war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,521 Views

  • 392 Comments

  • 1,253 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    893

    Overall
    19,521

ตอนที่ 80 : บทที่ 82

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ภายหลังที่ซูยีได้รับการรักษาจากหวางเอี๋ยนซี อาการป่วยก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ตอนนี้ไม่มีอาการอาเจียนเป็นเลือดอีกแล้ว เมื่อซูยีตื่นขึ้นมาในตอนสายก็พบว่าร่างกายของตนรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม อาการคลื่นไส้และปวดท้องก็หายไปเกือบทั้งหมด ซือน่งและคนอื่น ๆ ต่างก็แสดงอาการโล่งใจที่เห็นเขาปลอดภัยแล้ว หลังจากนั้นซือน่งก็ส่งถ้วยยาที่เพิ่งต้มเสร็จให้กับซูยี

            หวางเอี๋ยนซีแย้มยิ้มแล้วกล่าว “เพราะเจ้าเคยเป็นแม่ทัพมาก่อน ทำให้มีพื้นฐานของร่างกายนั้นแข็งแรง หากคนธรรมดาอาเจียนเป็นเลือดมากมายขนาดนี้คงจะเสียชีวิตไปนานแล้ว” พูดจบก็หันไปทางซือน่ง “ตอนนี้เขาไม่มีอาการคลื่นไส้แล้ว ให้เจ้าไปต้มโจ๊กใสมาให้เขารับประทาน แต่ต้องมีปริมาณไม่มากนัก แค่ไม่ให้ท้องว่างเท่านั้น”

            ซือน่งรับคำแล้วเดินออกไป สวนกับหวางเอี๋ยนซูที่รีบร้อนเดินเข้าไปในห้อง ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจ เมื่อซูยีเห็นก็รู้สึกตกใจที่อีกฝ่ายเข้ามากุมมือของเขาไว้แน่นและหลั่งน้ำตาโดยไม่พูดอะไรออกมา

            ซูยีเขย่ามืออีกฝ่ายแล้วรีบถาม “หวางเอี๋ยน ท่านเป็นอะไร?”

            เมื่อเห็นสีหน้าเป็นทุกข์ของซูยี หวางเอี๋ยนซูก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะอาเจียนเป็นเลือดออกมาอีก จึงรีบเช็ดน้ำตาและรีบพูด “ซูซู...ทำไมเจ้าถึง...ยอมรับผิดในเรื่องที่เจ้าไม่ได้กระทำ ทำไมจึงเลือกที่จะปิดบังข้าแล้วทนทุกข์ทรมานแบบนี้ ทำไมไม่บอกความจริงต่อข้า...ว่าเจ้าไม่ได้ทำผิดอะไร...”

            ทันใดนั้นหวางเอี๋ยนซูก็ตบหน้าตัวเองอย่างแรง “เป็นข้าที่เลว ข้าไม่เชื่อใจเจ้า ข้าไม่มีหน้ามาพบเจ้าอีกแล้ว ซูซู สิ่งที่ข้าทำต่อเจ้าทำให้ข้าไม่มีหน้าที่จะอยู่เคียงข้างเจ้าอีกแล้ว” ขณะพูดก็ตบหน้าตัวเองจนแก้มบวมแดงขึ้นมา

            ซูยีนั้นเสียเลือดไปมากจนอ่อนเพลียไร้กำลัง แต่ก็พยายามห้ามไม่ให้หวางเอี๋ยนซูทำร้ายตนเอง เมื่อเห็นว่าหวางเอี๋ยนซูมีอาการฟุ้งซ่านเพราะละอายแก่ใจ ทั้งก่นด่าตนเองและทำร้ายตนเอง ซูยีจึงรวบร่างของหวางเอี๋ยนซูเข้ามากอดแล้วร้องไห้ “อย่าทำอย่างนี้หวางเอี๋ยน อย่าทำแบบนี้ ท่านไม่ได้ทำผิดอะไร...ท่านไม่ได้ทำผิดต่อข้า...ข้ารู้ว่าท่านดีต่อข้า...ข้ารู้...คืนที่ฝนตกหนัก ท่านนำยาและผ้าห่มมาให้ข้า ในวันที่อากาศหนาวท่านหาเหตุผลให้ข้าเข้าไปเป่าขลุ่ยเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ข้ารู้เพียงเท่านี้”

            เมื่อได้ยินคำพูดของซูยี หวางเอี๋ยนซูกลับยิ่งร้องไห้หนักขึ้น เมฆดำยังคงปกคลุมอยู่ในใจของเขา หวางเอี๋ยนซูซุกหน้ากับแผ่นอกบอบบางของซูยี เขาไม่สนใจว่าคนอื่นในห้องกำลังมองดูเขาอยู่ ไม่สนใจแม้กระทั่งหวางเอี๋ยนซีที่เกลียดชังเขา ซูยีเองก็ร้องไห้เช่นกัน เขาลูบหลังหวางเอี๋ยนซูปลอบโยนราวกับเด็กเล็ก ๆ พร้อมกับพูดเสียงเบา “เรื่องนี้ผ่านไปแล้ว หวานเอี๋ยน เรื่องทั้งหมดมันผ่านไปแล้ว” ซูยีรู้สึกปั่นป่วนในใจจนลืมถามไปว่าหวางเอี๋ยนซูรู้เรื่องที่เขาโดนใส่ความได้อย่างไร

            ทุกคนในที่นั้นยืนขึ้นเงียบ ๆ หลังจากนั้นหวางเอี๋ยนโจวก็เดินเข้ามาในห้อง เด็กชายเห็นภาพบิดาและซูยีกอดกันร้องไห้ก็ให้ประหลาดใจเพราะเขาไม่เคยเห็นพระบิดาหรือซูยีเป็นเช่นนี้มาก่อน จึงได้แต่ยืนนิ่งเงียบเท่านั้น

            ทันใดนั้นหวางเอี๋ยนซีก็พูดรำพึงกับตนเองว่า “ตอนนี้เมฆหมอกก็หายไปแล้ว ท้องฟ้าหลังฝนย่อมสว่างสดใส ท่านทั้งสองคนรอวันนี้มานานแล้ว...ไม่เหมือนกับข้า...” ขณะพูดก็หลั่งน้ำตาพร้อมกับหมุนตัวเดินจากไป หวางเอี๋ยนโจวรู้สึกเป็นห่วงเพราะเด็กชายคิดว่าเสด็จอาของเขาที่มีฝีมือทางแพทย์ยอดเยี่ยมอาจจะรู้สึกโกรธแค้นและรู้สึกไม่พึงพอใจ อาจจะล้มเลิกที่จะรักษาอาการป่วยของพระมารดา จึงรีบวิ่งตามหวางเอี๋ยนซีออกไป

            ตอนนี้นางกำนัลเดินนำชามโจ๊กเข้ามาในห้อง ซือน่งประคองชามโจ๊กแล้วพูดว่า “ฝ่าบาท ข้านำโจ๊กมาให้นายท่าน” ก่อนที่หฺญิงสาวจะพูดจบประโยค ก็เห็นใบหน้าของผู้เป็นนายนั้นเต็มไปด้วยความละอายใจ จึงคิดได้ว่าคงมีเรื่องผิดปกติ ได้แต่ทำหน้ากระอักกระอ่วน ซูยีชี้ให้วางชามโจ๊กบนโต๊ะ ก่อนจะกลั้นความอับอายจนใบหน้าแดงก่ำแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ กับหวางเอี๋ยนซู “ข้าไม่มีแรง...ท่าน...ป้อนโจ๊กให้ข้าได้หรือไม่?”

            เพราะซูยีรู้ว่าหวางเอี๋ยนซูในตอนนี้รู้สึกผิดและละอายต่อเขา และรู้ว่าไม่สามารถปลอบโยนให้คลายกังวลได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงอดกลั้นความอับอายแล้วขอให้หวางเอี๋ยนซูทำบางอย่างให้เขา โดยหวังว่าจะลดทอนความรู้สึกผิดในใจของอีกฝ่ายได้บ้าง ซูยีถอนหายใจ แม้หวางเอี๋ยนซูจะทำผิดแต่ซูยีก็มีส่วนที่ทำให้เรื่องต่าง ๆ บานปลายยืดยาว ถ้าจะพูดตามจริงแล้ว ซูยียังคงทำผิดมากกว่า ถ้าเขาบอกความจริงเรื่องเหตุการณ์กบฏในวันนั้น หวางเอี๋ยนซูคงจะเชื่อเขา

            หวางเอี๋ยนซูดีใจเมื่อได้ยินซูยีขอให้เขาทำบางสิ่งให้ “ได้ ได้ ได้ ข้าจะป้อนเจ้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะป้อนให้เจ้า” เขาลุกขึ้นยืนแล้วนั่งลงบนเตียงก่อนจะรั้งร่างของซูยีซึ่งตอนนี้อับอายจนหน้าแดงก่ำเข้ามากอด แล้วตักโจ๊กคำเล็ก ๆ ยื่นให้ที่ริมฝีปากของซูยี

            เมื่อเห็นสายตาของซือน่งและคนอื่นกำลังมองอยู่ ซูยีจึงไม่ยอมเปิดปาก หวางเอี๋ยนซูอ้อนวอนให้อีกฝ่ายเปิดริมฝีปากสักพักเพิ่งเข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงหันไปมองหญิงรับใช้คนสนิทแล้วพูดว่า “เจ้าทุกคน...ออกไปข้างนอก หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามเข้ามาเป็นอันขาด”

            ซือน่งและคนอื่น ๆ จึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เพคะฝ่าบาท” แต่ก็อดแลบลิ้นล้อเลียนไม่ได้ “แต่นายท่านยังไม่หายดี ถ้าคิดจะทำอะไร ควรต้องอดทนรอหลังจากนี้” พูดจบก็ไม่สนใจสายตาที่เหมือนจะถลกหนังของหวางเอี๋ยนซู หญิงสาวหัวเราะแล้วรีบเดินออกจากห้อง หลังจากนั้นในห้องก็เหลือเพียงหวางเอี๋ยนซูกับซูยี หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ที่เกือบต้องเสียชีวิต ขณะนี้พวกเขาต่างก็อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #340 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 14:34
    โอย สงสารชายรอง อบอุ่นๆกับตอนนี้
    #340
    0