on the way of love

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,591 Views

  • 6 Comments

  • 4 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    1,591

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ



ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 ก.ค. 60 / 18:07

บันทึกเป็น Favorite


          ขณะนี้เวลา 08.30 น. อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบได้

            เสียงประกาศจากส่วนกลางได้ยินไปทั่วทั้งอาคาร เหล่าฝูงมหาชนคนที่เรียนชั้นปีสุดท้ายเริ่มทะยอยเดินเข้าห้องสอบ กรรมการคุมสอบยืนตรวจบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เข้าสอบที่หน้าประตูห้อง

            “อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเอาเฉพาะบัตรนักศึกษาและอุปกรณ์การสอบพวกดินสอสองบี ปากกา กับยางลบเท่านั้นนะคะ” เสียงกรรมการคุมสอบที่ยืนอยู่หน้าห้องพูดแทบจะเป็นเสียงตะโกน “โทรศัพท์มือถือห้ามเอาเข้านะคะ”

            ธนพลระบายยิ้มอย่างมั่นใจ วันนี้เขาเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีสำหรับการสอบสำคัญในวันนี้ การสอบอีอีหรือ Exit Exam สำหรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายก่อนจบการศึกษา งานนี้ต้องไม่มีทางพลาดเพราะเป็นการจัดสอบเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น เมื่อคืนก็ทบทวนเนื้อหาอย่างเต็มที่ คิดว่าความรู้แน่นพอจะเอาตัวรอดจากข้อสอบสุดโหดนี้ได้ และที่สำคัญถ้าสอบไม่ผ่านพ่อกับแม่ฆ่าเขาตายแน่ เนื่องจากเขาใช้ชีวิตเน้นกิจกรรมไม่ค่อยสนใจการเรียน ทำให้พ่อกับแม่หมายหัวไว้เลยว่าถ้าเกินกำหนดเวลาเรียน เจ้าตัวต้องหาเงินเป็นค่าเทอมส่งตัวเอง เพราะฉะนั้นการสอบครั้งนี้จึงนับว่าสำคัญครั้งหนึ่งพอ ๆ กับตอนสอบโอเน็ต GATPAT ตอนมัธยมปลายเลยทีเดียว

            ชายหนุ่มตระเตรียมทุกอย่างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน โทรศัพท์มือถือไม่เอามา เพราะเขาไม่ให้เอาเข้าห้อง ถ้าทิ้งไว้ข้างนอกกลัวว่าจะหายเสียเปล่า ๆ ตอนเช้าเดินทางมาสอบด้วยรถแท๊กซี่เพราะหาที่จอดยาก ถ้ามัวแต่วนหาที่จอดก็กลัวจะไปเข้าห้องสอบไม่ทัน อุปกรณ์การสอบไม่ว่าจะเป็นดินสอสองบีสองแท่ง ยางลบ ปากกา ต่างก็เตรียมมาพร้อมเต็มที่ ส่วนบัตรนักศึกษา...เฮ้ย...บัตรนักศึกษาอยู่ไหนวะ เมื่อคืนก็ว่าเอาใส่กระเป๋าตังค์มาแล้วนี่หว่า

            มือขาว ๆ แทบจะแงะกระเป๋าธนบัตรของตนออกมาเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะพบว่าไม่มีบัตรนักศึกษาอยู่ในนั้น ชายหนุ่มรีบเดินไปต่อแถวเข้าห้องสอบอย่างร้อนใจ เมื่อถึงคิวจึงถามกรรมการตรวจบัตรอย่างกังวล

            “พี่ครับ ผมไม่ได้เอาบัตรนักศึกษามาครับ”

            “อ้าว...แล้วจะทำยังไงคะ”

            “ใช้บัตรอะไรอย่างอื่นได้ไหมครับ?”

            “นักศึกษามีบัตรประชาชนไหมคะ”

            “ไม่มีติดกระเป๋าเลยครับ มีแต่ใบขับขี่ได้ไหมครับ”

            “ในประกาศบอกว่าต้องเป็นบัตรนักศึกษาหรือบัตรประชาชน แต่เดี๋ยวพี่ถามอาจารย์คุมสอบก่อนนะคะ”

            หนึ่งในกรรมการคุมสอบซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่คงไม่กล้าตัดสินใจ จึงเดินเข้าไปหาอาจารย์คุมสอบที่นั่งอยู่ในห้อง คุยกันสักพักอาจารย์ก็เดินตามออกมา ตอนนั้นถ้าบัตรที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ เขาก็คิดว่าต้องตัดสินใจโบกแท๊กซี่กลับบ้านไปเอามา แต่เหมือนสวรรค์โปรด เมื่อได้ยินคำพูดจากอาจารย์คุมสอบ

            “ถ้าเป็นบัตรที่ทางราชการออกให้ก็น่าจะได้นะ”

            ธนพลถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเดินไปยังที่นั่งสอบของตน เขานั่งมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าไม่มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันสอบในห้องนี้สักคน เพราะเขาลงทะเบียนสอบช้ากว่าเพื่อน เนื่องจากลืมไปว่าต้องลงสอบวิชานี้ด้วยก่อนสำเร็จการศึกษา แต่ก็ยังดีที่ลงทัน แต่ผู้เข้าสอบหลายคนพอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างเพราะเคย ๆ เห็นหน้ากันบ้างตอนเดินสวนกันอยู่ในมหาวิทยาลัย

            กำลังมองโน่นนี่นั่นเพลิน ๆ ก็เริ่มผิดสังเกต เมื่อเห็นอาจารย์คุมสอบที่อยู่หน้าห้องก็เดินไปที่กรรมการคุมสอบที่ยืนอยู่หน้าประตู ทั้งคู่คุยกันด้วยสีหน้าเครียด ๆ ก่อนที่จะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องและหยุดลงตรงที่จุดหนึ่ง และร่างท้วม ๆ ของอาจารย์คุมสอบก็ก้าวยาว ๆ มาที่เขา

            ดูท่าวันนี้จะไม่ใช่วันของเขาเสียแล้ว

            “เมื่อครู่ผมโทรไปเช็คที่ส่วนกลาง เขาบอกว่าต้องใช้บัตรประชาชนหรือบัตรนักศึกษาเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์สอบ”

            “แต่ตอนแรกอาจารย์บอกว่า...” เขาพยายามจะเถียงแต่พอเห็นสายตาดุ ๆ คู่นั้น ก็ได้แต่กล้ำกลืนคำพูดแรง ๆ ไว้ในใจ เพราะส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเขาเองที่ลืมบัตร สุดท้ายก็ต้องเดินตามอาจารย์คุมสอบออกจากห้องสอบไป

            เมื่อถึงหน้าห้องสอบ อาจารย์คุมสอบยังไม่วายบ่นต่อ “สอบสำคัญขนาดนี้ทำไม่ถึงได้เลินเล่อ สะเพร่าลืมของสำคัญได้ ลืมบัตรนักศึกษาแล้วยังไม่พกบัตรประชาชนอีก นี่ถ้ามาเร็วกว่านี้ก็จะมีเวลาไปสำนักงานเขต ไปทำใบแทนให้ได้อยู่หรอก แต่นี่คงไม่ทันแล้ว”

            “สำนักงานเขตทำใบแทนให้เข้าห้องสอบได้ใช่ไหมครับ?” เขาถามย้ำให้แน่ใจ

            “ได้ แต่นี่คงไม่ทันแล้ว เพราะเก้าโมงจะเริ่มทำข้อสอบ” อาจารย์คุมสอบบอกเวลา ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงห้าสิบนาที

            ธนพลถึงกับคอตก ก่อนจะสะดุ้งเมื่ออาจารย์คุมสอบพูดต่อ

            “แต่เขาให้เขาห้องสอบสายได้สามสิบนาที ถ้าได้ใบแทนก่อนเก้าโมงครึ่งก็ยังสอบได้”

            เขามีเวลาถึงสี่สิบนาทีที่จะไปสำนักงานเขตซึ่ง ณ เวลานี้เขายังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เพราะสถานที่ที่เขามาสอบนี้เป็นวิทยาเขตที่อยู่นอกเมือง แต่ก็น่าลุ้นกว่าการกลับไปบ้านแล้วโดนแม่ด่า

“งั้นอาจารย์รอผมแป๊บนะ เดี๋ยวผมไปเอาใบแทนมา” พูดไม่ทันจบประโยคเขาก็วิ่งเข้าไปในลิฟท์แล้ว

“มันจะทันเหรอ?” เสียงอาจารย์คุมสอบแว่วมาแต่ไกล

ทันสิวะ ยังไงก็ต้องทัน วันนี้กูต้องได้สอบ ในหัวของธนพลมุ่งมั่นอยู่เพียงประการเดียวเท่านั้นเมื่อโผล่พ้นลิฟท์ออกมา ใต้อาคารนั้นเงียบสงบ มีเพียงญาติและเพื่อนของผู้เข้าสอบที่มารอรับส่งนั่ง ๆ นอน ๆ กันอยู่ประปราย เพราะเป็นการสอบสำหรับผู้ใหญ่ดังนั้นผู้เข้าสอบส่วนใหญ่จึงมาเพียงลำพัง เขาเองก็เช่นกัน มาคนเดียว ไม่ได้ขับรถมา แถมไม่พกโทรศัพท์อีก เขาวิ่งไปยังถนนหน้าอาคารมองระยะทางระหว่างจุดที่ยืนอยู่จนถึงประตูรั้วมหาวิทยาลัยก็ให้รู้สึกเคว้งคว้าง ไม่มีมอเตอร์ไซด์รับจ้างแถวนี้สักคันเดียว

 *******

ตั้งแต่เช้าเขาก็ถูกปลุกด้วยเสียงของพี่สาว ทั้งที่เพิ่งนอนไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมง “เต้...ไปส่งพี่ที่มหาวิทยาลัยหน่อย”

“ไหนว่าวันนี้ไม่มีสอน” เขางัวเงีย

“มีคุมสอบน่ะสิ พอดีอาจารย์กิ๊กท้องเสีย เลยให้พี่ไปคุมสอบแทน” พี่สาวของเขาเอ่ยชื่อเพื่อนอาจารย์ในภาควิชาเดียวกัน “เพิ่งโทรมาบอกเมื่อกี้เอง”

ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องบิดมอเตอร์ไซด์ไปส่ง หลังจากผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบไปหมดแล้ว ด้านล่างอาคารนั้นสงบเงียบจนเขาคิดจะหาที่งีบหลับสักพักก่อนกลับบ้าน เพราะพี่สาวเขาบอกว่าขากลับจะอาศัยรถของเพื่อนอาจารย์กลับบ้านเอง

ดาวิชญ์เพิ่งจะเอนตัวลงนอนที่ม้านั่งยาวและหลับไปได้พักเดียว ก็โดนเขย่าตัวอย่างแรง พร้อมเสียงเรียกละล่ำละลัก

“พี่ พี่คร้าบบบบบ เชี่ย...ตื่นครับพี่”

เขาแทบไม่อยากลืมตา เมื่อคืนกว่าจะกลับจากผับที่เขาเล่นดนตรีถึงบ้านก็เกือบตีสาม ก่อนจะโดนปลุกตอนเช้าทั้งที่วางแผนจะนอนยาวก่อนไปเรียนบ่าย

“พี่...พี่...หลับหรือตายวะเนี่ย พี่...พี่คร้าบ” เสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนเขารำคาญต้องลืมตามาเพื่อพบกับไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้กำลังเขย่าตัวเขาอยู่

“หือ?”

“รถมอเตอร์ไซด์คันนั้นของพี่หรือเปล่า?”

เขาผงกหัวไปมอง เพราะนึกว่าตนเองจอดรถขวางทางออกของใครหรือเปล่า ก็เห็นรถตัวเองจอดเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าตึกคันเดียว ทั้งที่ก่อนหน้าที่มีเพื่อนจอดอยู่ด้วยกันหลายคัน

“ใช่...มีอะไร?”

“พี่ไปส่งผมที่สำนักงานเขตหน่อย”

“ไม่อ่ะ ง่วง ที่สำคัญไม่ใช่มอไซด์รับจ้าง”

“เชี่ย...พี่”

“ด่ากูเหรอ?”

“เปล่า คำสร้อยอ่ะ แต่พี่...นี่เป็นเรื่องความเป็นความตายของผมเลยนะ ผมต้องเข้าสอบวันนี้ให้ได้”

เสียงกริ่งสัญญาณเริ่มสอบดังขึ้นจนธนพลสะดุ้งโหยง เวลาของเขาเหลือเพียงสามสิบนาทีแล้วในตอนนี้

“พี่ไม่ไป ผมขับไปเองก็ได้ ขอยืมรถหน่อย” พูดจบก็พยายามล้วงหากุญแจรถที่กระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงของคนที่นั่งอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

“เฮ้ย...ทำอะไรวะ” ดาวิชญ์พยายามปัดมืออีกฝ่ายเป็นพัลวัน ก่อนจะรวบมือขาว ๆ ที่กำลังเฉียดไปเฉียดมาแถวบริเวณเป้ากางเกงอย่างน่าหวาดเสียว “ใจเย็นก่อนดิ มีเรื่องอะไรค่อย ๆ คุยกัน”

“ใจเย็นไม่ได้แล้วพี่ ผมมีเวลาแค่สามสิบนาที” ใบหน้านั้นแสดงความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมจนดาวิชญ์ใจอ่อนยวบ บางคนอาจจะแพ้คนขี้อ้อน บางคนอาจจะแพ้คนเจ้าน้ำตา แต่เขาดันแพ้คนที่มุ่งมั่นนี่สิ

“เออ ไปให้ก็ได้”

“ขอบคุณครับพี่” มันยกมือไหว้แพล่บ ก่อนจะวิ่งไปรอเขาที่ข้างรถ แล้วกวักมือเรียกพร้อมตบเบาะมอเตอร์ไซด์ปุปุ “เร็วพี่ เดี๋ยวไม่ทัน”

เรียกเหมือนกูเป็นเด็กนั่งดริ๊ง” เขาส่ายหัวอย่างระอาใจ ก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์แล้วสตาร์ทเครื่อง น้ำหนักตัวของคนซ้อนท้ายทำให้รถของเขายวบเล็กน้อย ตัวเบากว่าที่คิดแฮะ

            ไม่กี่ครั้งหรอกที่ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์ แล้วไอ้มอเตอร์ไซด์บ้านี่ท้ายมันจะยกสูงไปไหน พอนั่งปุ๊บก็ลงไปกองติดหลังคนขับ แม้จะพยายามขืนตัวก็เหอะ     

            “อย่าเกร็งดิ มันหนัก นี่นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์เป็นป่ะเนี่ย” ชายหนุ่มดุเสียงเบา

            “ก็ไม่ค่อยได้นั่ง” มันตอบอุบอิบไม่เต็มเสียง

            “เมื่อกี้ยังจะมาเอากุญแจไปขับเองอยู่เลย นี่ถ้าให้คงเข็นไปใช่ไหม?” ดาวิชญ์พูดล้อเลียนพร้อมกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนรถไปข้างหน้า

เหมือนเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้ คนซ้อนท้ายสะกิดคนขับ “พี่รู้จักทางไปสำนักงานเขตป่ะ?”

“ไม่ใช่คนแถวนี้”

“คนอะไรวะตอบไม่ตรงคำถาม นี่แปลว่าไม่รู้ใช่ไหม?”

“อื่อ”

“แค่พูดว่าไม่รู้ก็เท่านี้แหละ”

รถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนตัวไปจนถึงป้อมยามที่หน้าประตูรั้วมหาวิทยาลัยก็ถูกบอกให้หยุดโดยคนที่ซ้อนท้าย

            “พี่จอดแป๊บ”

            “ทำไร?”

            “แวะถามทางกับลุงยามก่อน” พูดจบก็ตะโกนเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ที่ป้อมหน้าประตู “ลุงคร้าบ ผมรบกวนถามหน่อยว่าสำนักงานเขตอยู่ตรงไหนครับ”

            “โห...ไกลอยู่นะ” คำตอบของลุงยามบั่นทอนกำลังใจเขาไปอักโข แต่ก็ไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ

            “อยู่แถวไหนหรือครับ?”

            ลุงยามบอกสถานที่ก็เห็นว่าไกลจริงอย่างที่ว่า คนขับหันไปมองคนซ้อนแล้วถาม “ว่าไง ยังจะไปอีกเหรอ มีสิทธิ์ไม่ทันนะ”

            “ไม่ลองก็ไม่รู้ ยังไงวันนี้ก็ต้องได้สอบ พี่พาผมไปหน่อยเหอะ”

            เขาคงแพ้สายตาแห่งความมุ่งมั่นนี่จริง ๆ ด้วยแฮะ พอรู้เส้นทางมันก็ไม่ยากหรอก แต่ที่ยากคือจะไปแล้วกลับมาให้ทันสอบนี่จะทำได้ไหม เท่านั้นแหละ

            ปกติเขาไม่ค่อยได้รับใครซ้อนท้ายเท่าไหร่ อย่างมากก็คนในครอบครัวขอติดรถไปหน้าปากซอย หรือมาส่งพี่สาวอย่างวันนี้ เคยได้ยินเสียงบ่นเหมือนกันว่าซ้อนยาก

“นี่ถ้าเป็นสาว ๆ คงสบายเลยสินะ” พี่สาวของเขาเคยเย้าแหย่อยู่บ้าง เมื่อประสบเหตุการณ์นมชนหลัง แต่ก็เพราะเป็นพี่น้องกันเขาเลยไม่ได้คิดอะไร แต่นี่เป็นผู้ชายชัด ๆ เขาก็ไม่ควรคิดอะไรเหมือนกันไม่ใช่เรอะ แต่พอมันนั่งเกร็งอยู่สักพักก็ไถลลงมากองแนบติดหลังเขา เจ้าตัวคงไม่ได้คิดมากอะไร เพราะอยู่ดี ๆ คางก็ขึ้นมาเกยอยู่บนไหล่ น่าจะเป็นท่านั่งที่สบายที่สุดแล้ว แต่ก็สร้างความอึดอัดใจกับคนขับอยู่ไม่น้อย เพราะกว่าจะถึงที่หมายก็ถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน คนอะไรวะ ตัวหอมชิบหาย

            เพิ่งรู้ว่าหน้าสำนักงานเขตเป็นวินมอเตอร์ไซด์ใหญ่ ซึ่งพอชายหนุ่มในชุดนักศึกษาตวัดขาลงจากรถก็โดนสายตาหลายสิบคู่มองเขม็ง ตอนนั้นแม้จะรีบร้อนเต็มทน แต่ก็พอจะมีสติคิดได้ว่าเหตุการณ์นี้จะเหมือนแท๊กซี่หรือเปล่าที่พอเรียก Grab หรือ Uber แล้วจะโดนหมายหัว เหมือนไอ้หมอนั่นจะคิดแบบเดียวกัน ทั้งคู่มองหน้ากันสักพัก มือใหญ่ก็เอื้อมมาหยิกแก้ม

            เชี่ย...นี่มึงเล่นอะไร?

            “ตัวเองขึ้นไปก่อนนะ เดี๋ยวเค้ารออยู่แถวนี้แหละ หรือจะให้ตามขึ้นไปด้วย”

            ธนพลกัดริมฝีปากระงับโทสะที่อีกฝ่ายเล่นอะไรไม่ปรึกษา แต่ก็รีบฝืนยิ้มหวานเมื่อเห็นพวกพี่วินมองมาอย่างสงสัย “ไม่ต้องหรอก ตัวเองรอเค้าอยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวมา”

            พูดจบก็รีบวิ่งขึ้นสำนักงานเขต แต่ยังทันได้ยินเสียงเป่าปากแซวจากพี่วิน พร้อมกับเสียงแว่ว ๆ

            “ส่งแฟนเหรอน้อง”

            “ครับ”

ตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยนะมึง ธนพลคิดในใจ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องสำนักงาน ซึ่งไม่รู้ว่ามีเรื่องนักศึกษาลืมบัตรเข้าห้องสอบมาทุกปีหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ พวกพี่ ๆ ที่สำนักงานเขตรีบจัดการทำใบแทนให้เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ตอนนั้นเกือบเก้าโมงครึ่งแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ละความตั้งใจ วิ่งลงบันไดกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซด์คันเดิมอย่างว่องไว

“เสร็จเร็วดีนี่”

“อื่อ...รีบไปเหอะพี่ จะเก้าโมงครึ่งแล้ว”

ได้ยินเสียงคนขับบอกลาบรรดาพี่วิน ที่โบกมือล่ำลาราวกับญาติสนิทมิตรสหาย เชี่ย...แค่ห้านาทีนี่พวกมึงสร้างความสนิทสนมกันได้ขนาดนี้เชียว

“เฮ้ย...” เสียงคนนั่งซ้อนอุทาน ก่อนจะเกร็งตัวเมื่อคนขับพาเลี้ยวเข้าในซอย “พี่...มึงทำเหี้ยอะไร?”

“ไม่ต้องตกใจ พี่วินบอกว่าเป็นทางลัด” ดาวิชญ์รีบบอก เมื่อเห็นท่าทีตกอกตกใจของอีกฝ่าย ก็แหงล่ะ ไอ้ทางที่เขาพาเข้ามาน่ะป้ายบอกหราแล้วว่าเป็นม่านรูดรายชั่วโมง

“แต่...” ธนพลรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง เมื่อรถแล่นผ่านห้องแถวที่สร้างเรียงติดกัน พนักงานที่ยืนคอยรูดม่านหันไปมองอย่างสงสัย

“โทษคร้าบพี่...ขอผ่านทางหน่อยครับ วันนี้รีบ ไว้วันหลังจะมาใช้บริการคร้าบ” เสียงคนขับดังเป็นระยะ แสดงความบริสุทธิ์ใจ จนไปโผล่ถนนอีกสายที่อยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย ศีรษะทุยจึงค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาเกยคางที่ไหล่เขาเหมือนเดิม ใบหน้านั้นแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ดาวิชญ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจแกมเอ็นดู

            จอดแทบจะเกยบันไดอาคาร นี่ถ้าเอามอเตอร์ไซด์วิ่งไปส่งถึงห้องสอบได้ก็คงทำไปแล้ว

“พี่รออยู่แถวนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมสอบเสร็จจะมาหา” ธนพลตวัดเท้าลงจากรถแล้ววิ่งขึ้นอาคารไปชนิดไม่เหลียวหลังกลับไปมองคนที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซด์ที่มองตามด้วยความเป็นห่วง

            “วิ่งดี ๆ ล่ะอย่าสะดุดล้ม”

            “เออ” ตอบสั้น ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์อย่างรวดเร็วพร้อมกับอาการหอบ

สุดท้ายก็กลับไปถึงห้องสอบ แต่ไม่ทันเพราะตอนนั้นเก้าโมงสามสิบห้านาทีแล้ว แต่อาจารย์คุมสอบกลับยิ้มแล้วบอกเขาว่า

“คุณมาทันเวลาพอดีเลยนะ”

ขอบคุณครับ อาจารย์

 *******

            ท่ามกลางมวลหมู่มหาชนคนเข้าสอบที่เริ่มทะยอยเดินออกมาจากตัวอาคาร สายตาของดาวิชญ์สอดส่ายมองหาคนที่ต้องการ จนพบว่าอีกฝ่ายกำลังเดินออกมาด้วยท่าทีอิดโรย เขาโบกมือเรียกให้เข้ามาใกล้

“ทำได้ไหม?”

            ธนพลพยักหน้าหงึก “ก็พอได้อยู่ น่าจะผ่าน”

            แน่ละว่าเป็นการสอบเพื่อจบการศึกษาแต่ข้อสอบไม่ได้เอาเป็นเอาตายอะไร ผลการสอบก็มีแค่ผ่านกับไม่ผ่าน พอหมดช่วงเวลาแห่งความรีบเร่ง ก็เพิ่งจะได้มองหน้าอีกฝ่ายชัด ๆ หน้าตาก็ดีนี่หว่า แต่ความรู้สึกก่อนหน้านั้นกลับคิดว่ามันกวนตีนชิบหาย

            “เอานี่...” มือใหญ่ยื่นขวดน้ำดื่มส่งให้ ยังไม่ทันถึงมือขาว ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เจ้าตัวจึงแกะพลาสติกที่ปิดปากขวดแล้วบิดฝาขวดเปิดให้

            “เปิดเองได้น่า” ธนพลพูดในลำคออุบอิบ ก่อนจะพูดขอบคุณแล้วรับมาดื่มอย่างกระหาย เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองคอแห้งผาก พอลดขวดน้ำลงจึงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องหน้าตนเองอยู่ ตรงกับสุภาษิตที่ว่า “หลงทางเสียเวลา หลงสบตาอาจเสียศูนย์” นับเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเขินอายเวลาโดนผู้ชายมอง ได้แต่เสทำเป็นหาเรื่องแทน “มีอะไร?”          

            “กลับเลยหรือเปล่า?” ดาวิชญ์ตัดสินใจเดินหน้าต่อ ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเล่นด้วย แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ เขาไม่อยากเสียโอกาสในเมื่อเจอคนที่คิดว่า “ใช่” แล้ว

            “จะไปส่งหรือไง?”

            “ได้สิ” นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับ “ไปส่งได้ไหมล่ะ?”

            “แล้วพี่ไม่มีธุระไปทำอะไรเหรอ?”

            “มี แต่น้องสำคัญกว่า”

            โห...อยากได้ขิงดองมากินแก้เลี่ยนเลยทีเดียว อยู่มาจนอายุขนาดนี้ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร แต่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้ชายจีบจึงทำตัวไม่ค่อยถูก ยืนเก้ ๆ กัง ๆ กันอยู่สักพัก อีกฝ่ายก็โพล่งขึ้นมา

“หิวข้าวจัง”

            อารมณ์ไหนวะ “หือ...พี่ว่าไงนะ?”

            “กินข้าวกันนะ”

            “นี่จีบอยู่ใช่ป่ะ?”

            “ได้ไหมล่ะ?” ถามกลับ คราวนี้ฉีกยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย

            “บอกเหตุผลได้ไหมว่าเพราะอะไร อย่าบอกว่าพี่ประทับใจตอนผมนั่งซ้อนท้ายจนนมชนหลังพี่นะ”

            “ก็หน้าตาดี”

            “อันนี้รู้ตัวอยู่แล้ว”

            “นิสัยก็น่าจะดี แต่ที่สำคัญนะ...ดูเป็นคนมุ่งมั่นมีความพยายามดี พี่ชอบคนแบบนี้ว่ะ”

 

             

คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา 
เคยเดินตามหาก็ไม่เจอสักราย
แค่คนคนนึงที่มีผลทางใจ 
ที่เจอก็ไม่ใช่ ที่ใช่ก็ไม่เจอ
คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา 
ที่สุดฟ้าก็พาให้มาพบเธอ
เธอคือคนเดียวที่ไม่ต้องเลิศเลอ 
แต่อยู่ใกล้เธอเหมือนเจอสวรรค์ในหัวใจ
จบแล้วที่เสาะหา 
ได้มาพบตัวจริงซะที 
ชีวิตต่อจากนี้ คงจะดีถ้ามีแต่เธอ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เมืองหล้า จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:04
    น่ารักดีค่ะ ไม่รู้ทำไมแต่ลุ้นมาก5555
    #6
    0
  2. #5 เรนนี่
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 11:55
    น่ารักดี
    #5
    0
  3. #4 Mint
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 00:34
    โอ๊ยยยยย น่ารัก เป็นวันที่วุ่นวายดีแท้ ลุ้นไปกับตี๋ว่าจะสอบทันมั้ย 555555
    #4
    0
  4. #3 June
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:25
    อ่านไปยิ้มไป ชอบมากเลยค่ะ
    #3
    0
  5. วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 07:01
    ตอนนี้ชอบมากกกก
    #2
    0
  6. วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 18:38
    น่ารักมากๆ ไวไฟดี 555 ขอบคุณไร้ท์นะคะ
    #1
    0