war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,634 Views

  • 392 Comments

  • 1,261 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,006

    Overall
    19,634

ตอนที่ 6 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ที่คุมขังของจินเหลียวอยู่ในเมืองหลวง มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ผู้คุมล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการยุทธ์ ซูยีไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องวางกำลังคุ้มกันในคุกของนักโทษรอประหาร ในแคว้นฉีนั้น เมื่อนักโทษถูกตัดสินให้ประหารชีวิต คนผู้นั้นจะกลายเป็นเชื่องซึมเชื่อฟังขึ้นมาทันทีเพราะไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตรอด ดังนั้นการดูแลนักโทษพวกนี้จึงมักจะหย่อนยานและง่ายดายมากกว่านักโทษประเภทอื่น แต่ในแคว้นจินเหลียวกลับแตกต่างออกไป เขาพบว่านักโทษประหารพยายามที่จะหลบหนีตลอดเวลา แม้วันรุ่งขึ้นจะถูกประหาร คืนนั้นก็ยังคิดวางแผนหนีออกจากคุก และที่น่าประหลาดใจก็คือหวางเอี๋ยนซูไม่พยายามหยุดเรื่องพวกนี้ แต่เพิ่มการคุ้มกันให้มากขึ้น

            ชื่อของหวางเอี๋ยนซูวนเวียนอยู่ในหัวของซูยีมาสองสามวันแล้ว คนผู้นั้นเก่งกาจในฐานะของแม่ทัพ และน่าเกรงขามในฐานะของผู้ครองแคว้น ซูยีสงสัยว่าทำไมแคว้นจินเหลียวจึงฟื้นฟูอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงสามปี อาจเพราะเป็นชนชาติที่มีนิสัยไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดโดยง่าย และไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถยับยั้งอำนาจที่กำลังเติบใหญ่ บางทีการพ่ายแพ้ของเขาคงเกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้วเมื่อหวางเอี๋ยนซูขึ้นครองราชย์

            เสียงบานประตูหนาหนักเปิดออก แล้วผู้คุมสองคนก็เดินเข้ามา หนึ่งในนั้นหยุดตรงหน้าแล้วฉีกเสื้อที่ไหล่ของเขาจนเห็นบาดแผล “แม่ทัพซู บาดแผลของท่านดีขึ้นมากแล้ว องค์จักรพรรดิ์ทรงตรัสถามเจ้าอีกครั้งว่าจะยินยอมสวามิภักดิ์หรือไม่”

            ซูยีจัดเสื้อของตนให้เรียบร้อยแล้วกล่าวเสียงเย็น “ข้าตัดสินใจแล้ว หวางเอี๋ยนซูรู้ดีอยู่แก่ใจ ใยต้องถามให้มากความ”

            ผู้คุมอีกคนตะคอกใส่ “ถ้าเช่นนั้นก็น่าเสียดายแล้ว” ดวงตาของมันลุกโชนขณะกระชากโซ่ตรวน “รู้หรือไม่ว่ามีสิ่งใดรอเจ้าอยู่”

            ซูยีพูดอย่างไม่แยแส “จะทัณฑ์ทรมานหรือเข้าเครื่องประหารล้วนไม่แตกต่างกัน” เมื่อเขากล่าวจบก็เดินเลี่ยงออกไป แต่หูก็ยังได้ยินเสียงผู้คุมทั้งคู่พูดคุยกัน “ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะยอมจำนนเมื่อใด เหมือนกับเชลยเมื่อปีที่แล้ว ตอนแรกก็เหมือนกับเจ้า แต่หลังจากนั้น...”ก่อนทีอีกฝ่ายจะกล่าวจบ ผู้คุมอีกคนก็เอ่ยขัดจังหวะ “หุบปาก เจ้ารนหาที่ตายหรือเช่นไร ตอนนี้มันกลายเป็นแม่ทัพที่พาทหารไปตีเมืองฉี องค์จักรพรรดิ์ทรงไว้วางพระราชหฤทัยในตัวมันมาก ระวังปากตัวเองไว้ให้ดี หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง”

            ซูยีถอนหายใจ เขาเคยได้ยินเรื่องของการสวามิภักดิ์ของหยูคัง คนฉลาดย่อมรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง หวางเอี๋ยนซูคงจะเป็นเจ้านายที่ดี แต่สำหรับเขาแล้ว ไม่มีทางที่จะยอมรับใช้อีกฝ่ายแน่นอน

 ****

            ภายในห้องหนังสือนั้นเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ หวางเอี๋ยนซูถือตำราประวัติศาสตร์พลิกอ่านแต่ละหน้าอย่างตั้งใจ ซือน่งเดินเข้ามาภายในห้อง ชายหนุ่มไม่เงยหน้าจากตำรา แต่ส่งเสียงถามออกไป “ซูยียอมจำนนหรือยัง?”

            ซือน่งไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ได้แต่ลอบมองใบหน้าของผู้เป็นนาย ก่อนจะกล่าวตะกุกตะกัก “ยัง ยังไม่ยอมเพคะ”

            หวางเอี๋ยนซูลุกขึ้นยืน นัยน์ตาจ้องไปที่หญิงสาวเขม็ง ก่อนจะมีทีท่าผ่อนคลายในตอนหลัง ชายหนุ่มเอนหลังบนเก้าอี้นวมก่อนจะกล่าว “เป็นเช่นนั้นหรือ ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อีกหรือ ข้าจำได้ว่าตอนหยูคังใช้เวลาเพียงสามวัน ไม่คิดว่าซูยีจะอดทนได้นานถึงเพียงนี้ ข้าอยากเลาะกระดูกของมันมาดูว่าทำจากเหล็กกล้าหรืออย่างไร”

            หัวใจของซือน่งแทบกระโดดออกมาทางปาก รีบกล่าวเสียงระรัว “ฝ่าบาท อย่าได้กล่าวเช่นนั้น แม่ทัพซูต้องยอมจำนนต่อพระองค์แน่นอน เพียงแต่การทรมานยังไม่ใช่วิธีที่สามารถทำให้คนผู้นั้นยอมสวามิภักดิ์เร็วนัก”

            หวางเอี๋ยนซูยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเอ่ยปาก “ที่แท้เป็นเช่นนี้ เมื่อซือน่งพูดเช่นนี้ ข้าก็อยากจะลองวิธีอื่นบ้าง ประกาศไปว่าข้าจะไปที่คุกนักโทษประหาร”

 ****

            ภายในห้องทรมานนั้น ผู้คุมร่างใหญ่กำลังใช้หลากหลายวิธีเพื่อทรมานซูยีให้ได้รับความเจ็บปวด ยิ่งเมื่อได้ยินว่าองค์จักรพรรดิ์จะเสด็จมาเยือน พวกผู้คุมถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดหวั่น เป็นที่รู้กันดีว่าหวางเอี๋ยนซูนั้นเมื่อตบรางวัลก็ให้มหาศาลแต่เมื่อลงโทษก็ให้อย่างมโหฬารเท่าเทียมกัน ดูเหมือนว่าห้าวันที่ผ่านไปนักโทษคนสำคัญของเขานั่นอ่อนแรงลงทุกวัน แม้ว่าจะรู้สึกละอายใจอยู่บ้างเมื่อต้องทำโทษทรมานผู้ที่ไม่มีทางสู้ แต่พวกมันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรองค์จักรพรรดิ์ไร้น้ำใจจึงจะทรงพอพระทัย และถ้าทำให้พระองค์ไม่พึงพอพระทัย ชีวิตของพวกตนก็คงจะถูกริบคืน ความคิดเช่นนี้ทำให้ความชื่นชมในความเข้มแข็งห้าวหาญที่มีต่อแม่ทัพซูยีกลับกลายเป็นความแค้นเคือง

            หวางเอี๋ยนซูยืนอยู่หน้าประตูห้องทรมาน ทั้งร่างคลุมด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาว ความงามสง่าทอประกายโดดเด่นออกมาจากเสื้อผ้า

            ซูยีเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นริมฝีปากที่ประดับด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาเจิดจ้าของผู้มาเยือน หัวใจของเชลยหนุ่มถึงกับสั่นสะท้าน บุรุษตรงหน้าดูเปิดเผยซื่อตรง ถึงแม้จะดูเจ้าเล่ห์ไปบ้าง คนผู้นี้ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แม้ว่าเขาจะยินยอมรับทัณฑ์ทรมาน คิดได้ถึงตอนนี้ หวางเอี๋ยนซูก็เดินมาหยุดที่ตรงหน้า แล้วใช้นิ้วมือเชยคางของเชลยขึ้น พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แม่ทัพซู ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะดื้อด้านถึงเพียงนี้” แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยน แต่กริยากลับแสดงอาการดูถูกดูแคลน ซูยีจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรสักคำ ในห้องขังเงียบราวกับว่าถ้ามีเข็มตกลงบนพื้นคงจะได้ยิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #250 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 14:08

    ชั้นเนี่ยจะตายก่อน พอแล้ววว อย่าทำน้อง แงงงง

    #250
    0
  2. #155 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 13:51
    มาแล้ววว
    #155
    0
  3. #128 0930653088 (@0930653088) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 12:49
    อย่าทำน้อง!
    #128
    0
  4. #109 galaxyxx (@mokomook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 01:37
    อย่าทำอะไรน้องซูยีนะ!
    #109
    0