war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,923 Views

  • 395 Comments

  • 1,274 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,295

    Overall
    19,923

ตอนที่ 32 : บทที่ 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            อาภรณ์สีแดงเข้ม มงกุฎประดับอัญมณีและไข่มุกลูกใหญ่ บนโต๊ะเต็มไปด้วยเครื่องประดับตกแต่งล้ำค่า หวางเอี๋ยนซูมองข้าวของเครื่องใช้ประกอบพิธีแต่งงานอย่างเบิกบานใจ เพราะคืนพรุ่งนี้แล้วซูซูจะเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย นอกจากนี้ยังจะเป็นจักรพรรดินีคนแรกในประวัติศาสตร์จินเหลียวที่เป็นบุรุษ

            “ที่เรือนพักของซูซูเตรียมการเรียบร้อยแล้วหรือไม่?” เขาถามซือหลิว หญิงสาวระบายยิ้มเบ่งบานก่อนตอบ “ทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อย ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นกังวล”

            หวางเอี๋ยนซูยังคงประดับรอยยิ้มบนใบหน้า “ข้ารู้ว่าถามเหลวไหล แต่ข้ารู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก ซือหลิว ข้าไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาได้อย่างไร แม้จะมีความสุขแต่ก็ยังแฝงความกังวล ตั้งแต่ข้าเติบใหญ่ผ่านงานฉลองน้อยใหญ่มาก็มาก แต่ไม่มีครั้งใดที่ข้าจะตื่นเต้นเท่าพิธีแต่งตั้งพระจักรพรรดินีเช่นตอนนี้เลย อันที่จริงเรื่องนี้เทียบไม่ได้กับการขึ้นครองราชย์หรือย้ายเมืองหลวง ซึ่งทุกเรื่องข้าก็รับมือได้มาตลอด แต่คืนนี้...”

            ซือหลิวมองผู้เป็นนายที่เดินวนไปมา ใบหน้านั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามีความสุขมากขนาดไหน ซือหลิวหัวเราะคิกคัก “ฝ่าบาทผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย ทำไมวันนี้จึงยังตื่นเต้นอีกเพคะ”

            หวางเอี๋ยนซูถูมือสองข้างด้วยกันแล้วถาม “ซือหลิว เจ้าคิดว่าตอนนี้ซูซูกำลังทำอะไร?”

            ซือหลิวยิ้มแต่ไม่ตอบคำถาม ได้แต่คิดในใจว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องถาม เพราะตอนนี้ฝ่ายเจ้าสาวคงจะกำลังคิดหาวิธีหลบเลี่ยงการแต่งงานอยู่แน่นอน แต่หญิงสาวไม่กล้าพูดออกไป ยิ่งเห็นผู้เป็นนายกำลังมีความสุขก็ไม่ควรพูดเรื่องที่จะขัดเคืองใจหรือทำร้ายความรู้สึก

            แต่หวางเอี๋ยนซูไม่รอคำตอบจากหญิงรับใช้ องค์จักรพรรดิ์หนุ่มมองไปทางทิศทางของเรือนพักของซูยี เขาเห็นแสงไฟที่เรือนนั้นยังสว่างอยู่ “คืนนี้ซูซูอาจจะนอนไม่หลับ” หลังจากจ้องมองเรือนนอนของซูยีอยู่พักหนึ่ง หวางเอี๋ยนซูก็หันไปทางซือหลิวแล้วพูด “พวกเราแวะไปดูซูซูกัน”

            เรื่องนี้ทำให้ซือหลิวตกใจ ได้แต่คิดในใจ ตอนนี้แม่ทัพซูกำลังโกรธมาก ถ้าองค์จักรพรรดิ์เสด็จไปที่นั่นด้วยหน้าตาแจ่มใสแบบนี้ เกรงว่าแม่ทัพซูจะยิ่งโกรธมากกว่าเดิมไปอีก คิดได้ดังนี้จึงเอ่ยเป็นเชิงแนะนำ “ฝ่าบาทควรอดทนรอให้ถึงคืนพรุ่งนี้ก่อน เพราะตามธรรมเนียมต้าฉีคู่บ่าวสาวไม่ควรพบกันก่อนวันแต่งงาน”

            หวางเอี๋ยนซูตอบอย่างไม่สนใจ “ข้าไม่ใช่ชาวต้าฉี ข้าไม่ยอมรับธรรมเนียมนี้” พูดจบก็ไม่คอยซือหลิว หยิบสวมเสื้อคลุมมาสวมด้วยตัวเองแล้วเดินออกไปอย่างเร่งร้อน ซือหลิวมองอย่างเป็นห่วง แต่ก็รีบวิ่งตามไป

            โชคไม่ดีที่ซือหลิวคาดเดาไว้ล่วงหน้านั้นถูกต้อง ซูยีมองเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่วางอยู่เต็มห้องด้วยสีหน้าเคืองขุ่น ขณะที่ซือน่งก็ใช้วิธีทั้งขู่และปลอบให้ซูยีจดจำขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นในวันรุ่งขึ้น ซือน่งยกจุดอ่อนของซูยีขึ้นมา โดยบอกว่าถ้าซูยีทำให้หวางเอี๋ยนซูได้รับความอับอายในงานพิธีแล้ว คนที่จะเดือดร้อนก็คงเป็นพวกเพื่อนบ้านทั้งหลายของซูยีที่ถูกจองจำอยู่ ทำให้ซูยีต้องจำใจนั่งฟังด้วยความอดทน

            ตอนนั้นองค์รัชทายาทตัวน้อยก็เดินเข้ามา ซูยีซึ่งไม่อยู่ในอารมณ์จะพูดคุยจึงไม่สนใจ โชคดีที่เด็กชายสงบปากสงบคำไม่พูดอะไรสักคำ อาจจะสังเกตเห็นว่าซูยีเหมือนหมดเรี่ยวแรงที่จะถกเถียงด้วย เด็กชายจึงนั่งนิ่ง ๆ มองซูยีที่เรียนรู้พิธีการจากซือน่ง

            เมื่อซือน่งเห็นผู้เป็นนายกับซือหลิวเดินเข้ามา หญิงสาวรีบออกไปต้อนรับ “ผู้น้อยคิดอยู่แล้วว่าฝ่าบาทต้องตื่นเต้นจนเดินมาที่นี่” สาวใช้ทั้งสี่รับใช้หวางเอี๋ยนซูมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางกับผู้เป็นนายจึงคล้ายกับเป็นเพื่อนสนิท

            เมื่อหวางเอี๋ยนซูเห็นพระโอรสอยู่ในห้อง จึงแย้มยิ้มแล้วถามไถ่ “ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ แถมยังนั่งสงบเสงี่ยม ตอนที่ข้าอยู่ที่ข้างนอกยังไม่ได้ยินเสียงเจ้าเลย”

            หวางเอี๋ยนโจวหัวเราะคิกคัก “พระบิดา ข้ากำลังคิดอยู่ว่าตอนที่ข้าเรียนหนังสือนั้น ถ้าข้าตั้งใจฟังคนพูดได้เพียงครึ่งหนึ่งของแม่ทัพซูที่ฟังซือน่งคงจะไม่ต้องเปลี่ยนพระอาจารย์บ่อย ๆ ลูกได้ยินมาว่าพระอาจารย์คนก่อนถึงกับกระอักโลหิต จนพระองค์ต้องส่งยาบำรุงไปให้เขา”

            “เจ้ารู้ตัวก็ดีแล้ว ถ้าเจ้าเปลี่ยนแปลงตัวเองได้คงเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก” พูดจบ หวางเอี๋ยนซูก็เดินเข้าไปใกล้ซูยี “ซูซู ข้าดีใจมากที่เจ้ากระตือรือร้นเตรียมตัวเพื่องานพิธี”

            ซูยีเบือนหน้าไปอีกทาง “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อช่วยเหลือบรรดาผู้คนที่ถูกท่านคุมขัง”

            หวางเอี๋ยนซูยังคงยิ้มแย้มคิดจะถามไถ่ต่อด้วยความสงสัยในคำพูดของซูยี แต่ซือหลิวกลับพูดขึ้นมาก่อน “ถ้าพรุ่งนี้พิธีแต่งตั้งจักรพรรดินีเป็นไปด้วยความราบรื่น พวกที่ถูกขังอยู่ในคุกก็จะได้รับการปล่อยตัว” คำพูดของซือหลิวทำให้หวางเอี๋ยนซูได้รู้สึกตัวว่าเขาได้ทำร้ายหัวใจของซูยีหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ยอมเชื่อฟัง องค์จักรพรรดิ์หนุ่มอับจนถ้อยคำ ตอนนี้ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทำภายในห้องเงียบไปชั่วขณะ

            ทันใดนั้นองค์รัชทายาทหวางเอี๋ยนโจวก็อ้าปากหาวแล้วพูด “นี่ก็ดึกมากแล้ว ข้าต้องรีบไปนอนเพราะพรุ่งนี้มีงานเลี้ยง” เด็กชายยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับบิดาของตน “พระบิดาก็ควรเสด็จกลับไปพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้พระองค์ต้องทรงวุ่นวายกับงานพิธีทั้งวัน อาจจะอ่อนเพลียแล้วทำให้ไม่มีแรงเข้าเรือนหอในยามค่ำคืน” พอพูดจบก็เดินกลับไปที่ประทับของตนพร้อมกับหัวเราะ ซูยีนั้นทั้งโกรธและอายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตรงกันข้ามกับหวางเอี๋ยนซูที่มีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง เวลาผ่านไปจนท้องฟ้ายามค่ำคืนเริ่มเปลี่ยนเป็นยามเช้า พระอาทิตย์สีแดงโผล่พ้นระหว่างภูเขาทางทิศตะวันออก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #359 Kankao94 (@Kankao94) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:04
    ไอเราตอนยังไม่เห็นรัชทายาทก็คิดว่าเด็กมันจะช่วยฮีลใจน้องได้บ้าง ไปๆมา พอๆกับเด็จพ่อเอ็งเรยยย
    #359
    0
  2. #276 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:03

    เฮ้อ พ่อลูกคู่นี้นี่นะ

    #276
    0
  3. #6 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:16
    ลูกเสือไม่ทิ้งลาย..รัชทายาทกวนมาก
    #6
    0