื่อหย่งเหวินได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับหน้าร้อนวาบไปชั่วขณะ  ก่อนบุรุษตรงหน้าจะพูดขึ้นอีกครั้ง

 

          ข้าคือเซียนวายุ  เป็นหนึ่งในผู้คุมกฏแห่งวิหารเทพกระบี่

          ไม่ว่าใครหน้าไหนที่จะผ่านขึ้นไปยังวิหารต้องผ่านข้าไปแล้วทั้งสิ้น  สิ้นคำกล่าวหย่งเหวินก็สูดหายให้เข้าเฮือกใหญ่แล้วถามขึ้นว่า

 

          ก่อนที่ท่านจะเริ่มการทดสอบอะไรก็แล้วแต่  ข้ากินอะไรก่อนได้ไหม

 

          เซียนวายุยิ้มมุมปากแล้วตอบไปว่า  ไม่ต้องห่วงข้ามีน้ำทิพย์ให้เจ้าดื่มตรงนี้แล้ว   พลันพูดจบเซียนวายุก็เสกหยดน้ำใส่มือหย่งเหวินทันที

 

          ในมือหย่งเหวินปรากฏหยดน้ำเล็กเท่าเม็ดฝนหนึ่งก้อนที่ดูเผลินๆ  แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับหยดน้ำธรรมดา แต่ที่วิเศษมันผนึกรวมกันจนแน่นกลายเป็นก้อนแข็ง

 

          เจ้าตัวไม่รอช้ารีบดีดน้ำทิพย์เข้าปากอย่างรวดเร็ว  เมื่อกลืนลงไปเพียงชั่วพริบตา  ท้องไส้ที่ปั่นป่วนเมื่อครู่  ความหิว  ความอยากกับพลันหายไปถนัดอย่างไร้วี่แวว

 

          หึๆ  เจ้าคงพร้อมแล้วสินะ  เซียนวายุเอ่ยขึ้น

 

          นับจากนี้ปีศาจที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ  จะมากน้อย  อ่อนด้อยหรือแข็งแกร่งนั้น  ขึ้นอยู่กับกิเลสที่ยังหนาทึบของเจ้าว่าจะมากน้อยแค่ไหน  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

          พอไหวไหมล่ะ

          หย่งเหวินครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจนัก

 

          จำไว้ที่นี่เป็นเพียงมายาภาพ  ไม่ได้มีอยู่จริงบนยุทธ์ภพ บุรุษเบื้องหน้ากล่าวเตือน

          เดี๋ยว ! ”  หย่งเหวินแย้งพลางกับสงสัยอะไรบ้างอย่าง

          เหตุใดตัวข้าจึงต้องทดสอบอะไรแบบนี้ด้วย  เพียงข้าต้องการแค่ขึ้นไปช่วยอาจารย์ของข้าที่โดนลักพาตัวไปก็เท่านั้น

 

          เซียนวายุยิ้มมุมปากแล้วพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า

          บนวิหารเทพกระบี่เบื้องบนนั้นยังคงเป็นที่ซ่อนของกระบี่ที่ล้ำค่า

          ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  มนุษย์เหล่าปุถุชนทั้งหลายก็ยังคงหนาทึบไปด้วยกิเลสตัญหาข้าเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น

 

          พลันพูดจบเซียนวายุก็เริ่มหยิบพู่กันอันใหญ่ในมือขึ้นมาวาดไปมาบนอากาศอย่างช่ำชอง  ทำให้การทดสอบเริ่มต้นขึ้น  เพียงชั่วพริบตาเบื้องหน้าภาพปรากฏฝูงผีเสื้อมากมายหลายร้อยตัวกำลังบินโถมเข้าใส่หย่งเหวินอย่ารวดเร็วจนมืดฟ้ามัวดิน  ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือปีศาจผีเสื้อจ้าววายุ

 

          ผีเสื้อยักษ์ตัวดำทมิฬรูปร่างใหญ่โตยิ่งนัก   นัยน์ตาสีแดงสดของมันเกรี้ยวกราดฉายชัดถึงความโหดร้ายยิ่งนัก  ที่ปีกของมันแข็งหนาเต็มไปด้วยผงพิษมากมายที่พร้อมพัดถล่มเข้าใส่คู่ต่อสู้ของมันอย่างน่าหวาดหวั่น 

 

เพียงแค่ปลายพิษสัมผัสต้องกาย  จักต้องทำให้เจ้าอัมพาตเป็นแน่ ! ”  เซียนวายุกล่าวเตือน

 

 




ไม่ทันสิ้นคำกล่าวเจ้าตัวปีศาจก็พลันกระพือปีกอย่างรุนแรง  จนสายลมที่พัดปะทะเริ่มก่อเกิดเป็นพายุลูกใหญ่พร้อมกับปล่อยผงพิษพุ่งตรงมายังคู่ต่อสู้ของมัน  หย่งเหวินกระโดดตีลังกาหลบพลางกับชักมีดสั้นออกมาอย่างรวดเร็วร่อนตรงไปยังเจ้าปีศาจผีเสื้อตรงหน้า

 

เฟี้ยว....ว !

มีดสั้นคมกริบบิน  ร่อนตัดแหวกสายลมไปอย่างรวดเร็วจนสายลมเบื้องหน้าฉีกแยกปะทะเข้ากับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างรุนแรงพลางกับทำให้ร่างของเจ้าตัวถอยรูดไปด้านหลัง

 

ไม่ทันที่หย่งเหวินจะได้ตั้งตัวผงพิษก็ถูกพัดโถมเข้าใส่อีกครั้งอย่างรุนแรง  ทำให้วิสัยทัศน์เบื้องหน้ามืดครึ้มไปด้วยหมอกควันของผงพิษ  หย่งเหวินหลับตาลงพลางกับใช้หูทิพย์จับการเคลื่อนไหวโดยรอบทันที  แต่หูทิพย์พลันใช้ไม่ได้ผลโดยไร้สาเหตุทำให้ร่ายของหย่งเหวินถูกพัดลอยกระแทกเข้ากับหินผาอย่างรุนแรงจนกระอักเป็นเลือด  ทุกอนูขุมขนถูกแทรกไปด้วยผงพิษมากมาย  หย่งเหวินฝืนลมปราณสะกดพิษไว้อย่างทุลักทุเลพลางกับค่อยๆ  พยุงตัวขึ้น

 

หึๆ   หย่งเหวินฝืนสะกดเสียงหัวเราะอย่างยากลำบาก  ก่อนปีศาจอีกมากมายที่ถูกเสกจากปลายพู่กันของเซียนจ้าววายุจะถาโถมเข้าใส่จนมืดฟ้ามัวดินอีกครั้ง  แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะดับมืดลงไปสนิท  ทิ้งไว้เพียงร่างอันโชกเลือดของหย่งเหวินนอนแน่นิ่งอยู่อย่างน่าสมเพศ

 

กิเลสที่หนาทึบยังคงไม่สิ้นสุด ! ’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

172 ความคิดเห็น

  1. #66 ฮวยเง็กมิ่น (@102431) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 13:51
    เนื้อเรื่องน่าติดตามแล้วครับ
    #66
    0
  2. วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 18:24
    อืมมม..อันนี้ค่อยดูสำนวนอ่านง่ายขึ้นกว่าบทที่แล้วๆมา

    ทำได้ดีๆ...ฮ่าๆๆๆๆ
    #27
    0
  3. วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 19:13
    แวะมาสามรอบละไม่เห็นมีอะไรเลย
    #25
    0
  4. วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 19:13
    แวะมาสามรอบละไม่เห็นมีอะไรเลย
    #24
    0