Unfolding the truths (บทสรุป)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 447 Views

  • 6 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18

    Overall
    447

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ผู้หญิงคนนั้นแย่งป๊าไปจากม๊า แล้วเด็กคนนี้ยังจะแย่งพีทไปจากม๊าอีก


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ควรอ่าน unfolding the truths ก่อนนะคะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 ต.ค. 61 / 06:53

บันทึกเป็น Favorite


พี่พีทเสียงนั้นแหบระโหยราวกับเพิ่งเดินก้าวผ่านทะเลทรายอันยาวไกลเราจะทำแบบนี้กันถึงเมื่อไร


จนกว่าฉีจะเลิกร้องไห้


นัยน์ตาคู่สวยเผยอกว้าง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วทุบหัวไหล่คนที่คร่อมทับอยู่อย่างขัดเคืองนานขนาดนั้น เดี๋ยวก็ตายหรอก


เจ็บนะครับพีทลูบหัวไหล่ที่โดนทำร้ายราวกับเจ็บจนแทบขาดใจ พร้อมกับถามอย่างจริงจังแล้วฉีคิดจะร้องไห้ไปถึงเมื่อไรกัน


ผมตอบไม่ได้ เมื่อนึกถึงแม่ขึ้นมาทีไร ผมห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาเม็ดใหญ่ก็พรั่งพรูออกมาเป็นสาย


พี่ชายต่างมารดาถอนหายใจด้วยความหนักอก แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำออกจากนัยน์ตาแดงช้ำพี่ต้องปลอบอีกแล้วสินะ


ความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้สามารถทดแทนความอ้างว้างในจิตใจได้ราวกับปาฏิหารย์ เด็กหนุ่มกระหวัดแขนรัดร่างเบื้องบนราวกับเด็กที่โหยหาความรักมาตลอดชีวิต และในที่สุดเขาก็ได้มา แม้จะอยู่ในฐานะพี่ชาย แต่การปลอบประโลมกลับเหมือนคู่รักที่เพิ่งวิวาห์ โรมรันลูบไล้กอดจูบด้วยแรงปรารถนา แม้จะรู้สึกผิดอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่สามารถผ่านคืนวันที่เจ็บปวดนี้ได้หากไม่มีบุคคลตรงหน้า นับตั้งวันที่เกิดเรื่องสูญเสีย หลังจากวางหูจากพี่ชายเพียงไม่กี่ชั่วโมง คนผู้นี้ก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขา ช่วยเหลือจัดการทุกอย่างในขณะที่เขายังคงว่างเปล่าราวกับร่างนี้ไม่มีจิตวิญญาณใด สิงสถิตอยู่ เคลื่อนไหวราวหุ่นยนต์


เด็กหนุ่มไม่สามารถกลับไปยังบ้านที่ยังคงมีภาพจำของมารดาอยู่ ที่นั้น พี่ชายของเขาเหมือนหยั่งรู้ความคิด หลังพิธีศพทุกคืน เขาเข้าพักที่โรงแรมของครอบครัวจิระอนันต์ บนเตียงห้องสวีทกว้างขวางของจิรานันตา เขาสองคนพี่น้องนอนกอดก่ายเบียดบดกันราวกับโลกนี้ไม่มีใครอีกแล้ว เขาไม่สามารถกล่าวโทษต่อสิ่งใดหรือใครได้ เมื่อยอมให้ร่างกายของตนให้อยู่ในมือของพี่ชายต่างมารดา เขาไม่แข็งแกร่งพอที่จะแบกรับความโดดเดี่ยวตามลำพัง เขาต้องการคนที่สามารถประคองเขาผ่านวันที่สูญเสียนี้ไปให้ได้ เป็นเขาเองที่เห็นแก่ตัว 


พี่ขอโทษเสียงนั้นพร่ำบอกที่ข้างหูในยามที่เขากำลังถูกปลอบด้วยความรักในคืนแรก ฉีอยากจะตอบกลับไปว่า เป็นตัวเขาเองที่ผิด ถ้าเพียงแค่ปฏิเสธหรือเพียงร้องห้าม เขารู้ดีว่าพี่ชายของเขาคงจะไม่ทำอะไรเกินเลย แต่เพราะความเห็นแก่ตัวที่ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทำให้เขาปล่อยตัวยินยอมให้อีกฝ่ายได้ทำเรื่องที่ผิดศีลธรรมนี้


ชายหนุ่มพยายามหักห้ามใจตนเองที่จะไม่แสดงอาการกระหายในตัวของน้องชายจนอีกฝ่ายหวาดกลัว แต่ดูเหมือนว่าจะทำได้ยากเสียเหลือเกิน ผิวเนื้อเรียบลื่นในยามที่ไล้มือสัมผัสไปทั่วเรือนร่างตรงหน้ายิ่งกระพือความต้องการภายในตัวของเขาจนอยากจะทำรักให้แหลกคามือจนสาสมกับความลุ่มหลงของเขาในยามนี้ เริ่มต้นอาจจะเป็นความต้องการปกป้อง แต่ตอนนี้กลับต้องการครอบครอง และยิ่งในห้วงเวลาแห่งการดื่มด่ำกับความสุขสมจากเรือนกายงดงามสมบูรณ์ ยิ่งอยากให้โลกหมุนช้าลง ให้เวลายืดยาวออกไปไม่รู้จบ


เขาต้องการครอบครองเด็กคนนี้ทั้งร่างกายและความรู้สึก ไม่อยากให้ส่วนใดส่วนหนึ่งหลุดรอดไปได้ ฉีจะมีเพียงเขา และคิดถึงแค่เขาเท่านั้น มันคือพรหมลิขิต คำนี้ผุดขึ้นมาในเสี้ยววินาทีที่เขาตัดสินใจว่าจะต้องได้เด็กคนนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา ทุกคืนหลังจากปลอบประโลมด้วยอารมณ์รักใคร่จนเด็กหนุ่มนั้นเหงื่อโซมกาย และหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย เขาได้แต่เฝ้ามองเสี้ยวหน้าที่นอนซุกกับอกของเขาด้วยความปรารถนาเดียวที่มีอยู่คือให้ตนเองโลดแล่นอยู่ในฝันของน้องชายต่างมารดา


฿฿฿฿฿฿฿


พี่พีทตื่นได้แล้วครับเสียงกระซิบปลุกแผ่วหวานกระทบโสตยามเช้า ชายหนุ่มงัวเงียแล้วพลิกตัวหนี ทำให้คนที่มาปลุกต้องเรียกซ้ำพี่พีท


สิ่งที่ทำให้คนที่กำลังนอนอยู่ต้องลืมตาตื่นเมื่อรู้สึกว่ามีบางสิ่งกดทับที่หน้าท้อง พีทคิดว่าถ้าเขาตายลงไปแล้วฟื้นขึ้นมาบนสวรรค์ สภาพก็คงไม่แตกต่างไปจากนี้ นับเป็นรางวัลพิเศษสำหรับเขาโดยแท้ เมื่อพบว่าน้องชายอันเป็นที่รักของเขานั้นทิ้งน้ำหนักจากร่างผอมบางลงนั่งคร่อมทับบนหน้าท้องของเขาอยู่ ใบหน้าสดใสอยู่ใกล้แค่คืบ


ครับเขาขานรับอย่างไม่เชื่อสายตา


เหมือนอ่านสายตาของคนที่นอนอยู่ออก ความคิดที่จะหยอกล้อเล่น อย่างน้อยตามประสาพี่น้อง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าการกระทำนี้เริ่มจะไม่เข้าท่าขึ้นมาทันที เมื่อเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของพี่ชายต่างมารดา เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายแล้วยกตัวขึ้นจากร่างของพี่ชาย แต่มือของอีกฝ่ายกลับไวกว่า สองมือตะปบสะโพกบางยึดไว้ไม่ให้ขยับออก


ไหนพี่พีทบอกว่าวันนี้จะตื่นแต่เช้า จะได้ออกไปทำธุระกันเด็กหนุ่มทวงสัญญาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนในขณะที่พยายามแกะมือที่เกาะกุมสะโพกออก


พีทหัวเราะเบา ในลำคออย่างอารมณ์ดีแต่ถ้าฉีปลุกพี่แบบนี้ เราอาจจะไม่ได้ออกไปทำธุระกันนะครับ


เด็กหนุ่มพยายามจะไม่สนใจประโยคที่ฟังดูลามกของพี่ชายในเมื่อพี่พีทก็ตื่นแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็ว เลย


พี่ชายต่างมารดา มองข้ามศีรษะอีกฝ่ายไปยังนาฬิกาที่ติดอยู่ข้างฝาสายแล้ว

 

ก็ใช่น่ะสิ รีบไปอาบน้ำเถอะครับ


ไหน ก็สายแล้ว อาบด้วยกันเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา


มะ...ไม่เอาครับ ผมให้พี่พีทอาบก่อนเลยนำ้เสียงละล่ำละลักพร้อมกับสีหน้าลำบากใจจนคนที่เห็นอดจะเอ็นดูไม่ได้


ชายหนุ่มยกตัวขึ้นนั่งทั้งที่ยังมีร่างของน้องชายนั่งคร่อมอยู่บนตัก ตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ระดับเดียวกับแนวบ่าของน้องชาย เขาเร่ิมปลดกระดุมเสื้อนอนเม็ดบนสุดของอีกฝ่าย แล้วไล่จูบตามแนวไหปลาร้าอย่างลุ่มหลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างประจบนะครับคนดี


พี่พีทเสียงนั้นเครือราวกับจะร้องไห้เลิกแกล้งผมเสียที


พี่ชายขมวดคิ้ว ความโรแมนติกยามเช้ากลายเป็นการรังแกน้องชายไปเสียแล้ว ในที่สุดเขาจำเป็นต้องปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ วันนี้เขาวางแผนว่าจะเข้าไปทำความสะอาดและเก็บข้าวของในบ้านของน้องชาย เขารู้ดีว่าสิ่งของบางอย่างนั้น ถ้าเห็นก็อาจจะทำให้ระลึกถึงคนที่จากไป แต่ถ้ายิ่งปล่อยให้เนิ่นนานไป บาดแผลที่เขาพยายามจะเยียวยาก็อาจจะเปิดออกและทำให้เจ็บปวดได้อีก


บ้านพร้อมที่ดินในทำเลดีแบบนั้นคงจะต้องรักษาไว้ อย่างน้อยก็เป็นทรัพย์สินของฉี และดูเหมือนเจ้าตัวก็ปรารถนาที่จะอยู่ในบ้านหลังเดิม แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะให้น้องชายอยู่บ้านนั้นเพียงลำพัง ช่วงนี้เขารู้สึกพะว้าพะวังอยู่ไม่น้อยเพราะมารดาเมื่อทราบว่าเขากลับมาที่เมืองไทยก็โทรศัพท์มาตามตัวเขาทุกวัน เพราะเขาไม่ได้ปรากฎตัวให้มารดาได้เห็น แม้ว่าเขาจะให้เหตุผลที่ต้องดูแลจัดการเรื่องงานศพของภรรยาอีกคนของบิดาที่เสียไปแล้วว่า เขาต้องดูแลน้องชายต่างมารดา


((ผู้หญิงคนนั้นแย่งป๊าไปจากม๊า แล้วเด็กคนนี้ยังจะแย่งพีทไปจากม๊าอีก)) น้ำเสียงของมารดาของเขานั้นเต็มไปด้วยความน้อยใจ จนเขาต้องรีบอธิบาย


ไม่ใช่นะครับม๊า แต่พีทเห็นว่าฉีไม่เหลือใครอีกแล้ว อย่างน้อยเขาก็เป็นน้องชายของพีท ดังนั้นพีทควรจะดูแลและรับผิดชอบเขา


((แล้วม๊าล่ะพีท ทำไมพีทไม่เห็นใจม๊าบ้าง ม๊าเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่พีทกลับไปเข้าข้างคนที่ทำร้ายน้ำใจม๊า))


ม๊าครับ เรื่องของป๊ากับผู้หญิงคนนั้น พีทเห็นใจม๊าอยู่แล้ว แต่ฉีเขาไม่ได้ทำผิดอะไร ดังนั้นให้พีทได้ทำหน้าที่พี่ชายนะครับ


((แล้วหน้าที่ของลูกล่ะพีท พีทเองก็ยังเรียนไม่จบ รีบกลับไปเรียนเถอะ))


ครับ ผมรู้หน้าที่ผมดีครับ ไว้ผมสะสางเรื่องทางนี้เรียบร้อย ผมจะรีบกลับไปเรียนให้จบ เพื่อจะได้กลับมาช่วยงานโรงแรม


((พีท))


ครับม๊า


((ถ้าพวกเราอยู่ที่ฮ่องกง แล้วไม่กลับมาล่ะ พีทจะว่ายังไง))


ชายหนุ่มนิ่งขึง เขาเคยมีความคิดนี้เมื่อก่อนหน้าที่ความวุ่นวายของครอบครัวใหญ่ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของใครต่อใครหลายคน ทำให้อยากหลีกหนีและไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่ในวันนี้เขามีคนสำคัญที่เขาต้องการดูแล จนเขาไม่สามารถปล่อยให้ห่างกายไปได้แม้แต่วันเดียว แต่เรื่องนี้เขาไม่สามารถเปิดเผยให้ใครล่วงรู้ได้เป็นอันขาด


เรื่องนั้นพีทยังไม่อยากคิดตอนนี้ครับ


((ม๊ารักพีทนะ เรื่องนี้พีททำให้ม๊าไม่ได้หรือ?))


ครับ พีทรู้ว่าม๊ารักพีท แต่พีทก็ไม่อยากทิ้งกิจการโรงแรมของป๊า ให้พีทได้ช่วยครอบครัวของเราบ้างเถอะนะครับ


ชายหนุ่มลอบระบายลมหายใจอย่างหนักหน่วงหลังวางสายจากมารดา ไม่เพียงที่จะไม่สามารถให้มารดาล่วงรู้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงของเขากับน้องชายต่างมารดาได้ แต่คนอื่น ก็ไม่ควรรับรู้เรื่องราวนี้ เพราะเขารู้ดีว่าสังคมย่อมไม่ยอมรับความสัมพันธ์ที่ผิดขนบของเขาและน้องชาย


๕๕๕๕๕๕๕


เขาไม่เคยคิดเลยว่าบ้านที่ไม่มีคนอยู่แค่ไม่ถึงสัปดาห์กลับดูไร้ชีวิตชีวาได้ถึงเพียงนี้ ใบไม้แห้งที่กลาดเกลื่อนเต็มลานบ้านเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเท่าใดนั้นเมื่อได้พบเห็นเพราะทำให้รู้สึกถึงการละทิ้งและไม่ใส่ใจ เด็กหนุ่มเดินลากเท้าเข้าไปในบ้านอย่างเลื่อนลอย แม้คิดว่าจะทำใจได้แล้วก็ตาม แต่เมื่อต้องกลับมายังบ้านที่เขาเติบโตมาด้วยความรักของมารดาที่อ่อนโยน ที่บัดนี้ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มของแม่ที่จะจรรโลงใจและเป็นแรงผลักดันในชีวิต


ฉี พี่ว่าจะโทรติดต่อใช้บริการทำความสะอาดบ้าน ดีไหม?” พี่ชายต่างมารดาถามเขาราวกับจะขออนุญาตผู้เป็นเจ้าของบ้าน หลังจากกวาดสายตามองไปโดยรอบตัวบ้านที่ดูเหมือนว่าจะเวิ้งว้างกว้างใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นมาตลอดทั้งชีวิต 


แล้วแต่พี่พีทก็แล้วกันเด็กหนุ่มพูดเสียงเบา ขณะก้มลงเก็บของบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้น หากแต่เมื่อหยิบมันขึ้นมา ความโหยหาอาทรกลับจู่โจมเข้าสู่หัวใจอันบอบบางทันที


พีทดึงผ้าเนื้อนุ่มในมือของน้องชายออกจากมือเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่แปรเปลี่ยนไป มือขาว พยายามยื้อกลับ


พี่พีท ผ้าของแม่...” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


ผู้เป็นพี่ชายมองคนตรงหน้าแล้วรู้สึกเวทนาขึ้นมาจับใจ เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของคนที่เขารัก ใบหน้าของน้องชายเขาควรจะต้องมีแต่รอยยิ้มเมื่ออยู่กับเขาเท่านั้น


อย่างนี้ฉีจะอยู่บ้านนี้ได้อย่างไรกัน


ผมจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะครับ ที่นี่เป็นบ้านของผม สักพักน่าจะชินตอนท้ายเจ้าตัวพยายามฝืนยิ้ม


พี่อยากอยู่เป็นเพื่อนฉี แต่พี่ยังต้องกลับไปเรียน


หัวใจของเขาถึงกับวูบโหวง แต่เด็กหนุ่มก็ยังกล้ำกลืนฝืนความรู้สึกแล้วพยักหน้าผมเข้าใจ พี่พีทไปเถอะ ผมดูแลตัวเองได้


จู่ ชายหนุ่มก็ทำหน้าเคร่งฉีเข้าใจพี่จริงหรือ?”


น้องชายต่างมารดาเบือนหน้าไปอีกทาง จะให้เขาทำอย่างไร ร้องขอให้อีกฝ่ายอยู่เคียงข้างเขา ยื้อไว้ราวกับเด็กเล็กที่ไม่รู้ความอย่างนั้นหรือ เขาไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรแบบนั้นเข้าใจสิครับ พี่พีทมีธุระต้องไปทำ ผมเข้าใจ แล้วก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรด้วย แค่พี่พีทอยู่ดูแลงานศพของแม่ให้จนเสร็จ ก็เป็นพระคุณอย่างสูงแล้ว


ถ้าฉีเข้าใจคงไม่พูดอย่างนี้


แล้วถ้าผมเข้าใจผิด พี่พีทก็บอกสิครับว่าช่วยเหลือผมเพราะอะไรในหัวใจของเด็กหนุ่มนั้นปรารถนาสิ่งที่จะเชิดชูหล่อเลี้ยงหัวใจด้วยคำตอบจากชายตรงหน้า


ทุกคืนที่เรานอนด้วยกัน ฉียังไม่รู้คำตอบอีกหรือ?”


เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากคล้ายสะกดกลั้นความรู้สึกภายใน คำบอกรักที่พร่ำบอกข้างหูในยามที่อารมณ์ใคร่พาไป เขาควรจะเชื่อได้จริงหรือ ทำไมแค่คำนั้นคำเดียว ทำให้เขาลืมความผิดชอบชั่วดีทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้องเรื่องที่เขาสองคนเป็นเพศเดียวกันหรือมีความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องแล้วจะให้ผมเข้าใจไปว่าอย่างไรล่ะครับ พี่พีทช่วยผมเพราะสงสารที่ตอนนี้กำพร้าไม่มีทั้งพ่อและแม่ ถือเป็นการทำทานให้กับคนที่เป็นน้องชายต่างแม่ ซึ่งผมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากเรื่องบนเตียง


ฉีเสียงนั้นลดต่ำราวกับกำลังจะดุคนตรงหน้า เขาทำขั้นตอนใดผิดพลาด ทั้งที่เขาเปิดเผยความรู้สึกทุกอย่างให้น้องชายต่างมารดาได้รับรู้ไปหมดสิ้นแล้ว ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่รับรู้ว่าเขารักมากมายขนาดไหน


เสียงโทรศัพท์โทรเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา เขาเหลือบมองชื่อคนที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอ ก่อนจะกดรับสาย


พี่เล็กมีอะไรหรือเปล่าครับเขาถามหญิงที่ดูแลบ้านที่อยู่ปลายสาย


((วันนี้ม๊าคุณพีทดูเหมือนอาการจะไม่ค่อยดีเลยค่ะ เห็นบ่นว่ามึน หัวมาหลายวันแล้ว พี่อยากให้คุณพีทพาไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจ))


พี่เล็กให้พี่แมวเอารถออกไปส่งม๊าได้เลยครับ เดี๋ยวพีทตามไปที่โรงพยาบาล


((แต่ม๊าคุณพีทไม่ยอมไปไหนสิคะ บอกว่าจะรอคุณพีท))


ชายหนุ่มมองหน้าน้องชายต่างมารดาที่กำลังเดินเก็บข้าวของที่ไม่จำเป็นในห้องรับแขก ทั้งที่ยังคุยกันไม่เข้าใจแต่ทางบ้านของเขาก็จำเป็นไม่แพ้กันงั้นเดี๋ยวพีทไปที่บ้านรับม๊าไปโรงพยาบาลเอง


เขากดวางสาย แล้วพยายามโทรกลับหามารดาของตน หากแต่ปลายสายเหมือนปิดเครื่องอยู่ ไม่สามารถติดต่อได้ ก็ยิ่งทำให้เขาร้อนใจ


ฉี เดี๋ยวพี่มา รอพี่นะ


น้องชายของเขาพยักหน้ารับรู้ครับ ขับรถดี นะครับ


ชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ก็คิดว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ เขาจึงบอกกับตัวเองว่า หลังจากเสร็จธุระเรื่องอาการป่วยของมารดาของตนแล้ว จะต้องอธิบายกันให้รู้เรื่องเสียที


๖๖๖๖๖๖๖๖


ถ้าสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ เขาจะไม่ยอมละสายตาจากน้องชายอันเป็นที่รักไปแม้แต่วินาทีเดียว เพราะเมื่อเขากลับไปถึงบ้านกลับพบว่าที่บ้านไม่มีมารดาของตนที่มีอาการเจ็บป่วยรออยู่ มีแต่คำบอกเล่าของพี่เล็กว่าเจ้าตัวออกไปทำธุระ


จริงนะคะ พี่เล็กไม่ได้โกหก เมื่อตอนเช้าม๊าของคุณพีทให้พี่เล็กโทรไปบอกคุณพีทว่าอยากไปหาหมอ แต่รอให้คุณพีทพาไป


แล้วทำไมม๊าไม่อยู่รอที่บ้าน?” เขาถามอย่างหงุดหงิด


หญิงดูแลบ้านหน้าเสียพี่เล็กเองก็ไม่ทราบค่ะ ม๊าคุณพีทออกจากบ้านไปตอนไหน พี่เล็กยังไม่รู้เลยค่ะ


ตอนนี้เองที่เขาเริ่มฉุกคิดถึงเรื่องบางอย่าง พีทรีบกดโทรศัพท์หาน้องชายต่างมารดา หากแต่กลับโดนกดสายทิ้ง ชายหนุ่มได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอีกฝ่ายอาจจะยังโกรธเขาอยู่


แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านของน้องชาย ทุกอย่างยังคงเดิมเหมือนตอนเช้าที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในบ้าน เว้นแต่ตอนนี้เขาไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของเจ้าของบ้าน และมอเตอร์ไซด์คันนั้นไม่อยู่แล้ว


ด้วยยานพาหนะแบบนั้น สามารถไปได้ไกลขนาดไหนเขาไม่อาจประมาณได้ โดยเฉพาะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะไปที่ไหน แต่ก็ร้อนรนเกินกว่าจะนั่งอยู่เฉย เขาพยายามติดต่อด้วยโทรศัพท์ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายสาย ท้ายสุดเขาก็เปลี่ยนเป็นโทรศัพท์หามารดาของตน ซึ่งครั้งนี้มีเสียงตอบกลับ


ม๊าเขาพยายามจะลดความร้อนรนในกระแสเสียงของตนตอนนี้ม๊าอยู่ที่ไหน?”


((ม๊าก็อยู่ที่บ้านน่ะสิ))


แล้วก่อนหน้านี้ พีทไปที่บ้านแล้วไม่เจอ ม๊าไปที่ไหนมา


((ม๊าก็มีธุระของม๊าเหมือนกัน))


ชายหนุ่มพยายามสะกดโทสะที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมา เมื่อคิดว่าธุระของมารดาคืออะไรม๊าให้พี่เล็กบอกว่าไม่สบาย ให้พีทกลับไปที่บ้าน แล้วม๊าออกไปทำธุระอะไร


((ม๊าไม่จำเป็นต้องบอก))


เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพีท ม๊าจะไม่บอกก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของฉี มันเกี่ยวข้องกับพีทโดยตรง พีทถามตรง ม๊ามาที่บ้านนี้ใช่ไหม?”


((มันคงฟ้องพีทล่ะสิ))


ในที่สุดเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องทุกอย่างได้ม๊าพูดอะไรกับฉี


((มันล่อลวงพีท เหมือนที่แม่ของมันทำกับป๊า)) เสียงของมารดาเขาน้ันคร่ำครวญด้วยความเจ็บช้ำเกินกว่าที่จะคาดคั้นต่อ


ม๊าครับ พีทรักม๊านะครับ และพีทอยากให้ม๊ารักคนที่พีทรักด้วยเขาจบบทสนทนาด้วยการกดวางสาย ก่อนจะทรุดตัวนั่งบนโซฟาอย่างเจ็บปวดในใจ


๕๕๕๕๕๕๕

ในยามดึกสงัด รั้วบ้านถูกเปิดออกช้า เด็กหนุ่มที่กำลังเข็นมอเตอร์ไชด์คู่ชีพของตนเข้าจอดเหลือบมองรถยนต์ที่จอดอยู่บนลานบ้านด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ความโมโหกราดเกรี้ยวที่พยายามสะกดไว้ขณะคุยกับผู้หญิงคนนั้น ถูกระบายออกด้วยการขับรถมอเตอร์ไซด์ห้อตะบึงไปบนท้องถนน สู่สถานที่ที่ไม่คุ้ยเคยและไม่ได้จดจำ ตะโกนกู่ก้องให้ความอึดอัดในใจได้ถูกระบายออกไปบ้าง จวบจนเหนื่อยหอบและอ่อนเพลียจึงตัดสินใจกลับมาสู่ยังสถานที่ที่เป็นของตน ก่อนจะพบว่าคนที่เป็นต้นเหตุของทุกสิ่งยังคงรอเขาอยู่ในบ้าน


ทำไมพี่พีทไม่เปิดไฟเขาเอ่ยปากทักคนที่เห็นเป็นเงาตะคุ่มอยู่ในบ้าน


แล้ววินาทีนั้นเองที่ร่างของพี่ชายของเขาก็โถมเข้ากอดจนเขาแทบหายใจไม่ออก ไม่มีคำพูดใด ที่สามารถอธิบายความโหยหาจากอ้อมกอดนี้ได้เลย เขาเองแม้จะพยายามหาเหตุผลเพื่อจะตัดใจจากชายตรงหน้า แต่เมื่อได้พบกันแล้วก็กลับลืมเลือนเหตุผลที่พยายามคิดเอาไว้ไปจนหมดสิ้น ไม่ต้องมีบทสนทนาที่เยิ่นเย้อและยืดเยื้อ มีเพียงรสสัมผัสจากริมฝีปากที่อุ่นร้อน มันนาบไปทุกพื้นผิวบนร่างของเขาด้วยแรงปรารถนาราวกับหิวโหยมาเป็นแรมปี และท้ายสุดเขาก็ถูกกลืนกินโดยพี่ชายของตนอย่างสมยอมและเต็มใจ


ภายหลังที่พายุแห่งความใคร่สงบลง สองร่างยังคงกอดก่ายกันบนโซฟาในห้องรับแขก แลกจูบกันไปมาเหมือนไม่รู้จักอิ่มและพอ แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ห่างหายกัน พีทรู้สึกเหมือนเนิ่นนานจนเขาแทบจะขาดใจตายด้วยความคะนึงหา


คิดว่าฉีจะไม่กลับมาหาพี่อีกแล้วเขาพร่ำบอกและพรมจูบไปทั่วด้วยความสิเน่หา มารดาของเขาพูดถูกอยู่อย่างหนึ่งที่ว่าเขากำลังถูกเด็กคนนี้ล่อลวง เพราะเขาลุ่มหลงเด็กคนนี้จนจินตนาการไม่ได้ว่า หากไม่ได้กอดรัดและสัมผัสอย่างที่เป็นอยู่นี้ เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร


ผมกลับมาที่บ้าน ไม่ได้มาหาพี่พีทสักหน่อยริมฝีปากได้รูปสวยยกยิ้มอย่างยั่วเย้า จนคนที่เห็นอดที่จะจูบริมฝีปากน่ารัก แบบน้ันไม่ได้


พี่โกรธมากที่ฉีทิ้งพี่ไป แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือโกรธที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องคนที่พี่รักที่สุดได้


พี่พีทสองมือบางประกบใบหน้าของพี่ชาย แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายแล้วพูดอย่างจริงจังผมไม่ได้อ่อนแออย่างที่พี่เข้าใจ ผมไม่ได้ต้องการการปกป้อง ผมแค่ต้องการคนที่รักผมเท่านั้นเอง แม้ว่าผู้หญิงคนนั้น...ผมหมายถึงแม่ของพี่หรือคนอื่นจะพูดอะไร ก็ทำอะไรผมไม่ได้หรอก แค่พี่พีทรักผมเท่านั้น ผมก็ไม่จำเป็นต้องฟังใครอีกต่อไปแล้ว


ตอนนี้เองที่พีทรู้ทันทีว่าเขาอาจจะรักน้องชายคนนี้น้อยกว่าที่อีกฝ่ายรักเขาเสียอีก หัวใจของเขาพองโตราวกับสามารถกุมโลกไว้ได้ในกำมือ ทุกอย่างในชีวิตไม่มีค่าเทียบเท่าคนตรงหน้าได้เลย



END

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เมืองหล้า จากทั้งหมด 12 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 03:08

    แงงงง เก่งมาเจ้าฉีน้อยยย กลัวใจน้องจะโดนคริสว่าแล้วหนีเตลิดไป ยังดีที่คิดแบบนี้

    อยากให้มีต่ออีกจังค่ะ มีอีกมั้ยย

    #6
    0
  2. #5 -1234-
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 09:12

    ทำไมมันดีแบบบนั้้้้้้ อ่านแล้วใจฟูมากเลย ฮือออออออ น้อนนนฉีีีีี น่ารัก เข้มแข็ง มีอีกคนมั้ย ฮือออ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีงามนี้นะคะ

    #5
    0
  3. วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:33

    โอยยยยยยว มันดีต่อใจมากๆ ทั้งความรักของพี่พีทและความเข้มแข็งของน้องฉี เป็นกำลังใจให้นะคะ อยากอ่านงานเรื่องต่อๆไปเลยค่าาาา ????❤️????????

    #4
    0
  4. #3 PSSP
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 17:45

    โอ้มายก้อดดดมันดีมั่กมากก //เอามือกุมใจ

    #3
    0
  5. วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:23

    รอติดตามนะคะ ไรท์สู้ๆ

    #2
    0
  6. วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 09:45

    มีความสุขมากกกกกกกกกกค่า ดีใจจริงๆที่แต่งต่อ อ่านไปกลัวไป กลัวน้องฉีจะทิ้งพี่พีทไปจริงๆ ค่อยโล่งหน่อยที่น้องไม่ทำได้ลงคอ อิ่มเอมมากมายกับความรักของทั้งคู่ ชอบมากเลยค่ะทั้งเนื้อเรื่องทั้งสไตล์การเขียน หากจะเขียนไปเรื่อยๆก็จะตามอ่านนะค้า ดีต่อใจเหลือเกินค่ะ ;)

    #1
    0