war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,607 Views

  • 392 Comments

  • 1,258 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    979

    Overall
    19,607

ตอนที่ 14 : บทที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            คำพูดของซือหยวนดึงความสนใจของซูยี เพราะทุกวันนี้เขารู้สึกหวาดระแวงทั้งยามกลางวันและกลางคืน ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่จะถูกหวางเอี๋ยนซูจะบังคับขืนใจ ซึ่งมีทางเดียวที่จะหลบเลี่ยงได้มีแค่ความตายเท่านั้น แต่ถึงซูยีคิดจะตายก็ไม่อาจทำได้ตามใจ เพราะเกรงว่าหวางเอี๋ยนซูจะนำความแค้นไปลงกับประชาชนชาวฉี

            ซือหยวนยิ้มเยือกเย็นแล้วกล่าว “แม่ทัพซู ผู้น้อยไม่ได้ทำเพื่อท่าน พี่ชายของผู้น้อยตายด้วยเงื้อมมือของท่านในสมรภูมิรบ ผู้น้อยจึงแค้นท่านมาก ที่ให้แนะนำในวันนี้ ผู้น้อยปรารถนาที่จะให้ท่านหลุดพ้นจากตำแหน่งคนโปรดขององค์จักรพรรดิ์ ผู้น้อยรับใช้แม่ทัพหยูไปรบกับแคว้นฉี ท่านคงแค้นผู้น้อยเข้ากระดูกดำ หากแผนการนี้สำเร็จ แม่ทัพซูไม่จำเป็นต้องสำนึกบุญคุณของผู้น้อย”

            คำพูดเปิดเผยเต็มไปด้วยความหนักแน่นของหญิงสาว ทำให้ซูยียอมรับนับถืออยู่ไม่น้อย เขาถึงกล่าวตอบด้วยความสำรวม “ขอให้เจ้าชี้แนะ ซูยีจะทำตามอย่างเชื่อฟัง”

            เป็นครั้งแรกที่ซือหยวนเผยรอยยิ้มจริงใจ ทำให้ใบหน้างดงามสว่างสดใส “ดีที่ท่านเห็นด้วยกับผู้น้อย แต่ถึงแม้ท่านจะกลายเป็นคนโปรดของฝ่าบาทจริง ผู้น้อยก็จะทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อหาทางทำร้ายท่าน เมื่อถึงตอนนั้นอย่าได้โทษผู้น้อยที่ใช้วิธีต่ำช้า” ซือหยวนจ้องหน้าคู่สนทนาแล้วกล่าวต่อ “ท่านเป็นคนเฉลียวฉลาด ทราบเหตุผลที่ฝ่าบาททรงโปรดท่านหรือไม่?”

            ซูยีคิดในใจ ถ้าข้ารู้ก็คงจะหาหนทางที่ทำให้หวางเอี๋ยนซูเกลียดข้าได้

            เหมือนซือหยวนจะอ่านความคิดของอีกฝ่ายออก หญิงสาวหัวเราะคิกคัก “ท่านเป็นบุรุษย่อมไม่รู้เรื่องละเอียดอ่อน ท่านทราบหรือไม่ว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนสนใจประการหนึ่งก็คือความขัดแย้ง ยิ่งท่านต่อต้านขัดขืนฝ่าบาท พระองค์ก็ยิ่งเข้าหาเพื่อต้องการเอาชนะ ที่ท่านต้องทำก็คือโอนอ่อนผ่อนตาม ไม่นานฝ่าบาทก็จะทรงเบื่อหน่ายและเลิกสนใจท่าน”

            ดวงตาของซูยีเบิกกว้าง วาจาถึงกับตะกุกตะกัก “นี่เจ้าต้องการให้ข้าแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเขา เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้ ลูกผู้ชายฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ เขาทำลายแผ่นดินฉี แล้วยังจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือต่อรองทำร้ายประชาชนชาวฉี เรื่องจะให้ข้าโอนอ่อนผ่อนตามเช่นนั้น ย่อมทำไม่ได้”

            ซือหยวนหัวเราะเป็นเชิงเยาะ “ต่อให้ท่านไม่แสดงความอ่อนแอให้ฝ่าบาทเห็น ท่านคิดหรือว่าท่านจะไม่ถูกฝ่าบาทหยามเกียรติย่ำยี ขออภัยที่ผู้น้อยอาจจะพูดจาไม่เสนาะหู สำหรับบุรุษที่ถูกใช้แทนสตรี แม้จะเป็นการบังคับขืนใจ ก็น่าอับอายไม่ผิดแผกกัน แค่ท่านแสร้งทำเป็นยินยอม ไม่นานนักฝ่าบาทก็จะทรงหมดความสนใจในตัวท่าน พระองค์อาจจะฆ่าท่าน หรือกักขัง หรือปล่อยตัวไป ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไรก็ย่อมดีกว่าที่ท่านเผชิญอยู่ในตอนนี้มิใช่หรือ? ที่ซือหยวนคิดจะพูดก็พูดไปหมดแล้ว ที่เหลือก็ขอให้แม่ทัพซูใคร่ครวญเองเถิด” พอกล่าวจบ หญิงสาวก็ยืนขึ้นแล้วเดินออกจากสวนดอกไม้โดยไม่หันหลังกลับมามอง

            ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในสมองของซูยี ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าคำพูดของซือหยวนมีน้ำหนัก โดยปกติเขามักจะภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของตน แค่คิดว่าจะต้องแสดงละครตบตาหวางเอี๋ยนซูว่าอ่อนแอต่อหน้ามันเขาก็แทบทนไม่ได้ แต่ถ้าไม่แสดงความอ่อนแอเขาก็จะไม่สามารถหนีจากสภาพเลวร้ายนี้ได้ ขณะที่จมอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “เจ้าคิดอะไรอยู่ ข้าส่งเจ้าออกมาข้างนอกต้องการให้ได้รับแสงแดดบ้าง ตอนนี้พระอาทิตย์ตกไปแล้วทำไมเจ้ายังนั่งอยู่ข้างนอก หรือเจ้าคิดจะทำให้ตัวเองป่วยไข้ ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ไม่อนุญาตให้เจ้าป่วยไข้อีกแล้ว”

            ซูยีเงยหน้ามองคนพูด พบว่าหวางเอี๋ยนซูยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้า ร่างผอมบางของซูยีถูกช้อนขึ้นด้วยมือใหญ่ เสียงหัวเราะของหวางเอี๋ยนซูดังลั่น “เจ้าต้องกินเพื่อเพิ่มน้ำหนักอีก แต่ตอนนี้ข้าก็ต้องการกินแล้วเช่นกัน”

            ซูยีจ้องเข้าไปในดวงตาของหวางเอี๋ยนซูที่ตอนนี้คล้ายกับสุนัขป่าหิวโหย ถึงแม้ซูยีจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของกามารมณ์และความรักเท่าใดนัก แต่เมื่อต้องถูกหวางเอี๋ยนซูลวนลามอยู่ร่วมเดือน จึงเข้าใจนัยที่ซ่อนอยู่ในสายตานั้น แม้จะหวาดหวั่นแต่ก็พยายามทำใจให้เยือกเย็น แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ปล่อยข้าลงก่อน ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่าน”

            น้ำเสียงของซูยีไม่ได้แสดงถึงความอับอายหรือลำบากใจ ทำให้หวางเอี๋ยนซูรู้สึกประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาซูยีต้องดิ้นรนหรือขัดขืน หวางเอี๋ยนซูจึงวางร่างนั้นลง “เจ้าต้องการพูดเรื่องอะไร หรือเจ้าเห็นถึงความดีงามของข้า จนอยากจะสารภาพรักกับข้า?” ภายหลังพูดจบ หวางเอี๋ยนซูก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน เห็นได้ว่าเจ้าตัวคิดว่าเรื่องที่ซูยีจะโอนอ่อนต่อมันล้วนเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันเข้าไปยังเรือนประทับ หวางเอี๋ยนซูสั่งนางกำนัลเตรียมน้ำชาและขนมหวาน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หวางเอี๋ยนซูเอ่ยถาม “เจ้ามีอะไรจะบอกข้า?”

            ซูยีลังเลอยู่พักหนึ่งและคิดในใจ ถ้าให้ข้าต้องหมอบคลานและขอความเมตตาคงทำไม่ได้ แต่ถึงไม่ทำก็ต้องโดนหยามเกียรติอยู่ดี ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ ที่ทำได้ก็คงจะเป็นการบอกความรู้สึกที่แท้จริง การชื่นชมมันถือว่าเป็นการแสดงความอ่อนแอชนิดหนึ่ง เมื่อมันได้ฟังก็อาจจะหมดความสนใจในตัวข้า

            คิดได้ดังนั้นจึงกล่าวออกไปว่า “หวางเอี๋ยนซูเราทั้งสองต่างก็ถูกฟ้ากำหนดให้เป็นศัตรูกัน จากวันที่จักรพรรดิ์จินเหลียวพระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ในสนามรบที่ข้าเป็นผู้นำทัพ ตอนนี้ท่านจับตัวข้ามาและทำลายต้าฉีก็เพื่อแก้แค้นให้กับบิดาของท่าน เพราะแผ่นดินของข้าถูกท่านทำลาย ข้าจึงเกลียดท่านเข้ากระดูกดำ และดูเหมือนว่าความคับข้องใจและความเกลียดชังของเราทั้งคู่ยิ่งนานวันยิ่งมากขึ้น ซูยีนั้นเป็นคนไร้ความสามารถ แต่ไม่ว่าความสามารถใดที่ข้ามีก็ไม่อาจใช้มันเพื่อรับใช้ศัตรูที่ทำลายแผ่นดินของตนได้ ท่านเข้าใจหรือไม่ว่าข้าไม่สามารถสวามิภักดิ์ต่อท่านได้ ไม่ว่าท่านจะใช้วิธีใดก็ตาม ขอให้ท่านล้มเลิกความตั้งใจนี้เสีย แต่...”

ใบหน้าของหวางเอี๋ยนซูไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เขายกถ้วยชาขึ้นจิบพร้อมกับคิดตามคำพูดของอีกฝ่าย “แต่อะไร?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #258 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 14:51

    เป็นวิธีที่ดูย้อนแย้ง 55555 ผลจะออกมาเป็นยังไงหนอ

    #258
    0
  2. วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 15:00
    แต่อะไรนะ
    #185
    0
  3. #96 403 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 22:56

    จ้าชะนีแนะนำได้ดีเชียว

    #96
    0