กระบี่ 3 โลก :: ประดาบลือลั่น เทพมารสะท้านภพ

ตอนที่ 26 : 第章二四 : บทที่ 24 ศึกล้อมบัลลังก์ ( 一)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 ส.ค. 53








  




 

บทที่  24  ศึกล้อมบัลลังก์ ( 一)

  

อาทิตย์อุทัยยังไม่ลาลับ  ภายนอกนั้นกองทัพทหารหลายหมื่นนาย  ตีวงลุมล้อมพระราชวังอันเป็นที่ประทับของจ้าวราชาจนมืดฟ้ามัวดิน  ชั่วครู่เจ้าราชาพลันปรากฏกายตะหวาดก้อง

โอหังนัก !” 

เหล่าหทารใต้บัญชาแม่ทัพหยางพลันมือเท้าสั่นระริก  เกรงกลัวในอำนาจบารมีที่ยิ่งใหญ่

 

ขาดคำบุรุษผู้ทรนง  ย่างปลายเท้าสัมผัสธุลีดินกล่าวว่า

ส่งตัวองค์หญิงมาเถอะ  ท่านประมุขแล้วข้าจะจากไปโดยดี  น้ำเสียงนั้นดูสั่นเครือนัก 

 

แม่ทัพหยางรู้ทั้งรู้ว่ามิอาจสามารถสบยบังลังก์ทองได้แม้แต่ปลายเล็บสัมผัส  แต่ในเมื่อไม่สู้ก็ตาย  ด้วยศักดิ์ศรีนักรบผู้กล้าหาญ  มีความคิดว่า 

ถึงตัวจะตายก็ขอตายอย่างโออ่า  ดีกว่าไม่คิดดิ้นรนหาทางสู้

 

เมื่อแม่ทัพหยางคิดได้ดังนั้นจึงรวบรวมไพร่พลซ่องสุมกำลังต่อต้านจ้าวราชาอย่างฮึกเหิม  เหล่าทหารทั้งหลายล้วนพร้อมพลีกายถวายอารักษ์ให้แม่ทัพหยาง  เนื่องจากเคยยืนสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาช้านานตั้งแต่ครั้งบุกถล่มดินแดนสวรรค์

 

จ้าวราชาที่บัดนี้ยืนนิ่งประทับอยู่บนยอดสูง  พลันหัวเราะลั่นกึกก้องสะท้านกล่าวว่า

 

โง่เง่าสิ้นดี  เจ้ามันช่างฉลาดน้อยนัก

แม่ทัพหยางได้ยินดังนั้นถึงกับกัดฟันกรอด  หันมองซ้ายขวา  ปรายสายตามองหาเก้อหลี่และจื่อเซวียนที่ขณะนี้มิทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ใด

 

ชั่วครู่บุรุษสวมหน้ากากหมาป่าก็พลันปรากฏกายวิ่งผละกองกำลังเข้ามาอย่างเร่งร้อน  เหล่าทหารหลายหมื่นนายต่างพากันก้าวถอย  หลีกทางให้กับเจ้าคนสวมหน้ากาก

 

เมื่อแม่ทัพหยางเห็นดังนั้นจึงแปลกใจ  กำลังจะกล่าวถาม  แต่ชายผู้นั้นยกมือปรามไว้ก่อนพลันกล่าวว่า

ข้าน้อยจื่อเซวียน  จะเคียงคู่ศึกครานี้กับท่าน

 

เหตุให้เจ้าจึงสวมหน้ากากหมาป่าเล่า  แม่ทัพหยางเอ่ยถามอย่างสงสัย  ก่อนจะได้รับคำตอบว่า

ข้าน้อยใส่เพื่อปกปิดดวงตาอันมืดบอด  มิให้ใครได้ชื่นชมความอัปลักษณ์นั้น

 

จื่อเซวียนอธิบายอย่างรวบรัด  แท้จริงแล้วเขาใส่หน้ากากบดบังใบหน้าเพื่อมิให้ใครล่วงรู้ได้ว่าภายใต้หน้ากากหมาป่านั้นเป็นใครกันแน่  โดยเฉพาะอาจารย์ฟ่ง

 

          ชั่วครู่แม่ทัพหยางเหลือบมองขึ้นไป  ข้างกายจ้าวราชานั้นมีบุรุษอารักษ์ขาซ้ายขวา  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเจ้าคนใส่หมวกฟาง  แต่อีกผู้คือใครกันแน่  ทันใดนั้นภาพเบลอๆ  เบื้องบนเริ่มปรากฏบุรุษผู้หนึ่งยืนถือเกาฑัณฑ์แน่นซึ่งดูๆ  แล้วน่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากเก้อหลี่  ที่บัดนี้แปรพรรคไปอยู่กับจ้าวราชาแห่งพยัคฆ์ภูผาเสียแล้ว

 

          แม่ทัพหยางเจ็บใจนักกับสิ่งที่เก้อหลี่ได้กระทำ  พลางกับกล่าวว่า

          เก้อหลี่  ข้าให้ทุกสิ่งกับเจ้าแต่เหตุใดเจ้าทำกับข้าเจ็บแสบเช่นนี้

 

          เก้อหลี่สงบเงียบพลางกับร่นถอยไปสองก้าว  ก่อนที่จ้าวราชาจะเอ่ยขึ้นบ้าง

          อย่าได้ตีโพยตีพายร้อนรนไป  มันแค่เลือกในสิ่งที่ดีกว่าให้กับตนเองก็เท่านั้น  น้ำเสียงนั้นดูดเย้ยหยันยิ่งนัก

 

          แม่ทัพหยางได้ยินดังนั้นพลันไม่รีรอ  ส่งสัญญาณนายกองนำพาเหล่าทหารตีฝ่าวงล้อมเข้าปะทะทันที

 

เสียงฝีเท้ากึกกักดังก้อง  พื้นดินเบื้องล่างพลันสะเทือนหวั่นไหว  เศษฝุ่นบนพื้นธุลีย่ำฟุ้งกระจัดกระจายลอยล่องสู่อากาศจนมืดครึ้มก่อเกิดคล้ายกลุ่มเมฆหมอก

 

เสียงตะโกนโห่ร้องดังกึกก้องกัมปนาท  เหล่าทหารวิ่งฟาดฟันอย่างดุเดือด  โลหะปะทะกันเกิดเสียงเคร้ง เคร้ง !  เป็นระยะๆ  เพียงชั่วครู่แผ่นดินเมื่อครู่กลับเริ่มเจิ่งนองไปด้วยโลหิตที่แดงฉาน  ทาชะโลมไปทั่วถิ่นแคว้น

 

กองกำลังจ้าวราชาเพียงแค่หยิบมือ  พลันสยบกองกำลังของแม่ทัพหยางหลายหมื่นนายเมื่อครู่ได้อย่างง่ายดาย  เพียงเก้อหลี่สะกดสมปราณถ่ายไปยังเกาฑัณฑ์นั้น  พุ่งสาดกระจายยังศัตรูตรงหน้าไม่กี่คราก็พลันสยบได้อย่างไม่ยากเย็น

 

บัดนี้เหลือผู้รอดชีวิตเพียงน้อยนิดเท่านั้นยืนกรานตั้งรับมั่น  ซึ่งภายรอบห้อมล้อมไปด้วยกองกำลังจ้าวราชาอย่างหนาแน่น

 

จื่อเซวียนเห็นดังนั้นจึงเพ่งสมาธิทั่วร่างผนึกลมปราณถ่ายไปยังศาตราวุธคู่กาย  พร้อมกับทะยานตนขึ้นสู่เวหาทันที  พลันมีดสั้นแวววาวร่อนแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็ว  จากหนึ่งเป็นสิบ  จากสิบเป็นรอย  จากร้อยเป็นพัน  จากพันเป็นหมื่น  อานุภาพช่างรุนแรงเหลือล้ำกว่าเจ้าคนใช้เกาฑัณฑ์นัก

 

แผ่นฟ้าเบื้องบนพลันมืดมิด  ปรากฏโลหะอันแหลมคมพุ่งดิ่งทะยานลงจากฟากฟ้ากระทบเหล่าทหารเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว  ยากยิ่งที่จะหลบหลีกได้ทันท่วงที

 

จ้าวราชาเห็นดังนั้นจึงส่งเก้อหลี่ลงไปจัดการสยบจื่อเซวียนทันที

เก้อหลี่ร้อนรนสั่นระริก  หยิบทวนยาวทะยานกายลงไปอย่างรวดเร็ว  ในใจคิดเกรงกลัวพลังอำนาจเจ้าคู่ต่อสู้นัก

 

เก้อลี่ค่อยๆ  สืบเท้าเข้าใกล้  รักษาชั้นเชิงไว้อย่างสุขุมก่อนที่จะหยุดนิ่งห่างออกไปสองวา

 

จื่อเซวียนที่บัดนี้สวมหน้ากากหมาป่ายืนนิ่งรอตั้งรับอยู่ก็พลันสืบเท้าเข้าใกล้บ้าง  เก้อหลี่ร้อนรนก้าวถอยออกห่าง  มือเท้าสั่นระริกแต่ยังคงฝืนสะกดอาการไว้อย่างยากเย็น  ในใจพลางกับคิดว่าน่าจะใช่เจ้าจื่อเซวียนเป็นแน่  แต่ดูทีท่าเพลานี้ครั้นสวมหน้ากากนั่นช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

 

จื่อเซวียน  นั่นเจ้าใช่ไหม  น้ำเสียงนั้นดูสั่นเครือ

 

คนตรงหน้าไม่มีแม้แต่ปฏิกริยาใดโต้ตอบ  พลางกับหยิบดาบยาวก้าวย่างเข้ามาอย่างช้าๆ  เขาหยุดนิ่งห่างไปสองวากล่าวว่า 

กบเลือกนาย ! ครานี้แหละข้าจะมอบความตายให้กับเจ้า  จื่อเซวียนตะหวาดใส่อย่างเกรี้ยวกราด  พลันฝักดาบในมือถูกสะบัดออกอย่างเร่งร้อนก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มเปิดฉากขึ้น

 

เก้อหลี่เขี่ยปลายทวนวูบหนึ่งพุ่งปะทะร่างเจ้าคู่ต่อสู้ตรงหน้า  จื่อเซวียนหลบหลีกได้อย่างง่ายดายกล่าวว่า 

การเคลื่อนไหวเจ้ายังเชื่องช้านัก

 

สิ้นคำกล่าวเจ้าคนสวมหน้ากากก็พลันขยับดาบเขี่ยซ้ายป้ายขวาอย่างรวดเร็ว  เกิดเสียงปะทะเคร้ง  เคร้ง ! ดังเร่งเร้าสิบครั้ง  เจ้าคนใช้ทวนถอยร่นไปสองก้าวก่อนจะทรงตัวนิ่งตั้งรับมั่น  จื่อเซวียนใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นไปบนอากาศอย่างรวดเร็ว  ครั้นส่งมีดสั้นร่อนแหวกตัดอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ฟึบ !

เจ้าคู่ต่อสู้ขยับทวนปัดป้อง  พลันมีดสั้นเมื่อครู่พุ่งสะท้อนออก  ร่อนปักกระทบผ่านหน้าแม่ทัพหยางไปอย่างฉิวเฉียด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

172 ความคิดเห็น

  1. #103 ตงฟางเซียนซือ (@wanakonth) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2553 / 07:04

    ตามมาอ่านแล้วเน้อครับ

    #103
    0