war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,711 Views

  • 392 Comments

  • 1,267 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,083

    Overall
    19,711

ตอนที่ 60 : บทที่ 62

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ถ้าจะกล่าวถึงคนในพระราชวังนี้ นอกจากสมเด็จพระชนนีกับหวางเอี๋ยนซูที่พระสนมหยินจะยำเกรงแล้ว บุคคลที่นางกลัวมากที่สุดกลับเป็นองค์รัชทายาทหวางเอี๋ยนโจว พระสนมหยินนั้นเป็นคนฉลาดสามารถพลิกแพลงและพูดคุยได้ถูกคอถูกใจ ดังนั้นจึงเป็นที่โปรดปรานจากสมเด็จพระชนนีกับองค์จักรพรรดิ์ เว้นแต่หวางเอี๋ยนโจวที่ไม่สามารถเอาชนะใจได้ ทำให้นางได้รับความเดือดร้อนและขื่นขมจากหวางเอี๋ยนโจวมามากนับตั้งแต่ซูยียังไม่เข้ามาในวัง ครั้งแรกพระสนมหยินคิดจะใช้องค์รัชทายาทเพื่อนำไปสู่ตำแหน่งจักรพรรดินีจึงขอเป็นผู้อภิบาล แต่ไม่ถึงสองเดือนปีศาจน้อยตนนี้ก็สร้างความวุ่นวายจนต้องยอมปล่อยมือให้พระสนมคนอื่นดูแลต่อ

            ในยามนี้พระสนมหยินรู้ได้ทันทีจากสายตาที่หวางเอี๋ยนโจวมองมาขณะที่พูดว่า“พอได้กลับมาเป็นคนโปรดของพระบิดา พระสนมก็เริ่มสร้างความประทับใจแล้ว” นางรู้ว่าปีศาจน้อยผู้นี้เกลียดชังพระสนมทุกคนที่เป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิ์ เพราะคิดว่าเป็นผู้ที่ขโมยความรักของพระบิดาไปจากตน เมื่อก่อนหากมีใครเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิ์ก็เหมือนกลายเป็นศัตรูของหวางเอี๋ยนโจว และตอนนี้เด็กชายก็ได้พบเห็นกริยาป่าเถื่อนหยาบคายที่นางกำลังกระทำ พระสนมหยินจึงรีบปรับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนแช่มช้อยและกล่าวด้วยรอยยิ้มเอียงอาย “ข้าไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทอยู่ที่นี่ด้วย ข้าคงจะขวางทางเสด็จของท่าน แต่ทั้งหมดเป็นความผิดของทาสคนนี้ที่เดินไม่มองทาง ข้าโกรธมากอยากจะสั่งสอนให้เขารู้สำนึกจึงแสดงกริยาไม่เหมาะสมเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกไป” พูดจบก็รีบส่งสายตาให้สัญญานกับบรรดาขันทีและนางกำนัลให้รีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว และยิ้มเยื้อนพร้อมกล่าวว่า “องค์รัชทายาทเชิญเสด็จ”

            หวางเอี๋ยนโจวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูแคลน “ข้าไม่รีบ ไม่ได้มีธุระอะไรที่จะต้องไปทำ ดูเหมือนว่าพระสนมยังไม่คุ้นเคยกับกฎระเบียบในวัง ให้ข้าสอนพระสนมดีหรือไม่ แม้ว่าพระสนมจะดูเหมือนเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากอยู่สักหน่อยแต่ข้าก็จะยอมสละเวลาเพื่อสอนสั่งท่าน เพื่อที่พระสนมจะไม่ทำกริยามารยาทที่ไม่สมควรต่อหน้าคนอื่นอีก เพราะการที่องค์จักรพรรดิ์มีพระสนมที่มีมารยาทไม่เหมาะสมนี้ทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของราชวงศ์จินเหลียวของเรา และการกระทำของเจ้ายังจะทำให้เสด็จย่าและข้าเสียหน้ามากด้วย”

            สีหน้าของพระสนมหยินเปลี่ยนจากเขียวเป็นขาวสลับกันไป นางได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแต่ไม่กล้าเอ่ยคำพูดใด หวางเอี๋ยนโจวแกล้งทำสีหน้าประหลาดใจ “พระสนมทำไมถึงทำหน้าเช่นนี้ หรือว่าไม่ต้องการให้ข้าสั่งสอนท่าน ที่จริงข้าก็อึดอัดใจอยู่เช่นกันว่าทำผิดขั้นตอนข้าควรไปขออนุญาตจากพระบิดาก่อน เพื่อที่พระสนมจะได้เชื่อฟังข้า เจ้าว่าดีหรือไม่” พูดจบก็มองไปทางซูยีแล้วทำเป็นพูดกับตนเอง “พระบิดาของข้านั้นมีข้อบกพร่องเพียงประการเดียวก็คือไม่สามารถละทิ้งความรู้สึกตนเองได้ นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องดี”

            เมื่อพระสนมหยินได้ยินประโยคนั้นจึงเข้าใจได้ทันที นางรู้ดีว่าหวางเอี๋ยนโจวคิดจะเตือนว่าหากเรื่องนี้ถึงหูของหวางเอี๋ยนซูย่อมมีผลกระทบตามมาร้ายแรงเพราะจนถึงตอนนี้หวางเอี๋ยนซูก็ยังคงไม่ลืมซูยี อันที่จริงแม้หวางเอี๋ยนซูจะไม่พูด พระสนมหยินก็รู้อยู่แล้วเพราะถึงแม้องค์จักรพรรดิ์จะเสด็จมาใช้เวลายามค่ำคืนที่ตำหนักของนางทุกคืนนั้นเป็นเพียงเรื่องหลอกตา เพราะพระองค์ก็ไม่ยอมแตะต้องนาง แต่องค์จักรพรรดิ์กลับละเมอเรียกชื่ออดีตจักรพรรดินีทุกคืน จึงพิสูจน์ได้ว่าคำพูดของหวางเอี๋ยนโจวนั้นเป็นเรื่องจริง ดังนั้นพระสนมหยินจึงรู้สึกหวาดหวั่นหากเรื่องนี้ถึงหูขององค์จักรพรรดิ์ จึงรีบแย้มยิ้มและกล่าวว่า “องค์รัชทายาททรงล้อเล่นแล้ว ข้าจะกล้าบอกว่าท่านไม่สามารถสอนสั่งข้าได้อย่างไรกัน ทั่วทั้งวังนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าองค์รัชทายาทนั้นเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบสูงที่สุด ถ้าท่านมีคำแนะนำใด เชิญสอนสั่งมาได้ ข้าย่อมตั้งใจฟังแน่นอน”

            ซูยีมองหวางเอี๋ยนโจวด้วยความสงสัย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทคิดจะช่วยเขา หัวใจของซูยีรู้สึกเจ็บปวด จนถึงตอนนี้ เด็กผู้นี้ก็ยังคอยดูแลเขา เมื่อเห็นวิธีการที่หวางเอี๋ยนโจวทำกับพระสนมหยิน คำพูดแต่ละคำแต่ละประโยคที่เลือกมาใช้ล้วนแต่แสบสันต์และบาดลึกเข้าไปในใจของพระสนมหยินจนซูยีอดที่จะชื่นชมไม่ได้ จึงทำให้สงสัยว่าตอนนี้องค์รัชทายาทคงกำลังสนุกสนานที่ได้กลั่นแกล้งผู้อื่นพร้อมกับต้องการปกป้องเขาไปด้วยกัน

            ส่วนเสี่ยวหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างรู้สึกโล่งอกพร้อมคิดในใจ “นับตั้งแต่จักรพรรดินีซูยีถูกปลดออกจากตำแหน่งมาเป็นทาส องค์รัชทายาทมักจะระบายความอึดอัดใจด้วยการหาเรื่องผู้คน โชคดีที่ได้พระสนมหยินมารับเคราะห์แทน” ที่จริงเสี่ยวหยางเองก็ตกใจเมื่อเห็นพฤติกรรมของพระสนมหยินที่กระทำต่อทาส ซึ่งแตกต่างกับซูยีเมื่อตอนที่เป็นองค์จักรพรรดินีที่ปฏิบัติต่อคนรับใช้และทาสด้วยความเมตตา ดังนั้นเมื่อหวางเอี๋ยนโจวเล่นงานพระสนมหยิน ไม่เพียงแต่เสี่ยวหยางจะห้ามปรามแต่กลับสนุกสนานกับภาพตรงหน้าอยู่ไม่น้อย

            ราวกับว่าหวางเอี๋ยนโจวเกิดมาพร้อมกับลิ้นที่เป็นพิษ เมื่อเขาปล่อยพิษใส่พระสนมหยินและเริ่มที่จะเหน็บแนมด้วยถ้อยคำที่ลึกซึ้ง พระสนมหยินถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธ หวางเอี๋ยนโจวจึงหยุดพูดกระทบกระเทียบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะเป็นลม แล้วแกล้งพูดว่า “พระสนมมีรูปกายอ้อนแอ้นอ่อนแอ ถ้ายืนต่อไปอีกคาดว่าต้องมีคนมาคอยพยุงไว้ และถ้าข้าพูดมากมายในครั้งเดียว เจ้าก็คงจะจำไม่ได้ พูดไปก็เสียน้ำลายเปล่า ตอนนี้ข้าคิดว่าร่างกายพระสนมคงจะไม่สามารถรับไหวอีกต่อไปแล้ว ควรกลับตำหนักไปพักผ่อน”

            พระสนมหยินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากบังคับให้ตัวเองยิ้มขณะพูด “เมื่อองค์รัชทายาทพูดเช่นนี้ ข้าก็ต้องขอทูลลา หากวันใดที่องค์รัชทายาทมีเวลาว่างก็ให้เสด็จไปเล่นที่ตำหนักของข้าได้” พูดจบก็จับมือขันทีเพื่อพยุงตัวและเดินด้วยสีหน้าเคืองขุ่นไปตลอดทาง แต่หวางเอี๋ยนโจวยังไม่ปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ เด็กชายแยกเขี้ยวยิ้ม “แล้วข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมเยียนพระสนมหยินที่ตำหนักเพื่อสั่งสอนต่ออีก”

            เมื่อพระสนมหยินและบรรดาข้าราชบริพารเดินลับสายตาไปแล้ว ซูยีก็เผชิญหน้ากับหวางเอี๋ยนโจว ความรู้สึกในใจของซูยีนั้นยากที่จะรับมือได้ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดกับองค์รัชทายาทว่าอย่างไร จึงได้แต่น้อมศีรษะแสดงความเคารพก่อนจะหันเดินจากไป แต่หวางเอี๋ยนโจวกลับเดินมาดักหน้าไว้แล้วพูดว่า “ข้าอุตส่าห์มาช่วยพระมารดาไว้ แล้วพระมารดาไม่ขอบคุณข้าบ้างเลยหรือ?”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #301 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:07
    เอี๋ยนซู เอี๋ยนโจว ซูยี สามคนนี้โคตรน่าสงสารเลย ฮืออออ
    #301
    0