war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,544 Views

  • 392 Comments

  • 1,257 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    916

    Overall
    19,544

ตอนที่ 85 : บทที่ 87

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ในห้องทรงพระอักษร หวางเอี๋ยนซูนั่งบนเก้าอี้โดยมีซือหยวนยืนคอยรับใช้ที่ด้านหลัง ตรงหน้ามีเสนาบดีเหอเจิ้งที่ยืนเหงื่อซึมอยู่ ในที่สุดหวางเอี้ยนซูก็เอ่ยขึ้นว่า “เป็นเขาจริงหรือ?”

            เหอเจิ้งรีบคุกเข่าแล้วพูด “ผู้น้อยไม่กล้าหลอกลวงองค์จักรพรรดิ์ เสนาบดีหยูจับตัวบัณฑิตกว่าหนึ่งร้อยคนไว้ ด้วยความช่วยเหลือของซือหยวน ผู้น้อยจึงสามารถนำคนเหล่านั้นไปขังไปที่เรือนจำของกระทรวงยุติธรรมเพื่อรอคำสั่งขององค์จักรพรรดิ์ คนของเสนาบดีหยูที่เฝ้าพวกบัณฑิตพยายามจะฆ่าตัวตายแต่ทำไม่สำเร็จ ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เสนาบดีเฒ่าพิจารณาแล้วเห็นว่าเสนาบดีหยูน่าจะใช้พวกบัณฑิตเหล่านี้เป็นตัวประกัน เพื่อข่มขู่คุกคามองค์จักรพรรดินีให้ยอมสารภาพว่าเป็นกบฏ”

            หวางเอี๋ยนซูหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวว่า “เสนาบดีเหอได้ข้อสรุปเร็วมาก แท้ที่จริงแล้วเรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ในระยะเวลาอันสั้น ก่อนหน้านี้ใครกันที่บอกว่าองค์จักรพรรดินีมีความผิดในข้อหากบฏจะต้องถูกลงโทษให้ถึงแก่ชีวิต” เหอเจิ้งโขกศีรษะสองสามทีก่อนจะพูด “เสนาบดีเฒ่าถูกหลอกลวงโดยผู้อื่น ผู้น้อยสมควรตาย”

            หวางเอี๋ยนซูมีสีหน้าผ่อนคลายลง น้ำเสียงก็อ่อนโยนขึ้น “ท่านเสนาบดีลุกขึ้นเถิด ในเมื่อเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ พรุ่งนี้เมื่ออยู่ท้องพระโรง เจ้าก็อธิบายเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้กับคนอื่นได้รับรู้ด้วย” จากนั้นหวางเอี๋ยนซูก็คล้ายกับจมอยู่ในห้วงของความคิดไม่ได้กล่าวอะไรต่อไป เหอเจิ้งมองไปที่ซือหยวน เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าน้อย ๆ เขาจึงก้าวไปข้างหน้าแล้วกล่าวว่า “กราบทูลฝ่าบาท ผู้น้อยต้องการให้ฝ่าบาทให้คำแนะนำว่าจะทำอย่างไรกับเหล่าบัณฑิตที่คิดกบฏ”

            ถึงตอนนี้หวางเอี๋ยนซูเข้าใจแล้วว่าทำไมซูยีจึงต้องการตายทั้งที่ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เพราะบัณฑิตเหล่านี้ที่วางแผนก่อกบฏซึ่งต้องรับโทษตามกฏหมาย หากได้รับการอภัยโทษหรือปล่อยตัวก็อาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับผู้ที่คิดก่อการร้ายต่อแผ่นดินคนอื่นในภายหลังที่จะยกกรณีนี้เป็นตัวอย่าง เพื่อคนเหล่านี้ซูยีจึงต้องยอมทนรับความทุกข์ทรมานและความอัปยศอดสูจนแทบถึงแก่ความตาย แต่ถ้าสุดท้ายเหล่าบัณฑิตจะต้องโทษจนถึงแก่ชีวิตจริง ซูยีจะทนได้อย่างไรกันที่ความพยายามที่ทำมาทั้งหมดล้มเหลว ดังนั้นหวางเอี๋ยนซูจึงลังเลที่จะตัดสินใจ

            ทันใดนั้นหวางเอี๋ยนซูก็ได้ยินเหอเจิ้งกล่าวรายงานต่อ “ฝ่าบาท บัณฑิตทั้งหลายเหล่านี้แม้จะมีความผิดฐานกบฏซึ่งจำต้องลงโทษให้ประหารด้วยการตัดศีรษะ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาปรารถนาที่จะกลับตัวกลับใจ ดังนั้นเสนาบดีเฒ่าจึงรู้สึกอึดอัดใจ จนต้องขอให้ฝ่าบาทได้ทรงมีพระวินิจฉัย”

            เหอเจิ้งมองเห็นนัยน์ตาของหวางเอี๋ยนซูเป็นประกายขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด เสนาบดีเฒ่าได้แต่คิดในใจ “ซือหยวนเข้าพระทัยจิตใจของฝ่าบาทเป็นอย่างดี นางรู้ดีว่าฝ่าบาทต้องการไว้ชีวิตคนเหล่านี้ จึงแนะนำวิธีที่เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดให้”

            ขณะที่หวางเอี๋ยนซูกำลังตัดสินใจ ซือหยวนก็ได้ก้าวออกมาแล้วคุกเข่า “กราบทูลฝ่าบาท อันที่จริงผู้น้อยไม่ควรแทรกแซงเรื่องนี้ แต่เหล่าบัณฑิตพวกนี้ได้สำนึกผิดแล้ว จินเหลียวของเราเพิ่งย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่จงหยวน ฐานของเราในแผ่นดินนี้ยังไม่มั่นคง ผู้น้อยคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะเอาชนะใจผู้คน ถ้าคนเหล่านี้ได้รับการอภัยโทษ พวกเขาก็จะสำนึกในบุญคุณของฝ่าบาท รับรู้ว่าพระองค์เป็นจักรพรรดิ์ที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา เมื่อพวกเขาได้รับการปล่อยตัวไปคาดว่าจะกล่าวสรรเสริญถึงพระองค์ในทางที่ดีให้กับคนอื่น ๆ ได้ฟัง ส่งผลให้อาณาจักรจินเหลียวของเรามั่นคงตลอดไป”

            คำพูดเหล่านี้เป็นสิ่งที่หวางเอี๋ยนซูปรารถนาที่จะทำอยู่แล้ว เหอเจิ้งที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยังกล่าวสนับสนุน “คำพูดของซือหยวนนั้นถูกต้อง เสนาบดีเฒ่าหวังว่าฝ่าบาทจะทรงมีพระวินิจฉัย”

            หวางเอี๋ยนซูรู้สึกยินดีจึงกล่าวว่า “ถ้าเหล่าบัณฑิตสำนึกผิดจริงแล้ว ให้เสนาบดีเหอพิจารณาลงโทษสถานเบาและตักเตือนไม่ให้หลงผิดประพฤติเช่นนี้อีกในวันข้างหน้า” เหอเจิ้งรีบรับคำสั่งของหวางเอี๋ยนซูไปปฏิบัติ

            จู่ ๆ ซือหยวนก็เดินไปที่ฉากด้านหลังและพูดบางอย่างกับคนผู้หนึ่ง หวางเอี๋ยนซูได้ยินเสียงซูยีพูดออกมาว่า “ซือหยวนเจ้าพูดได้ดี ซูยีต้องขอบคุณเจ้า” และได้ยินซือหยวนพูดโต้ตอบว่า “ตอนนี้องค์จักรพรรดินีก็ทรงวางพระทัยได้แล้ว ด้านนอกยังมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รอเข้าเฝ้าฝ่าบาท ผู้น้อยจะให้ซือน่งส่งท่านกลับตำหนัก”

            ซูยีรู้ดีว่าซือหยวนนั้นเคร่งครัดกับกฎระเบียบในวัง ดังนั้นจึงทำตามคำขอของซือหยวน เตรียมไปสมทบกับซือน่งที่ด้านนอก หวางเอี๋ยนซูเดินเข้าไปหาซูยีแล้วพูดสองสามประโยคก่อนจะส่งซูยีให้กลับไป หลังจากซูยีคล้อยหลังไปแล้ว หวางเอี๋ยนซูก็เดินกลับมาที่ห้องทรงพระอักษรและสั่งให้ขันทีและนางกำนัลคนอื่นออกไป เหลือเพียงซือหยวนเพียงคนเดียว หญิงรับใช้ผู้นี้ไม่เพียงไว้วางใจได้แต่ยังเป็นคนที่จงรักภักดีต่อเขา หวางเอี๋ยนซูพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเจ็บปวด “บอกเหตุผลข้ามา ว่าเจ้าทำไปเพื่ออะไร?”

            ซือหยวนไม่ได้ตอบในทันที ใช้เวลาสักระยะจึงตอบว่า “ผู้น้อยโง่เขลา ด้วยความระแวงองค์จักรพรรดินีซึ่งเป็นชนชาวฉี ผู้น้อยสมควรตาย”

            หวางเอี๋ยนซูคำรามในลำคอ “เจ้าไม่เชื่อใจซูซูข้าก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่เจ้าไม่เชื่อใจข้าด้วยอย่างนั้นหรือ ซูซูไม่ได้ล่อลวงข้าให้หลงใหลเหมือนนางงามล่มเมืองในประวัติศาสตร์ ข้าเองก็ไม่ได้เหมือนกษัตริย์ที่จะโดนหลอกจนแผ่นดินล่มสลายด้วยความลุ่มหลงพวกนั้น เจ้ากล้าทำเรื่องเช่นนี้ ข้าผิดหวังในตัวเจ้าเหลือเกิน”

            ซือหยวนไม่พูดแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น หญิงสาวคุกเข่าลงแล้วกล่าวว่า “ซือหยวนต้องการให้องค์จักรพรรดิ์และจักรพรรดินีลงโทษ ซือหยวนยอมรับโทษแต่โดยดี”

            หวางเอี๋ยนซูถอนหายใจยาวและพูดว่า “แล้วทำไมเจ้าถึงเปลี่ยนใจ เมื่อหยูคังรู้ว่าความจริงถูกเปิดเผยด้วยโคลงบทนั้น ทำไมมันถึงยังไว้ชีวิตพวกบัณฑิตเหล่านั้นรอจนพวกเราไปพบ ถ้าไม่ใช่เจ้าให้ความช่วยเหลือ เหอเจิ้งคงไม่มีทางช่วยเหลือคนพวกนั้นได้ง่ายดายขนาดนี้ พวกบัณฑิตนั้นมีจุดเด่นตรงที่ยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อกล้าที่จะก่อกบฏแต่ตอนท้ายกลับสำนึกได้ นี่เป็นเพราะเจ้าใช้วิธีการจูงใจให้คนพวกนั้นใช่หรือไม่”

            ซือหยวนกล่าวว่า “ผู้น้อยไม่กล้ารับความดีความชอบ เป็นคุณชายสือที่ลักลอบเข้าไปหาพวกนักโทษแล้วพูดจูงใจให้คนพวกนั้นยอมสำนึก ผู้น้อยไม่ทราบว่าเขาทำด้วยวิธีใด ส่วนเรื่องของเสนาบดีหยูนั้น ที่จริงเขาคิดจะขนย้ายนักโทษไปยังสถานที่อื่น แต่ผู้น้อยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะต้องย้ายนักโทษ จึงบอกสถานที่แก่เสนาบดีเหอ เขาคิดว่าตราบใดที่ไม่ฆ่าคนเหล่านั้นองค์จักรพรรดินีก็ยังคงไม่เปิดเผยความจริง ทำให้เขายังไว้ชีวิตเหล่าบัณฑิตพวกนั้น”

            หวางเอี๋ยนซูจ้องหน้าของซือหยวนด้วยอารมณ์ที่ทั้งโกรธและเจ็บปวดใจ “เจ้าใส่ร้ายองค์จักรพรรดินี นับเป็นความผิดร้ายแรง แต่เห็นว่าเจ้าทำงานรับใช้ข้ามาเป็นเวลานาน และเจ้ายังสำนึกผิดและกลับใจในภายหลัง ข้าจะให้เจ้าตายทั้งที่ร่างยังสมบูรณ์ เจ้าออกไปได้แล้ว ไปสำเร็จโทษตัวเอง” พูดจบก็หันหลังให้เพื่อซ่อนน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมา

            ซือหยวนลุกขึ้นยืนด้วยอาการสงบ แต่แล้วก็คุกเข่าลงอีกครั้งแล้วโขกศีรษะลงกับพื้นสองสามครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ  “ผู้น้อยขอทูลลา ช่วงนี้มีลมแรงและน้ำค้างแข็ง ผู้น้อยขอฝ่าบาทรักษาสุขภาพ” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนแต่ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้นก็พลันได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น “อย่าเพิ่งไป ซือหยวน เจ้าเคยบอกกับข้าว่าอะไร หรือเจ้าลืมไปแล้ว เจ้าเคยบอกว่าถ้าหากข้าได้กลับมาเป็นจักรพรรดินีอีกครั้ง จะให้ข้าเป็นผู้ตัดสินชีวิตของเจ้า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #348 bot122 (@bot12) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 23:27
    ฮรือ เศร้ามาากกกก
    #348
    0