war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,924 Views

  • 395 Comments

  • 1,274 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,296

    Overall
    19,924

ตอนที่ 81 : บทที่ 83

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            พระอาทิตย์ตอนบ่ายแผ่รังสีความร้อนลงมายังพื้นดิน วันแห่งความอบอุ่นก็เข้ามาเยือนและทำลายความน่าเบื่อของฤดูหนาว

            ในสวนหลวงนั้นซูยีสวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกนั่งอยู่ในศาลากลางสวนพร้อมกับหวางเอี๋ยนซูและบุตรชาย รอบ ๆ ศาลานั้นปลูกไว้ด้วยต้นพลัมหลายสิบต้น ดอกพลัมยังคงเบ่งบานอวดสีสันสดใส นางกำนัลหลายนางกำลังวิ่งเล่นหยอกล้อกันท่ามกลางดงต้นพลัม สร้างบรรยากาศความสนุกสนานให้เพิ่มขึ้น

            หวางเอี๋ยนซูแบ่งขนมออกเป็นสองส่วนแล้วป้อนที่ปากของซูยี “ขนมชนิดนี้อ่อนนุ่มยิ่งนัก ข้าสั่งให้ห้องครัวหลวงจัดทำเป็นพิเศษเพื่อเจ้า แต่ข้าไม่กล้าให้เจ้ารับประทานมากเกินไปเพราะเกรงจะทำให้เจ้าไม่สบายท้อง” หวางเอี๋ยนซูมองซูยีที่รับประทานขนมจนหมดเห็นที่มุมปากมีเศษขนมติดอยู่ หัวใจของเราก็คล้ายถูกกระตุ้นให้กระทำโดยไม่รู้ตัว เขาโน้มตัวไปจูบเลียเศษขนมจนสะอาด ซูยีหน้าแดงก่ำรีบผลักอีกฝ่ายออกแล้วดุเสียงเบา “ท่านไม่ควรทำเช่นนี้ต่อหน้าเด็ก”

            ถึงตอนนี้หวางเอี๋ยนซูเพิ่งนึกออกว่ามีบุตรชายนั่งอยู่ด้วย เขาหันศีรษะไปมองก็เห็นหวางเอี๋ยนโจวกำลังจ้องมองพวกเขาด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง จนหวางเอี๋ยนซูรู้สึกลำบากใจ ก่อนจะแกล้งกระแอมไอแล้วพูดว่า “โจวเอ๋อร์ เจ้าทำการบ้านเสร็จแล้วหรือ?”

            “ข้าทำเสร็จแล้ว” หวางเอี๋ยนโจวพยักหน้าแล้วพูดต่อ “พระมารดาตรวจการบ้านให้ข้าก่อนมาที่นี่และยังชมเชยว่าข้าเฉลียวฉลาด พระมารดาประหลาดใจที่ข้าสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่ก็มีข้อเสียตรงที่จะทำให้ข้ามีเวลาว่างมากเกินไป” เมื่อพูดจบ ใบหน้าของซูยีก็แดงฉาน ไม่นึกว่าเด็กชายจะได้ยินเรื่องที่เขาพูด

            ดูเหมือนว่าการมีบุตรฉลาดเฉลียวเกินไปจะก่อให้เกิดปัญหา หวางเอี๋ยนซูรู้สึกปวดศีรษะเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาปรารถนาที่จะขังหวางเอี๋ยนโจวไว้ในห้องหนังสือเพื่อจะได้มีเวลาอยู่ร่วมกันกับซูยีเพียงสองคน ขณะที่กำลังคิดหาหนทางกำจัดบุตรชายให้พ้นทาง หวางเอี๋ยนโจวก็พูดขึ้นมาก่อนว่า “พระบิดา พระมารดา ให้ท่านทั้งสองทำเสมือนกับว่าข้าไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่ก็ได้” พูดจบก็แอบยิ้มก่อนจะถามผู้เป็นบิดา “พระบิดา ข้าสงสัยว่าท่านสามารถเลียทุกอย่างได้เร็วขนาดไหน?” เมื่อเห็นสายตาที่แสดงความไม่เข้าใจของหวางเอี๋ยนซู เด็กชายจึงรีบพูดต่อ “ข้าหมายความว่าเศษขนมที่ริมฝีปากของพระมารดา ท่านต้องเลียกี่ครั้งจึงจะสะอาด” เมื่อเห็นซูยีก้มหน้าลงจนเห็นเพียงหูสองข้างที่แดงฉาน เด็กชายก็ยิ่งหัวเราะเสียงดัง

            ผู้เป็นบิดาถึงกับโมโหและกระชากเสียง “เจ้า...ข้าสั่งให้เจ้ากลับไปที่ห้องหนังสือเพื่อศึกษาเรื่องการพูดจาให้ถูกกาลเทศะ หรือเจ้าจะไปเล่นที่ไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ ถ้าเจ้าไม่รีบออกไป ข้าจะจัดการเจ้าไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก”

            “พระบิดา ท่านพูดจาโหดเหี้ยมโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง นี่ย่อมพิสูจน์ได้ว่าคนที่เป็นจักรพรรดิ์นานวันเข้าหนังก็ยิ่งหนาขึ้น ข้าเพียงถามด้วยความไม่รู้ แต่ทำไมท่านกลับดุด่าข้าเช่นนี้”

            หวางเอี๋ยนโจวรู้ดีว่าซูยีนั้นอยู่ข้างตนไม่ว่าจะถูกหรือผิด แต่ในครั้งนี้เขามั่นใจว่าตนเองนั้นถูกต้อง เพราะเขาเพียงแค่ตั้งคำถาม แต่พระบิดากลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างไร้เหตุผล ปากน้อย ๆ ขององค์รัชทายาทเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น “ถ้าเช่นนั้นพระบิดาต้องป้อนขนมให้ข้าด้วย หากท่านป้อนขนมแล้วข้าก็จะไปจากที่นี่ ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไปว่าข้าจะไม่สบายเพราะรับประทานขนมมาก ๆ ป้อนขนมคำใหญ่ ๆ ให้ข้าได้เลย”

            “เจ้า...ข้าสั่งให้เจ้ารีบออกไปจากที่นี่โดยเร็ว และข้าจะสั่งให้ห้องครัวหลวงส่งตะกร้าขนมตามไปให้เจ้า หรือจะให้ข้าจัดการเจ้าให้แหลกเละเป็นขนมเสียตอนนี้” หวางเอี๋ยนซูพูดเสียงเข้มงวด เขาไม่เชื่อว่าเด็กชายที่เฉลียวฉลาดอย่างหวางเอี๋ยนโจวจะไม่รู้ความหมายของการป้อนขนมระหว่างเขากับซูยี

            “พระมารดาท่านเห็นหรือไม่ว่าพระบิดารังแกข้า ท่านต้องช่วยข้า” พูดพลางก็มุดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของซูยี ทำให้หวางเอี๋ยนซูได้แต่ยืนมองด้วยอาการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน และก็คาดไม่ผิดว่าคนรักของตนนั้นต้องปกป้องหวางเอี๋ยนโจว “หวางเอี๋ยน ท่านเป็นบิดาของเขา ทำไมจึงปฏิบัติกับลูกชายของตัวเองเช่นนี้”

            “เป็นข้าที่แทบจะกระอักโลหิตเพราะเขา” พูดพลางก็พยายามดึงร่างของหวางเอี๋ยนโจวออกมาจากซูยี ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น “กระอักโลหิตเช่นนั้นหรือ ท่านเองก็กระอักโลหิตด้วยหรือ นี่นับเป็นเรื่องที่ดี กรรมตามสนองท่านแล้ว ข้าสามารถล้างแค้นได้โดยไม่ต้องออกแรง” เป็นหวางเอี๋ยนซีที่เดินมาที่ศาลาน้อยกลางสวนที่ด้านหลังเป็นหญิงรับใช้ที่ถือกล่องอาหารด้านบนเป็นถ้วยชาที่ปิดฝาไว้ เขามองไปที่ซูยีแล้วกล่าวว่า “ยาบำรุงนี้ต้องใช้การต้มอย่างพิถีพิถัน ข้าไม่อาจให้ผู้อื่นทำแทนได้ ให้เจ้าดื่มรีบดื่ม อาการป่วยจะได้ทุเลาอย่างรวดเร็ว”

            เมื่อหวางเอี๋ยนโจวพบเห็นหวางเอี๋ยนซีนัยน์ตาก็ส่งประกายซุกซน เด็กชายรีบกระโดดออกจากอ้อมอกของซูยีแล้วกล่าวว่า “เสด็จอา พวกเราไปเล่นกัน”

            หวางเอี๋ยนซีตกใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ถึงกับหยุดชะงักก่อนจะเดินถอยหลังไปสองสามก้าว ขณะที่จะพูดปฏิเสธก็เห็นสายตาของหวางเอี๋ยนซูเป็นประกายแจ่มใส พร้อมกับกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้ามาพอดี รีบพาเขาออกไปเล่นข้างนอก”

            ใบหน้าของหวางเอี๋ยนซีถึงกับดำคล้ำและพูดอย่างขัดเคือง “ท่านสองคนต้องการอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ข้ารู้ว่าการที่โจวเอ๋อร์อยู่ที่นี่จะสร้างความลำบากใจให้กับพวกท่าน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ข้าเป็นเหยื่อแทนท่าน ก่อนหน้านี้เขาก็ทำให้ข้าวุ่นวายแทบตายแล้ว” แม้จะพูดเช่นนั้นก็ยังคงจับมือหวางเอี๋ยนโจวไว้ ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดกับเด็กชายว่า “เจ้าเองก็ซุกซนเสียจริง” พูดจบก็เดินจูงมือกันออกไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #335 LEYY (@mnloli) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 20:45
    อ่านไปอ่านมานี่สงสารจักรพรรดิ คือได้เมียอะไรเนี่ย
    #335
    0
  2. #308 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:15
    ซีเอ๋อร์ใจดีจัง
    #308
    0
  3. #226 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 22:53
    กลายเป็นครอบครัวหรรษาซะแล้ว
    #226
    0
  4. #59 Noonittaya (@Noonittaya) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 00:52
    กว่าจะผ่านคืนวันอันโหดร้ายไปได้
    #59
    0