war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,641 Views

  • 392 Comments

  • 1,261 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,013

    Overall
    19,641

ตอนที่ 27 : บทที่ 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ร่างกายของซูยีเริ่มสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ แม้เขาจะรู้ว่าหวางเอี๋ยนซูนั้นโหดเหี้ยมทารุณ แต่ไม่เคยคิดว่าจะเลวทรามต่ำช้าถึงเพียงนี้ ซูยีเห็นดวงตาของอีกฝ่ายนั้นมีรังสีฆ่าฟันรุนแรง รอยยิ้มที่มุมปากนั้นก็เต็มไปด้วยความกระหายเลือด ซูยีมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกราดรดด้วยน้ำเย็นเฉียบตั้งแต่ตัวถึงเท้า ความหนาวเย็นนั้นกระจายไปทั่วร่างจนเลือดทั้งกายเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง ชูยีถลันไปข้างหน้าแต่ก็ถูกทหารรักษาการณ์ขัดขวางไว้ ซูยีอยากจะตะโกนให้หวางเอี๋ยนซูหยุดพฤติกรรมชั่วช้า แต่ปากของเขาอ้าค้างไม่มีเสียงใดหลุดออกมา ลากเท้าทีละก้าวไปข้างหน้า แต่ก็ถูกทหารรักษาการณ์ดึงกลับมาที่เดิม ทั้งร่างของซูยีครอบคลุมไปด้วยเงาแห่งความหวาดกลัวและน้ำตาก็ไหลออกมาเป็นสายราวกับไข่มุก เบื้องหน้าของเขานั้น หวางเอี๋ยนซูกำลังยกดาบขึ้น ภายใต้แสงอาทิตย์ คมดาบสะท้อนเห็นเป็นประกายเยียบเย็น

            หญิงชรานั้นสลบไปแล้ว แต่ขันทีสองคนก็เข้าไปประคองนางไว้ หวางเอี๋ยนซูหัวเราะกำดาบในมือแน่นเตรียมจะฟันลงมา

            “อย่า...” เสียงตะโกนดังมาจากซูยี ใบหน้าของซูยีนองไปด้วยน้ำตาขณะร้องตะโกนสะอึกสะอื้น “อย่า...หวางเอี๋ยนซู...ข้าขอร้องท่าน...ปล่อยนางไป...นางเป็นเพียง...เพียงหญิงชราที่น่าสงสาร...”

            หวางเอี๋ยนซูหันกลับไปมองด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก มุมปากสองข้างยกขึ้นยิ้มแล้วพูด “ซูซูไม่ให้ข้าฆ่านางอย่างนั้นหรือ ก็ได้ เพราะนางผู้นี้แก่มากแล้ว ถึงไม่ฆ่าแต่อีกไม่กี่ปีก็คงจะหมดอายุขัยเอง ไม่มีประโยชน์ที่จะฆ่าให้เสียแรง ถ้าอย่างนั้นข้าจะเลือกคนอื่น”หวางเอี๋ยนซูเดินไปตามแถวของนักโทษ หยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหญิงอายุราวแปดเก้าขวบคนหนึ่ง

            “ซูซู เจ้าคงจะจำเด็กคนนี้ไม่ได้ เจ้าเคยอุ้มนางครั้งหนึ่งตอนที่นางอายุครบขวบได้ยินว่านางร้องไห้ใหญ่โต แม้แต่มารดาของนางก็ปลอบไม่ได้ แต่พอถูกเจ้าอุ้มก็เงียบทันที” หวางเอี๋ยนซูไม่หันกลับไปมองซูยี พูดราวกับคุยกับตัวเอง แต่เขามั่นใจว่าซูยีได้ยินที่เขาพูดทุกถ้อยคำ

            เด็กหญิงมองหวางเอี๋ยนซูด้วยสายตาแสดงความหวาดกลัว พยายามมุดศีรษะหลบหลังมารดา ซึ่งร้องไห้อ้อนวอน “ฝ่าบาท ได้โปรดไว้ชีวิตลูกของข้าเถิด นางยังเยาว์นัก...” ก่อนที่สตรีผู้นั้นจะกล่าวจบประโยค หวางเอี๋ยนซูก็หัวเราะลั่น “ข้าไว้ชีวิตคนหนึ่งเพราะอายุมากเกินไป นี่อายุน้อยก็ย่อมเหมาะสมแล้ว” พูดจบก็ยกดาบขึ้น ทันใดนั้นสตรีผู้เป็นมารดาก็โขกศีรษะรัว “ฝ่าบาท ไว้ชีวิตบุตรสาวข้าด้วย ปล่อยนางไปเถิด” หลังจากนั้นก็หันหน้าไปทางเวทีข้างบนแล้วร้องไห้ “แม่ทัพซู แม่ทัพซู ขอให้ท่านช่วยลูกข้าด้วย ซางเอ๋อร์ยังอายุเยาว์นัก ท่านเคยอุ้มนางตอนที่เป็นเด็ก ขอให้ท่านเอ็นดูนาง บอกฝ่าบาทให้ไว้ชีวิตนางด้วย”

            ได้ยินเสียงร่ำร้องของสตรีผู้นั้น ซูยีรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีดที่กลางหัวใจ ร่างกายของเขาอ่อนแอเพราะอดอาหารมาหลายวัน ตอนนี้ก็ได้รับความกดดันอีก ร่างกายไม่สามารถหยัดยืนได้อีก ซูยีคุกเข่าลงแล้วร้องไห้ “หวางเอี๋ยนซู ข้าขอร้องท่าน...”

หวางเอี๋ยนซูหันตัวไปทางซูยีแล้วพูดเสียงเย็นชา “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ทำไมข้าจะต้องไว้ชีวิตคนเพราะเจ้าขอร้องข้า”

ซูยีไม่เคยรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอเท่านี้มาก่อน แม้แต่ในคืนที่ถูกบังคับให้ใช้ปากเพื่อเป็นที่ระบายความใคร่ของหวางเอี๋ยนซูก็ยังไม่อ่อนแอเท่าตอนนี้ ยามนี้เขาไม่คิดอะไรอีกแล้ว คลานเข่าเข้าไปหาแล้วโขกศีรษะให้กับหวางเอี๋ยนซู พร้อมกับร้องไห้ “ข้าขอให้ท่านไว้ชีวิตนาง ข้าจะทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ ปล่อยเด็กคนนี้ไปเถิด นางยังเยาว์นัก ข้าขอร้องท่าน...โปรดปล่อยนางไป”

หวางเอี๋ยนซูเห็นซูยีโขกศีรษะกับพื้นเสียงดังกึกก้อง จนปรากฏเลือดสด ๆ ไหลจากหน้าผาก องค์จักรพรรดิ์หนุ่มสูดลมหายใจระงับความรู้สึก ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเย็นชา “เจ้ารู้ดีว่าข้าต้องการสิ่งใด ต้องให้ข้าพูดหรือไม่”

ซูยีชะงัก ยกศีรษะขึ้นแล้วมองหวางเอี๋ยนซู สายตานั้นยังคงแสดงถึงความดื้อดึงไม่เต็มใจ หวางเอี๋ยนซูหัวเราะ “อันที่จริงข้านั้นมีอำนาจสูงสุดของจินเหลียว ถ้าจะลงมือก็น่าจะหาเหยื่อที่ไม่ธรรมดา” พูดจบก็ลากสตรีผู้หนึ่งมาจากกลุ่มนักโทษ สตรีนางนี้เป็นคนเดียวกับที่ตะโกนเรียกซูยีเมื่อตอนแรก นางเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของซูยี สายตาของหวางเอี๋ยนซูจ้องไปที่ท้องขนาดใหญ่ของนาง “แบบนี้ลงดาบเดียวได้สองชีวิต ซูซู ข้าจะไว้ชีวิตเด็กน้อยผู้นั้น แต่ข้าจะฆ่าสตรีนางนี้แทน”

ซูยีอุทานเสียงดัง พยายามจะคลานเข่าไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว แต่ก็โดนทหารรักษาการณ์ลากตัวกลับมาที่เดิม ซูยีเห็นสายตาของหวางเอี๋ยนซูเป็นประกายด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ “คราวนี้ข้าไม่ปล่อยนางแน่ ข้าจะผ่าทารกของนางเป็นสองท่อน” ซูยีเห็นสตรีนางนั้นอยู่ในความหวาดกลัว ทั้งร่ำไห้และกรีดร้อง “พี่ซูช่วยข้าด้วย...โปรดช่วยข้าด้วย” เมื่อซูยีเห็นดาบของหวางเอี๋ยนซูใกล้จะถึงครรภ์ของนาง เขาก็ไม่สามารถทนต่อความกดดันนี้ได้ ตะโกนออกไปราวไร้สติ “ปล่อยนางไป...ท่านปล่อยนาง...ข้ายอมแล้ว...ข้ายอมทำตามสัญญาของท่าน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #388 Tea 125 (@shin125) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:12

    พระเอก? สาบานทีว่านี่พระเอก ไม่ใข่ตัวร้าย

    #388
    0
  2. #356 Kankao94 (@Kankao94) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 09:49
    มืดไปหมด มองหาความรักจากพื้นที่ตรงนี้ไม่เจอเยย ฮือ
    #356
    0
  3. #271 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 15:47

    มองไม่เห็นอนาคตที่ดีของคู่นี้เลยจ้า

    #271
    0
  4. #202 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:30
    เฮ้ออออ พระเอกที่ทำแบบนี้ คิดว่าเค้าจะรักตัวเอกได้หรือ
    #202
    0
  5. #68 yujikojung (@faritropia) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 22:53
    ไม่ฆ่าจริงหรอกมั้ง ถ้าฆ่าจริงคงฏ่าแล้วอ่ะไม่เปลี่ยนตัวประกันแบบนี้หรอก
    #68
    0