war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,544 Views

  • 392 Comments

  • 1,257 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    916

    Overall
    19,544

ตอนที่ 71 : บทที่ 73

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            หวางเอี๋ยนซูอุ้มร่างของซูยีขึ้นบนชั้นสองของตำหนักมโนรมย์ หลังจากวางร่างนั้นลงบนเตียงก็มองไปรอบ ๆ พบกับสถานที่ที่คุ้นเคยเพราะว่าห้องนี้เป็นห้องหอของเขากับซูยี หลังจากที่ซูยีถูกปลดจากตำแหน่งจักรพรรดินี หวางเอี๋ยนซูก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาที่ห้องนี้อีกเลย เขามองสิ่งของทุกอย่างในห้องที่คุ้นตาและกระตุ้นให้ระลึกถึงวันคืนที่ทั้งคู่เคยมีความสุขร่วมกัน แต่ในตอนนี้เจ้าของห้องกลับตกอยู่ในสถานการณ์ระหว่างความเป็นและความตาย ยิ่งคิดก็ยิ่งทวีความเจ็บปวดในหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก

            ซือหลิวเริ่มการรักษาซูยีด้วยการฝังเข็ม และสั่งให้เด็กรับใช้ประจำตัวให้ไปนำยาที่ห้องพักของตนมาช่วยเหลือซูยี สมเด็จพระชนนี หวางเอี๋ยนซู หวางเอี๋ยนโจว และคนอื่น ๆ ต่างก็มองดูการรักษาของซือหลิว แต่ทุกคนก็เห็นว่าอาการกระอักเลือดของซูยียังไม่บรรเทาลงไปเลยแม้แต่น้อย เพราะซูยียังคงอาเจียนเลือดออกมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องจนถึงเที่ยงคืน ซือหลิวลุกขึ้นยืน น้ำตาเริ่มหลั่งไหลออกมาเป็นสาย หญิงสาวหันไปทางหวางเอี๋ยนซูแล้วกล่าว “ฝ่าบาท ผู้น้อยทำสุดความสามารถแล้ว แต่...แต่ร่างกายของนายท่านอ่อนแอมากจนไม่สามารถฟื้นคืนได้ ข้าคิดว่า...ควรเตรียม...เตรียม...” พูดได้เพียงเท่านี้ น้ำตาก็ไหลพราก ไม่สามารถเอ่ยคำว่า “จัดพิธีศพ” ออกมาจากปากได้

            หวางเอี๋ยนซูรู้สึกเหมือนกับว่าหัวใจของเขาถูกพรากหายไปจากอก มีเพียงร่างกายหากแต่ไร้วิญญาณ เขาเดินไปนั่งข้างซูยี เห็นว่าตอนนี้ซูยีเริ่มได้สติ ดวงตาหรี่ปรือ เขากุมมือผอมบางของซูยีที่แห้งแตกเพราะอากาศหนาวเย็น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ซูซู...พวกเราไป...ไปยังสถานที่อันเป็นนิรันดร์ ถ้าเจ้าหายดีแล้ว เราจะไปกันทันที เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าใช่หรือไม่?”

            หวางเอี๋ยนโจวเริ่มร้องไห้โวยวาย โชคดีที่สมเด็จพระชนนีโอบร่างของเด็กชายไว้ในอ้อมแขนแล้วปลอบประโลม เมื่อสมเด็จพระชนนีเห็นว่าบุตรชายของตนเริ่มมีพฤติกรรมแตกต่างไปจากปกติ ก็ให้รู้สึกหวั่นหวาดอยู่ในใจ แต่ซูยีกลับยิ้มให้หวางเอี๋ยนซูและกระซิบอย่างแผ่วเบา “หวางเอี๋ยน อย่าได้ทำเช่นนี้ แม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่เคียงข้างท่านและดูแลท่าน ท่านก็ไม่ควรเสียใจ”

            ซูยีหยุดเพื่อหอบหายใจก่อนจะพูดต่อ “หวางเอี๋ยน อย่าเสียใจ ในชีวิตของข้านั้นมีเพียงสองคำคือรักและจงรักภักดี ข้าจงรักภักดีต่อประเทศที่ข้าเกิด แต่คำว่ารักนั้นข้ามีให้กับคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของข้า เขาเป็นคนที่ทำลายต้าฉีแผ่นดินเกิดของข้า แต่คนผู้นั้นก็เป็นคนที่มอบความทรงจำที่งดงามที่สุดในชีวิตให้กับข้า ข้ารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่อนอนอยู่ในอ้อมแขนของคนผู้นั้น เขาอ่อนโยนจนทำให้ข้าไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง หวางเอี๋ยนซู...ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อคนหนึ่ง”

            ซูยีจ้องมองเข้าในในดวงตาของคนอันเป็นที่รักแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านรู้ไหมว่าคนผู้นั้นเป็นใคร?” หลังจากนั้นก็หลับตาลงแล้วถอนหายใจ “ที่จริงต้องขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพนี้ เพราะท่านเองก็รู้ดีว่าข้า...จะไม่มีวัน...ไม่มีวันพูดสิ่งเหล่านี้ให้ท่านรู้”

            เมื่อพูดจบ คนที่ได้ยินต่างก็ตกอยู่ในความโศกเศร้า สมเด็จพระชนนีเดินมาที่ข้างเตียงแล้วพูดปลอบใจซูยี “เจ้าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ซือหลิวรักษาไม่ได้ แต่องค์จักรพรรดิ์และข้าจะหาแพทย์คนอื่นมารักษาเจ้า”

            แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวราวกระดาษของซูยีและร่างกายที่ผอมแห้งทรุดโทรมหลังจากเป็นทาสมานานหลายเดือน แม้ว่าจะมีแพทย์คนใดที่สามารถช่วยได้ ก็ไม่สามารถมาได้ทันเวลา สมเด็จพระชนนีจึงได้แต่ถอนหายใจ

            ซูยีเองก็รู้แก่ใจดีว่าไม่มีหนทางที่ตนจะพ้นจากความตายได้ แต่หวางเอี๋ยนซูกลับลุกขึ้นยืนทันที “ใช่แล้ว ข้าจะประกาศออกไป...ให้หาแพทย์ที่มีชื่อเสียงมารักษา...” ซูยีมองผู้มีอำนาจที่เคยเก่งกาจและมั่นใจในตนเองสูงแต่ตอนนี้กลับไม่สามารถคิดพิจารณาเรื่องราวใดได้รอบคอบ ซูยีไม่กล้าบอกความจริงให้กับหวางเอี๋ยนซูรู้ว่าเขากำลังจะจากโลกนี้ไปในไม่ช้านี้แล้ว ได้แต่ดึงมืออีกฝ่ายไว้แล้วฝืนยิ้ม “ปล่อยเรื่องนี้ให้ซือน่งกับคนอื่นทำเถิด ท่าน...ท่านมานั่งกับข้าที่นี่” นี่เป็นวาระสุดท้ายที่ทั้งสองคนจะได้อยู่ร่วมกัน ซูยีไม่ต้องการสูญเสียเวลาที่มีค่านี้ไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

            สายตาของซูยีตอนนี้มองไปที่หวางเอี๋ยนโจว เมื่อทั้งคู่สบตากัน องค์รัชทายาทก็ไม่สามารถฝืนตนเองได้อีกต่อไป วิ่งโผเข้าไปอยู่ข้าง ๆ ซูยีแล้วร้องไห้เสียงดัง “พระมารดาต้องไม่ตาย ข้าไม่อนุญาตให้ท่านตาย ตอนที่ท่านไม่อยู่ ข้าไม่ได้สนใจที่จะเรียนหนังสือและลืมสิ่งที่เรียนไปหมดสิ้นแล้ว ข้ารอให้ท่านกลับมาดูแลข้าอีก ถ้าท่านไม่กลับมา ข้าก็จะไม่เรียนหนังสืออีกแล้ว” องค์รัชทายาทนั้นได้แต่คิดหาเหตุผลที่จะบังคับให้ซูยีมีชีวิตอยู่แบบเด็ก ๆ

            ซูยีเองก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเมื่อคิดว่าต้องพรากจากกัน เขาอยากจะบอกว่าหวางเอี๋ยนโจวว่าเขาเองก็ไม่ต้องการที่จะจากเด็กชายไปเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาพูดเช่นนั้น นอกจากจะทำให้องค์รัชทายาทเสียใจมากขึ้นก็ย่อมไม่เกิดผลดีอันใด ซูยีคิดว่าเด็กผู้นี้น่าสงสาร ไม่เพียงต้องสูญเสียมารดาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่เมื่อมาผูกพันกับซูยี เด็กชายก็ยังต้องเศร้าเสียใจเพราะซูยีอีก เพราะตอนนี้เขาคงจะต้องพรากจากหวางเอี๋ยนโจวไปด้วยความตายเช่นกัน เมื่อคิดว่าตนเองต้องทำร้ายความรู้สึกของเด็กชายโดยไม่สามารถช่วยเหลือได้ ซูยีก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้และปล่อยให้มันไหลออกมานองหน้า

            ทุกคนในห้องเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซือหนานเดินเข้ามาในห้อง ก่อนหน้านี้หญิงสาวอยู่ในห้องโถงเพื่อจัดการส่งเหล่าเสนาบดีให้กลับออกไปจนหมดสิ้นจึงเดินเข้ามาสมทบในห้อง เมื่อได้พบเห็นภาพที่สะเทือนใจนี้จึงดึงมือซือหลิวไปด้านข้างและสอบถาม ทว่าซือหลิวได้แต่ส่ายศีรษะและร้องไห้ ซือหนานจึงรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์มาถึงห้วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดแล้ว ดังนั้นซือหนานจึงเดินไปที่หวางเอี๋ยนซู หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวขึ้นมาว่า “แม้ว่าทักษะทางการแพทย์ของซือหลิวจะยอดเยี่ยมที่สุดในพระราชวังนี้แล้ว แต่อันที่จริง...อันที่จริงยังมีอีกคนที่มีทักษะทางการแพทย์ยอดเยี่ยมกว่าซือหลิว อาการเจ็บป่วยของนายท่านยังคงรักษาได้ถ้าอยู่ในมือของคนผู้นั้น” หลังจากที่ซือหยวนกล่าวจบ ทุกคนในห้องต่างก็ประหลาดใจและดีใจ รีบให้ซือหนานอธิบายรายละเอียดทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #324 Rium (@knightmam) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:50
    องค์ชายยย ใช่มั้ยย ฮือออออ
    #324
    0
  2. #221 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:54
    องค์ชายคนนั้นไงงงงง!!! สวรรค์ เค้าปูบทองค์ชายหาเสื้อมาเพื่อการนี้ ออกมาได้แล้ว ววว ถึงเวลาแล้วค่ะะ
    #221
    0
  3. #144 inchx_ (@pfakame) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 02:24
    สงสาร นํ้าตาไหลจริงๆ

    ไม่อยากให้น้องเจ็บเเล้ว สงสารทั้งสามคน
    #144
    0
  4. #36 Pa'yom (@family_fa) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 17:34
    ให้ซูยีไปสบายเถอะ ขนาดนี้แหละ
    #36
    0