war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,900 Views

  • 395 Comments

  • 1,272 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,272

    Overall
    19,900

ตอนที่ 15 : บทที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีมองหน้าหวางเอี๋ยนซูและลดเสียงลง “แต่...ถึงจะเป็นเช่นนั้น ข้าก็ยัง...นับถือท่านจากใจจริง” การที่ต้องเปิดเผยความคิดเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับซูยี  หวางเอี๋ยนซูเลิกคิ้วแล้วจ้องหน้าซูยี แต่ซูยีกลับไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย

            ซูยีหลับตา สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วพูดต่อ “นับตั้งแต่ท่านขึ้นครองราชย์ แผ่นดินจินเหลียวก็เจริญรุ่งเรือง แม้ท่านต้องการแก้แค้นก็ยังเลือกที่จะสะสมกำลังพลและไม่ส่งกองทหารมาที่ชายแดนถึงสามปี แสดงถึงความยับยั้งชั่งใจไม่ใจเร็วด่วนได้ และเพื่อรวบรวมข้อมูลทางการทหารในค่ายของข้า ท่านแทรกซึมเข้ามาที่ค่ายทหารด้วยตนเองตามลำพัง ไม่มีใครคาดคิดว่าท่านจะทำเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนี้ แม้ว่าท่านจะเป็นศัตรูแต่ข้าก็อดที่จะชื่นชมความกล้าหาญของท่านไม่ได้ ตอนนี้ข้าถูกจับมาที่จินเหลียว ได้เห็นว่าแผ่นดินของจินเหลียวนั้นแม้จะหนาวเย็นแห้งแล้ง แต่การบริหารกิจการบ้านเมืองกลับเป็นระเบียบเรียบร้อยมีเพียงโอรสสวรรค์ที่สามารถทำได้ แม้ว่าข้าจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ท่านปฏิบัติต่อนักโทษประหาร แต่ข้าก็เข้าใจว่าท่านต้องการสอนให้คนของท่านรู้ว่าคนเราไม่ควรสิ้นหวัง ถ้าไม่ทำเช่นนี้ชาวจินเหลียวคงไม่สามารถฟื้นคืนในเวลาอันรวดเร็วจากสงครามเมื่อสามปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม ข้าขอบคุณท่านที่ไม่ให้ทหารรังแกประชาชนผู้บริสุทธิ์ของต้าฉี แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่าน ซูยีเคารพท่านด้วยใจจริง ข้าเคยคิดว่าถ้าต้าฉีมีผู้นำเช่นท่าน คงไม่ประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ หวางเอี๋ยนซู ทุกคำที่ข้าพูดออกไปล้วนมาจากใจของข้า แม้ข้าไม่อาจสวามิภักดิ์ต่อท่าน และไม่อาจให้ท่านใช้ความสามารถของข้า อย่าได้หาวิธีอื่นใดให้ข้ายินยอมอีกเลย ยิ่งท่านใช้เวลากับข้ามากเท่าใดท่านจะยิ่งขัดเคืองมากขึ้น ข้าเป็นนักโทษของท่าน ถ้าท่านเมตตาให้ข้าตกตายตามชะตาแผ่นดินของตัวเอง เมื่อซูยีไปถึงปรโลกก็จะสำนึกบุญคุณไม่รู้ลืม”

            ซูยีกล่าวคำพูดพวกนี้อย่างรวดเร็ว เมื่อพูดจบก็ช้อนตาขึ้นสบกับหวางเอี๋ยนซู แต่ก็พบเห็นเพียงใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก สักพักใบหน้านั้นก็จุดประกายยิ้มที่มุมปากก่อนจะระบายยิ้มไปทั่วหน้า ซูยีลอบถอนหายใจเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายพึงพอใจกับคำพูดเหล่านั้น นั่นย่อมแสดงว่าต่อไปมันคงไม่มาตอแยเขาอีกแล้ว

            หวางเอี๋ยนซูเอ่ยปาก “ในเมื่อเจ้าบอกความในใจของเจ้าไปแล้ว ข้าก็มีเรื่องที่จะบอกเจ้าเช่นกัน เดินมาตรงนี้”

            ซูยีรู้สึกว่าสถานการณ์นั้นเริ่มเป็นไปตามที่ตนต้องการ เขารู้ดีว่าเมื่อพูดคำเหล่านั้นออกไป เขาก็อาจจะประสบชะตากรรมล่มสลายเฉกเช่นแผ่นดินของเขา หวางเอี๋ยนซูและเขาอาจจะเห็นอกเห็นใจกัน แต่ศัตรูก็ย่อมเป็นศัตรูอยู่วันยังค่ำ ในเมื่อเขาไม่ยินยอมสวามิภักดิ์ และหวางเอี๋ยนซูก็ไร้เมตตา คิดถึงตอนนี้ความรู้สึกที่แบกรับภาระไว้บนไหล่หนักอึ้งก็เหมือนถูกยกออก ถ้าหวางเอี๋ยนซูไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาแล้ว ชีวิตของเขาก็คงไม่มีค่าอะไร เสียดายเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ได้ตายในสนามรบในวันนั้น

            ขณะคิดเรื่องนี้ในใจ ซูยีก็เดินเข้าไปหาหวางเอี๋ยนซู ทันใดนั้นหวางเอี๋ยนซูก็กระชากตัวซูยีที่ไม่ทันระวังลงมานั่งบนตัก แล้วกอดรัดร่างผอมบางไว้ในอ้อมกอด ซูยีพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่มือที่รัดรวบไว้รอบเอวนั้นแน่นหนาจนไม่สามารถสลัดหลุดได้ หวางเอี๋ยนซูแนบใบหน้าตนกับใบหน้าของอีกฝ่าย “อย่าเพิ่งขยับ ข้าบอกแล้วว่ามีเรื่องจะบอกต่อเจ้า”

            ซูยีกล่าวอย่างร้อนรน “มีเรื่องอะไรท่านก็บอกมา แต่ปล่อยข้าก่อน ที่ข้าพูดไปยืดยาวนั่นไร้ประโยชน์หรืออย่างไร”

            หวางเอี๋ยนซูยิ้มแย้มแล้วลูบไล้ใบหน้างดงามของซูยี “ไม่ไร้ประโยชน์แม้แต่น้อย ข้าไม่เคยรู้ว่าเจ้าคิดกับข้าอย่างไร แต่ตอนนี้ก็รู้แล้ว”

            ยิ่งซูยีดิ้นรนขัดขืน หวางเอี๋ยนซูก็ยิ่งรัดร่างในอ้อมกอดแน่นขึ้น “ซูซู เจ้าเป็นแม่ทัพแต่ไม่เคยข้องเกี่ยวกับราชสำนักจึงไม่รู้ว่าการเป็นจักรพรรดิ์นั้นยากเย็นเพียงใด แม้จะได้รับการเคารพยกย่องแต่กลับไม่เคยได้ยินความจริง แม้จะอำนาจล้นฟ้าแต่ไม่รู้เลยว่ารอบข้างนั้นมีผู้ใดที่จริงใจบ้าง จักรพรรดิ์เป็นบุคคลที่เปล่าเปลี่ยวที่สุดในโลก ยิ่งจักรพรรดิ์ที่ฉลาดก็ยิ่งน่าเวทนา ข้าเองก็เป็นเช่นนั้น ข้ามีนางสนมและเสนาบดีมากมายแต่ก็ยังรู้สึกเหมือนไม่มีใคร คนพวกนั้นล้วนแต่ป้อนคำหวานเข้าหูข้าแต่ไม่มีความจริงแม้แต่คำเดียว เมื่อคนพวกนั้นเกรงกลัวเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร เมื่อพวกนั้นเกลียดชังก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ข้าเห็นสายตาของคนพวกนั้นล้วนแต่ไม่มีความจริงใจ แต่ซูซู เจ้าแตกต่างจากคนพวกนั้น สายตาของเจ้านั้นกระจ่างใส เพียงข้ามองก็รู้ว่าเจ้าพูดความจริง หลังจากฟังที่เจ้าพูดแล้ว ข้าต้องการจะบอกว่า ข้ามีความสุขมาก และไม่เกลียดเจ้าแม้แต่น้อย เจ้าทำให้หัวใจของข้ารู้สึกอบอุ่น”

            หลังจากพูดจบ หวางเอี๋ยนซูขบติ่งหูของซูยีเบา ๆ และกลั้วหัวเราะ “ข้าต้องการเจ้า ไม่ใช่ต้องการเอาชนะเจ้าหรือเพราะเหตุผลอื่นใด ตอนนี้แม้ฟ้ายังไม่มืดแต่ข้ารอคอยไม่ไหวแล้ว ซูซูเจ้ายินยอมเป็นของข้าแล้วใช่หรือไม่”

            ถึงตอนนี้ซูยีรู้สึกตกใจจนวิญญาณแทบบินออกจากร่างความตั้งใจเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือทำให้หวางเอี๋ยนซูเข้าใจว่าเขาคิดอย่างไรและเลิกล้มความคิดที่จะให้เขายอมสวามิภักดิ์ การกล่าวชมเชยอีกฝ่ายนั้นนับเป็นการแสดงความอ่อนแอของเขา แต่ไม่คาดคิดว่าผลที่ได้รับกลับเป็นตรงกันข้าม และก่อนที่ซูยีจะได้แก้ไขความเข้าใจผิด หวางเอี๋ยนซูก็อุ้มเขาเดินไปที่เตียงนอนแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #259 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 14:55

    55555555 ว่าแล้ววว ว่ามันต้องไม่ได้ผลตามที่น้องต้องการ ไม่น่ารอดนะหนนี้

    #259
    0
  2. #195 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:14
    เวรกำของน้องซู แต่พูดยาวมาก ความในใจนั้นถูกใจหลางเอี๋ยนซูเหลือเกิน เราอ่านแล้วยังหัวใจฟูเลย แต่น้องพลาดก้าวใหญ่เลย กลับทำให้เค้าปลื้มไปอีกกก รอบนี้จะรอดไม่รอดดด!!
    #195
    0
  3. #163 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 16:51
    ถนอมน้องด้วย!!!
    #163
    0
  4. #148 artificial_love (@Happyzy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 11:29
    เอ้า ซะงั้น5555555555
    #148
    0
  5. #138 JAY-JM (@jai-j00) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 18:22
    พี่โว้ยยยยยย
    #138
    0
  6. #83 BM_BENZZEY (@benzppimolwan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 02:00
    ตบเข้า! บร๊ะ! ว่าแล้ววว
    #83
    0