war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,634 Views

  • 392 Comments

  • 1,261 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,006

    Overall
    19,634

ตอนที่ 83 : บทที่ 85

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีตกใจเมื่อเห็นท่าทางของหวางเอี๋ยนซู “หวางเอี๋ยน ท่านเป็นอะไร?” พูดยังไม่ทันขาดคำ หวางเอี๋ยนซูก็คว้าร่างของเขาเข้าไปกอดและพรมจูบไปทั่วใบหน้า นัยน์ตานั้นสุกใสเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นและร้องออกมาว่า “ซูซู เจ้าได้ยินหรือไม่ว่ากระต่ายขาหัก รักษาหายแล้ว”

            “ข้าได้ยินแล้ว” ซูยียังคงสับสนอยู่ เหตุใดหวางเอี๋ยนซูที่ชมชอบการล่าสัตว์และไม่เคยรักใคร่เอ็นดูสัตว์โลกตัวเล็ก ๆ จึงได้ตื่นเต้นมากมายเมื่อได้ยินเรื่องของกระต่ายตัวหนึ่ง ทันใดนั้นซูยีก็คล้ายจะนึกเรื่องใดขึ้นมาได้ เขาจ้องหน้าหวางเอี๋ยนซูแล้วกล่าวว่า “ท่าน...ท่านบอกว่า...กระต่ายขาหัก...” แม้ซูยีจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงทางอารมณ์ได้ง่ายดายนัก แต่เมื่อได้ยินข่าวนี้หัวใจก็ถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรง หากเขาไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของหวางเอี๋ยนซูคงจะยืนไม่อยู่เป็นแน่

            “ใช่แล้ว ซูซู” หวางเอี๋ยนซูมองหน้าซูยีอย่างมีความสุข ดวงตาคล้ายมีหยาดน้ำแห่งความปิติหล่อรื้นอยู่ “ซูซู ขาของเจ้า...ขาของเจ้า...ในเวลานี้ทำไมข้าถึง...ทำไมข้า...อย่าพูดเรื่องอื่นเลย พวกเราไปหาซีเอ๋อร์กันเถิด”  แม้จะพูดประโยคเรียบง่ายแต่ซูยีก็เข้าใจว่าในคำพูดนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

            ในช่วงเวลาสิบกว่าวันก่อนหน้านี้ หวางเอี๋ยนซูดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ทั้งรินน้ำชา เช็ดตัว และป้อนยา โดยไม่ยอมให้คนอื่นทำแทน ในตอนกลางคืนก็นอนเคียงข้างซูยีเพื่อคอยดูแล หลายครั้งที่ซูยีตื่นมากลางดึกและพบว่าสายตาของหวางเอี๋ยนซูที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและสำนึกผิดนั้นจ้องมองขาข้างที่พิการของเขาด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่ เมื่อเห็นภาพนี้ซูยีก็จะรีบปิดตาและแกล้งเป็นนอนหลับเพราะรู้ดีว่าหวางเอี๋ยนซูไม่ต้องการให้ซูยีเห็นเขาในสภาพเช่นนี้ซูยีรู้ดีว่าขาที่หักของเขานั้นจะสร้างความเจ็บปวดให้กับอีกฝ่ายไปตลอดชีวิต ตราบใดที่เขามองเห็นซูยี ความรู้สึกผิดก็จะไม่มีวันจางหายไป บาดแผลในใจไม่มีวันที่รักษาหายได้ ซูยีไม่ต้องการให้หวางเอี๋ยนซูต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้แต่เขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้

            แต่ตอนนี้เมื่อได้รับข่าวดีอย่างไม่คาดคิด อาจจะเป็นโอกาสดีที่เมฆดำก้อนสุดท้ายระหว่างเขาและหวางเอี๋ยนซูจะจางหายไป และจะไม่มีสิ่งใดกั้นขวางระหว่างพวกเขาได้อีก สิ่งนี้ทำให้ซูยีเกือบเพ้อคลั่งด้วยความสุข สายตาของพวกเขาสองคนสบกันและหัวเราะออกมาพร้อมกัน แม้จะไม่พูดอะไรแต่ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรในใจ หวางเอี๋ยนซูจูบริมฝีปากของซูยีเบา ๆ แล้วพูด “ตอนนี้พวกเรารีบไปหาซีเอ๋อร์กัน”

            “พวกท่าน...รอ...รอข้าด้วย” หวางเอี๋ยนโจววิ่งตามคนทั้งคู่ไปด้วยอาการหอบ พร้อมกับบ่นพึมพำว่า พระบิดาดูแลพระมารดาเป็นอย่างดีแต่กลับทอดทิ้งเขา ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณที่บอกข่าวนี้ให้ ขณะที่กำลังบ่นก็ก้าวออกจากสวนต้นพลัม ก็เห็นเงาร่างของคนทั้งคู่อยู่ห่างออกไปไกล เด็กชายเม้มริมฝีปากด้วยอาการไม่พอใจแล้วตัดสินใจว่าจะไม่วิ่งตามแล้ว ขณะที่กำลังพักหอบหายใจก็เหลือบไปเห็นซือหยวนกำลังเดินเข้ามาหา

            “องค์จักรพรรดิ์กับจักรพรรดินีเสด็จไปที่ใด?” เมื่อพบกับหวางเอี๋ยนโจวอยู่เพียงลำพัง หญิงสาวจึงรู้สึกประหลาดใจ เพราะได้ทราบมาว่าทั้งองค์จักรพรรดิ์กับจักรพรรดินีประทับอยู่ที่นี่

            “พวกเขาวิ่งไปดูกระต่าย” หวางเอี๋ยนโจวพูดตวัดเสียง แต่เมื่อเห็นซือหยวนมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม จึงทรุดตัวนั่งลงบนก้อนหินขนาดใหญ่แล้วอธิบาย “เสด็จอาคิดค้นตัวยาที่สามารถรักษาและจัดเรียงกระดูกที่หักให้สามารถใช้งานได้แล้ว พระบิดากับพระมารดาจึงไปที่นั่น แล้วเจ้าถามหาพวกเขาด้วยธุระอันใด”

            ซือหยวนส่ายศีรษะแล้วบอก “ไม่มีอะไร ข้าแค่มาเข้าเฝ้าพวกเขา” พูดจบก็หมุนตัวคิดจะเดินจากไปแต่หวางเอี๋ยนโจวกลับเรียกไว้ “หยุดอยู่ตรงนั้น” หลังจากนั้นองค์รัชทายาทก็ค่อย ๆ ก้าวไปยืนตรงหน้าหญิงสาว จ้องมองเข้าไปในดวงตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “พระมารดาถูกใส่ร้าย เจ้า...มีส่วนด้วยหรือไม่ แล้วเจ้ารู้เรื่องบทกวีนั้นได้อย่างไร เพราะถ้าไม่สังเกตให้ดีแล้วย่อมไม่มีทางพบเงื่อนงำนั้นได้แน่นอน แต่ถ้าเจ้ามีส่วนร่วมในการใส่ร้ายจริง ทำไมจึงช่วยให้ข้าเปิดโปงความจริง ถ้าเจ้าเคยเดินทางผิดแล้วคิดจะกลับตัวทำไมจึงไม่เปิดโปงเรื่องนี้ด้วยตนเองเพื่อจะได้รับความดีความชอบ”

            ซือหยวนยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “องค์รัชทายาท ความลับนี้มีเพียงท่านกับข้าที่รู้ ผู้น้อยทำทุกอย่างเพื่อองค์จักรพรรดิ์ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ความองค์จักรพรรดินีหรือช่วยเหลือองค์จักรพรรดินี ผู้น้อยล้วนทำเพื่อประโยชน์ขององค์จักรพรรดิ์ทั้งสิ้น” หญิงสาวหัวเราะเยือกเย็นแล้วพูดต่อ “ความผิดก็ย่อมเป็นความผิด ไม่มีเหตุผลที่จะต้องยกโทษให้ผู้น้อย คนที่ทำก็ย่อมต้องได้รับผลของการกระทำของตน หากผู้น้อยเป็นผู้เปิดเผยหลักฐานและยอมรับความดีความชอบแล้วไม่เพียงคนอื่น ๆ จะดูถูก แม้แต่ตัวผู้น้อยเองก็ยังจะดูถูกตัวเอง” หญิงสาวมองหวางเอี๋ยนโจวแล้วก้มศีรษะคำนับก่อนจะพูดว่า “หากองค์รัชทายาทไม่มีเรื่องอื่นใดแล้ว ผู้น้อยต้องขอตัว”

            หวางเอี๋ยนโจวพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต สายตาของเด็กชายมองตามร่างของหญิงรับใช้ที่เดินจากไป ในใจก็นึกเคารพอยู่ไม่น้อย หากไม่คิดตัดสินว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำนั้นถูกหรือผิด แต่การรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองกระทำลงไปด้วยความกล้าหาญและไม่หวั่นไหวก็ควรค่าแก่การเคารพยกย่อง

            ระหว่างทางที่หวางเอี๋ยนโจวเดินไปยังที่พักของหวางเอี๋ยนซีนั้น เด็กชายก็ครุ่นคิดในใจ “พระมารดานั้นเป็นคนดีเมื่อเห็นความกล้าหาญของซือหยวนที่ไม่กลัวความตาย พระมารดาคงจะหาทางที่จะช่วยเหลือ แต่สำหรับพระบิดาที่มักจะเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน แต่มักจะยอมแพ้ให้กับพระมารดาเสมอ เมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองคนต้องพิจารณาเรื่องนี้ คาดว่าจะน่าดูชมมิใช่น้อย” เมื่อคิดถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นเด็กชายก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #341 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 14:57
    งุ่ย ทำไมสามีภรรยาคู่นี้ลิมนุ้งโจ ม่าย
    #341
    0