war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,692 Views

  • 392 Comments

  • 1,266 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,064

    Overall
    19,692

ตอนที่ 18 : บทที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            หวางเอี๋ยนซูจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาดุ ๆ “สติเจ้าฟั่นเฟือนหรือไร ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปไหนหรอก ซูซู ถ้าเจ้ายังคิดเรื่องที่จะไปจากข้าอยู่อย่างนี้ ข้าจะเพิ่มยามรักษาการณ์ที่ดูแลเจ้าให้มากกว่านี้”

            คำเรียกหาว่า ซูซู ทำให้ซูยีโกรธขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้หวางเอี๋ยนซูก็เรียกเขาด้วยคำนี้ แต่ตอนนั้นสถานการณ์ยุ่งเหยิงวุ่นวายทำให้เขาไม่ทันสนใจรายละเอียดปลีกย่อย แต่ตอนนี้อีกฝ่ายเรียกหาเขาด้วยคำนี้ที่ข้างหูอย่างสนิทสนม ด้วยรูปลักษณ์ของหวางเอี๋ยนซู ทำให้ซูยีไม่แน่ใจว่าอายุมันมากกว่าเขาสักเท่าใด แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ควรเรียกหาเขาราวกับเรียกเด็กน้อยเยี่ยงนี้ ใบหน้าของซูยีแดงก่ำอย่างมีโทสะ “ถ้าท่านไม่คิดจะปล่อยตัวข้าไป แล้วพูดเช่นนั้นทำไม แล้วอีกประการ ห้ามท่านเรียกข้าว่าซูซูอีก ฟังแล้วน่าคลื่นไส้”

            หวางเอี๋ยนซูหัวเราะเมื่อเห็นทีท่าอีกฝ่าย “น่าคลื่นไส้ที่ตรงไหนกัน ที่ข้าบอกว่าจะพาเจ้ากลับไปที่ต้าฉีเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่จริงเสียทีเดียว เพราะแผ่นดินนั้นไม่ได้ชื่อว่าต้าฉีอีกแล้ว แต่ตอนนี้กลายเป็นเมืองหนึ่งของราชวงศ์จินเหลียวของข้า ซูซู ที่ข้าจะบอกต่อเจ้านั้นก็คือข้าตั้งใจจะย้ายเมืองหลวงของแคว้นจินเหลียวไปอยู่ที่จงหยวนเมืองหลวงของต้าฉี เจ้าเองก็ต้องติดตามข้าไปด้วย แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าข้าพาเจ้ากลับไปยังแผ่นดินเกิดของเจ้าหรือ?”

            ซูยีอ้าปากค้าง ไม่เชื่อหูตนเอง หวางเอี๋ยนซูคิดจะย้ายเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ “ท่าน...ท่านล้อเล่นเกินไปแล้ว ย้ายเมืองหลวงไม่ง่ายดายเหมือนเด็ก ๆ เล่นสร้างบ้าน”

            หวางเอี๋ยนซูมองหน้าอีกฝ่ายแล้วอธิบาย “เรื่องนั้นข้ารู้ดี แต่ดินแดนจินเหลียวนั้นแร้นแค้น มีแต่ทะเลทราย ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นี้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ดินแดนทางใต้นั้นอุดมสมบูรณ์ในน้ำมีปลาในนามีข้าว นอกจากนี้ยังมีอารยธรรมหลากหลายที่หลอมรวมมาจากชนชาติที่แตกต่างกันทำให้มันเหมาะสมที่จะเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์จินเหลียว แม้การย้ายเมืองหลวงจะยากเย็น แต่หลังจากคิดไตร่ตรองรอบคอบแล้วข้าเห็นว่าเรื่องนี้จะดีต่ออนุชนรุ่นหลังของจินเหลียว นี่เป็นเหตุผลที่ข้าพิชิตต้าฉี”

            ซูยีไม่เคยคิดว่าหวางเอี๋ยนซูจะมีความคิดเช่นนี้ นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่บุกโจมตีต้าฉี ทั้งที่ซูยีคิดมาตลอดเวลาว่าที่หวางเอี๋ยนซูทำลายล้างต้าฉีเพื่อต้องการล้างแค้นแทนบิดา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หวางเอี๋ยนซูสั่งไม่ให้กองทัพของหยูคังเข่นฆ่าและปล้นสะดมชาวเมืองต้าฉี เพราะมองการณ์ไกลไว้แล้วว่าจะรวมแผ่นดินทั้งสองเข้าด้วยกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นความหวังของซูยีที่จะฟื้นฟูต้าฉีก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ซูยีกล่าวเสียงแข็ง “ท่านคิดเห็นเช่นนี้ แต่คนเราจะยอมทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนของตนไปได้อย่างไร ข้าราชบริพารของจินเหลียวจะยินยอมย้ายถิ่นฐานอย่างนั้นหรือ”

            หวางเอี๋ยนซูหัวเราะอย่างเย็นชา “เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา ข้าได้เตรียมแผนการรับมือไว้แล้ว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองขัดขืนที่ไม่ยอมย้าย ข้าจะยึดทรัพย์สินที่มันมีอยู่ พังบ้านเรือนมันให้ราบเป็นหน้ากลอง ถ้ามันปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ ข้าก็จะสั่งให้เผามันจนหมดสิ้น” ถึงตอนนี้องค์จักรพรรดิ์หนุ่มสังเกตเห็นว่าซูยีมองเขาด้วยสายตาที่แสดงความหวาดกลัว หวางเอี๋ยนซูจึงยิ้มให้ “เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเข้มงวดจริงจัง นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของจินเหลียว เมื่อเป็นข้าของแผ่นดินก็ต้องแบ่งเบาภาระและยอมเสียสละประโยชน์สุขส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง” หวางเอี๋ยนซูหันไปมองรอบ ๆ แล้วถอนหายใจ “อันที่จริง ข้าเองก็ไม่อยากละทิ้งบ้านเมืองที่ข้าเกิดและเติบโตมา เพราะกว่าจะมาเป็นจินเหลียว บรรพบุรุษของเราแลกมันมาด้วยเลือดเนื้อ แต่เพื่อความเจริญก้าวหน้าข้าก็ต้องยอมสละมัน”

            ซูยีนิ่งเงียบ เขารู้ดีว่าที่หวางเอี๋ยนซูพูดมาทั้งหมดนั้นถูกต้อง การตัดสินใจย้ายเมืองหลวงนับเป็นบทพิสูจน์ของความเฉลียวฉลาดของโอรสสวรรค์ซึ่งแตกต่างจากบุคคลธรรมดา ซึ่งมีจักรพรรดิ์ไม่กี่พระองค์ในประวัติศาสตร์ที่ตัดสินใจทำเช่นนี้ สำหรับซูยีแล้ว การที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนถูกทำลายล้างจนสิ้นชาติคล้ายกับการกลืนยาขม แต่ตอนนี้ผู้รุกรานต้องการใช้แผ่นดินนั้นเพื่อเป็นเมืองหลวง หัวใจของซูยีกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า เขาไม่สามารถปกปิดความคิดนี้ได้จึงกล่าวออกไป “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ท่านต้องใคร่ครวญให้ดี”

            หวางเอี๋ยนซูจ้องใบหน้างดงามของคนตรงหน้าแล้วยิ้ม “ซูซู เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ในใจ ถ้าข้าย้ายเมืองหลวงแล้วเจ้าจะไม่สามารถกู้แผ่นดินของเจ้าคืนจากข้าได้แน่นอนใช่หรือไม่ เจ้าถึงไม่เห็นด้วยที่ข้าจะย้ายเมืองหลวง” หวางเอี๋ยนซูรั้งร่างของซูยีเข้ามากอดแล้วพูดต่อ “เจ้านั้นเป็นคู่คิดที่ดีของข้า แม้ข้าจะมีสนมนับพันแต่ไม่มีสักคนที่กล้าคุยแบบนี้ คนพวกนั้นคิดแต่จะพูดให้ข้ารักและเอ็นดูพวกนาง หวังแต่จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินี แต่ตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่าใครที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้”

            ซูยีแทบสะอึก เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องต่าง ๆ จะบานปลายมาไกลถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้เขากับคนผู้นี้ต่อสู้ฟาดฟันกันในสนามรบ ต่อมาคนผู้นี้ก็ต้องการครอบครองร่างกายของเขาซึ่งไม่ใช่เพราะความพิศวาสแต่เพียงต้องการเอาชนะเท่านั้น แต่พอถึงตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่จะกลายเป็นจักรพรรดินีไปแล้ว สวรรค์ เขากำลังเผชิญหน้ากับผู้ที่ไม่สามารถคาดเดาสิ่งใดได้แม้แต่อย่างเดียว

            หวางเอี๋ยนซูจ้องใบหน้าของซูยีที่กำลังแดงขึ้นเพราะความโมโหอย่างขบขัน เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าความสัมพันธ์ชนิดนี้ขึ้นมาได้อย่างไร แต่คนอย่างซูยีนั้นหาไม่ได้อีกแล้วทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถปล่อยให้อีกฝ่ายห่างตัว หวางเอี๋ยนซูกระชับร่างในอ้อมกอดแล้วกล่าว “นอนเป็นเพื่อนข้าสักพักเถิด ข้าเหนื่อยจากงานเลี้ยงเมื่อคืน ถ้าเจ้าปฏิเสธ ข้าก็จะกอดเจ้าไว้แบบนี้ ดูว่าเจ้าจะหนีข้าไปได้อย่างไร”

            ซูยีมีโทสะจนขบเคี้ยวฟัน “ท่านกล้าหลับด้วยหรือ ไม่กลัวว่าข้าจะลงมือฆ่าท่านขณะหลับหรือไรกัน”

            ดูเหมือนว่าหวางเอี๋ยนซูจะไม่เกรงกลัวคำขู่นั้น จักรพรรดิ์หนุ่มอุ้มซูยีไปที่เตียงแล้ววางนอนเคียงคู่กัน เขาพูดขณะหลับตา “ข้ารู้ดีว่าเจ้านั้นยึดถือศักดิ์ศรีไม่ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ หรือแทงคนข้างหลัง ซูซู นิสัยชนิดนี้ของเจ้านับเป็นจุดอ่อนที่เปลี่ยนแปลงได้อยาก ข้าไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะเยาะในความโง่เขลาหรือยกย่องในความยึดมั่นในหลักการนี้ดี เจ้าเองก็นอนเถิด และทุกอย่างที่พูดมาทั้งหมดข้าไม่ได้พูดเล่น”

            ซูยีเต็มไปด้วยความสับสนในใจ ท่านพูดมามากมาย ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งใดจริงสิ่งใดเท็จ โดยเฉพาะเรื่องที่จะให้ข้าเป็นจักรพรรดินียิ่งฟังดูยิ่งเหลวไหล พวกข้าราชบริพารของท่านคงไม่ตาบอดจนไม่เห็นว่าข้าเป็นบุรุษ นับแต่โบราณ แค่มีพระสนมเป็นบุรุษก็นับว่ายากแล้ว ยิ่งเป็นพระจักรพรรดินียิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ซูยีจ้องมองหวางเอี๋ยนซูที่กำลังหลับสนิท เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเกรงว่าถ้าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมา หวางเอี๋ยนซูอาจจะคิดครอบครองเขาอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #262 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 15:05

    ซูยีแบบกลายเป็นตุ๊กตาไปแล้ว เอะอะอุ้มๆเห้อ ให้น้องเดินเองบ้างก้ได้ค่ะ แหมมม

    #262
    0
  2. #196 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:30
    ไม่เห็นแววล้อเล่นแหะ แต่ก็ยังไม่อยากประมาท
    #196
    0
  3. #165 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 17:20
    หนูต้องได้เป็แน่ๆต่ะ
    #165
    0
  4. #56 Emikoxxx (@Emikoxxx) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 23:57
    อื้อหือออ หลงทากดอ่าน หยุดอ่านไม่ได้เลยค่าาาซิสสสส เนื้อเรื่องดีมากกก กราบงามๆสามทีโอ้ยยยยๆไรท์ขาาเขียนดีมากกกกเจ้าค่ะ เลิฟฟฟฟฟ!!
    #56
    0