war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,875 Views

  • 395 Comments

  • 1,273 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,247

    Overall
    19,875

ตอนที่ 74 : บทที่ 76

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซือหลิว ซือหนาน และหวางเอี๋ยนซูต่างก็รอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย ในที่สุดก็เห็นหวางเอี๋ยนซีแค่นหัวเราะ “น้องชายที่ประเสริฐอย่างนั้นหรือ ข้าอยากจะหัวเราะจนขาดใจตาย คนที่สร้างความอัปยศให้กับราชวงศ์อย่างข้ากลายเป็นน้องชายที่ประเสริฐขององค์จักรพรรดิ์”

            ซือหลิวเดินเข้าไปใกล้แล้วกล่าวว่า “องค์ชายรอง ฝ่าบาทมาที่นี่ด้วยพระองค์เองเป็นการแสดงความจริงใจ ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องแล้ว แพทย์ที่รักษาคนไข้นั้นควรจะต้องดูแลเอาใจใส่คนไข้ราวกับบุตรหลานของตน ฝ่าบาทนั้นมั่นคงในความรัก ผู้น้อยหวังว่าองค์ชายจะช่วยเหลือพวกเรารักษาชีวิตขององค์จักรพรรดินี”

             หวางเอี๋ยนซีจ้องมองหวางเอี๋ยนซูแล้วกล่าว “เจ้าจะบอกว่าคนที่มั่นคงในความรักควรจะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างนั้นหรือ บิดามารดาของข้านั้นต่างก็มั่นคงในรักเช่นกัน แต่มารดาของข้าต้องถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการแก่กษัตริย์จินเหลียว ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกันห่างไกล บิดาของข้าเดินทางหลายพันลี้เพื่อไปถึงจินเหลียว ลอบเข้าพระราชวังเพื่อพบกับมารดาของข้า แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่ได้รับก็คือการถูกตัดสินโทษให้ฆ่าตัวตาย ทุกคนคิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไร พวกเขาไว้ชีวิตข้าเพราะต้องการให้ข้าใช้ชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน ให้บิดามารดาของข้าไม่สามารถอยู่อย่างสงบสุขในปรภพ แล้วตอนนี้เจ้ายังจะมีหน้ามาพูดถึงเรื่องมั่นคงในรักอะไรนั่นอีก บิดามารดาของข้าตาย แต่ข้าไม่มีโอกาสล้างแค้นให้ แต่เหมือนกับสวรรค์เริ่มเห็นใจ ตอนนี้ท่านกำลังจะทุกข์ทรมานกับการถูกแยกจากคนรัก ช่างเป็นการแก้แค้นที่ดียิ่ง”

            หวางเอี๋ยนซูนิ่งเงียบ ดูเหมือนว่าที่สมเด็จพระชนนีพูดไว้นั้นเป็นจริงทุกประการ หวางเอี๋ยนซีนั้นเกลียดชังเขาอย่างฝังรากลึก และคงจะดีใจหากซูยีตายไป หวางเอี๋ยนซูคิดได้ดังนั้นจึงกล่าวว่า “น้องชายที่ประเสริฐ สิ่งที่เกิดขึ้นกับบิดามารดาของเจ้านั้นนับเป็นโศกนาฏกรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมแก้ไขอะไรไม่ได้ เจ้าต้องการดูโศกนาฏกรรมเช่นนั้นซ้ำอีกครั้งหรือ หากพระสนมหัวรู้ว่าบุตรชายของตนเติบใหญ่ขึ้นมาแล้วกลายเป็นเช่นนี้ นางคงจะ...”

            ก่อนที่จะพูดจบ หวางเอี๋ยนซีก็พูดขัดขึ้นมาอย่างเย็นชา “ท่านไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ข้าบอกว่าจะไม่ช่วยเหลือก็หมายความตามที่พูด วันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ ร้านขายโลงศพอาจจะปิดทุกร้าน ข้าแนะนำให้ท่านหาคนไปหาซื้อโลงศพแล้วเตรียมจัดพิธีศพที่ยิ่งใหญ่ให้คนรักของท่านจะดีกว่า พระราชวังของเราไม่ได้จัดพิธีศพมานานแล้ว” พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป แต่หวางเอี๋ยนซูก็เรียกด้วยเสียงอันดัง “หยุดก่อน”

            หวางเอี๋ยนซีค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาแล้วพูด “ท่านจะฆ่าข้าในพิธีศพของจักรพรรดินีเพื่อเป็นการเซ่นไหว้ก็ได้ แต่ไม่มีทางที่จะบังคับให้ข้ายื่นมือไปช่วยรักษาชีวิตของจักรพรรดินีของท่าน”

            ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การรักษาชีวิตของซูซูย่อมสำคัญที่สุด หวางเอี๋ยนซูกล้ำกลืนความโกรธแล้วพูดว่า “ถ้าเจ้ามีเงื่อนไขอะไรก็ให้บอกมา ตราบใดที่เจ้ารักษาซูซู ข้าจะย่อมทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง”

            “ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ข้าต้องการก็คือเห็นท่านจมอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์” หลังจากหวางเอี๋ยนซีพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่จู่ ๆ  ก็หยุดเท้าแล้วหันกลับมาอีกครั้งราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจุดยิ้มที่มุมปากแล้วพูด “ท่านพี่หวางเอี๋ยน ท่านรักจักรพรรดินีของท่านมากขนาดไหนกัน ท่านสามารถคุกเข่าและขอร้องข้าได้หรือไม่” พูดยังไม่ทันจบ ซือหนานและซือหลิวต่างก็โกรธและตวาดลั่น “กล้าดีอย่างไร!!

            หวางเอี๋ยนซูยกมือขึ้นห้ามปรามหญิงรับใช้ทั้งสองไม่ให้พูดอะไรอีก แล้วพูดกับหวางเอี๋ยนซี “ซีเอ๋อร์ ถ้าข้าคุกเข่าต่อหน้าเจ้า เจ้าจะช่วยรักษาจักรพรรดินีหรือไม่?” ชายหนุ่มพูดโดยปราศจากความลังเล ซือหนานและซือหลิวรีบเอ่ยแย้งทันที “ฝ่าบาท พระองค์เป็นถึงบุตรสวรรค์...” หวางเอี๋ยนซูยกมือขึ้นห้ามไม่ให้หญิงรับใช้ทั้งสองพูดต่อ สายตาจ้องมองที่หวางเอี๋ยนซีแล้วพูดอย่างเน้นคำ “บอกมา ถ้าข้าคุกเข่า เจ้าจะช่วยจักรพรรดินีใช่หรือไม่?”

            หวางเอี๋ยนซีนิ่งชะงักไปชั่วครู่ เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากปากอีกฝ่าย ใบหน้าของเขาแสดงถึงความประหลาดใจชั่ววูบก่อนจะหัวเราะเสียงเย็นและกล่าวว่า “ข้าไม่ให้สัญญาอะไรทั้งสิ้น แต่ถ้าท่านพี่หวางเอี๋ยนต้องการจะคุกเข่าเพื่อช่วยเหลือจักรพรรดินีของท่าน ข้าก็อาจจะเปลี่ยนใจ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใดข้าถึงจะใจอ่อน”

            ทันทีที่คำพูดของหวางเอี๋ยนซีจบลง หวางเอี๋ยนซูก็คุกเข่าลงโดยไม่ลังเล ฟ้าแลบฟ้าร้องครืนครันแล้วเกล็ดหิมะก็โปรยปรายลงมาราวกับขนห่านที่ลอยลงมาจากสวรรค์ปกคลุมบนร่างที่คุกเข่าอยู่

            ซือหนานและซือหลิวยืนนิ่งราวกับหุ่นไม้ จ้องมองผู้เป็นนายที่คุกเข่าท่ามกลางหิมะ หวางเอี๋ยนซีก็ยังมองด้วยสีหน้าแสดงความประหลาดใจ แต่เมื่อได้สติก็พูดเยาะเย้ยว่า “ถ้าอยากจะคุกเข่าก็ตามใจท่านเถอะ” พูดจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านและปิดประตูตามหลังอย่างรุนแรง

            ถึงตอนนี้ซือหนานและซือหลิวเพิ่งได้สติจึงร่ำร้องว่า “ฝ่าบาท...ทำไมท่าน...ท่านเป็นถึงองค์จักรพรรดิ์...อยู่เหนือผู้คนมากมาย...”

            “ซือหลิว เจ้ากลับไปที่ตำหนักมโนรมย์ก่อน ไปดูแลซูซู หาวิธีประคองอาการป่วยของเขาไว้ แม้ว่าซีเอ๋อร์จะเกลียดชังข้า แต่ที่แท้จริงแล้วเขานั้นมีจิตใจดีงาม ข้าจะคุกเข่าอยู่ที่นี่ให้นานพอที่เขาจะใจอ่อนยินยอมไปช่วยซูซู” หวางเอี๋ยนซูไม่ฟังเสียงทัดทานใด ๆ ทั้งสิ้นออกคำสั่งอย่างเย็นชา อันที่จริงคำพูดสองประโยคท้ายของเขานั้นบอกออกไปเพื่อให้ผู้ฟังได้สบายใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหวางเอี๋ยนซีจะยินยอมช่วยหรือไม่ แต่ตราบใดที่มีแสงสว่างแห่งความหวังแม้มันจะริบหรี่ปานใดเขาก็จะไม่ยอมพ่ายแพ้สิ้นหวัง “ซือหลิว เจ้ารีบไป ห้ามบอกเรื่องนี้กับสมเด็จพระชนนีและซูซูเป็นอันขาด และเพื่อไม่ให้สองคนนั้นสงสัย ให้ซือหนานอยู่กับข้าที่นี่”

            หลังจากมองเงาร่างของซือหลิวที่กำลังวิ่งออกไปแล้ว หวางเอี๋ยนซูก็หลับตาลงแล้วยกมือขึ้นสวดวิงวอน “ข้าขอให้สวรรค์ช่วยคุ้มครองซูซูจนกว่าซีเอ๋อร์จะใจอ่อนยอมรักษาเขา ซูซูนั้น...เจ็บปวดและทรมานมามากแล้ว ถ้าหากวันหน้ามีเรื่องใดที่จะทำให้เขาทุกข์ทรมาน ข้าจะขอรับไว้เอง” หลังจากนั้นก็ถอนหายใจยาว แม้ว่าเขาจะคุกเข่าอยู่ที่นี่แต่ทว่าหัวใจกลับล่องลอยไปยังห้องนอนของจักรพรรดินีที่ตำหนักมโนรมย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #223 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 22:15
    หลางเอี๋ยนซูหลุดคาแรคเตอร์ของตัวเองตอนต้นเรื่องไปไกลโข เพราะความรักล้วนๆ เห็นใจนะ แต่ก็เพราะตัวเองทั้งนั้น ถ้าไม่เห็นซูยีใกล้ตาย ก็คงจะยังไม่คิดจะยื่นมือมาช่วย? เราขอโกรธตรงนี้ได้มั้ยอ่ะ
    #223
    0