Unfolding the truths

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 566 Views

  • 6 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    566

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ในสายตาคนอื่นเขาคือพี่ชายที่แสนดี แต่แท้จริงแล้วเขาปรารถนาที่จะได้ครอบครองสิ่งล้ำค่าที่สุด


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 20 ต.ค. 61 / 19:26

บันทึกเป็น Favorite




ร้านอาหารขนาดกลาง สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานนั่งคุยกันคลายเครียดจากงานในหน้าที่มาตลอดทั้งวัน เน้นบรรยากาศผ่อนคลายด้วยดนตรีเล่นสด ผู้คนล้วนแต่มีสีหน้ายิ้มแย้มกับเพื่อนร่วมโต๊ะ หากทว่าชายหนุ่มที่ยึดทำเลดีที่สุดในร้านกลับมีสีหน้าเฉยเมย แม้จะมีพริตตี้บูธเหล้าเดินเข้ามานำเสนอสินค้า และพร้อมที่จะนั่งเป็นเพื่อนเขาที่นั่งอยู่ลำพังบนโชฟาตัวใหญ่ เจ้าตัวก็ได้แต่พยักหน้ารับข้อเสนอสินค้า แต่ปฏิเสธความเอื้ออาทรที่แฝงด้วยสิเน่หานั้นอย่างมีมารยาท


นักดนตรีบนเวทีเหลือบมองอากัปกิริยาของลูกค้าที่นั่งโดดเดี่ยวก่อนจะเผลอถอนหายใจด้วยความคลายกังวลเมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายยินยอมให้มีใครอื่นนั่งร่วมโต๊ะ แต่ก็ไม่รอดสายตาของคนที่จับตาดูอยู่ตลอด แก้วเบียร์ในมือชูขึ้นพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะยกขึ้นจิบทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากดวงหน้าของมือกีตาร์ประจำวง


เดี๋ยวก็เมาหรอกเด็กหนุ่มมือกีตาร์บ่นแบบไม่มีเสียง เพราะก่อนหน้านี้ก็เห็นอีกฝ่ายก็ดื่มเบียร์ไปแล้วขวดหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับคนที่มองอยู่จะรู้ว่ากำลังโดนบ่นเรื่องอะไร จึงวางแก้วเบียร์ลงทั้งที่เพิ่งดื่มไปได้เพียงจิบเดียว


นี่เป็นร้านที่สองของคืนนี้สำหรับวงดนตรีที่ตระเวนไปตามร้านอาหารและผับ อาจจะจบสุดท้ายที่ร้านนี้ หรือจะมีร้านอื่นต่อ เขาเองก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม ได้แต่ขับรถตามมอเตอร์ไซด์ของมือกีตาร์ไปเรื่อย ร้านที่สองนี้ดีกว่าร้านแรกอยู่มาก อาจจะเป็นเพราะที่ร้านอาหารก่อนหน้านี้ยังเป็นช่วงหัวค่ำ จึงมีเสียงเอะอะโวยวายจากเด็กเล็กตามประสาร้านอาหารสำหรับครอบครัว คนที่รับประทานอาหารก็สนใจแต่อาหารตรงหน้า แทบไม่มีใครสนใจเสียงดนตรีบนเวทีแม้แต่น้อย แต่มีเรื่องกวนใจเขาเล็กน้อยที่พีอาร์สาวของร้านนั้นเหมือนจะเข้าไปวอแวกับเด็กหนุ่มมือกีตาร์จนผิดสังเกต ดังนั้นพอจบงานที่ร้านนั้นเขาจึงรู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย แต่ร้านนี้ก็ยังมีเรื่องที่น่าเป็นกังวลไม่แพ้กัน


ทำไมแกนัดที่ร้านนี้ล่ะ ร้านเดิมเดินทางสะดวกกว่าอีกกลุ่มของหญิงสาว 4-5 คนที่นั่งอยู่ทางขวามือนั้น คุยกันแบบไม่ออมเสียง แม้เขาจะไม่ตั้งใจฟังก็ยังได้ยินชัดเจน


ก็ร้านนี้มีทีเด็ด โน่น บนเวที ฉันมาครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ก่อน เจอวงนี้เข้าไปเลยอยากมอบสิ่งดี ให้เพื่อนบ้าง


ฉันก็ว่าแล้ว นอกจากนักร้องเสียงดี ยังหน้าตาดีอีก


หน้าตาใช้ได้เท่านั้นแหละ


แต่โน่น แกเห็นไหม มือกีตาร์นี่ หน้าตาน่ารักเชียว ไม่รู้มีค่าเทอมหรือยัง อยากส่งเสียแม้จะรู้ว่าหญิงสาวกลุ่มนั้นพูดด้วยความคึกคะนอง อาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เขาก็ยังเผลอขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์


จริงด้วย หน้าตาดีมาก ดูโดดออกมาเลย ว่าแต่แกได้เบอร์มาหรือยัง?”


ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความหนักอก เขาเองก็ไม่ใช่เด็กดีสักเท่าไรนัก สมัยเรียนปริญญาตรีที่เมืองไทยก็เที่ยวกลางคืนอยู่บ่อย รู้ดีว่านักดนตรีกลางคืนนั้นต้องเจอคนแปลกหน้าตลอดเวลา มีสิ่งล่อตาล่อใจมากมาย หากจิตใจไม่หนักแน่นพอก็อาจจะหลงไปกับวังวนแห่งกามารมณ์ได้โดยง่าย ซึ่งเขาไม่ปรารถนาให้น้องชายของเขาได้พบเจอกับเรื่องอย่างนั้น


ตายแล้ว แกดูนั่นเสียงกรี๊ดกร๊าดทำให้เขาที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดต้องเขม้นมองภาพตรงหน้า ลูกค้าชายคนหนึ่งท่าทางเหมือนจะกรึ่มมาจนได้ที่เดินขึ้นไปบนเวทีที่ยกสูงแค่เข่า แล้วตวัดแขนขึ้นกอดคอนักกีตาร์ ก่อนจะทำท่าพยักเพยิดกับเพื่อนที่อยู่ร่วมโต๊ะ


เด็ดโว้ย ไอ้กันเอาจริงด้วยว่ะเสียงตะโกนดังขึ้นมาอย่างคึกคะนองจากกลุ่มผู้ชายสี่ถึงห้าคน


ตอนนี้นักร้องนำของวงก็เดินไปยกมือไหว้คนเมาพี่ครับ ผมขอเถอะนะครับ เชิญพี่ลงไปก่อนนะครับ พวกผมทำการแสดงอยู่


อะไรวะ พี่จะมาให้กำลังใจน้องเขาเสียงนั้นดูเหมือนจะเป็นเชิงเย้าหยอก แต่ก็สร้างความอึดอัดใจให้กับนักแสดงบนเวทีอยู่ไม่น้อย


ไว้เดี๋ยวผมมีช่วงพูดคุย...”


ไม่เอาโว้ย พี่จะคุยตอนนี้แหละ อารมณ์มันได้


ไหนมึง กล้าจัดให้กูหน่อยเสียงจากโต๊ะเดิมดังซ้ำ น่าจะเป็นการท้าทายให้ทำอะไรสักอย่าง


พีทลุกขึ้นก้าวเดินไปทางเวที เขาพอจะเดาเหตุการณ์ได้ไม่ยากว่าเมื่อผู้ชายอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มมักจะคิดทำอะไรกันแผลง หรือทะลึ่งโดยเฉพาะเมื่อมีฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เข้าร่วมด้วย แต่เหตุการณ์นั้นต้องไม่เกิดขึ้นกับน้องชายของเขา


เด็กหนุ่มยืนนิ่งตัวแข็งด้วยไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร แม้ว่าเขาจะต้องเจอกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมแปลก มาหลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ แต่เพียงครู่เดียวน้ำหนักที่บ่าก็หายไปพร้อมกับคนที่เขาจ้องมองอยู่เดินใกล้เข้ามา


เฮ้ย มีอะไรวะ?” ไม่รู้ว่าบรรยากาศที่น่าอึดอัดที่มาพร้อมกับชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงมาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง ทำให้คนเมารู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย


ลงมาเสียงนั้นไม่ใช่การขู่ตะคอก แต่เป็นการเน้นเสียงที่ทำให้คนบนเวทีทุกคนชะงัก เพราะไม่รู้ว่าคนพูดหมายถึงใคร จนกระทั่งประโยคถัดมาฉี ลงมา


สมาชิกในวงหันไปมองเจ้าของชื่ออย่างสงสัยว่าไอ้หน้าจืดที่เดินมาเรียกชื่อมือกีตาร์ให้ลงจากเวทีเป็นใคร


เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากและมองหน้าคนที่เรียกชื่อเขาอย่างดื้อดึง 


พี่มีอะไรกับมือกีตาร์เราหรือครับ?” นักร้องนำพยายามไกล่เกลี่ยเมื่อรู้สึกว่าเหตุการณ์คืนนี้เริ่มไม่ธรรมดา


ผมเป็นพี่ชายเขา มาตามเขากลับบ้าน


ผมไม่กลับเด็กหนุ่มตอบกลับทันควัน 


พี่ชายอย่างนั้นหรือ?” คราวนี้มือกลองที่ละมือจากอุปกรณ์ของตนเดินออกมาสมทบ


เด็กหนุ่มมองเพื่อนร่วมวงที่เป็นรุ่นพี่แล้วพยักหน้าอย่างจำนน


อ้าว เรื่องครอบครัวโว้ยคนเมาที่ยืนเป็นส่วนเกินบนเวทียักไหล่แล้วเดินเซ ลงไปหากลุ่มเพื่อนที่โต๊ะ ได้ยินเสียงแซวด้วยความคึกคะนองดังมาแว่ว แต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับหน้าร้อน


ผัวเขามาตามหรือวะ?”


พี่โว้ย พี่ยังดีที่มีคนแก้ความเข้าใจให้


น้องชายผมยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ แล้วมาเล่นตามสถานบันเทิงแบบนี้ ผมว่ามันไม่น่าจะดีสักเท่าไรนักน้ำเสียงแม้จะนิ่งเรียบแต่นัยน์ตาที่เขม้นมองนักร้องนำที่เป็นหัวหน้าวงกลับแสดงอาการข่มขู่อยู่ในที


(ขอโทษแฟนพันธุ์แท้ละครเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากผู้เขียนจำสับสนกับอายุจริงของนักแสดง เข้าใจผิดคิดว่าฉีอายุ 19 ปี ทั้งที่ในละครนั้น 20 ปีแล้ว แต่เนื่องจากวางเรื่องและเหตุผลไปแล้ว เลยขอปล่อยเลยตามเลยนะคะ แต่ถ้ามาคิดอีกที เหมือนพีทหวังเคลมเด็กยังไงก็ไม่รู้ เพราะในละครนั้นพีทอายุ 23 ปีแล้ว)


แต่ฉีเขาขอมาเล่นเองชายหนุ่มนักร้องนำแย้งกลับ


เขายังเด็ก อาจจะเข้าใจผิดไปบ้าง?”


เข้าใจผิดตรงไหน?” เด็กหนุ่มพูดโต้อย่างฉุนเฉียว แม้อีกฝ่ายจะมีฐานะเป็นพี่ชายคนละแม่ก็เถอะ แต่คำก็ว่าเขาเด็ก สองคำก็ว่าเขายังคิดไม่เป็น แล้วตัวของคนพูดเองนั้นมีสิทธิอะไรที่จะห้ามไม่ให้เขาได้ทำสิ่งที่เขารัก


เข้าใจว่าตัวเองตัดสินใจอะไรเองได้ ทั้งที่ไม่ใช่


แต่พี่ก็ไม่มีสิทธิมาตัดสินใจอะไรแทนผม ขนาดพ่อยังห้ามผมไม่ได้


พีทมองหน้าคนพูดอย่างขัดเคือง เขาไม่เคยคิดว่าคนตรงหน้าที่เจอกันในแต่ละครั้งดูสุภาพและเชื่อฟัง ตอนนี้กลับดื้อดึงราวกับเด็กสามขวบ ไม่รู้ว่าบิดาของเขาต้องเจอฤทธิ์เดชจากเด็กตรงหน้ามามากน้อยขนาดไหน


ทั้งที่ในคราแรกนั้น เขาคิดจะเฝ้ามองพฤติกรรมอยู่ห่าง แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจได้ว่าควรจะต้องทำเรื่องต่าง ให้ถูกต้องเสียที จากสภาพที่เขาเห็นอย่างนี้ แม้จะเป็นวันเดียว แต่จะยอมให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ไปตลอดได้อย่างไรกัน


ขายาว ก้าวขึ้นเวทีแล้วจับต้นแขนผอมบางนั้นลากลงมา ท่ามกลางความตกใจของคนในที่นั้นที่ไม่มีใครห้ามอะไรทัน ชายหนุ่มวางธนบัตรเป็นค่าเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะขณะเดินผ่าน แล้วบอกกับพนักงานที่หน้าประตูร้าน


ฝากมอเตอร์ไซด์น้องชายผมไว้ด้วย พรุ่งนี้จะให้คนมารับน้ำเสียงราบเรียบพร้อมธนบัตรจำนวนหนึ่ง


พนักงานคนนั้นมองเงินในมือด้วยความตกใจในมูลค่าของมัน ก่อนจะยิ้มรับครับ ผมจะดูแลอย่างดี


นี่ พี่ไม่สิทธิทำอย่างนี้กับผมนะเด็กหนุ่มพยายามดิ้นหนีออกจากมือที่รวบต้นแขนเขาอยู่ ไม่คิดว่าคนที่ตัวผอมบางอย่างพี่ชายเขาจะมีแรงมากขนาดนี้ สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายใด วัน นั่งแกะเพลง และช่วงหลังก็ได้แต่นั่งเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลอย่างเขาถึงกับต้านแรงอีกฝ่ายไม่ได้


รถสายพันธ์ุยุโรปสีขาวคันหรูถูกกระชากประตูเปิด พร้อมกับมือที่คว้ากีตาร์ของเขาเหวี่ยงไปที่เบาะหลัง


นี่มันแพงนะเจ้าของร้องลั่นด้วยความสงสารกีตาร์ตัวโปรดที่ถูกโยนทิ้งในรถราวกับเป็นของไม่มีราคา แต่แทนที่จะสงสารกีตาร์ราคาแพง เขาเริ่มจะสงสารตัวเองขึ้นมาเมื่อถูกดันให้เข้าไปนั่งในรถยนต์ แม้จะพยายามเปิดประตูออกไปก็โดนพี่ชายชี้หน้าขู่


ห้ามลงจากรถ ไม่งั้นพี่จะทำให้เราได้อายคนแถวนี้


ฉีมองไปโดยรอบลานจอดรถ เห็นคนมายืนออที่หน้าร้านเพื่อรับชมเหตุการณ์ แน่นอนว่าเป็นคนในผับที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่บนเวทีจนเขาถูกลากมาที่รถคันนี้ มีบางคนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมถ่ายคลิปตามประสาคนที่ชอบรายงานข่าวให้โลกโซเซี่ยลได้รับรู้ ทำให้เด็กหนุ่มได้แต่ทิ้งหลังลงพิงเบาะรถยนต์อย่างขัดใจ


ร่างผอมสูงเดินอ้อมหน้ารถไปยังที่นั่งตำแหน่งคนขับ ก่อนจะบังคับยานพาหนะให้พุ่งออกไปจากสถานบันเทิงแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว


พี่รู้ไหมว่าเหตุการณ์อย่างวันนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยหรอก ผมเพิ่งเคยเจอครั้งแรก แล้วมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ผมเป็นผู้ชายนะเด็กหนุ่มเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการยกเหตุผลตอนที่พ่อยังอยู่ก็ไม่เคยห้ามผม


เขาห้ามแล้วเราไม่ฟังไม่ใช่หรือ?” พี่ชายพูดขัดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพี่ไปถามพี่แมวมาแล้ว เขาบอกว่าตอนที่เราไปทำงานเป็นนักดนตรีกลางคืนแรก นั้น พ่อให้พี่แมวไปตามดู เห็นว่าเป็นผับเล็ก ไม่มีอันตรายเลยต้องยอมตามใจเรา แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม


ไม่เหมือนเดิมแค่ไม่มีพ่อเท่านั้นแหละ


พีทโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจก่อนหน้านี้เราเล่นดนตรีเพราะใจรัก ดังนั้นเรื่องเงินหรือค่าตอบแทนอะไรก็ไม่อยู่ในหัว ดังนั้นร้านอาหารที่จ้างก็มักจะเป็นร้านทั่ว ไป แต่ตอนนี้ไปรวมวงกับคนอื่นแล้วเล่นในผับในบาร์ เพราะอะไร ถ้าจะบอกว่าเงินดีกว่า พี่ก็ไม่เห็นว่าตัวเงินจะสูงสักเท่าไร ถามผู้จัดการร้านแล้ว ค่าตอบแทนแต่ละคืนยังน้อยกว่าค่าอาหารของพี่เสียอีก


หางตาเหลือบไปเห็นน้องชายนั่งเม้มปาก คงจะโกรธเขาน่าดูที่พูดเรื่องจริง


รูปลักษณ์ภายนอกของน้องชายที่เขาเพิ่งทำความรู้จักนั้นแม้จะดูไม่แยแสภายนอกหรือแทบจะต่อต้านสังคม แต่กับเขาแล้วนั้นสิ่งที่เห็นก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายที่พยายามเข้มแข็งทั้งที่ไม่มีกำลังใด แม้แต่น้อย


เขาไม่ได้สงสารหรือเวทนาแต่อย่างใด ถ้าเปรียบเป็นสุนัขหรือแมวจรจัดถ้ารู้สึกเวทนาก็อาจจะซื้ออาหารให้แล้วก็ไม่ติดค้างใดในใจ แต่กับน้องชายที่เพิ่งพบหน้ากันนั้นความรู้สึกที่มีคืออยากปกป้องอยากดูแล ไม่ใช่มอบเงินให้แล้วหมดห่วงได้ เขาอยากเห็นอีกฝ่ายมีอนาคตที่ดี อย่างน้อยก็ทดแทนกับสิ่งที่บิดาของเขาได้รับเมื่ออยู่กับครอบครัวนี้ นั่นคือ ความสบายใจ


เขาไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่บิดาของเขาได้รับคือความรู้สึกเช่นไร จากคลิปสั้น ที่เห็นใบหน้าอิ่มเอิบยินดีขณะร้องเพลงต่อหน้าผู้หญิงคนนั้น และเด็กคนนี้ แสดงว่าคุณประเสริฐนั้นไม่ได้เกลียดชังอาชีพนักดนตรี 


พี่ไม่ได้ห้ามให้เลิกเล่นดนตรี แต่ไม่ต้องไปเล่นตามร้านกลางคืน จะเล่นแล้วอัพลงโซเชียลเรียกยอดวิวยอดไลค์อะไรก็ทำไป และที่สำคัญต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ


พูดเหมือนพ่อ แต่เขายังไม่เคยทำแบบนี้กับผมเด็กหนุ่มหงุดหงิด อย่างมากผู้เป็นบิดาก็จะบ่นแต่ก็ไม่สามารถบังคับเขาได้ แต่กับชายตรงหน้านั้นแม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับรับมือยากกว่าที่คิดอย่างน้อยเขาก็เคารพความเป็นส่วนตัวมากกว่าพี่


แสดงว่าเห็นความแตกต่างแล้วสิใบหน้าของชายหนุ่มนั้นยังคงเรียบเฉยแสดงให้เห็นว่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าอีกฝ่ายนั้นหัวร้อนขนาดไหนแต่ไม่ว่าการแสดงออกจะแตกต่างกันขนาดไหน พี่บอกได้แค่ว่าสิ่งที่พี่ทำคือสิ่งที่ป๊าต้องการ เขาอยากให้ลูกชายมีอนาคตที่ดี


ลูกชายของพ่อก็พี่ไง พี่คนเดียวเท่านั้น ผมน่ะไม่มีความหมายสำหรับเขาหรอกน้ำเสียงนั้นแสดงถึงอาการน้อยใจอย่างเห็นชัด


พีทไม่เคยมีพี่น้องมาก่อน  อย่างมากก็เพียงลูกพี่ลูกน้องที่อย่างไรก็ไม่สนิทใจเหมือนพี่น้องจริง บางครั้งเขาเองก็สงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง แม้จะเคยเห็นตัวอย่างจากครอบครัวข้างเคียง แต่ก็ไม่อาจจะสรุปได้ว่าพี่น้องหมายถึงอะไร เขาเห็นน้อง ของเฮียอี้ต่างก็เคารพนับถือและเชื่อฟังพี่ชาย แต่มาเก๊ากลับเย้าแหย่และล้อเลียนเวกัสอยู่เสมอ ความสัมพันธ์พี่น้องในแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน แล้วสำหรับเขากับเด็กหนุ่มตรงหน้าควรจะเป็นเช่นไร


ใช่ทางนี้ไหม?” เขาหันไปถามน้องชาย แม้จะพอรู้ว่าบ้านของอีกครอบครัวหนึ่งของบิดาอยู่ทิศทางใดของมหานครใหญ่ แต่เขาก็ไม่รู้ถึงตรอกซอกซอยอย่างแน่ชัด


การตอบรับคือความเงียบ ทำให้ชายหนุ่มต้องข่มใจอีกครั้ง


ถ้าไม่ยอมตอบ พี่จะขับพาไปบ้านพี่


อีกสองซอยในที่สุดก็ยอมเปิดปากส่งผมแค่หน้าบ้านก็พอ


ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เมื่อถึงหน้าบ้านกลับพูดอีกอย่างลงไปเปิดประตูบ้านให้รถเข้าด้วย


ผู้เป็นน้องชายถลึงตาใส่อย่างเคือง ผมไม่ได้เชิญพี่


ซอยมันเล็ก จอดหน้าบ้านจะขวางคนขับรถเข้าออก


พี่ก็แค่แวะจอดส่งผม แล้ววนรถออกไปเลยสิ


งั้นไปเปิด จะได้เข้าไปกลับรถแล้ววนรถออกได้


เขาไม่เคยคิดว่าคนหน้าตาซื่อ อย่างพี่ชายเขาจะเป็นคนไม่น่าไว้วางใจได้ถึงขนาดนี้ เพราะเมื่อเขาเปิดประตูรั้วบ้านให้รถคันใหญ่แล่นเข้าไปเพื่อหวังจะกลับรถออกจากซอย รถยนต์สีขาวกลับดับเครื่องจอดสนิทที่ลานบ้าน จนเขาต้องโวยวายใส่


ไหนบอกว่าแค่เข้ามากลับรถ


ตามเราไปที่ร้านอาหารสองที่ ดื่มมากไปนิด ยังมึน อยู่ ขอพักครู่หนึ่ง


พอได้ยินอย่างนั้น อารมณ์ร้อนจึงสงบลงมาบ้าง แต่ก็ยังไม่วายบ่นเห็นแก่สาวเชียร์เบียร์ล่ะสิ


พีทหัวเราะเบา ก่อนจะเดินลงจากรถทำไมถึงไม่ปิดประตูรั้วล่ะ?”


เดี๋ยวพี่ก็ไปแล้วไม่ใช่หรือ?” ฉีเลิกคิ้วถาม


อีกพักหนึ่ง ไปปิดประตูรั้วไป


สั่งจั๊งแม้จะบ่นแต่ก็เดินไปปิดประตูรั้วบ้าน หันกลับมาอีกที พี่ชายต่างมารดาก็เดินเข้าไปรอหน้าประตูกระจกบานเลื่อนเสียแล้วพี่จะทำอะไร?”


เข้าบ้านไง มีแขกมาแล้วเราไม่พาเขาเข้าบ้านหรือไง


เมื่อตกกะไดพลอยโจนแล้ว เด็กหนุ่มจึงได้แต่ไขกุญแจบ้านให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าไปภายในตัวบ้าน


บรรยากาศความอบอุ่นของตัวบ้านกระแทกใจของชายหนุ่มทันที เพราะความเล็กของห้องรับแขกทำให้เขาระลึกได้ทันทีว่าทำไมจึงคุ้นตานัก ภาพที่บิดาของเขาร้องเพลง น้องชายต่างมารดาเล่นดนตรีประกอบเกิดขึ้นที่จุดนี้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งซ้อนทับที่ของบิดาเพื่อซึมซับบรรยากาศ ผู้หญิงคนนั้นนั่งที่โซฟาตัวนั้น สายตาของพ่อเขาในเวลานั้นบ่งบอกอะไรหลาย อย่าง อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เพราะมันชัดเจนเหลือเกิน...


ความสบายใจ


บิดาของเขาสบายใจที่ได้นั่งอยู่บนโซฟาเล็ก กับผู้หญิงที่กำลังป่วยไข้ และเด็กผู้ชายที่เล่นกีตาร์อยู่ข้าง


ตอนนั้นป๊าของเขาคิดอะไรอยู่ในใจ พอใจและยินดีท่ีจะอยู่กับครอบครัวนี้มากกว่าเขาและม๊าหรือเปล่า รู้สึกอึดอัดใจที่ต้องทนอยู่กับเขาและม๊าอย่างนั้นหรือ


พีทโคลงศีรษะไปมาเหมือนจะขับไล่ความคิดน้อยใจที่กำลังปะทุขึ้นมา


พี่ยังมึนอยู่หรือ?” มือขาว กับแก้วน้ำยื่นมาตรงหน้าเขานอนพักก่อนไหม?”


นอนได้หรือ?”


ก็…” สีหน้าของเด็กหนุ่มมีแววตะขิดตะขวงใจถ้าพี่ไม่รังเกียจบ้านนี้


เขาควรจะรังเกียจบ้านหลังนี้ บ้านเล็ก ที่แย่งชิงความรักของบิดาไปจากเขาและม๊า แต่พฤติกรรมของคนในบ้านกลับไม่เหมือนที่เขาคิดไว้แต่แรก ไม่มีใครโวยวายเมื่อรู้ตัวว่าไม่ได้อะไรจากป๊าของเขาเลย


พีทพยักเพยิดให้น้องชายต่างมารดานั่งลงเพื่อพูดคุย


ฉี กลับไปเรียนให้จบ อย่างน้อยก็เพื่อป๊า เรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ของบ้านนี้ พี่จะดูแลฉีกับคุณน้าแทนป๊า แม้อาจจะทดแทนไม่ได้ทั้งหมด แต่พี่จะพยายามทำให้เหมือนกับตอนที่ป๊าอยู่


ถ้าพี่พีทอยากจะทำเหมือนพ่อ ง่ายนิดเดียว พี่พีทก็ไม่ต้องทำอะไร ส่งเงินมาให้บ้านเราเท่านั้น นั่นเป็นสิ่งที่พ่อทำกับพวกเรามาตลอดฉีพูดประชด แต่แน่นอนว่ามันคือความจริง เขาสามารถซื้อกีตาร์ตัวที่แพงที่สุด ซื้อมอเตอร์ไซด์ราคาแพงลิบลิ่ว ทุกอย่างสามารถได้มาโดยง่ายเพียงแค่เอ่ยปากขอ แต่ความเจ็บปวดของเด็กที่ได้เจอหน้าพ่อแค่สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ม้นไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเงินแม้ว่าจะมีจำนวนมากมายเพียงใดก็ตาม


ชายหนุ่มผู้พี่มองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามอย่างเห็นใจในโชคชะตาอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นอย่างนี้ เขาจึงปล่อยวางไม่ได้แล้วตกลงว่ายังไง เรื่องเรียน เรื่องงานพิเศษ


ผมสัญญากับพวกพี่ ว่าจะเล่นกีตาร์ให้วงเขา ถ้าออกกระทันหัน เขาจะลำบากหาคนแทนไม่ได้


แล้ว?”


ก็ขอเล่นให้จนกว่าพวกเขาจะหาคนแทนได้


พีทยื่นมือเอาเบอร์ห้วหน้าวงมา พี่จะคุยให้


พี่พีทเสียงอ่อย แสดงอาการอิดออดผมคุยเองได้


พี่ชายต่างมารดาถอนหายใจเมื่อเห็นอาการดื้อของอีกฝ่ายเอาอย่างนี้ ถ้าเรายังไปเล่นที่ร้านกลางคืน พี่ก็จะตามไปเหมือนอย่างคืนนี้ ถ้ามีปัญหาพี่ก็จะพาเรากลับ


พี่มีเวลาว่างขนาดนี้เชียวเหรอ


ชายหนุ่มพยักหน้า พร้อมพูดเน้นย้ำตั้งแต่พรุ่งนี้พี่จะเป็นคนขับรถรับส่งเรา จนกว่าจะเลิกทำงานนี้


เด็กหนุ่มขมวดคิ้วผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ


เรียนก็ยังไม่จบ อย่าเพิ่งพูดประโยคนี้เลย


แสดงว่าถ้าเรียนจบแล้ว พี่จะไม่มายุ่งแล้วใช่ไหม?” น้องชายถามกลับ


ไม่แน่คนพี่ตอบหน้าตาเฉย


เด็กหนุ่มได้แต่มองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหู ทำไมถึงได้เป็นคนที่เอาแต่ใจตัวอย่างนี้นะ เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีผมจะขึ้นไปนอนแล้ว ปิดบ้านให้ด้วย


แล้วให้พี่นอนที่ไหน?”


อยากนอนตรงไหนก็นอนไปที่จริงเขาไม่ใช่คนไร้น้ำใจสักเท่าใดนัก แต่สำหรับพี่ชายคนนี้ที่ไม่เคยฟังสิ่งที่เขาพูด บางครั้งก็ต้องใจร้ายกันบ้าง


เด็กหนุ่มแวะที่ห้องของมารดา ก่อนจะพบว่าแม่ของตนหลับไปแล้ว แม่เขาเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลมาเมื่อสองวันก่อน แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทุกอย่างนั้น พี่ชายต่างมารดาของเขาเป็นคนจัดการให้


ร่างผอมบางบนเตียงนอนขยับเปลี่ยนท่าทาง ใบหน้าอ่อนโยนของมารดาแสดงอาการเจ็บปวดจากโรคร้ายภายในที่ก่อกวนแม้แต่ในยามหลับ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปเกาะเตียงผู้เป็นแม่อย่างกังวล


แม่อยู่กับฉีไปนาน นะน้ำเสียงแผ่วเบาวิงวอนต่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า กับสิ่งอื่นใดในสากลโลกที่มีฤทธิ์เดช เขาไม่อาจจะอยู่ในโลกนี้ได้เพียงลำพังโดยปราศจากบุคคลอันเป็นที่รัก เขาขาดพ่อไปแล้วคนหนึ่ง และไม่สามารถขาดแม่ไปได้อีกแล้ว


สองคืนที่ผ่านมา กว่าเขาจะข่มตาหลับลงได้นั้นก็คิดวนเวียนจนแทบเป็นบ้า แต่คืนนี้กลับแปลกไป เพียงแค่รู้สึกว่ามีบุคคลที่สามอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน กลับทำให้เขาวางใจได้มากขึ้น เพราะคน นี้พูดว่าจะดูแลเขาสองคนแม่ลูกด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เชื่อมั่นจริงใจ บรรยากาศตอนนี้เหมือนทุกคืนวันพุธที่เขารู้ว่ามีพ่ออยู่ในบ้าน อบอุ่นและปลอดภัย


ความรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่นในยามที่ประตูห้องนอนของเขาเปิด ความรู้สึกถึงสายตาที่มองมายังเขาด้วยความรัก ห่วงใย และปรารถนาดี เขารู้ดีว่าความรู้สึกนี้คงจะไม่สามารถมีอีกแล้ว ในเมื่อคนผู้นั้นไม่มีตัวตนอยู่บนโลกอีกแล้ว


พลันที่นอนข้างตัวเขากลับยวบลง เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่อใครบางคนกำลังทอดตัวเหยียดยาวที่ข้างกาย


ฉียันกายขึ้นมองคนที่นอนหลับตาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างเคือง พี่พีท ทำอะไร?”


เราเป็นคนบอกพี่เองว่าจะนอนที่ไหนก็ได้


เดี๋ยวผมไปเปิดห้องแขกให้เขาทำท่าจะลุกแต่ก็ถูกฉุดรั้งไว้ก่อน


นอนนี่แหละ


เด็กหนุ่มทำท่าฮึดฮัด แต่ก็ต้องสงบลงเมื่อได้ยินคนที่นอนอยู่พูดขึ้นมา


ตั้งแต่แยกห้องนอนกับม๊า พี่ก็นอนคนเดียวมาตลอด


ตลกล่ะ ใครจะเชื่อเด็กหนุ่มบึนปาก ผู้ชายหน้าตาดี แถมเป็นคนมีฐานะแบบคนตรงหน้าจะหาคู่นอนกี่คนก็ได้ไม่ใช่หรือ


ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อถูกดักคอโอเค บางครั้งก็มีคนนอนเป็นเพื่อน แต่ส่วนใหญ่ก็นอนคนเดียวนะ และนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ได้นอนกับน้องชายตัวเอง"


แล้ว...รู้สึกยังไง?” น้องชายต่างมารดารู้สึกลังเลที่จะถาม


เพิ่งรู้ว่าการนอนสองคนนี่มันก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีสายเลือดเดียวกันกับเราครึ่งหนึ่งมือใหญ่จับข้อมือของคนที่นอนเคียงขึ้นมา แสงไฟในห้องนั้นสลัวจางแต่แสงโคมจากถนนเบื้องนอกนั้นยังพอให้เห็นเส้นเลือดบนท้องแขนขาวแค่คิดแบบนี้ก็รู้สึกว้าวขึ้นมาว่า ดีจริงที่มีคนที่อะไรคล้ายกับเราอยู่ด้วยกัน คิดเหมือนกันไหม?”


นิ้วมือยาวสวยสมกับเป็นมือของนักดนตรีของผู้เป็นน้องชายไล้ไปที่เส้นเลือดบนท้องแขนอีกฝ่ายราวกับจะพิสูจน์คำพูดนั้น ก่อนจะสะดุ้งราวกับถูกไฟช็อตเมื่อปลายจมูกอีกฝ่ายเอียงเข้ามาใกล้


อาบน้ำแล้วล่ะสิ ตัวหอมเชียว


ไม่เหมือนพี่พีทหรอก เหม็นเบียร์มาก


งั้นขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะ เดี๋ยวเขาไม่ให้นอนด้วยชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างเกียจคร้าน


ผู้เป็นน้องชายลุกขึ้นเดินตามอีกฝ่ายไปแล้วส่งแปรงสีฟันอันใหม่ และผ้าเช็ดตัวให้ตามสบายเลยนะพี่พีท


ครับ ไปนอนรอเลย


เด็กหนุ่มชะงัก หน้าร้อนโดยไม่มีสาเหตุกับคำพูดที่อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้คิดอะไรพูดอย่างนี้เดี๋ยวไม่ให้นอนด้วย


พีทวางมือที่กรอบประตูแล้วพูดยิ้ม กลัวแล้วครับ พี่หมายความว่าฉีนอนไปได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไร แล้วนี่คิดอะไรไปไกลถึงไหน


ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อยพูดจบก็เดินเร็ว กลับไปที่เตียงนอนของตน แล้วล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็ว


แม้คิดว่าจะรอเพื่อคุยกันให้มากขึ้น แต่ความเหนื่อยล้าจากการตระเวนทำงานมาตลอดตั้งแต่หัวค่ำทำให้เจ้าตัวเผลอหลับไปก่อน จนกระทั่งพี่ชายต่างมารดาอาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนเคียงข้างก็ยังไม่ตื่น


พีทนอนตะแคงท้าวแขนกับศีรษะมองคนที่หลับอยู่อย่างครุ่นคิด ที่เขาบอกกับอีกฝ่ายถึงความรู้สึกที่มีกับน้องชายนั้นไม่ได้มุสาเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกสนิทสนมแม้จะมีให้กับบางคนแต่ก็ยังคล้ายกับมีบางสิ่งกางกั้น ความรู้สึกกับน้องชายคนนี้ไม่เหมือนเฮียอี้หรือลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ความรู้สึกนี้อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ เขาสองคนมีพ่อคนเดียวกัน เป็นสิ่งที่มีร่วมกันที่เขาไม่สามารถพบเจอได้จากใครคนอื่นอีก มันสร้างความสบายใจและโล่งใจเมื่อมีคน นี้อยู่ข้างกาย แม้จะไม่ได้เลี้ยงดูมาร่วมกัน แต่ความผูกพันกลับแน่นแฟ้น โดยนิสัยส่วนตัวของเขานั้นไม่ใช่คนที่จะเข้าหาคนอื่นได้ง่าย และไม่ยอมเปิดใจรับคนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิตง่าย แต่กับน้องชายต่างมารดาแล้วกลับผิดแผกไป คุ้นเคยกันอย่างง่ายดายราวกับเขาเป็นประตูที่ถูกเปิดด้วยกุญแจเฉพาะ เป็นสิ่งที่เขาขาดหายและรอมานาน ความต้องการที่จะปกป้องดูแลใครสักคนที่เชื่อใจเขาอย่างไม่มีข้อแม้

๖๖๖๖๖๖๖๖


เด็กหนุ่มงัวเงียตื่นด้วยเสียงพูดคุยกันที่ชั้นล่าง หันไปมองโดยรอบก็พบว่ามีเขาอยู่เพียงลำพังในห้อง เขาก้าวเร็ว เดินลงไปข้างล่างเจอมารดาของตน และพยาบาลที่จ้างมาดูแลกำลังคุยกับใครบางคนอยู่


แม่ พี่นุ้ยเขาเอ่ยปากทักคนทั้งคู่ ก่อนจะมองไปยังคนที่นั่งยิ้มที่โซฟา


ทำไมฉีไม่บอกแม่ว่าพี่พีทมาค้างที่บ้านเรา


เมื่อคืนกว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้วครับ เห็นคุณน้านอนแล้ว เลยไม่ทันได้บอกพี่ชายต่างมารดาเป็นคนตอบแทนให้


แล้วยังให้แขกไปซื้อข้าวมาให้พวกเรากินกันอีกคุณนิภาหันไปพยักเพยิดใส่โต๊ะอาหารที่มีถุงอาหารหลากหลายวางกองอยู่


ผมตื่นเช้าน่ะครับ เลยออกไปดูแถวนี้ เห็นกับข้าวน่ากิน เลยซื้อมาฝาก ลืมนึกไปว่าคุณน้าจะกินได้ไหมชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย 


ได้สิ น้าบ่นอยากกินมาหลายวันแล้วด้วยใบหน้าอ่อนแรงนั้นเผยอรอยยิ้มปรานีให้กับคนมีน้ำใจ


งั้นผมค่อยสบายใจก่อนจะเอ่ยปากลาผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ


กินข้าวด้วยกันก่อนสิคุณนิภาชวนพร้อมกับยึดมืออีกฝ่ายไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่การชวนตามมารยาทแต่ต้องการร่วมโต๊ะอาหารอย่างจริงใจ แล้วหันไปทางบุตรชายฉีก็ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวด้วยกัน


ครับบุตรชายพยักหน้ารับอย่างงง ก่อนจะหมุนตัวกลับขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วเดินกลับลงมาเพื่อพบว่าทุกคนพร้อมหน้ากันบนโต๊ะอาหารแล้ว


บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ได้สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับใครเลยแม้แต่น้อย การสนทนาพูดคุยเต็มไปด้วยเรื่องสัพเพเหระสร้างความสบายใจให้กับผู้ร่วมโต๊ะทุกคน จวบจนมื้ออาหารจบลง ฉีทะยอยยกจานอาหารเข้าไปในครัวกับพี่นุ้ย โดยให้แขกได้พูดคุยก้บมารดาของตนที่ห้องรับแขก


น้องฉี พี่ตกใจเลยนะคะที่เห็นเขาอยู่ในบ้านพี่นุ้ยเริ่มต้นบทสนทนาด้วยสีหน้าตื่นเต้นตามที่พูด


ครับ?”


เขาเหมือนคุณพ่อของน้องฉีเลยนะคะ


ไม่เห็นเหมือนสักนิดเด็กหนุ่มแย้ง


พยาบาลสาวส่ายศีรษะไม่ใช่ค่ะ พี่ไม่ได้บอกว่าหน้าตาเหมือนกัน แต่พี่กำลังบอกว่าคุณพีทเขาให้ความรู้สึกเหมือนมีคุณพ่อน้องฉีอยู่ในบ้านเลยนะคะ สมัยตอนที่คุณพ่อน้องฉีอยู่ที่บ้าน ตอนเช้า ก็ออกไปหาข้าวเช้ามาเตรียมไว้ให้เหมือนกัน ตอนที่พี่มาถึงเขาก็เปิดประตูออกไปรับพี่เหมือนคุณพ่อน้องฉีเลย


เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปาก ไม่ใช่เขาคนเดียวที่รู้สึกใช่ไหม ความรู้สึกถึงการคุ้มครอง ดูแลและเอาใจใส่แบบนี้ ผู้ชายคนนี้กำลังจะทำให้เขากลับกลายเป็นเด็กที่ต้องการการปกป้องอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการ แต่เขาควรจะได้รับอย่างนั้นหรือ


มือที่กำลังล้างจานชะงักเมื่อคนที่อยู่ในห้วงคำนึงชะโงกหน้าเข้ามาในครัว


คุณนุ้ยครับ ช่วยจัดยาให้คุณน้าที” 


ขอโทษค่ะ ลืมไปเลยพยาบาลสาวลูบอกอย่างตกใจ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องครัวซึ่งสวนกับร่างสูงที่เดินเข้ามาแทนที่


พยาบาลคนนี้หรือที่ให้จ้างไว้ดูแลคุณน้า?”


ครับฉีพยักหน้า ก่อนหน้านี้เงินเดือนของพี่นุ้ยนั้นก็เป็นเรื่องของบิดาที่ช่วยจัดการ แต่ปัจจุบันเขาต้องอาศัยคนตรงหน้า


เขาทำงานดีไหม?”


พี่นุ้ยช่วยดูแลแม่ตั้งแต่ป่วยใหม่ ดูเหมือนแม่ก็ไม่เคยบ่นอะไรเด็กหนุ่มชี้แจง พร้อมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยในคำถามของพี่ชายต่างมารดามีปัญหาอะไรหรือครับ หรือพี่พีทจะเลิกจ้าง?”


ชายหนุ่มส่ายศีรษะพี่กำลังพิจารณาค่าจ้างเขา ถ้าทำดีพี่ว่าจะเพิ่มเงินให้เขาสักหน่อย แล้วก็จะให้เขาช่วยดูแลคุณน้าให้นานขึ้นกว่าเดิม


ทำไมครับ?”


พีทชะงักเหมือนกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบคำถามนั้นดีหรือไม่ แต่ในที่สุดก็เปิดปากอาการคุณน้าหลังออกจากโรงพยาบาลดูอ่อนแรงมาก ถ้าเราไปเรียนแล้วกลับมาค่ำ ก็ควรมีใครคอยดูแล ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว


นี่ไง ผมถึงคิดว่าช่วงนี้ผมควรหยุดเรียนไว้ก่อน


แล้วจะหยุดถึงเมื่อไรกัน ฉีควรกลับไปเรียน ส่วนเรื่องที่บ้านพี่จะจัดการให้เอง


ฉีกัดริมฝีปากล่างอย่างอึดอัดก่อนจะพูดสิ่งที่คิดไว้ในใจพี่พีททำแบบนี้แล้วแม่ของพี่จะไม่ว่าอะไรหรือครับ?”


ชายหนุ่มชะงัก เรื่องที่เขาเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวที่สองของบิดานั้น เป็นที่แน่นอนว่ามารดาของเขาย่อมไม่เห็นด้วย แต่ทุกอย่างก็สามารถแก้ไขได้ถ้ามีข้อแลกเปลี่ยน เขาขอเวลาแค่หนึ่งเดือนที่จะจัดการทุกอย่างที่นี่ก่อนจะกลับไปศึกษาต่อที่ฮ่องกง


ดังนั้นช่วงเวลาที่เขามีอยู่ที่ประเทศไทย นอกจากจะหาคนที่ฆาตกรรมบิดาของตนแล้ว เขาคงจะต้องสะสางความยุ่งยากของบ้านที่สองของบิดา ซึ่งตอนนี้เขารู้สึกว่าสิ่งท่ีทำอยู่ไม่ใช่ภาระแต่เป็นหน้าที่ประการหนึ่งที่พึงกระทำในฐานะพี่ชาย


พี่จัดการเรื่องม๊าของพี่ได้ ฉีไม่ต้องเป็นห่วงหรอก


หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นผมไม่ได้ห่วงพี่ ผมเป็นห่วงความรู้สึกของแม่ของพี่เท่านั้น


เพราะอีกฝ่ายเป็นอย่างนี้จะให้เขาไม่เป็นกังวลได้อย่างไรกัน แม้รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนจะไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง แต่ที่จริงแล้วกลับห่วงใยและระวังความรู้สึกของคนรอบข้างไปเสียทุกสิ่ง


ถ้าเขาไม่ได้อยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว คนตรงหน้าจะเป็นอย่างไร และถ้าบุคคลที่ใกล้ชิดที่สุดต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เด็กคนนี้จะสามารถทนรับความโดดเดี่ยวได้ไหม จากการพูดคุยและสังเกตอาการของภรรยาอีกคนของบิดานั้น เขาได้ข้อสรุปไม่ยากเลยว่า วันนั้นคงจะมาถึงในไม่ช้า เขาได้แต่หวังว่าในห้วงเวลานั้นเขาจะได้อยู่เคียงข้างเด็กคนนี้


ฉี สัญญากับพี่ได้ไหม?” เขาโพล่งสิ่งที่คิดอยู่ในใจ


นัยน์ตาคู่สวยมองเขาอย่างสนเท่ห์มีอะไรหรือครับ?”


อีกสองอาทิตย์พี่ต้องกลับไปเรียนต่อ พี่คงไม่ได้อยู่กับฉีเหมือนตอนนี้


ความรู้สึกวูบโหวงเกิดขึ้นหลังได้ยินประโยคนั้น แต่ก็ยังพยักหน้าช้า ก่อนพูดราวกับเตรียมใจกับการจากลาของอีกฝ่ายครับ ผมเข้าใจ พี่พีทก็มีสิ่งที่ต้องทำเหมือนกัน


ใช่ พี่ถึงอยากให้ฉีสัญญากับพี่ว่า ถึงพี่ไม่อยู่ แต่ฉีต้องไปเรียน ค่าใช้จ่ายต่าง ของบ้านนี้พี่จะจัดการให้ ส่วนเงินค่าขนมของฉี พี่ก็จะโอนให้ทุกเดือน และถ้า...” เสียงนั้นขาดหายเหมือนกำลังหาประโยคที่เหมาะสม “...ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จำไว้อย่างเดียวว่าฉียังมีพี่อยู่ สามารถติดต่อกับพี่ได้ตลอดเวลา พี่จะให้พี่แมวมาดูที่บ้านนี้อาทิตย์ละครั้ง ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกพี่แมวได้ และถ้ามีเรื่องที่อยากบอกพี่ให้โทรศัพท์หาทันที ไม่ต้องเกรงใจอะไรทั้งนั้น


๕๕๕๕๕๕๕๕๕

วันนั้นมาถึงเร็วกว่าที่คิด เพียงแค่สองเดือนที่เขาต้องละทิ้งทุกสิ่งในเมืองไทยเพื่อทุ่มเทกับการเรียนเพื่อให้สำเร็จการศึกษาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตามสัญญากับมารดาที่จะไม่กลับมาที่บ้านเกิดเมืองนอนหากยังไม่สำเร็จการศึกษา ทั้งที่สถานที่ที่เขาศึกษาอยู่นั้น เมื่อก่อนเขาบินเพื่อมารับประทานอาหารหรือซื้อของราวกับเป็นห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านแล้วบินกลับในวันเดียวกัน แต่ด้วยคำสัญญานั้นทำให้เขาเหมือนกับถูกจองจำอยู่กับตัวเอง สิ่งที่พอจะหล่อเลี้ยงหัวใจกลับเป็นเสียงของน้องชายต่างมารดาที่ถูกบังคับให้โทรศัพท์หาเขาทุกคืน


และในคืนนั้นเขาก็ได้รับโทรศัพท์ที่รู้ดีว่าคนที่ปลายสายนั้นกำลังหัวใจสลาย


พี่พีท แม่เขาไม่อยู่กับผมแล้ว


รอพี่ พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้หัวใจเขาเต้นแรง อยากจะไปปรากฎกายอยู่ต่อหน้าเด็กคนนั้นเพื่อปลอบโยนให้มั่นใจว่า ในโลกนี้ยังมีเขาอยู่เคียงข้าง


ในห้วงแห่งความอาดูร ชายหนุ่มไม่มีน้ำตาให้กับผู้หญิงคนนั้นที่เขาไม่ได้รู้จักมากไปกว่าเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของบิดา แต่เขากลับรู้สึกสะท้อนใจกับความโศกเศร้าที่โถมทับน้องชายต่างมารดา จนยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้เด็กคนนี้หยุดร้องไห้


เขาอาจจะเป็นพี่ชายที่ดีในสายตาของผู้พบเห็น เพราะดูแลและจัดการทุกอย่างในงานอวมงคลให้ลุล่วงจนได้รับคำชมเชย แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในห้วงแห่งกฤษณาดำมืด กำลังล่อลวงเด็กคนหนึ่งให้อยู่ในกำมือของเขา ในตอนนี้น้องชายของเขาไม่มีใครอยู่เคียงข้าง มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น และในช่วงเวลาแห่งความอ่อนแอทางจิตใจ ทำให้เขาได้สิ่งล้ำค่าที่สุดมาครอบครอง และเขารู้เพียงว่าจะไม่มีทางปล่อยมือจนกว่าจะตายจากกันเท่านั้น


ถ้าความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างพี่น้องจะเป็นบาป เขาก็จะขอรับความผิดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว


END

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เมืองหล้า จากทั้งหมด 11 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 02:51

    เปนลมมมมม ฮืออ พี่พีทแบบ ไม่อ่อนโยนเรยยยย

    คิดอะไรไม่ดีกับน้องงง นี่ก็หลงคิดไปว่ารักแบบน้องชายมาตลอด แล้วอาจจะไปรักแบบคนรักทีหลัง ที่ไหนได้ ฮืๆๆๆ ผุชายคนนี้ ร้ายกาจ! ร้ายกาจจจ!!

    #6
    0
  2. #5 PPgirl
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 23:43

    หูยยยยย ฉากที่น้องฉีลูบแขนพี่พีทคือกร้าวใจมั่กๆ อยากเห็นตั่วเฮียล่อลวงน้งงงงงงง

    #5
    0
  3. วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 02:40

    ฮื่อออ ขอบคุณมากค่ะ ที่แต่งให้อ่าน

    #4
    0
  4. วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 10:15

    น้องฉีลูก ไรท์สู้ๆ

    #3
    0
  5. วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 04:01

    โอยยย ใจบางมากค่ะ รักมากเลยเรื่องนี้ แต่งได้กระทบใจดีจริงๆ เหมือนได้ดูฉากที่ไม่ได้ฉายในละครเลย ฮื่ออ อยากอ่านอีกค่า จะดีต่อใจมากหากมี รอติดตามนะค้า ;)

    #2
    0
  6. #1 Pchi81
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 23:30

    โอโห T_T พี่น้องคู่นี้//ขอบคุณนะึะที่แต่งให้อ่าน

    #1
    0