war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,918 Views

  • 395 Comments

  • 1,274 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,290

    Overall
    19,918

ตอนที่ 73 : บทที่ 75

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซือหนานพยักหน้า “องค์ชายรอง...เมื่อได้ยินว่าองค์จักรพรรดิ์ทูลเชิญให้มารักษาองค์จักรพรรดินี...เขา...เขาก็ปฏิเสธทันที และไม่ยอมให้ผู้น้อยได้พูดอะไรอีก” พูดจบก็ก้มหน้าด้วยความละอายใจที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ

            สมเด็จพระชนนีแค่นหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ปฏิเสธทันทีอย่างนั้นหรือ? เจ้าทั้งสองคนหายไปเป็นเวลานาน คงจะขอร้องหรืออ้อนวอนเขาอยู่นาน และต้องทนรับฟังคำพูดดูหมิ่นจากเขา อย่างที่ข้าบอกไว้ตั้งแต่แรกว่าเขามองพวกเราเป็นศัตรู ไม่มีทางที่เขาจะมาช่วยรักษาแม่ทัพซู”

            ทุกคนในที่นั้นก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องกลายเป็นสิ้นหวัง ทันใดนั้นหวางเอี๋ยนซูก็ยืนขึ้นและพูดกับซูยีเบา ๆ “ซูซู เจ้าพักผ่อนให้สบายที่นี่ ข้าจะรีบกลับมา”

            ซูยียึดมือของหวางเอี๋ยนซูไว้แล้วหัวเราะอย่างขื่น ๆ “หวางเอี๋ยนซู ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าท่านจะไปที่ใด ท่านจะไปขอร้ององค์ชายรองแต่เกรงว่าข้าจะไม่ยอมให้ท่านไปพบกับความอัปยศอดสูด้วยน้ำมือของคนผู้นั้น ท่าน...ท่านรู้จักข้าดีอยู่แล้ว ในสายตาข้านั้น ท่านเป็นวีรบุรุษที่เข้มแข็ง แม้ว่าข้าจะตาย ก็ไม่ยอมให้ท่านต้องไปพบกับ...ความอัปยศนั่น และอีกประการ อาการป่วยของข้า...อาการป่วยของข้านั้นร้ายแรงเกินกว่าจะเยียวยาได้ แม้ว่าองค์ชายจะเป็นแพทย์เทวดา...ข้าคิดว่าเขาก็ไม่สามารถรักษาอาการป่วยของข้าได้ ดังนั้นท่านอย่าไปที่นั่นเลย” เป็นความจริงที่ว่าร่างกายของเขานั้นอ่อนแอจนหมดสิ้นพลังแล้ว แต่ก็พยายามจะเค้นทุกประโยคออกมาด้วยความจริงใจและความรักที่มีต่ออีกฝ่าย ทั้งที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ติดต่อกัน ได้แต่หยุดหอบหายใจเป็นช่วง ๆ

            หวางเอี๋ยนซูฝืนยิ้มแล้วกล่าว “ซูซู ไม่ต้องเป็นกังวล ข้าเป็นจอมจักรพรรดิ์แห่งจินเหลียว ไม่มีใครกล้าทำอะไรข้าหรอก” พูดจบก็ค่อย ๆ แกะมือของซูยีออกแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้อง พร้อมกับพยักหน้าเรียกซือหลิวและซือหนานให้ติดตามไปด้วย สมเด็จพระชนนีเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของบุตรชายก็รู้ทันทีว่าคงจะคิดตัดสินใจทำบางอย่างแล้วและไม่เปลี่ยนใจแน่นอน สมเด็จพระชนนีจึงร้องไห้คร่ำครวญ “อดีตจักรพรรดิ์ สิ่งที่พวกเราทำนั้นผิดหรือถูกกันแน่ ทำไมพวกเราต้องลดตัวไปขอร้องเขา แม้พวกเราทำผิดต่อเขา แต่ทำไมซูเอ๋อร์ต้องเป็นคนแบกรับผลกรรมนี้” เมื่อซูยีเห็นสมเด็จพระชนนีร่ำไห้ หัวใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกห่วงใยหวางเอี๋ยนซูมากขึ้น ซือหยวนก็ยิ่งรู้สึกรุ่มร้อนในใจราวกับถูกต้มในน้ำมัน เพราะไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำลงไปจะส่งผลให้ผู้เป็นนายต้องประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากถึงเพียงนี้

            ขณะที่หวางเอี๋ยนซูเดินทางไปที่เรือนพักของหวางเอี๋ยนซีที่อยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบ  ซือหลิวที่ไม่ต้องการให้ผู้เป็นนายต้องได้รับความอัปยศจึงถามซือหนานว่า “ที่เจ้ารู้มานั้นจริงเท็จประการใด รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นแพทย์ที่ยอดเยี่ยม”

            ซือหนานจึงพูดว่า “ที่ข้าพูดมาเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ข้ารู้เรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี่เอง องค์ชายรองมีหญิงรับใช้ที่ทำงานกับเขามาหลายปี แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการปลดนางกำนัลในวัง บิดามารดาของหญิงรับใช้ผู้นั้นชรามากแล้วและอาศัยอยู่สถานที่ห่างไกลและไม่มีบุตรหลานคนอื่นอีก ข้าจึงช่วยเหลือให้นางได้ปลดออกจากตำแหน่งเพื่อกลับไปดูแลบิดามารดา แต่หญิงรับใช้ผู้นี้ผูกพันกับเจ้านายมากทำให้ไม่อยากออกจากที่นี่ จนข้าสัญญากับนางว่า ถ้าต้องการกลับมาเยี่ยมเยียนองค์ชายรองเมื่อใดก็ให้มาพบกับข้า แล้วข้าจะช่วยเป็นธุระให้ หญิงรับใช้ผู้นั้นจึงวางใจและเล่าให้ข้าฟังว่าก่อนหน้านี้นางป่วยเป็นวัณโรคและองค์ชายรองช่วยรักษาให้จนหายดี มีครั้งหนึ่งนางอาเจียนออกมาเป็นเลือดถึงครึ่งถัง และคิดว่าคงต้องตายโดยไม่ทันได้เห็นหน้าบิดามารดาของตนแล้ว แต่ไม่คาดคิดองค์ชายรองสามารถรักษาจนหาย จึงทำให้ข้ารู้ว่าองค์ชายรองมีความสามารถด้านวิชาแพทย์ มิเช่นนั้นข้าคงไม่กล้าบอกออกไปอย่างนั้น”

            ก่อนที่ซือหลิวจะพูดอะไรต่อ หวางเอี๋ยนซูก็โพล่งขึ้นมาด้วยสีหน้ายินดี “เลือดครึ่งถัง...ถ้าเช่นนั้นซูซูย่อมมีโอกาสรอดแล้ว” ซือหลิวถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทอย่าเพิ่งดีพระทัยเร็วเกินไป องค์ชายรองเกลียดชังสมเด็จพระชนนีและฝ่าบาทราวกับเป็นศัตรูกัน ถ้าเราจะขอให้เขาช่วยชีวิตของนายท่าน ผู้น้อยเกรงว่าฝ่าบาทก็คงต้องทนแบกรับความโกรธแค้นของเขา”

            แต่หวางเอี๋ยนซูกลับพูดว่า “ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ตราบใดที่เขาเต็มใจช่วยชีวิตซูซู แม้จะให้ข้าดื่มยาพิษข้าก็ยินยอม” ขณะที่พูดนั้น ทั้งหมดก็เดินมาถึงทะเลสาบด้านเหนือ เวลานี้ท้องฟ้าเริ่มมีแสงรำไรของดวงอาทิตย์รุ่งอรุณเผยให้เห็นบ้านหลังน้อยที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว

            ซือหลิวเดินเข้าไปเคาะประตูและกล่าวด้วยเสียงก้องกังวาน “องค์จักรพรรดิ์เสด็จ ให้เตรียม...” ก่อนที่จะจบประโยค ก็ถูกหวางเอี๋ยนซูห้ามไว้ “พวกเรามาที่นี่เพื่อขอร้องเขา ถ้ายังคงวางท่าว่าเป็นจักรพรรดิ์จะยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ” เพื่อความอยู่รอดของบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้องค์จักรพรรดิ์ต้องลดตัวลงและสละอำนาจทิ้งไว้เบื้องหลัง

            หลังจากรอคอยสักพัก ประตูไม้ก็เปิดออกเสียงดังเอี้ยดอ้าด เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นซือหลิวและซือหนาน เจ้าของบ้านจึงอ้าปากหาวแล้วกล่าวว่า “เป็นเจ้าทั้งสองคนอีกแล้ว ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอีกหรือ อ้อ...เมื่อครู่เจ้าคนหนึ่งตะโกนออกมาว่าอย่างไรนะ จักรพรรดิ์หรืออะไรสักอย่างเสด็จมาที่นี่” พูดพลางก็หันไปจ้องมองหวางเอี๋ยนซูขึ้นลงแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่รู้จักท่าน ถ้าท่านเป็นจักรพรรดิ์ ข้าก็ต้องเรียกท่านว่าพี่ชาย แต่ความเป็นจริงแล้วเราสองคนไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกันแม้แต่น้อย องค์จักรพรรดิ์หวางเอี๋ยน...อะไรสักอย่าง ข้าลืมชื่อของท่านไปแล้ว แต่การที่องค์จักรพรรดิ์ยอมเสด็จมาถึงที่นี่ย่อมแสดงว่ามีเรื่องสำคัญมิใช่น้อย หรือเพิ่งจะคิดได้ว่ามีข้าอยู่ที่นี่ คนที่ทำให้ราชวงศ์จินเหลียวของท่านอัปยศอดสู จึงมาที่นี่เพื่อกำจัดข้า” คำพูดของอีกฝ่ายนั้นหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาโดยไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้โต้แย้ง คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและประชดประชันทั้งคำพูดและกิริยาท่าทางที่แสดงออก ในขณะที่กล่าวจบก็ดึงประตูเปิดกว้างและพูดว่า “ท่านจะฆ่าก็ฆ่าเถิด”

            หวางเอี๋ยนซูมองผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นน้องชายที่เกิดจากพระสนมที่ก่อเหตุชู้สาวกับชายอื่น จึงถือว่าเป็นความอัปยศของราชวงศ์จินเหลียว แม้ว่าคนทั้งคู่จะเรียกว่าเป็นพี่น้องกันแต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวพันทางสายเลือด หวางเอี๋ยนซูเห็นความเศร้าโศกและความน้อยเนื้อต่ำใจที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของน้องชาย เขาเริ่มรู้สึกว่าหวางเอี๋ยนซีได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมทั้งที่ไม่ได้มีความผิดอะไร นับตั้งแต่ที่หวางเอี๋ยนซูได้พบกับซูยี เขารู้สึกว่าตนเองเริ่มคิดเห็นอกเห็นใจผู้อื่นขึ้นมาบ้างแล้ว

            แต่ในตอนนี้ที่ทำได้ก็เพียงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว ข้าเป็นจักรพรรดิ์ ข้ามาที่นี่เพราะจักรพรรดินีป่วยหนักมาก แพทย์หลวงและซือหลิวไม่สามารถรักษาให้หายได้ ข้าได้ยินมาว่าน้องชายที่ประเสริฐของข้าเป็นแพทย์ที่ยอดเยี่ยมจึงมาขอความช่วยเหลือ หวังให้เจ้าใช้หัตถ์เทวดาของเจ้าเพื่อช่วยรักษาจักรพรรดินีให้รอดพ้นจากความตาย” คำพูดของหวางเอี๋ยนซูนั้นทั้งขอร้องและไม่ได้วางท่าแต่อย่างใด หากทว่าหวางเอี๋ยนซีได้แต่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นชา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #305 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:47
    ช่วยน้องงง
    #305
    0
  2. #222 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 22:07
    ช่วยเถิดดดด
    #222
    0