war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,879 Views

  • 395 Comments

  • 1,273 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,251

    Overall
    19,879

ตอนที่ 49 : บทที่ 51

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            เนื่องจากมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หวางเอี๋ยนซูจึงต้องคลุกคลีอยู่กับเหล่าเสนาบดีเพื่อหาทางแก้ปัญหา ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาส่งเจ้าพนักงานไปยังพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติและแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชและสิ่งของเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน ดังนั้นในช่วงกลางวันจึงไม่มีเวลาว่าง จนตกกลางคืนจึงจะได้มีโอกาสไปหาซูยีที่ตำหนัก

            วันนี้หวางเอี๋ยนซูก็ทำงานเหมือนทุกวัน ขณะที่กำลังอ่านรายงานของเจ้าพนักงานที่ส่งไปยังพื้นที่ภัยพิบัติ พบว่าไม่พบประชาชนที่อดอยากจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งทำให้องค์จักรพรรดิ์รู้สึกเบาพระทัยลงไปบ้าง ทันใดนั้น ซือน่งก็รีบเร่งเดินเข้ามาหาด้วยสองขาที่สั่นเทา ใบหน้านั้นขาวซีด หอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อย แต่ยังไม่ทันพูดอะไร น้ำตาก็ไหลพรากเป็นสาย

            หวางเอี๋ยนซูประหลาดใจอย่างใหญ่หลวง หญิงรับใช้ทั้งสี่คนติดตามเขามาหลายปี ทุกคนต่างก็สามารถรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้เสมอไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด เมื่อเห็นซือน่งมีท่าทีผิดปกติ จึงรู้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับซูยีเพราะหวางเอี๋ยนซูมอบหมายให้ซือน่งคอยดูแลรับใช้ซูยีอย่างใกล้ชิด เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้และประคองซือน่งให้ยืนขึ้นแล้วถาม “เกิดอะไรขึ้น รีบบอกมา”

            น้ำตาไหลจากดวงตาของซือน่งราวกับฝนตก อาการสะอื้นทำให้ยากที่จะพูด ที่ทำได้เพียงส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับหวางเอี๋ยนซู

            ชายหนุ่มรับกระดาษจากมือของหญิงรับใช้และคลี่ออกดู พบว่าในนั้นเขียนเป็นโคลงสั้น ๆ

ยินเสียงเกราะเคาะเวลาพาสะดุ้งตื่น แสงเทียนดับ ฟ้าสางหนาวเหน็บ เสียงฝีเท้าม้าย่ำในฝันยังดังก้องอยู่ในหู ฝูงห่านบินลงใต้เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน แต่ข้าไม่อาจกลับบ้านทั้งที่โหยหา ปีกของข้าขาดวิ่นแต่จิตวิญญาณยังคงยึดมั่น

เวลาผันผ่านเนิ่นนานจนเส้นผมเปลี่ยนสี ดวงจันทร์ยังส่องสะท้อนแผ่นดินที่ล่มสลายสหายเก่าอยู่เบื้องหน้าแต่ไร้หัวใจ มองย้อนกลับไปยังหนทางที่ผ่านมา เสื้อผ้าเปื่อยผุพังแต่แผ่นดินยังคงเดิม

            ลายมือบนนั้นเป็นของซูยี หัวใจของหวางเอี๋ยนซูรู้สึกราวกับกลายเป็นน้ำแข็ง กลอนบทนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการบรรยายถึงวิญญานที่ฟื้นคืนความเข้มแข็งเพื่อกู้แผ่นดินกลับคืน แต่เขาไม่เชื่อว่าซูยีจะทำเช่นนั้น เมื่อหันกลับไปทางซือน่งอีกครั้งก็พบว่าหญิงสาวสามารถรวบรวมสติกลับคืนมาได้แล้ว ซือน่งพูด “เมื่อสองชั่วยามก่อน ผู้น้อยกับนางกำนัลและเจ้าพนักงานในตำหนักทุกคนถูกวางยาสลบผ่านอากาศ เมื่อตื่นขึ้นมาก็ไม่พบกับนายท่านแล้ว พบเพียงกระดาษแผ่นนี้บนโต๊ะ ผู้น้อยจึงรีบรุดมาหาฝ่าบาทเพื่อให้ตัดสินพระทัยว่าจะดำเนินการอย่างไร”

            หวางเอี๋ยนซูทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรันทดเสียใจ กระดาษหลุดจากมือ ใบหน้าของชายหนุ่มเหมือนจะหัวเราะไม่ออกร่ำไห้ไม่ได้ ก่อนจะพึมพำ “ซูซู...เจ้า...เจ้าคงจะลำบากมากที่ต้องปิดบังความรู้สึกนี้ไม่ให้ข้ารู้ เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อต้าฉี และฐานะจักรพรรดินีที่ดีของข้า...”

ซือน่งมองผู้เป็นนายด้วยสายตาแสดงถึงความกังวล ขณะที่ตกตะลึงไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร ก็เห็นซือหยวนเดินเข้ามาในห้อง เมื่อซือหยวนเห็นภาพของคนทั้งคู่ก็รีบเอ่ยปากถาม “เกิดอะไรขึ้น?” ซือน่งจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

            ซือหยวนเดินไปหยิบแผ่นกระดาษที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา หลังจากกวาดสายตาอ่านจนจบ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไป และส่งเสียงเรียก “ใครที่อยู่ข้างนอก ให้เข้ามาเดี๋ยวนี้” ทันใดนั้นขันทีน้อยสองคนก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรับคำสั่ง ซือหยวนรีบบอก “ไปเชิญแม่ทัพหยูคังมาเฝ้าฝ่าบาท”

            ขันทีน้อยรีบออกไปปฏิบัติตามคำสั่ง ซือน่งรีบถาม “ซือหยวน เจ้าทำอะไร ทำไมต้องเรียกตัวแม่ทัพหยู เรื่ององค์จักรพรรดินีหายตัวไปนี้ยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งดี ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไปจะทำอย่างไร แล้วฝ่าบาทก็ยังไม่ทันได้สั่งการอะไร”

            ซือหยวนหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าว “เจ้ารับใช้ฝ่าบาทมาหลายปีก็น่าจะรู้ดี แต่ข้าเห็นว่าตอนหลังเจ้าติดตามซูยีใกล้ชิดจึงอาจจะไม่ทันคิดว่าซูยีนั้นยังคงความตั้งใจเดิมอยู่ เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น เขาอยู่กับฝ่าบาทเพื่อล่อลวงให้ลุ่มหลง หลังจากที่ฝ่าบาทไม่คิดจะควบคุมรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เขาจึงวางแผนกับพรรคพวกเพื่อหลบหนี ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้บอกอะไรกับฝ่าบาทในจดหมาย เพียงแต่ใช้บทกวีเพื่อแสดงความรู้สึกที่ว่างเปล่าและอัปยศอดสูหลังจากที่ถูกจับและประกาศว่าจะขอกู้ดินแดนต้าฉีคืน แล้วเจ้ายังคาดหวังอะไรกับคนไร้หัวใจและไร้ความรู้สึกเช่นเขา”

            หลังจากพูดจบก็หันไปทางหวางเอี๋ยนซูแล้วกล่าว “ผู้น้อยเคยเตือนฝ่าบาทแล้วว่าการแต่งตั้งให้คนที่สัตย์ซื่อและไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างซูยีเป็นจักรพรรดินีเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ แต่ก็ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ฝ่าบาทเปลี่ยนพระทัยได้เพราะพระองค์ทรงลุ่มหลงในตัวของซูยี แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้น้อยคิดถูกต้อง ฝ่าบาทจะไม่ส่งคนไปตามหาเขา แต่จะนั่งทนทุกข์ทรมานด้วยความเสียใจ ซึ่งวิธีการนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฝ่าบาทพึงกระทำ เพราะฝ่าบาทนั้นคือองค์จักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่หวางเอี๋ยนซูผู้นำแห่งจินเหลียวที่นำคนของเราล้างแค้นให้กับความพ่ายแพ้ที่เราเคยได้รับก่อนหน้านี้จนสำเร็จ”

            “ซือหยวน...” ซือน่งพยายามตักเตือนซือหยวน

            หญิงรับใช้ทั้งสองเห็นหวางเอี๋ยนซูยกศีรษะขึ้นมาช้า ๆ หลังจากหัวเราะอย่างขื่นขมแล้วจึงกล่าว “เจ้าพูดได้ดีสมกับเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของข้า” พูดจบก็ยื่นมือไปรับบทกวีจากมือของซือหยวน และลูบไล้กระดาษในมือพร้อมพูดพึมพำ “ซูซู ข้ารักเจ้าหมดหัวใจ ปฏิบัติต่อเจ้าด้วยความจริงใจ ถ้าสามารถควักหัวใจของข้าออกมาให้เจ้าดูได้ข้าก็จะทำ แม้แผ่นดินนี้จะเรียกว่าจินเหลียวหรือต้าฉี แต่มันก็เป็นของเราสองคน และเป็นของประชาชนของจินเหลียวและต้าฉี ข้าคิดว่าเจ้าจะเข้าใจความจริงข้อนี้ และพยายามที่จะคลายปมในใจของเจ้า แต่ท้ายที่สุดก็เป็นข้าเองที่มองเจ้าผิดไป”

            “ครั้งนั้นเจ้าใช้ประโยชน์จากความไว้ใจของข้าเพื่อพยายามฆ่าตัวตาย ครั้งนี้เจ้าก็ใช้ประโยชน์จากความเชื่อใจของข้าหนีออกไปจากวัง และพยายามจะกู้คืนแผ่นดินฉี หรือเจ้าต้องการประจันหน้ากับข้าในสนามรบจนกว่าไม่เจ้าก็ข้าต้องตายจากกัน เจ้าจึงจะพึงพอใจ ทำไมเจ้าถึงโหดเหี้ยมและเหยียบย่ำหัวใจข้าถึงเพียงนี้ เมื่อเจ้าทำแบบนี้ไม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจบ้างเลยหรืออย่างไร”

            เมื่อซือน่งได้ฟังคำพูดพวกนี้ หญิงสาวก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้และเริ่มที่จะร้องไห้ แต่ใบหน้าของซือหยวนยังคงเรียบเฉย ทันใดนั้นก็มีเสียงประกาศจากเบื้องนอก “แม่ทัพหยูขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท”  หวางเอี๋ยนซูใช้ปลายนิ้วแตะขอบตาตนเอง ใบหน้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นเย็นชาเรียบเฉย ก่อนจะพูดเสียงต่ำ “ให้เขาเข้ามา”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #369 Kankao94 (@Kankao94) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:04
    Eดอกกกกกก โอยย โมโหเลือดขึ้นหน้า
    #369
    0
  2. #293 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 17:22

    เราว่าหยูคังนี่น่ารังเกียจกว่าซือหยวนอีกนะ อย่างน้อยซือหยวนก็ทำไปเพราะชาติจริงๆ แต่หยูคังนี่น่าจะทำเพราะส่วนตัวไม่ชอบซูยีล้วนๆอะ

    #293
    0
  3. #182 Blackywink (@fiiw-xx) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 14:46
    ตอนจบถ้าหยวนกับแม่ทัพตายสบายคือโมโหจริงนะ5555 แต่ฝ่าบาทฉลาดแล้วฉลาดต่อได้มั้ย ไปช่วยน้องซูก๊อนนน!
    #182
    0
  4. #99 pan23- (@pan23-) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:15
    อีหยวนนนนนน ฟัคยุ!!!!
    #99
    0
  5. #73 ไมโล (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 02:39

    นังหยวนนนนน

    #73
    0
  6. #22 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:17
    แล้วยังไง
    #22
    0