war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,595 Views

  • 392 Comments

  • 1,258 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    967

    Overall
    19,595

ตอนที่ 46 : บทที่ 48

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            สามารถกล่าวได้ว่าคำพูดที่มาผิดจังหวะนั้นเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างคาดไม่ถึง เมื่อได้ยินคำพูดของซูยีแล้วหวางเอี๋ยนซูที่ก่อนหน้ามีทีท่ารื่นรมย์กลับเปลี่ยนแปลงทันที แม้แต่คำพูดยังติดขัด “นั่น...นั่น...ซูซู...เจ้า...เจ้ายังไม่เชื่อข้า? วันนี้...วันนี้พวกเราสายมากแล้ว พวกเรา...พวกเราควรรีบกลับ”

            ซือน่งก็ไม่แตกต่างกัน โดยปกติแก้มของหญิงรับใช้ผู้นี้มักจะเป็นสีชมพูเรื่อแต่ตอนนี้กลับซีดขาว หญิงสาวรีบสนับสนุนคำพูดของผู้เป็นนาย “ใช่แล้ว นายท่าน ผู้น้อยรับประกันว่าคนพวกนั้นมีชีวิตปกติสุขดีแล้ว ตอนนี้ก็สายมากแล้ว พวกเราควรรีบกลับวังกัน”

            แต่ดูเหมือนซูยีมีแผนการบางอย่างในใจ เขาจึงหัวเราะเบา ๆ “คำพูดของพวกท่านยิ่งทำให้ข้ารู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม” กล่าวจบก็ไม่สนใจคนทั้งสองอีก ซูยีเดินไปตามทางที่เป็นย่านที่เขาเคยอาศัยอยู่

            นายท่านนี่มันเกิดอะไรขึ้น ข้าสวดภาวนาเป็นหมื่นครั้งไม่ให้ท่านเปิดเผยว่าซือหลิวและข้าเป็นคนบอกเรื่องพวกนี้กับท่าน ซือน่งคิดในใจขณะเดินตามหลังซูยี ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมองไปทางหวางเอี๋ยนซูที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก็เห็นอยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างกัน หญิงสาวลอบสัมผัสผู้เป็นนายเบา ๆ และกระซิบถาม “ฝ่าบาท ถ้านายท่านรู้ความจริง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพระองค์เอง ทำไมพระองค์จึงทำหน้าเยี่ยงนี้”

            หวางเอี๋ยนซูมองหญิงรับใช้แล้วทำเสียงต่ำเป็นเชิงดุ “ประโยชน์อะไรกัน ถ้าซูซูรู้ความจริงเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้น เขาอาจจะรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อยว่าข้าไม่ได้เป็นคนที่ไร้มโนธรรมเสียทีเดียว แต่ตอนนี้ความรู้สึกของซูซูนั้นมองข้าว่าเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายและไร้ความปรานีนั้นฝังแน่นในใจของเขา และเพราะวิธีการนี้ทำให้เขาต้องยอมเป็นจักรพรรดินี ถ้าเขาพบเจอคนพวกนั้นและรู้ว่าได้ร่วมมือกับข้าเพื่อหลอกลวงเขา เขาอาจจะคิดว่าความรักของข้าที่มีต่อเขานั้นเป็นหนึ่งในเรื่องหลอกลวง เจ้าคิดว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรดี”

            ซือน่งถึงกับตะลึงและอึ้ง ที่หญิงสาวทำได้ในตอนนี้คือมองหน้าผู้เป็นนาย ผู้ซึ่งปกติจะเป็นคนเฉลียวฉลาดและมองการณ์ไกล มีกระบวนการคิดที่ล้วนแล้วแต่มีไหวพริบปฏิภาณ แล้วคิดในใจ "ฝ่าบาททรงคิดมากเกินไปแล้ว” หลังจากนั้นก็ได้ยินหวางเอี๋ยนซูพึมพำกับตนเอง “พระพุทธองค์โปรดดลบันดาลให้คนพวกนั้นไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป ถ้าซูซูรู้ว่าข้าโกหกต่อเขา และให้เงินคนพวกนั้นคนละสิบตำลึง ซูซูจะต้องรู้สึกเจ็บปวดใจแน่นอน”

            เมื่อซูยีเดินเข้าไปอยู่ในย่านที่อยู่เดิมของตนก็สังเกตเห็นว่าแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่เขาต้องจากที่นี่ไปประจำการอยู่ที่ชายแดน เมื่อเห็นภาพสถานที่ที่คุ้นตา ก็รู้สึกตื้นตันใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว ซูยีเดินไปจนถึงบ้านเดิมที่เขาเคยอยู่ ก็ตระหนักว่าหลังจากที่เขาต้องออกจากเมืองไปโดยไม่มีโอกาสได้กลับมา จักรพรรดิ์ฉีคงจะเวนคืนที่อยู่อาศัยของเขาให้กับข้าราชการคนอื่น ตอนนี้ที่บ้านก็พบว่ามีข้าราชการที่รับใช้จักรพรรดิ์ฉีและครอบครัวได้ย้ายเข้ามาอยู่แทน แม้แต่คนรับใช้เก่าของเขาก็ไม่อยู่แล้ว ความรู้สึกโศกเศร้าทำให้เขารีบเดินต่อไปจนถึงบ้านของหญิงชราที่เขาเคยช่วยเหลือ และบังเอิญมากที่สุดที่เพื่อนบ้านเก่าของเขาก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่เพื่อพูดคุยสนทนากัน ในกลุ่มคนพวกนั้นมีทั้งสตรีที่ตั้งครรภ์และสตรีที่เป็นมารดาของเด็กหญิงผู้ที่เป็นเหยื่อที่ใช้ในการข่มขู่บีบบังคับเขาในวันนั้น

            หวางเอี๋ยนซูรู้สึกเหมือนกับมีมือเย็นเฉียบมาบีบหัวใจเมื่อพบว่าซูยีได้พบนักแสดงทั้งหมดในคราเดียวกัน ใบหน้าของชายหนุ่มซีดขาว ขณะที่ใบหน้าของซือน่งกลับกลายเป็นเขียวคล้ำ เมื่อชาวบ้านเห็นคนทั้งสาม ทุกคนต่างก็ตกตะลึงในตอนแรก แต่ต่อมาก็รีบถวายความเคารพ

            หัวใจของหวางเอี๋ยนซูเต้นระรัวราวกับกลอง กำลังคิดหาทางส่งสัญญานให้ทุกคนเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความลับ แต่ซูยีที่มองไปรอบ ๆ บ้านแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าว “ตอนนี้ข้าเห็นว่าพวกเจ้าอยู่กันดี ข้าก็เบาใจ” เมื่อพูดจบ ซูยีก็เห็นสตรีมีครรภ์ก้าวเดินออกมาข้างหน้า ใบหน้านั้นฉาบไว้ด้วยความละอาย “พี่ซู เรื่องที่พวกเรากับฝ่าบาทร่วมมือกันหลอกลวงท่าน เป็นข้าเองที่ตัดสินใจแทนชาวบ้านทุกคน ท่านอย่าต่อว่าคนอื่นเลย ท่านจะลงโทษข้าอย่างไรก็ได้” เมื่อพูดจบก็พยายามคุกเข่าต่อหน้าซูยี แต่ซูยีกลับดึงมือไว้ไม่ให้ทำเช่นนั้น

            สำหรับหวางเอี๋ยนซูที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ของจินเหลียวท่ามกลางความวุ่นวายและปัญหามากมาย จึงมักจะคิดว่ารู้ทุกสิ่งในโลกนี้แล้ว แต่กลับไม่คิดว่าเรื่องราวทั้งหมดกลับถูกเปิดเผยรวดเร็วและง่ายดายถึงเพียงนี้ ส่วนซือน่งคาดการณ์ไว้แล้วว่าสตรีนางนี้คงจะสารภาพกับซูยีอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะยอมรับผิดชอบในทุกเรื่อง แต่เมื่อทำเช่นนี้ ฝ่าบาทย่อมไม่สงสัยว่าซือหลิวและซือน่งได้เปิดเผยความลับต่อซูยี ดังนั้นจึงอาจจะนับเป็นความโชคดีในความโชคร้าย หลังจากที่ความคิดนี้ผ่านเข้ามา ซือน่งจึงเงยหน้าขึ้นและพบว่าซูยีกำลังมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาที่แจ่มใสชัดเจน

            หวางเอี๋ยนซูมองใบหน้าคนรักของตน แต่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เขาได้ยินเสียงซูยีถาม “หวางเอี๋ยนซู สตรีนางนี้บอกว่าได้ร่วมมือกับท่านเพื่อหลอกลวงข้า ที่แท้เรื่องเป็นอย่างไร?” หวางเอี๋ยนซูกวาดตามองสตรีมีครรภ์นางนั้นก่อนจะแสร้งยิ้มและบอกกับซูยีว่า “ไม่...ไม่มีอะไรมาก ข้าคิดว่าถ้าคนพวกนี้ตายไปจริง ๆ เจ้าคงไม่มีทางยกโทษให้แน่นอน ดังนั้นข้าจึงคิดว่า...ข้าต้องการเพียงแค่ใช้คนพวกนี้เพื่อบีบบังคับเจ้าให้ยินยอม แต่ก็เกรงว่าคนพวกนี้จะไม่สามารถทนต่อการขู่เข็ญ หากพวกเขาเสียชีวิตแม้ข้าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นข้าที่ฆ่าพวกเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไม...ส่วนที่เหลือซูซูก็รู้ชัดเจนแล้ว” เมื่อพูดจบก็พบว่าตนเองไม่กล้ามองไปที่ซูยี ได้แต่ก้มหน้าด้วยความสำนึกผิด

            เวลาผ่านไปแต่ทว่ากลับไม่มีทีท่าใด ๆ จากซูยีที่จะแสดงถึงความโกรธแค้น ขณะที่หวางเอี๋ยนซูกำลังสงสัยว่าเพราะอะไร ทันใดนั้นองค์จักรพรรดิ์หนุ่มก็เห็นมือเรียวยาวแต่แข็งแรงยื่นมาจับที่มือของเขา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นพบว่าใบหน้าของซูยีนั้นแสดงความรู้สึกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งอ่อนโยนและนุ่มนวล ซูยียิ้มและกล่าวว่า “ท่านเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน ทำไมถึงทำท่าท้อแท้ถึงเพียงนี้ ถ้ามีใครมาเห็นจะหัวเราะเยาะเอาได้”

            หวางเอี๋ยนซูโดยแท้จริงเป็นคนฉลาดแกมโกง จึงได้แต่สงสัยในท่าทีของซูยี แต่เมื่อเห็นใบหน้าของซูยีที่สงบดังน้ำในสระ เขาได้แต่สงสัยว่าอาจเป็นความสงบก่อนจะเกิดพายุใหญ่ซูยีอาจจะรอให้กลับถึงพระราชวังก่อนจึงจะคิดบัญชีกับเขา เขาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างรู้สึกไม่สบายใจ ขณะที่เฝ้ามองซูยีพูดคุยกับคนพวกนั้นอย่างมีความสุข เขาเริ่มคิดเป็นกังวลว่าตนเองอาจจะเผลอเปิดเผยตัวว่าเป็นพวกเกรงกลัวภรรยาต่อหน้าคนทั้งหลาย เขารีบดึงซือน่งให้ออกมาจากบ้าน และทั้งคู่ก็รวมหัวกันเพื่อหาวิธีจัดการกับสถานการณ์ แต่แม้จะขบคิดเป็นเวลานานก็ยังไม่สามารถหาวิธีการใดได้

            หลังจากที่ทั้งสามเดินทางกลับไปยังพระราชวัง ซูยีก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก ซึ่งไม่เป็นไปตามที่หวางเอี๋ยนซูคาดการณ์ไว้ องค์จักรพรรดิ์หนุ่มจึงได้แต่เลียบ ๆ เคียง ๆ คอยสังเกตท่าทีของซูยีมาสองสามวัน แต่ซูยีดูเหมือนจะลืมเรื่องนั้นไปแล้ว ท่าทีของซูยีก็เหมือนจะอ่อนโยนกว่าเดิมเล็กน้อย ทำให้หวางเอี๋ยนซูแอบรู้สึกยินดี “บางทีหลังจากที่ซูซูรู้ความจริงแล้ว ความรู้สึกเกลียดชังคงจะลดน้อยลง” เมื่อคิดได้ดังนั้น หวางเอี๋ยนซูจึงเลิกเป็นกังวลและยิ่งแสดงความรักต่อซูยีมากยิ่งขึ้น บางครั้งเมื่อพบปัญหาการบริหารบ้านเมือง เขาก็จะพูดคุยกับซูยี และก็ได้พบว่าคนรักของเขานั้นมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านพลเรือนและการทหารอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่เกิดผิดที่ผิดเวลา ความสามารถนี้จึงเสียเปล่าไปในสมัยของจักรพรรดิ์ฉีผู้บัดซบ

            หัวใจของซูยีเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป สิ่งที่หวางเอี๋ยนซูแสดงต่อซูยีนั้นแสดงถึงความรักอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงความหลงใหลที่เกิดจากความปรารถนาที่ต้องการเอาชนะซูยี  เมื่อซูยีคิดใคร่ครวญดูแล้วพบว่า ไม่ว่าในฐานะจักรพรรดิ์หรือสามี บุคคลผู้นี้ก็โดดเด่นทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่หวางเอี๋ยนซูทำผิดพลาดก็คือรักกับคนที่ไม่ควรรัก เขาไม่ควรรักซูยี

            ทุกครั้งที่ซูยีคิดถึงเรื่องนี้ก็พบว่าความเกลียดชังที่มีต่อหวางเอี๋ยนซูนั้นค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย แม้ว่าซูยีจะยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาเช่นเดิม แต่ความรู้สึกในหัวใจกลับเริ่มที่จะอบอุ่นขึ้น หรือบางที...บางทีเขาอาจจะสามารถลืมเรื่องอัปยศเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและรักคนที่เป็นศัตรูผู้ทำลายประเทศของตน แต่...เป็นไปไม่ได้ เขาไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #318 Rium (@knightmam) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 20:59
    ฝ่าบาทเค้ายอมแทบเท้าหนูทุกทางแล้วลูกกก หูลู่น่างสานไปหมดแล้ว อย่าใจแข็งนักเลย ฮือ
    #318
    0
  2. #290 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 17:12

    หงอย หงอยมาก หูตกหางตก แงงงงง มองหวางเอี๋ยนซูว่าน่ารักเลยเนี่ย ว่าแต่ น้องคะ ฮืออออ พิเหน่ยแล้ววว ทำไมน้องใจน้องแน่วแน่ปานนี้

    #290
    0
  3. #64 spnszz (@isaiparn) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 23:40
    ใจอ่อนเถิดดดด
    #64
    0
  4. #19 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:09
    ฮ่วย..ใจอ่อนเต้อะ
    #19
    0