war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,922 Views

  • 395 Comments

  • 1,274 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,294

    Overall
    19,922

ตอนที่ 40 : บทที่ 42

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ตอนแรกซูยีไม่คิดจะทายา แต่ช่องทางด้านหลังของเขานั้นเริ่มเจ็บปวดและร้อนดังถูกไฟเผา เมื่อคิดว่าหวางเอี๋ยนซูทำเรื่องน่าอับอายกับเขามาแล้วที่ห้องอาบน้ำ และตอนนี้เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง จึงยินยอมให้หวางเอี๋ยนซูถอดเสื้อผ้าจับตัวเขาพลิกคว่ำลงกับเตียงโดยไม่ดิ้นรนขัดขืน การกระทำของซูยีในครั้งนี้เกินความคาดหมายของหวางเอี๋ยนซูทำให้จักรพรรดิ์หนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างและค่อย ๆ แยกแก้มก้นขาวผ่องสองลูกออกจากกัน แล้วใช้นิ้วป้ายยาทาลงบนแผลบวมแดงนั้น

            หวางเอี๋ยนซูได้ยินเสียงบ่นพึมพำของซูยี “ยาชนิดนี้ได้ผลจริงหรือ ข้าคิดว่าผู้ที่บอกนั้นต้องการโก่งราคาท่านมากกว่า” หวางเอี๋ยนซูลอบหัวเราะอย่างเอ็นดู เขาพบว่าซูซูของเขานั้นน่ารักเหลือเกินในยามที่อยู่ในอารมณ์ไม่ถูกใจ แน่นอนว่าความคิดของซูยีก็คือการพูดเช่นนั้นแสดงถึงการไม่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นตัวของหวางเอี๋ยนซูหรือยาในมือของเขา

            แต่สักพัก ซูยีก็ต้องยอมรับอย่างเสียไม่ได้ว่าที่หวางเอี๋ยนซูพูดไว้เกี่ยวกับสรรพคุณของยานั้นถูกต้อง ช่องทางด้านหลังของเขาที่เคยแสบร้อนราวกับถูกสาดพริกกลับรู้สึกเย็นสดชื่น สบายเนื้อตัว ซูยีมองตามร่างของหวางเอี๋ยนซูที่ล้มตัวนอนเคียงข้าง “พวกเรานอนกันเถิด”

            ซูยีหน้าแดงก่ำ แล้วพูดอย่างโมโห “ข้ายังไม่ได้สวมเสื้อผ้า”

            หวางเอี๋ยนซูแนบร่างของตนกับร่างเปลือยเปล่าของซูยี “ซูซู เจ้าไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อผ้า ถ้าเราหลับกันตอนนี้ บางทีอาจจะตื่นมาตอนยามสามหรือยามสี่ พวกเราก็จะได้ทำกันอีกครั้ง” หลังจากที่พูดจบ ร่างของหวางเอี๋ยนซูก็กลิ้งตกจากเตียงด้วยแรงเตะของซูยี

            ในตอนนี้ซูยีดูเหมือนจะอดกลั้นไม่ไหวอีกแล้ว จึงระบายความโกรธออกมาด้วยการใช้กำลัง หวางเอี๋ยนซูที่นั่งอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมองซูยีแล้วกล่าว “ซูซู เจ้าคิดจะฆ่าสามีสุดที่รักของเจ้าในคืนวันแต่งงานหรืออย่างไร” เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบชุดนอนให้ แต่ก็พบว่ามันขาดแล้ว หวางเอี๋ยนซูหัวเราะอย่างขบขัน แต่เมื่อมองไปที่ซูยีก็พบว่าใบหน้างดงามนั้นเคร่งเครียดและโกรธขึ้ง หวางเอี๋ยนซูรีบพูด “ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าจะไปเอาเสื้อชุดใหม่มาให้เจ้า” พูดจบก็เดินออกไปนอกห้อง แล้วตะโกน “นำเสื้อนอนมาให้ข้าหนึ่งชุด” ทันใดนั้นผ้าม่านที่ประตูก็แยกออก และซือน่งก็รีบเข้ามาในห้องพร้อมเสื้อและกางเกงนอนที่ทำจากผ้าซาตินสีขาวราวหิมะ

            เมื่อหวางเอี๋ยนซูเห็นว่าเป็นซือน่งก็ให้รู้สึกประหลาดใจ “ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่ เจ้าควรไปดูแลความเรียบร้อยในงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ”

            ซือน่งยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากเพื่อซ่อนรอยยิ้มแล้วกล่าว “สมเด็จพระชนนีมีรับสั่งให้ผู้น้อยมาถวายการรับใช้ฝ่าบาทและผู้น้อยก็เห็นว่าคืนนี้ควรอยู่รับใช้ฝ่าบาท เพราะเห็นว่าฝ่าบาทต้องอดกลั้นมาเป็นเวลานาน ในเมื่อคืนนี้พระองค์สามารถปลดปล่อยความปรารถนาได้แล้วก็ย่อมจะใจร้อน ผู้น้อยจึงมาอยู่คอยรับใช้” พูดจบก็ยื่นเสื้อผ้าให้กับผู้เป็นนาย

            หวางเอี๋ยนซูส่งสายตาดุใส่ เพราะรู้ดีว่าซูยีที่อยู่ในห้องคงจะได้ยินแล้ว “ทำเป็นพูดดีไป ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าทำสิ่งใดผิดพลาด ข้าจะลงโทษเจ้าให้สาสม” พูดจบก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอน พยายามเอาใจซูยี “ซูซู ข้านำเสื้อผ้ามาแล้ว เจ้าต้องการให้ข้าสวมให้หรือไม่...” ยังพูดไม่ทันจบประโยค หวางเอี๋ยนซูถึงกับร้องอุทานเสียงหลง

            ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากซูยีที่อยู่ในอารมณ์โกรธและไม่สามารถควบคุมตนเองได้ในตอนนี้ ได้ใช้หมอนเป็นอาวุธ และเนื่องจากซูยีมีทักษะการต่อสู้อยู่ในระดับสูง หมอนใบนี้จึงอัดแน่นด้วยพลังภายในทำให้มีน้ำหนักและความเร็วแรงดังค้อนหิน หวางเอี๋ยนซูรีบก้มศีรษะหลบวัตถุนั้นได้อย่างเฉียดฉิว เขารู้ดีว่าซูยีนั้นโกรธมาก แต่ทุกสิ่งที่หวางเอี๋ยนซูทำนั้นก็เพื่อต้องการสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายระหว่างกันและความลดความโศกเศร้าของซูยี

            ซูยีจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาวาวโรจน์ เขาไม่ยอมให้หวางเอี๋ยนซูเข้าใกล้ หวางเอี๋ยนซูนั้นแม้จะมีอำนาจสูงสุดในประเทศแต่เมื่ออยู่ในห้องนอนกลับไม่กล้ากับซูยี แต่เนื่องจากคืนนี้เขาก็ได้เสพสมตามที่ใจปรารถนาแล้ว หวางเอี๋ยนซูจึงไปพาตัวเองไปนอนที่เก้าอี้ยาวในห้อง

            เมื่อนึกถึงคำกล่าวที่ว่ายามค่ำคืนของฤดูใบไม้ผลินั้นสั้นนัก ต้องเริ่มรักตั้งแต่พระอาทิตย์ยังส่องแสง ซูยีพลิกตัวทั้งคืนด้วยความระแวงภัย จนท้องฟ้าเริ่มสว่าง ซูยีจึงเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อหวางเอี๋ยนซูได้ยินเสียงลมหายสม่ำเสมอจึงกล้าที่จะปีนขึ้นเตียงและกอดคนรักไว้ในอ้อมแขน แต่ช่วงระยะแห่งความสุขนั้นสั้นนัก เพราะไม่ทันไรเสียงไก่ก็ขันเป็นสัญญานว่าเช้าแล้ว ที่นอกห้อง ขันทีผู้มีหน้าที่ปลุกองค์จักรพรรดิ์ ส่งเสียงกระแอมไอและส่งเสียงเรียก “ฝ่าบาท ได้เวลาประชุมแล้วพะยะค่ะ”

            หวางเอี๋ยนซูไม่อยากห่างจากซูยี แต่หน้าที่รับผิดชอบย่อมเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นจึงลุกขึ้นจากเตียงแล้วบอก “ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าไปรอข้าที่ด้านนอก ให้ซือน่งเข้ามาคอยรับใช้พระจักรพรรดินี”

            เมื่อคำว่าจักรพรรดินีหลุดออกจากปาก ความสุขก็พลันท่วมท้นขึ้นมาเต็มหัวใจ หวางเอี๋ยนซูเดินไปยังห้องแต่งตัว ซือหลิวตามเข้าไปรับใช้ ช่วยแต่งตัว ในเวลาเดียวกันที่ซือน่งก็เดินเข้าตำหนักมโนรมย์เพื่อคอยรับใช้ซูยี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #284 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:29

    โอ้โห หลงเมียจริงจัง 555555

    #284
    0
  2. #210 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:06
    เกรงใจเมีย เจริญค่ะ เค้าถือคตินี้ใช่มั้ยคะ 555
    #210
    0
  3. #105 สายส่อง (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 00:41

    คนหลงเมียไปอี๊กก

    #105
    0