war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,658 Views

  • 392 Comments

  • 1,264 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,030

    Overall
    19,658

ตอนที่ 26 : บทที่ 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีถูกจับมัดอยู่บนเตียงในห้อง แม้เขาปฏิเสธที่จะรับประทานอาหาร นางกำนัลก็ยังยกสำรับมาให้ทุกมื้อ สามวันผ่านไปซูยีรู้สึกมึนงงศีรษะ มองเห็นดวงดาวพร่าพรายด้วยความหิวโหย แต่เขาตั้งใจว่าจะอดอาหารจนตาย เมื่อเขาคิดถึงสายตาของหวางเอี๋ยนซูในคืนนั้นก็ให้สยดสยอง ว่าจะมีประชาชนที่บริสุทธิ์อีกกี่คนที่จะต้องล้มตายเพราะเขาฆ่าตัวตาย

            วันที่สี่ ซือหลิวมาเปลี่ยนยาและผ้าพันแผล ซูยียังพูดไม่ได้และซือหลิวก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน เมื่อหญิงสาวเปลี่ยนผ้าพันแผลเสร็จ ก็ลุกขึ้นแต่ก็ทรุดตัวนั่งอีกครั้ง ซือหลิวมีทีท่าลังเลก่อนพูด “ขอนายท่านยกโทษให้ซือหลิวที่จะขอพูดเรื่อง...จักรพรรดินีผู้น้อยเห็นว่านายท่านควรรับปาก เพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว นายท่านก็ต้องเป็นจักรพรรดินี อย่าได้ทำร้ายตัวเองอีกเลย”

            ซูยีรู้สึกว่าซือหลิวพูดจาเหมือนมีนัยซ่อนอยู่ จึงใช้สายตามองเป็นเชิงถาม แต่ซือหลิวก็ไม่พูดอะไรออกมา ซูยีส่ายศีรษะ ซือหลิวเข้าใจดีว่าเป็นกิริยาที่แสดงว่าปฏิเสธที่จะยอมรับ หญิงสาวทอดถอนใจแล้วเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ซูยีอยู่เพียงลำพังในห้อง

            หลังบ่าย อากาศเริ่มเปลี่ยน เมฆสีดำคลุมท้องฟ้า ลมพัดแรงเป็นลมที่พัดพามาจากทางทิศเหนือ มองไปทางนอกหน้าต่างก็เห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม ซูยีรู้สึกอึดอัดอย่างที่อธิบายไม่ได้ ดูเหมือนว่าบรรยากาศแบบนี้คล้ายกับจะมีเรื่องร้ายใดเกิดขึ้น ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออกทหารรักษาพระองค๋สองสามคนเดินเข้ามา คนพวกนั้นไม่พูดอะไรแต่ประคองร่างของซูยีออกไป ในปากของซูยียังคงมีก้อนผ้าไหมปิดปากอยู่เขาจึงไม่สามารถพูดหรือถามอะไรได้

            เมื่อถึงลานกว้างกลางพระราชวัง ซูยีเห็นหวางเอี๋ยนซูนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร รอยยิ้มของจักรพรรดิ์หนุ่มนั้นเยือกเย็น เมื่อเห็นซูยีเขาก็โบกมือ นางกำนัลจึงเดินไปหาซูยีแล้วนำก้อนผ้าไหมที่อยู่ในปากออก ซูยีถูกปิดปากมาสามวันเมื่อนำผ้าที่อุดปากออกไปรู้สึกเจ็บชาไปทั้งปาก นางกำนัลอธิบาย “ที่ทำเช่นนี้เพราะฝ่าบาทกลัวว่าท่านจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย”

            ความวิตกกังวลและความหวาดกลัวเกาะกุมจิตใจของซูยีหวางเอี๋ยนซูเห็นใบหน้าที่แสดงความหวาดหวั่นของซูยีก็รู้สึกยินดี เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของซูยีอยู่ที่ใด เพราะคนผู้นี้จิตใจดีงามมากเกินไป ทำให้เขาสามารถใช้จุดอ่อนนั้นบีบบังคับให้อีกฝ่ายสามารถทำตามได้ตามใจปรารถนา

            บนลานกว้างนั้นมีเพียงหวางเอี๋ยนซู ซูยี และทหารรักษาพระองค์สองสามนาย กับนางกำนัล ซูยีสังเกตว่าสาวใช้คนสนิททั้งสี่ซือน่ง ซือหลิว ซือหนาน และซือหยวนไม่อยู่ที่นั่น หรือแม้แต่องค์รัชทายาทที่ชอบวิ่งเล่นไปทั่วพระราชวังก็ไม่อยู่ที่นี่

            เมื่อหวางเอี๋ยนซูเห็นซูยีกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เหมือนมองหาบางสิ่ง เขาจึงยิ้ม “ซูซู เจ้าคงจะสงสัยว่าโจวเอ๋อร์กับพวกซือน่งอยู่ที่ไหน บอกกับเจ้าตามตรง เพราะข้าไม่ต้องการให้พวกนั้นได้เห็นภาพที่โหดร้ายและเลือดเย็น” พูดจบก็ตบมือสองสามที ทหารรักษาการณ์ก็ควบคุมคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามายังลานกว้าง กลุ่มคนที่ถูกล่ามโซ่มีทั้งผู้ชายผู้หญิงเด็กและคนแก่

            พอซูยีเห็นภาพตรงหน้า หัวใจก็ตกวูบ เสียงหนึ่งดังมาจากในกลุ่มคน “พี่ซูช่วยข้าด้วย โปรดช่วยข้าด้วย...”

            ซูยีถึงกับซวนเซเมื่อความคิดหลากหลายวิ่งวนอยู่ในหัว เขาไม่เคยคิดเลยว่าหวางเอี๋ยนซูจะจับเพื่อนของเขามาทุกคน สตรีที่ร้องเรียกให้เขาช่วยนั้นเป็นบุตรีของลุงหวางเพื่อนบ้านของเขา พวกเขาเคยเล่นด้วยกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แม้ว่าชายหญิงไม่อาจใกล้ชิด แต่คนทั้งคู่ก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทโดยไม่มีเรื่องรักใคร่มาข้องเกี่ยว แม้กระทั่งเมื่อหญิงสาวแต่งงาน ก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้านด้านหลังของบ้านซูยี ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวนั้นถ้อยทีถ้อยอาศัยรักใคร่กลมเกลียวเสมอมา แต่เมื่อซูยีต้องไปประจำการที่ชายแดนจึงไม่ได้ติดต่อกันอีก แต่เมื่อต้องมาพบกันอีกครั้งในเวลานี้ สถานที่เช่นนี้ ซูยีรู้สึกเหมือนมีความรู้สึกมากมายวิ่งวนในหัวใจ ในที่สุดก็กลายเป็นความโศกเศร้าและหวาดกลัว ซูยีตะโกนใส่หวางเอี๋ยนซู “ท่านต้องการสิ่งใด ทำไมไม่ทำร้ายข้าตรง ๆ ทำไมไม่ปล่อยผู้หญิงและเด็กไป”

            หวางเอี๋ยนซูยืนขึ้นแล้วเดินไปทางกลุ่มตัวประกัน “ซูซู เจ้าหลอกให้ข้าปล่อยทหารของเจ้า ถ้าจะตามจับกลับมาก็ยุ่งยากลำบาก อีกอย่างพวกทหารก็มักจะมีจิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเหมือนเจ้า ยามที่ข้าทรมานก็ไม่รู้สึกสนุกเท่าใด ต่างกับเพื่อนของเจ้าที่อยู่ตรงนี้ จับมาก็แสนง่ายดาย ถ้าถูกทรมานก็คงจะร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวเป็นที่น่าบันเทิงยิ่ง” พูดจบก็หยุดที่ตรงหน้าหญิงชราคนหนึ่ง “ข้าได้ยินมาว่าหญิงชราผู้นี้ไม่มีลูกหลาน เจ้าดูแลนางราวกับมารดาบังเกิดเกล้า แม้แต่ยามที่เจ้าไปประจำการที่ชายแดน ทุกปียังส่งคนคนนำเงินมาให้นางได้ใช้สอยใช่หรือไม่ นางทั้งชราและไร้ประโยชน์อยู่บนโลกนี้ก็เป็นภาระกับผู้อื่น ควรส่งนางไปอยู่บนสวรรค์น่าจะดี” พูดจบก็ยื่นมือไปด้านหลัง นางกำนัลเดินไปยื่นกระบี่ให้กับผู้เป็นนาย หวางเอี๋ยนซูยิ้มเยือกเย็นขณะลูบคมดาบ “ซูซู ให้ข้าคว้านท้องนางต่อหน้าเจ้า ดีหรือไม่?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #378 itohrabynum (@itohrabynum) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:03
    กรี้ดดดดดดดดด ม่ายยยยยยยยยย
    #378
    0
  2. #355 Kankao94 (@Kankao94) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 09:46
    ทำไมเรื่องถึงกลายเปนงี้เนี่ยยยยยยยยย
    #355
    0
  3. #270 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 15:44

    โอ๊ยยยย เลวร้าย สถานการณ์เลวร้ายมาก ให้ตายเถอะะ

    #270
    0
  4. #201 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:26
    ตายๆๆๆๆๆ คะแนนติดลบไปอีกสองเท่า
    #201
    0
  5. #117 galaxyxx (@mokomook) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 14:27
    โอ้โห ฝ่าบาทโหดร้ายยยยย
    #117
    0
  6. #71 ไมโล (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 11:50

    ใจร้ายๆๆๆๆๆๆ

    #71
    0
  7. #49 seobabyz (@seobabyz) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 15:56
    โอ้ยโหดร้ายย
    #49
    0