war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,521 Views

  • 392 Comments

  • 1,253 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    893

    Overall
    19,521

ตอนที่ 48 : บทที่ 50

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            สีหน้าของซูยียังคงไม่เปลี่ยนแปลง ชายหนุ่มยิ้มแล้วกล่าว “ชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ เจ้าไม่ต้องคิดเรื่องที่ว่าข้าจะทุกข์หรือสุข พูดมาเถอะ ข้ารอฟังอยู่”

            เมื่อซือหยวนได้ยินคำพูดของซูยี หญิงสาวยิ้มเย็นชา “แม่ทัพซูนับเป็นคนจริง” ก่อนจะเดินเข้าใกล้และกระซิบที่ข้างหู “ผู้น้อยได้ข่าวมาว่า แม่ทัพหยูคังได้รับรายงานลับเรื่องจับบัณฑิตนับร้อยคนไว้ในข้อหากบฏ คนเหล่านี้ต้องการโค่นล้มจินเหลียวและฟื้นฟูต้าฉี เรื่องนี้มีแค่ผู้น้อยกับแม่ทัพหยูคังที่ทราบ ผู้น้อยคิดว่ามีบัณฑิตบางคนที่ถูกจับมาอาจจะรู้จักกับแม่ทัพซู จึงนำความเรื่องนี้มาบอก และถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงฝ่าบาท แน่นอนว่าพวกกบฏจะต้องได้รับการลงโทษและหากมีการตรวจสอบก็อาจจะมีคนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น”

            ก่อนที่ซือหยวนจะพูดจบ ใบหน้าของซูยีก็แปรเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว แต่ซือหยวนก็ยังพูดต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน “แม่ทัพซูคงจะพอเข้าใจดีว่าเมื่อมีการเปลี่ยนราชวงศ์ สิ่งที่จักรพรรดิ์พระองค์ใหม่ต้องพยายามควบคุมก็คือการก่อจราจล เมื่อมีประชาชนที่ต้องการฟื้นฟูราชวงศ์เดิม องค์จักรพรรดิ์ก็ย่อมเกิดความท้อแท้ผิดหวัง เพราะพระองค์ปฏิบัติต่อประชาชนชาวฉีด้วยความเอื้อเฟื้อและเมตตาแต่ก็ยังมีประชาชนชาวฉีที่ยังต่อต้านและต้องการฟื้นฟูแผ่นดินเดิมอีก”

            แน่นอนว่าซูยีเข้าใจคำพูดที่ซือหยวนใช้ขู่เข็ญเป็นอย่างดี จึงกล่าว “หวางเอี๋ยนซูไม่ใช่คนชนิดนั้น และนี่ก็เป็นการฟังความข้างเดียว ข้าไม่อาจเชื่อถือได้ทุกอย่าง หากเจ้าต้องการให้ข้าตาย ก็ฆ่าข้าเถิด ไม่ต้องใช้การข่มขู่เหมือนกับเจ้านายของเจ้า”

            ซือหยวนยิ้ม “นั่นเป็นสิ่งที่ซือหยวนต้องการพูด ถ้าแม่ทัพซูไม่เชื่อคำพูดของซือหยวน ก็ลองสอบถามกับคุณชายสือสหายของท่าน ผู้น้อยหวังว่าแม่ทัพซูคงจะจำได้ว่าชีวิตของประชาชนพวกนั้นตอนนี้อยู่ในมือของท่าน เหมือนเมื่อครั้งที่ฝ่าบาทเคยใช้วิธีนี้ นายท่านรู้ดีว่าฝ่าบาททรงไม่โหดเหี้ยมพอที่จะทำร้ายประชาชน แต่แม่ทัพหยูและข้าไม่เหมือนฝ่าบาท นายท่านควรไตร่ตรองให้รอบคอบ”

            ซูยีต้องการสอบถามซือหยวนต่อ แต่ซือน่งเดินกลับมาก่อน เพราะคำพูดของซือหยวนทำให้หัวใจของซูยียุ่งเหยิง ความรู้สึกเหมือนมีเส้นด้ายพันกันวุ่นวาย ซูยีหยิบขนมจากกล่องที่ซือน่งนำมาให้อย่างเหม่อลอย เมื่อรับประทานไปได้สองสามชิ้นก็หยุด

 ****

            วันถัดมา ซูยีส่งคนไปเชิญสือเจิงเหอให้มาพบที่ตำหนัก เมื่อพบกันครั้งนี้ ซูยีถึงกับใจหายเมื่อเห็นว่าสหายเก่าที่เคยงามสง่าผ่าเผย กลับมีใบหน้าหมองคล้ำ นัยน์ตาก็มีเส้นเลือดปรากฏ เมื่อพบซูยีก็พูดด้วยน้ำตาที่คลอเต็มสองเบ้า “โหลวฉี ข้าเองก็ต้องการพบท่าน...” ก่อนที่เขาจะพูดต่อ น้ำตาก็ไหลออกมาราวกับเม็ดฝน

            ซูยีทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง นี่ย่อมหมายความว่าสิ่งที่ซือหยวนพูดมานั้นถูกต้อง หูของเขารับฟังการร้องขอจากสหายสนิทให้เขาขอความเมตตาจากหวางเอี๋ยนซูให้ปลดปล่อยบรรดาบัณฑิตเหล่านั้น แต่ในใจของซูยีนั้นรู้ดีว่าหวางเอี๋ยนซูนั้นคงจะไม่พอใจถ้าต้องช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะคนกลุ่มนี้เป็นพวกที่ต้องการล้มล้างการปกครองของเขา และเขาก็ไม่คิดจะขอร้องหวางเอี๋ยนซูให้ปลดปล่อยคนพวกนั้นเพื่อให้เห็นแก่ความสเน่หาที่มีต่อกัน แต่ทั้งนี้เขาก็ยังคงให้สัญญากับเพื่อนสนิทว่าจะหาทางช่วยเหลือเพื่อที่จะได้กลับไปอย่างวางใจ

            ซูยีหัวเราะขื่น ๆ ให้กับตนเอง สวรรค์ช่างโหดร้ายต่อเขา ทำไมผู้คนถึงมักจะใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์มาคุกคามเขา หวางเอี๋ยนซูใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ และตอนนี้ซือหยวนกับหยูคังก็ยังจะนำวิธีนี้มาใช้กับเขาอีก ถ้าคนทั้งคู่ต้องการชีวิตของเขา เขาก็ยินดีที่จะสละให้ ตราบใดที่จะรับประกันความปลอดภัยของเหล่าบัณฑิตที่ถูกจับไป เขาเองก็เป็นเพียงนักโทษสงครามที่ไม่คิดจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าซือหยวนจะหาวิธีปลดเขาให้ออกจากตำแหน่งจักรพรรดินีด้วยวิธีใดเท่านั้น

            หลายวันนับจากวันนั้น ซูยีก็ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย ทุกวันเขาพยายามฝืนยิ้มต่อหน้าหวางเอี๋ยนซู เขารู้มาว่าหยูคังยังไม่รายงานเรื่องที่จับตัวพวกบัณฑิตต่อหวางเอี๋ยนซู จึงค่อยเบาใจขึ้นมาบ้าง เขาคิดมาตลอดว่าหวางเอี๋ยนซูนั้นทั้งอ่อนโยนและมีน้ำใจต่อเขา ยามเมื่ออยู่เคียงข้างกันซูยีรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยและถ้าซูยีต้องจากเขาไปคงจะสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยายได้ก็ดูเหมือนจะบาดลึกลงไปในใจของเขา

            ในเวลานี้องค์รัชทายาทหวางเอี๋ยนโจวที่ถูกซูยีแนะนำสั่งสอนทำให้ขยันหมั่นเพียรมากกว่าแต่ก่อน ทุกวันจะต้องมารายงานความก้าวหน้าทางการเรียนให้ซูยีฟัง เมื่อซือน่งและคนอื่นพบเห็นก็ได้แต่นึกประหลาดใจว่าซูยีใช้วิธีใดที่ทำให้คนที่ฉลาดและเจ้าเล่ห์อย่างองค์รัชทายาทยินยอมเชื่อฟังได้

            วันนี้หวางเอี๋ยนโจวเเสร็จสิ้นการรายงานผลการเรียนประจำวันแก่ซูยีและเพิ่งกลับไป ซือน่งนั่งคุยอยู่กับนางกำนัลสองสามคนในห้อง ลมฤดูร้อนพัดมาทางหน้าต่าง นำสายลมแห่งความเย็นผ่านมาในห้อง

            ซือน่งเงยหน้าทันทีและพูดด้วยความประหลาดใจ “พวกเจ้าสังเกตไหมว่ามีกลิ่นหอมหวานลอยมากับลม...” พูดยังไม่ทันขาดคำ ศีรษะก็รู้สึกหนักอึ้งและแขนขาก็อ่อนแรง หญิงสาวสามารถรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ พยายามที่จะยืนขึ้นและร้องเรียกให้ช่วย แต่ในที่สุดก็ฟุบลงบนพื้น นอกจากซือน่งที่ร่ำเรียนวิทยายุทธ์แล้ว นางกำนัลคนอื่นที่ไม่มีวิทยายุทธ์ใดต่างก็สลบในทันทีที่ได้กลิ่นนั้น แม้แต่ซูยีที่อยู่ห้องด้านในก็ไม่เว้น

            ซือหยวนกวาดสายตามองยามรักษาความปลอดภัยที่นอนหมดสติอยู่ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายใน ผ่านร่างของนางกำนัลที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น เมื่อผ่านเข้าไปถึงห้องด้านในก็พบกับซูยีที่นอนสลบอยู่เช่นกัน หญิงสาวเอ่ยเสียงต่ำ “แม่ทัพซูถึงแม้ท่านจะถูกจับมาเป็นเชลยสงคราม แต่ก็ยังรักษาความซื่อสัตย์ที่มีต่อประเทศของตน ซือหยวนนับถือท่านด้วยใจจริง แต่ผู้น้อยไม่ยอมให้คนอย่างท่านเป็นจักรพรรดินีของจินเหลียว แม้ว่าการกระทำในวันนี้ของซือหยวนจะเป็นการทำร้ายท่าน แต่ผู้คนก็จะยกย่องให้ท่านมีชื่อเสียงว่าเป็นคนที่จงรักภักดีต่อต้าฉีจนตัวตาย ผู้น้อยหวังว่าหลังจากที่ท่านไปสู่ปรภพท่านจะไม่เกลียดชังผู้น้อย” พูดจบก็โอบอุ้มซูยีขึ้นเดินออกจากห้อง ลัดเลาะไปตามทางที่ไร้ผู้คนจนถึงกำแพงพระราชวังที่มีคนผู้หนึ่งรออยู่ที่ด้านนอกกำแพง

            “ท่านแม่ทัพหยูเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และให้ผู้น้อยถ่ายทอดข้อความนี้แก่แม่นางซือหยวนเพื่อให้สบายใจ” หลังจากที่บุรุษผู้นั้นพูดจบ ซือหยวนก็พยักหน้าและส่งตัวซูยีให้อีกฝ่ายผ่านรูขนาดใหญ่บนกำแพงที่ปกคลุมด้วยไม้พุ่มรกครึ้ม เมื่ออีกฝ่ายรับตัวของซูยีไปแล้ว ซือหยวนก็ยืนนิ่งสักพักก่อนจะกลับไปยังตำหนักมโนรมย์อย่างลุกลี้ลุกลน ซือหยวนวางกระดาษแผ่นหนึ่งไว้บนโต๊ะที่ซูยีมักจะใช้เขียนหนังสือ หลังจากมองไปรอบ ๆ ว่าไม่มีใครเห็นแล้วก็เดินจากไปด้วยความรีบร้อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #336 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 13:08
    ซือหยวน ว่างเกินไปเลยคิดเยอะ ควรหางานหนักๆให้ทำ หรือไม่ก็ไปไกลๆวังซะ อ่านมายังหาประโยชน์จากนางไม่ได้ ม้าในเรื่องยังทำมีคุณค่ากว่านางอีก เพลีย
    #336
    0
  2. #292 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 17:19

    อ่านแล้วยังเหนื่อยเลยเนี่ย เฮ้อ เหนื่อยแทนซูซู

    #292
    0
  3. #21 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:14
    เอาแล้วๆๆ
    #21
    0