war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,607 Views

  • 392 Comments

  • 1,258 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    979

    Overall
    19,607

ตอนที่ 33 : บทที่ 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีจะไม่มีทางลืมวันนี้ วันที่เขาถูกบีบบังคับให้เป็นพระจักรพรรดินีของจินเหลียว

            ขณะที่เดินช้า ๆ ไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมขนสัตว์ หัวใจของซูยีก็ดูเหมือนจะสั่นไหวไปทุกย่างก้าว บางทีในสายตาของผู้คนที่จับจ้องมานี้ อาจจะมองว่าทางที่เขากำลังเดินอยู่เป็นเส้นทางที่น่าอัปยศอดสูแสดงถึงการยอมจำนนและทรยศแผ่นดินเกิด หรือบางคนอาจจะมองว่าเส้นทางที่เดินนี้เป็นเส้นทางที่รุ่งโรจน์และทรงอำนาจเหนือผู้คน แต่ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางชนิดใด ซูยีรู้แต่เพียงว่าเขาไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกแล้ว

            หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีอันยืดยาวและน่าเบื่อ หวางเอี๋ยนซูและซูยีก็ไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่ตระเตรียมไว้ อาหารหลากหลายอันโอชะก็ถูกลำเลียงมาวางต้อนรับผู้ที่มาแสดงความยินดี จากจุดที่พวกเขานั่งอยู่ซูยีสามารถมองลงไปเห็นข้าราชบริพารของจินเหลียวที่มาร่วมงาน เขาเห็นทุกคนต่างปกปิดความรู้สึกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซูยีเกลียดคนเหล่านี้ เพราะแม้จะไม่เห็นด้วยที่จะให้ซูยีเป็นจักรพรรดินีแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูด บางทีถ้าคนพวกนั้นกล้าพูด หวางเอี๋ยนซูก็อาจจะต้องใช้ดุลพินิจมากขึ้น และเขาก็อาจจะไม่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเยี่ยงนี้

            เมื่อการกล่าวอวยพรอย่างเป็นทางการจบลง เหล่าข้าราชบริพารนั่งประจำที่ของตน แต่แทนที่จะนิ่งเงียบด้วยความอึดอัดใจตามที่ซูยีคาดคิดไว้ กลับพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นสนุกสนานมีชีวิตชีวา ซูยีคิดเองว่าพวกคนจินเหลียวน่าจะเป็นพวกที่เก็บความรู้สึกเก่ง เพราะแม้ใจจริงคนพวกนั้นอาจจะอยากกลับบ้านแต่ก็ยังนั่งดื่มกินด้วยอาการครื้นเครง ซูยีไม่มีวันเชื่อว่าคนเหล่านี้จะยินดีกับการที่มีจักรพรรดินีที่มาจากดินแดนของศัตรู

            “ซูซู ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบที่จะพูดคุยกับพวกข้าราชบริพาร เจ้านั่งรอข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะไปสนทนากับคนพวกนั้น ปกติข้ามักจะรักษาระยะห่างระหว่างตัวข้าเองกับพวกเขา แต่ช่วงเวลาแบบนี้ข้าควรจะต้องไปคลุกคลีกับพวกเขาบ้าง” หวางเอี๋ยนซูดึงมือซูยีให้นั่งลงบนเก้าอี้ เห็นซือน่งและคนรับใช้ประจำพระองค์กำลังวุ่นวายกับการจัดการทุกอย่างให้เข้าที่ จักรพรรดิ์หนุ่มจึงเรียกนางกำนัลคนอื่นให้มาคอยรับใช้ซูยี “ซูซู ถ้ามีใครมากล่าวอวยพรเจ้า ขอให้รักษาหน้าข้าบ้าง” หลังจากพูดจบก็เดินห่างไปด้วยใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม

            ซูยีมองตามแผ่นหลังหวางเอี๋ยนซูที่หายเข้าไปในกลุ่มของข้าราชบริพาร เมื่อเห็นว่าตนได้อยู่ลำพังแล้วซูยีจึงระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ถ้าคิดอย่างไม่ลำเอียงแล้ว สิ่งที่หวางเอี๋ยนซูปฏิบัติต่อซูยีนั้นเต็มไปด้วยความรอบคอบและอ่อนโยน แต่พอคิดถึงเรื่องขู่เข็ญบังคับให้เขาเป็นจักรพรรดินีแล้ว ซูยีก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาคิดว่าคนผู้นี้นั้นเมื่อรักก็ทุ่มเท แต่เมื่อโกรธก็รุนแรงไม่แพ้กัน แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแต่ไม่รู้ว่าในอนาคต อีกฝ่ายจะใช้เรื่องอะไรมาต่อรองเขาอีก ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ความรู้สึกดีที่เริ่มจะพัฒนาขึ้นในใจของซูยีก็พลันหายไปเป็นควันในอากาศ หัวใจของเขาก็ปิดรับความรู้สึกของอีกฝ่ายคล้ายเคลือบด้วยแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ ไว้อีกชั้น

            เดิมทีซูยีไม่คิดจะดื่มกิน แต่รู้สึกว่าปากแห้งและลิ้นร้อนจึงยกถ้วยชาขึ้นดื่ม พอลดถ้วยน้ำชาลงก็เห็นนายทหารร่างสูงท่าทางภูมิฐานผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า หัวใจของซูยีเต้นแรงเพราะถ้าคาดไม่ผิดแล้ว คนผู้นี้น่าจะเป็นหยูคัง

            เมื่อพูดถึงหยูคังแล้ว ซูยีได้ยินเสียงร่ำลือถึงความสามารถและความชำนาญในการรบ เมื่อได้ยินว่ามันยอมสวามิภักดิ์ต่อจินเหลียว รับใช้หวางเอี๋ยนซูและได้รับชัยชนะในการรบจนได้รับความดีความชอบมากมาย ตอนที่ซูยีถูกจับนั้น หยูคังถูกส่งไปโจมตีต้าฉี และเมื่อได้ชัยชนะกลับมา คนทั้งสองก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้พบกันสักครั้ง แต่วันนี้เหล่าพลเรือนและทหารต่างก็มารวมตัวกันเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอง ซูยีจึงมีโอกาสได้พบกับหยูคัง

            ซูยีวางถ้วยน้ำชาลงช้า ๆ รู้ดีว่าหยูคังคงไม่ได้มาเพียงเพื่ออวยพรแสดงความยินดีเท่านั้น ซึ่งก็เป็นจริงดังคาด ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซูยีสังเกตเห็นสีหน้าชนิดอื่นปรากฎอยู่ในนั้น ในมือของหยูคังถือถ้วยหนึ่งใบก่อนจะยกขึ้นแล้วกล่าว “หยูคังขอแสดงความยินดีกับแม่ทัพซู ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพจะยอมหักไม่ยอมงอ จนรู้สึกชื่นชมในการตัดสินใจของท่าน แต่ใครจะคาดคิดว่าแค่ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ท่านแม่ทัพที่เปรียบเสมือนนกที่บินหารังนอนก็ได้เลือกต้นไม้ใหญ่ที่เหมาะสมไว้พึ่งพิง และที่เหนือความคาดหมายก็คือนกตัวนั้นสามารถบินอยู่บนคาคบที่สูงที่สุด กลายเป็นจักรพรรดินีของจินเหลียว ข้าขอดื่มให้กับความสำเร็จของท่าน”

            ซูยีคล้ายมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ เขารู้ว่าคำพูดของหยูคังแม้จะสรรเสริญแต่แท้จริงกลับเป็นการกระแนะกระแหน ซูยีกำหมัดแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะกล่าวเสียงต่ำ “ในฐานะนักโทษสงคราม ซูยีไม่มีความตั้งใจที่จะสวามิภักดิ์ แต่ทว่าหวางเอี๋ยนซูใช้วิธีการต่าง ๆ บีบบังคับทรมาน และแม้แต่ยกตัวอย่างของแม่ทัพหยูที่ยอมทรยศชาติเพื่อให้ข้าปฏิบัติตาม แต่พอหวางเอี๋ยนซูใช้ชาวบ้านมาข่มขู่ ซูยีจึงยอมทำลายความตั้งใจเดิมและสัญญาที่จะเป็นจักรพรรดินี ท่านแม่ทัพหยูคงจะดูถูกข้าอยู่ไม่น้อย”

            ใบหน้าของหยูคังแปรเปลี่ยนไปวูบหนี่ง แต่ก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนจะหัวเราะแล้วกล่าว “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการอวยพรองค์จักรพรรดินี ไม่ควรกล่าวเรื่องอื่นให้เสียบรรยากาศ ข้าขอให้ท่านสามารถยืนอยู่บนคาคบไม้ที่สูงที่สุด และมีต้นไม้ให้เกาะไปตลอดชั่วชีวิต” พูดจบก็หันกายเดินจากไป โดยไม่กล่าวลา

            ซูยีระบายลมหายใจอย่างโล่งอก แต่ประโยคสุดท้ายของหยูคังเหมือนจะแฝงความนัยบางประการ ซูยีตีความว่าหยูคังคิดจะบอกว่าตอนนี้หวางเอี๋ยนซูลุ่มหลงในตัวเขาเพราะต้องการเอาชนะ แต่เมื่อเบื่อหน่ายก็คาดว่าสถานะก็จะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนั้นจริง ซูยีก็คิดว่าตนเองคงจะไม่โศกเศร้าแม้แต่น้อย

            ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงองค์รัชทายาทหวางเอี๋ยนโจว เป็นเสียงคล้ายกลั้วหัวเราะ “ที่จริงแล้วเจ้าไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่าย ๆ ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าจะรับมือมันไม่ได้ แต่ตอนท้ายกลับเป็นมันที่ต้องหน้าหงายกลับไป” เด็กชายมองตามหลังหยูคังที่เพิ่งเดินจากไป แล้วพูดต่อ “ข้าไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกเกลียดมันนัก ข้ารู้ว่าที่มันมาหาเรื่องกับเจ้าก็เนื่องมาจากเจ้ายอมเป็นจักรพรรดินีเพราะต้องการรักษาชีวิตชาวเมืองฉี แต่ที่มันยอมสวามิภักดิ์กับบิดาข้าเพราะไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดจากการถูกทรมานได้ แต่มันกลับบอกว่าที่ยอมสวามิภักดิ์เพราะเห็นพระปรีชาสามารถของบิดาข้า เรื่องที่มันยอมสวามิภักดิ์เพราะทนความเจ็บไม่ไหวกับที่เจ้ายอมเป็นจักรพรรดินีเพราะทนเห็นชาวเมืองเจ็บไม่ไหว เมื่อเทียบกันแล้วชื่อเสียงของผู้ใดจะมีมากกว่ากัน คนที่หยิ่งผยองอย่างมันจึงโกรธเจ้ามาก”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #384 Auey00 (@Auey00) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 02:46

    องค์​รัชทายาท​นี่อายุเท่าไรเนี่ย​


    #384
    0
  2. #360 Kankao94 (@Kankao94) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:09
    จะคุยทีก็ต้องแฝงความนัย อยากจะถามว่าเหนื่อยบ้างไหมมมมมม~
    #360
    0
  3. #277 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:07

    หยูคังก็คือยอมสวามิภักดิ์ตั้งแต่ยังไม่ถึงอาทิตย์ปะ ยังมีหน้ามาแดกดันซูซูอีกหรอ ขอเหยียดหยาม

    #277
    0
  4. #7 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:24
    นางก็ปากคมเนาะ..นี่สิแม่ทัพเก่า
    #7
    0