war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,755 Views

  • 395 Comments

  • 1,272 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,127

    Overall
    19,755

ตอนที่ 34 : บทที่ 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีพูดเสียงเรียบ “เพื่อชื่อเสียงอย่างนั้นหรือ เป็นแม่ทัพที่พ่ายแพ้ใยถึงให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากนัก”แม้ประโยคนี้จะพูดกับองค์รัชทายาทหวางเอี๋ยนโจว แต่ก็คล้ายกับพูดกับตนเอง

            หวางเอี๋ยนโจวพูดคล้ายไม่ใส่ใจ “อันที่จริงแล้วเรื่องที่เจ้ากับมันใครจะมีชื่อเสียงมากน้อยกว่ากัน เป็นเรื่องที่อนุชนรุ่นหลังจะเป็นผู้ตัดสิน หากเจ้ายอมสละความสุขส่วนตนเพื่อความสุขของประชาชน แม้เจ้าจะก้มหัวยอมสวามิภักดิ์ ผู้คนก็ยังคงสรรเสริญ แต่ถ้าเจ้าบ่อนทำลายประเทศทำให้ประชาชนทุกข์ยาก ถึงแม้เจ้าไม่ยอมก้มหัวให้ศัตรูแต่ผู้คนก็จะประนามว่าเจ้าเป็นลูกไข่เต่า เจ้านั้นทั้งที่เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เก่งกาจทั้งการทหารและตำรา ทำไมยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ ขนาดข้าเป็นเด็กยังเข้าใจได้มากกว่า” พูดจบก็ทำท่าเหมือนจะเดินจากไป แต่จู่ ๆ ก็หันกลับมาแล้วพูดต่อ “แต่ไม่เป็นไร ต่อไปลูกจะสอนพระมารดาเอง” พูดจบก็หัวเราะแล้ววิ่งหายไป

            แม้ซูยีจะอยู่ในอารมณ์เศร้าโศกอย่างหาใดปาน แต่ตอนนี้ก็อยากจะเขวี้ยงถ้วยน้ำชาในมือให้โดนร่างของปีศาจน้อยจอมเจ้าเล่ห์ ถึงแม้การพูดคุยชี้ให้เห็นถึงความจริงอันน่าเจ็บปวดแต่ความรู้สึกผิดหรือตำหนิตนเองของซูยีกลับไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนมีคนมายืนที่ตรงหน้า เมื่อเงยศีรษะขึ้นก็พบกับสือเจิงเหอ ซึ่งเขาไม่ได้พบเพื่อนคนนี้อีกเลยนับแต่วันที่ได้เจอกันครั้งนั้น

            ด้วยความดีใจ ซูยีถึงกับยืนขึ้น แต่สหายสนิทกลับบอกให้ซูยีนั่งลงเหมือนเดิม แล้วยิ้มทักทาย “ตอนนี้มีหลายคนกำลังมองท่านอยู่ ท่านต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับตำแหน่ง มิฉะนั้นพวกเราชาวฉีจะถูกตำหนิได้ว่าไม่รู้จักธรรมเนียมมารยาท”

            ซูยีจึงทรุดตัวลงนั่งตามเดิม ก่อนจะมองชายตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา “ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”

            สือเจิงเหอตอบ “วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน ทำไมข้าจะมาไม่ได้ ไม่ว่าท่านจะเข้าพิธีแต่งงานด้วยความเต็มใจหรือไม่ก็ตามแต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของท่าน ข้ารู้ดีว่าตอนนี้ท่านคงรู้สึกทั้งเกลียดและกลัว ข้าจึงมาเพื่อแนะนำท่าน ว่าผู้คนคิดต่อท่านอย่างไร”

            ซูยีหัวเราะอย่างขื่นขม “ท่านมีคำแนะนำอะไร ไม่จำเป็นต้องปลอบใจข้า คนทั้งหลายคงจะตั้งสมญานามให้กับข้าว่าเป็นแม่ทัพผู้ทรยศแผ่นดิน”

            สือเจิงเหอพูด “ข้าจะเล่าอะไรให้ฟัง วันนี้ข้าออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเดินมาตามถนนจนถึงหน้าประตูวัง เมื่อประตูวังได้ฤกษ์เปิดต้อนรับแขก  ข้าก็เห็นประชาชนล้วนมีสีหน้าแจ่มใสทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม้จักรพรรดิ์ของจินเหลียวจะเป็นพวกต่างชาติต่างเมือง แต่จักรพรรดินีของพระองค์เป็นคนบ้านเดียวกันกับพวกเขา แบบนี้ประชาชนชาวฉีก็มีคนคอยปกป้องผลประโยชน์ให้แล้ว ผู้คนล้วนแต่คนสรรเสริญว่าองค์จักรพรรดิ์พระองค์นี้สลายความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติได้ด้วยวิธีที่ชาญฉลาดยิ่ง เสียงจากประชาชนส่วนใหญ่ที่ข้าได้ยินแสดงให้เห็นว่าแม้หวางเอี๋ยนซูเอาชนะใจท่านไม่ได้ แต่เอาชนะใจประชาชนชาวฉีทั้งปวงได้อย่างหมดหัวใจ”        

            นัยน์ตาของซูยีเบิกกว้างและพึมพำ “เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมพวกประชาชนชาวฉีถึงสรรเสริญจักรพรรดิ์จินเหลียวที่ทำลายประเทศของตัวเอง”

            สือเจิงเหอถอนหายใจยาวแล้วกล่าว “นี่เป็นเพราะทุกคนย่อมต้องการชีวิตที่สงบสุขและมั่นคงปลอดภัยมากกว่าชีวิตที่วุ่นวายและเข่นฆ่าทำลายกันต้าฉีเรามักจะบอกว่าเมื่อมีประเทศจึงจะมีบ้านเรือน แต่แท้จริงแล้วถึงไม่มีประเทศ คนก็ยังสร้างบ้านเรือนอยู่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ข้าบอกกับท่านว่าไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเรื่องชาติเรื่องแผ่นดินอีกต่อไป เมื่อมาถึงตอนนี้ไม่ว่าท่านจะชอบหรือเกลียดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทำไมถึงไม่ลดมาตรฐานที่ตั้งไว้ในใจ แล้วปล่อยให้ตัวเองมีความสุข โหลวฉี ข้ามีเรื่องเดียวที่จะขอต่อท่าน ตอนนี้ท่านครองตำแหน่งจักรพรรดินีที่นับว่าเป็นมารดาของแผ่นดิน ท่านต้องช่วยเหลือหวางเอี๋ยนซูปกครองแผ่นดินให้นำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศนี้”

            ซูยีนั่งนิ่งเงียบงันจนไม่ทันสังเกตเห็นว่าหวางเอี๋ยนซูกำลังเดินกลับมาแล้ว สือเจิงเหอรีบยืนขึ้นแล้วถวายบังคมองค์จักรพรรดิ์ ซึ่งพระองค์มีพระดำรัสกับสือเจิงเหอ “คุณชายสือได้ชื่อว่ามีความโดดเด่นเรื่องความสัตย์ซื่อเที่ยงตรงและมีไหวพริบเรื่องการเจรจา ข้าปรารถนาจะได้เจ้ามาช่วยงานราชสำนัก แต่ก็เกรงว่าเจ้าจะคิดว่าข้าใช้อำนาจที่มีอยู่บีบบังคับ แต่ถ้าคุณชายสือมีความต้องการช่วยสร้างความรุ่งเรืองให้แผ่นดินแล้ว ก็สามารถมาช่วยงานของราชสำนักได้ตลอดเวลา”

            สือเจิงเหอยิ้มแล้วตอบคำ “ผู้น้อยเจิงเหอขอน้อมรับพระบัญชาของฝ่าบาทกลับไปใคร่ครวญ” หลังจากพูดจบก็เดินล่าถอยจากไป

ซูยีมองเข้าไปในดวงตาของหวางเอี๋ยนซูแล้วพูดเสียงเรียบ “ท่านบอกว่ากลัวคนอื่นจะหาว่าท่านใช้อำนาจบังคับผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วท่านมักจะใช้วิธีนี้อยู่เสมอ”

            หวางเอี๋ยนซูหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่โดนซูยีพูดเป็นเชิงต่อว่า แม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมาย จักรพรรดิ์หนุ่มก็รวบเอวของซูยีไว้ “ซูซู พวกเราได้เวลาเข้าหอแล้ว”

            ซูยีรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น เขามองออกไปทางนอกหน้าต่าง “พระอาทิตย์ยังไม่ทันตกดิน เวลานี้เร็วเกินไปที่จะ...ท่านพูดจาเหลวไหล ถึงข้าจะไม่เคย...เคยผ่านพิธีแต่งงานมาก่อน ข้าก็รู้เรื่องพวกนี้ดี ในฐานะจักรพรรดิ์ผู้ครองประเทศ ท่านไม่ควรใจร้อนเกินไป”

            หวางเอี๋ยนซูกล่าว “ข้ารอเวลานี้มาหลายเดือน ยังจะเรียกว่าใจร้อนอีกหรือ แต่ตามธรรมเนียมจินเหลียวนั้นต่างจากต้าฉี พวกเราไม่ต้องรอจนพระอาทิตย์ตกถึงจะเข้าหอ” พูดถึงตอนนี้ก็กระซิบที่ข้างหูของซูยี “คนจินเหลียวนั้นเชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้ ความอดทนแข็งแรงก็มีมากกว่าคนเผ่าอื่น พวกเรายึดถือบทกวีหนึ่งที่ว่า ยามค่ำคืนของฤดูใบไม้ผลินั้นสั้นนัก ต้องเริ่มรักตั้งแต่พระอาทิตย์ยังส่องแสง ดังนั้นตามธรรมเนียมของพวกเราต้องส่งตัวเข้าหอตั้งแต่เที่ยงวัน ซูซูเจ้าเตรียมใจไว้แล้วหรือยัง?”

            ใบหน้าของซูยีนั้นแดงฉาน ทั้งขุ่นเคืองและตกใจ ไม่สามารถหาคำพูดใดเพื่อยื้อเวลาออกไปได้อีก หวางเอี๋ยนซูเองก็ดูเหมือนจะไม่สามารถทนได้นานมากไปกว่านี้แล้ว มือใหญ่จูงมือของซูยีกึ่งลากกึ่งเดิน แต่เมื่อซูยีขัดขืนเขาก็รวบร่างบางขึ้นอุ้มเดินอย่างรวดเร็วไปยังเรือนหอที่กำหนดไว้เป็นที่ประทับของจักรพรรดินี ตำหนักมโนรมย์อันงดงามและน่าเกรงขาม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #361 Kankao94 (@Kankao94) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:12
    ฝ่าบาทจ้างมาพูดคนละเท่าไหร่เนี่ยยย ค่ตปั่น555
    #361
    0
  2. #278 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:11

    น้องมองโลกในแง่ร้ายเกินไปมั้ง ชายสือสมเป็นปราชญ์ พูดได้ดีจริงๆ เรายังคล้อยตามเลยเนี่ย

    #278
    0
  3. #205 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 12:23
    รอดมั้ย รอบนี้น้องจะรอดมั้ยเอ่ย? สงสัยต้องให้คนรอบข้างมาสะกิดให้ซูยีเปิดใจบ่อยๆ ไม่งั้นจะคงยากที่จะอ่อน
    #205
    0
  4. #8 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:28
    ทุกคนเวึยนกันมาหว่านล้อม.
    ใจอ่อนเถอะค่ะซูซู
    #8
    0