war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,705 Views

  • 392 Comments

  • 1,266 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,077

    Overall
    19,705

ตอนที่ 55 : บทที่ 57

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            หัวใจของหวางเอี๋ยนซูรู้สึกเหมือนถูกบีบขณะที่รีบลงมาจากบัลลังก์มังกร เขาได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของหวางเอี๋ยนโจวดังมาจากนอกห้องโถง “ใคร..ใครอนุญาตให้เจ้าตีเขาแบบนี้?” พอได้ยินเช่นนั้น หวางเอี๋ยนซูรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เขารีบออกไปที่ด้านนอก เสนาบดีทั้งหลายก็ตามออกไปทันที ที่ลานกว้างนั้นหวางเอี๋ยนซูเห็นหวางเอี๋ยนโจวกำลังยืนอยู่ข้างเก้าอี้ยาวที่มัดซูยีไว้ เด็กชายกำลังตั้งคำถามกับยามรักษาการณ์สองคนที่ทำหน้าที่ลงโทษ เครื่องแต่งกายนักโทษสีขาวของซูยีเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ที่หัวเข่าสองข้างมีเลือดออก หวางเอี๋ยนซูพยายามบังคับตัวเองให้มีสติ เขาเดินไปที่ด้านหน้าของซูยี พบว่ามีเลือดไหลออกจากริมฝีปากทั้งที่เจ้าตัวนั้นสลบไปแล้ว

            “ซูซู...ซูซู...” ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตนเองขณะใช้มือลูบไล้ใบหน้าอีกฝ่าย ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นของหวางเอี๋ยนโจว “พระบิดา...พระบิดาห้ามไม่ให้คนพวกนั้นตีอีกแล้ว ขาของพระมารดา...หักไปแล้วข้างหนึ่ง”

            คำพูดนั้นคล้ายกับสายฟ้าฟาด หวางเอี๋ยนซูเงยหน้าขึ้นแล้วมองบุตรชาย “เจ้า...เจ้าว่าอะไร?”

            หวางเอี๋ยนโจวปาดน้ำตาแล้วชี้นิ้วไปที่ยามรักษาการณ์สองคนแล้วพูดด้วยความเกลียดชัง “เป็นเพราะสองคนนี้กับวิธีลงโทษของพวกเขา ข้าฟังเสียงโบยตีอยู่พักใหญ่ก่อนจะรู้ว่าบางอย่างผิดปกติ เมื่อข้าวิ่งออกมาดูก็พบว่าสองคนนี้มันตีที่หัวเข่าของพระมารดา ทำให้เสียงโบยตีไม่ใช่เสียงของไม้กระทบเนื้อ แต่มันดังเป็นเสียงทึบ  และพอเข้าไปมองใกล้ ๆ ก็พบว่าขาข้างหนึ่งของพระมารดา...”

            หวางเอี๋ยนซูยืนนิ่งจ้องไปที่สองขาที่บาดเจ็บของซูยี เขาพบว่าในหัวใจของเขามีบางสิ่งซ่อนเร้นอยู่ ใจหนึ่งเขารู้สึกคล้ายกับหัวใจโดนหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไร้ความปรานี แต่อีกใจหนึ่งซึ่งน่าตกใจว่าในก้นบึ้งหัวใจ กลับมีเสียงลึกลับน่ากลัวบอกว่า “ขาของซูยีหัก ขาของซูยีหัก ซูยีหนีจากข้าไม่ได้อีกแล้ว ซูยีไม่สามารถหนีจากข้าไปได้อีกแล้ว...”

            “พระบิดา” หวางเอี๋ยนโจวเขย่าตัวบิดาของตนเพราะคิดว่ากำลังจมอยู่กับความเศร้าโศก แต่หวางเอี๋ยนซูกลับกวาดสายตามองไปทางเหล่าเสนาบดี สักพักหนึ่งก็เค้นเสียงถามลอดไรฟัน “เหลืออีกกี่ไม้?”

            หนึ่งในยามรักษาการณ์ที่ทำหน้าที่ลงโทษยืนขึ้นและตอบ “รายงานฝ่าบาท เหลืออีกยี่สิบไม้”

            หวางเอี๋ยนซูกำหมัดแน่น แล้วกล่าว “ลงโทษต่อไปให้ครบ แต่ห้ามตีที่ขาอีก” พูดจบก็ไม่เหลือบแลซูยีที่ยังคงนอนสลบอยู่ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในท้องพระโรง

            หวางเอี๋ยนโจวจ้องมองตามหลังผู้เป็นบิดาไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเสียงโบยไม้ดังขึ้น หวางเอี๋ยนโจวรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาอีก ทันใดนั้นเด็กชายก็วิ่งไปพาดร่างกายของตนทับร่างของซูยีไว้และส่งเสียงดัง “ข้าจะแบกรับยี่สิบไม้ที่เหลือเอง พวกเจ้าตีลงมา”

            ยามรักษาการณ์ทั้งสองคนหยุดนิ่งและจ้องหน้ากัน พวกเขาไม่กล้าตีองค์รัชทายาทแน่นอน หวางเอี๋ยนโจวพูดกับบรรดาขันทีและนางกำนัลที่พยายามจะดึงตัวเขาออกจากซูยี “ถ้าใครกล้าแตะต้องข้า รับรองว่าเจอดีแน่” การขู่ขององค์รัชทายาททำให้ทุกคนไม่กล้าที่จะขยับตัว ขณะนั้นเองเด็กชายก็ได้ยินเสียงถอนหายใจยาว และเสียงหนึ่งดังขึ้น “องค์รัชทายาทลุกขึ้นเถิด อย่าสร้างความลำบากใจให้กับฝ่าบาทเลย” เมื่อหวางเอี๋ยนโจวเงยหน้าขึ้นก็พบว่าซือหยวนและซือน่งยืนอยู่ด้านหลังของเขา คนที่พูดก็คือซือหยวน

            หวางเอี๋ยนโจวมองไปที่หญิงรับใช้ทั้งสองอย่างระแวดระวังเพราะเกรงว่าคนทั้งสองจะพยายามบังคับนำเขาออกจากซูยี ซือหยวนกล่าวว่า “องค์รัชทายาทคิดว่าฝ่าบาทสั่งให้ลงโทษเพราะพระองค์ไร้หัวใจและหลงลืมความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อกันอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่เลย แต่เพราะซูยีกระทำความผิดร้ายแรง ฝ่าบาทพยายามช่วยอย่างเต็มที่ พวกเสนาบดีทั้งหลายแม้ต้องการจะคัดค้านแต่ก็ไม่กล้า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเสนาบดีทั้งหลายเห็นว่าคนทรยศยังรอดพ้นลอยนวลเสวยสุขอยู่ ถึงตอนนั้นแม้ฝ่าบาทปรารถนาจะรักษาชีวิตของซูยีก็อาจจะไม่มีทางทำได้ตลอด หากองค์รัชทายาทต้องการจะช่วยซูยีจริง ๆ โปรดให้ทหารโบยต่ออีกยี่สิบไม้...”

            หวางเอี๋ยนโจวค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากซูยี ซือน่งรีบเดินมาโอบเด็กชายไว้แล้วกล่าว “ผู้น้อยจะพาองค์รัชทายาทกลับตำหนัก” พูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับหวางเอี๋ยนโจว แต่สายตาของคนทั้งคู่ก็ยังมองกลับที่ซูยีจนสุดสายตา ทหารรักษาการณ์เริ่มบทลงโทษจนครบตามจำนวนและกลับไปรายงานผล

            หวางเอี๋ยนซูถามอย่างเอาใจใส่ “ซือหยวนจัดเตรียมห้องในเรือนคนรับใช้ไว้ให้องค์จักรพรรดินีหรือยัง?” ซือหยวนตอบว่าจัดเตรียมแล้ว หวางเอี๋ยนซูถอนหายใจแล้วออกคำสั่ง “ให้คนแบกเขาไปที่นั่น แล้วส่งหมอหลวงไปรักษา ให้รอจนกระทั่ง...กระทั่งแผลหายดีก่อนจะให้เขาเริ่มต้นทำงาน” พูดจบก็กวาดสายตามองไปที่เหล่าเสนาบดีอีกครั้ง “มีเรื่องอะไรอีกหรือไม่?”

            เหอเจิ้งก้าวเท้าออกมาที่หน้าแถวอีกครั้ง หลังจากถวายความเคารพแล้วจึงกล่าว “กราบทูลฝ่าบาท ซูยีประพฤติตนไม่คู่ควรแก่ความเมตตาของฝ่าบาท ได้กระทำการอันเลวร้าย แต่ฝ่าบาทก็ยังทรงมีเมตตาต่อเขา ตอนนี้ได้กรุณาลดให้เป็นทาสแล้ว ผู้น้อยเห็นว่าควรจะปลดซูยีออกจากตำแหน่งจักรพรรดินี ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด” เมื่อพูดจบ เหล่าเสนาบดีที่เหลือก็ประสานเสียงในตอนท้ายราวกับเป็นมติที่เป็นเอกฉันท์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #334 YB229 (@YB229) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 11:00
    ฉลาดมาตลอด แต่มาโง่ตอนนี้ โอ๊ยยยยย ขัดใจจจจจจจ
    #334
    0
  2. #320 Rium (@knightmam) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:32
    ฝ่าบาทฉลาดทีเถอะ ฮือออ นั้มตาไหลล
    #320
    0
  3. #298 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 17:53
    จะร้องไห้แล้ว แงงงงง
    #298
    0
  4. #186 Blackywink (@fiiw-xx) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 15:22
    สงสารรัชทายาท โมโหพระนางมาก ไยพวกเจ้าโง่งมอ่ะ แงงงงงง
    #186
    0
  5. #119 galaxyxx (@mokomook) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 17:52
    สงสารน้องโว้ยยยยยยยยย สดวำบไสกาำยำากท
    #119
    0