war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,900 Views

  • 395 Comments

  • 1,272 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,272

    Overall
    19,900

ตอนที่ 87 : บทที่ 89

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1554
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ไม่นานหลังจากนั้นเหอเจิ้งก็เดินเข้ามาในห้อง หลังจากถวายบังคมองค์จักรพรรดิ์แล้วจึงกล่าวว่า “กราบทูลฝ่าบาท พวกยามที่เฝ้าเหล่าบัณฑิตยังคงไม่ยอมรับสารภาพ แต่พวกบัณฑิตก็ได้บอกความจริงแล้ว คนพวกนั้นบอกว่าเสนาบดีหยูอยู่เบื้องหลังการใส่ความองค์จักรพรรดินี พวกเขาบอกว่าเสนาบดีหยูเป็นคนที่นำกำลังคนไปล้อมจับพวกเขา แม้พวกนักวิชาการจะมีจำนวนคนมากกว่าแต่เพราะมีร่างกายอ่อนแอเมื่อเผชิญกับคนที่มีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้จึงถูกจับได้โดยง่าย แต่เนื่องจากเสนาบดีหยูเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เสนาบดีเฒ่าผู้นี้จึงมาขอคำแนะนำจากองค์จักรพรรดิ์ว่าพระองค์จะให้ผู้น้อยนำกำลังไปเพื่อจับกุมและนำตัวไปสอบสวนหรือไม่”

            หวางเอี๋ยนซูถามเสริม “ทำไมพวกบัณฑิตจึงสารภาพ เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาให้การเท็จ”

            เหอเจิ้งโค้งคำนับและกล่าวว่า “ตอนที่สอบสวนในครั้งแรกเสนาบดีเฒ่าสอบถามแต่พวกยามที่เฝ้าพวกบัณฑิตจึงตั้งข้อสงสัยต่อเหล่าบัณฑิต แต่เมื่อกลับไปที่กระทรวงอีกครั้งและได้สอบถามพวกเฉพาะพวกบัณฑิตต่างก็ให้การตรงกัน ผู้น้อยจึงมั่นใจว่าพวกบัณฑิตไม่มีส่วนรู้เห็น”

            ที่จริงแล้วหวางเอี๋ยนซูก็ถามไปเช่นนั้นเอง ซือหยวนได้บอกความจริงต่อเขาทุกอย่างแล้ว ดังนั้นเขาจึงแน่ใจว่าหยูคังมีส่วนในเรื่องนี้ จากนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนออกคำสั่ง “แม้องค์จักรพรรดิ์หากกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษเท่าสามัญชน แล้วหยูคังเองก็เป็นเพียงแม่ทัพ เมื่อเขาใส่ความองค์จักรพรรดินีของข้า จะให้ข้าละเว้นโทษเขาได้อย่างไรกัน การที่เสนาบดีเหอเริ่มสืบสวนเรื่องนี้เขาก็คงจะเตรียมการบางอย่างไว้บ้างแล้ว เพราะหยูคังเองในตอนนี้มีอำนาจทางทหารอยู่ในมือ การจะจัดการกับเขาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าจะออกราชโองการลับให้เจ้านำไปให้กับเสนาบดีหลินฉีที่ดูแลกระทรวงกลาโหม หยูคังจะต้องถูกจับกุมอย่างรวบรัดทันที”

            หวางเอี๋ยนซูออกคำสั่งอย่างรอบคอบเพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงการบริหารราชการแผ่นดิน กำลังของกองทัพที่จริงแบ่งเป็นสามส่วน ได้แก่ ขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก องค์จักรพรรดิ์นั้นควบคุมดูแลกองทัพขนาดใหญ่ แม้ว่าหยูคังจะเป็นแม่ทัพของฝ่ายศัตรูที่ยอมสวามิภักดิ์และเปลี่ยนฝ่าย แต่หยูคังก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำความดีความชอบให้กับจินเหลียวหลายครั้ง ดังนั้นหวางเอี๋ยนซูจึงมอบอำนาจให้เขาดูแลกองทัพขนาดกลาง ส่วนเสนาบดีกระทรวงกลาโหมหลินฉีนั้นควบคุมดูแลกองทัพขนาดเล็ก แต่อย่างไรก็ดีกองทัพของหยูคังส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่นอกเมืองหลวง แม้ว่ากองทัพของหลินฉีนั้นจะมีขนาดเล็กแต่หากได้รับคำสั่งให้จับกุมตัวหยูคัง คาดว่าไม่เกินกำลังที่จะทำได้

            ภายหลังที่เหอเจิ้งได้รับพระบรมราชโองการ เขาจึงรีบออกไปปฏิบัติตามคำสั่งนั้น หวางเอี๋ยนซูได้แต่นั่งคิดด้วยความแค้นเคือง เพราะเขานั้นดูแลหยูคังด้วยความเอื้ออาทร และไม่เคยเห็นว่าเขาจะมีความขัดแย้งกับซูยี แต่เพราะเหตุใดหยูคังจึงต้องทำเรื่องเช่นนี้ ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าในวันที่เกิดเรื่องนั้น หวางเอี๋ยนโจวเคยบอกว่าไม่เชื่อใจหยูคัง หรือว่าบุตรชายของเขารู้อะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงสั่งให้เรียกองค์รัชทายาทมาเข้าเฝ้า

            เจ้าพนักงานที่ถูกส่งไปตามตัวองค์รัชทายาทได้กลับมารายงาน “องค์รัชทายาทตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ตำหนักขององค์ชายรอง เขาถามผู้น้อยว่าต้องการให้เข้าเฝ้าด้วยสาเหตุใด เมื่อผู้น้อยแจ้งต่อองค์รัชทายาท เขาจึงให้ผู้น้อยนำความมาบอกแก่ฝ่าบาทว่าเหตุผลเดียวที่หยูคังทำร้ายองค์จักรพรรดินีก็เพราะริษยาที่องค์จักรพรรดินีไม่เกรงกลัวต่อความตายแม้ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแต่กลับกล้าหาญมากกว่าหยูคัง ในวันแต่งตั้งองค์จักรพรรดินี หยูคังก็ยังแสดงกิริยาที่หมิ่นพระเกียรติขององค์จักรพรรดินีด้วย”

            เมื่อฟังจบหวางเอี๋ยนซูได้แต่คำรามในลำคอด้วยความโกรธ ยกมือขึ้นทุบโต๊ะแล้วกล่าวว่า “เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แต่กลับมีใจคอคับแคบ ช่างน่าสะอิดสะเอียนนัก” ทันใดนั้นซูยีก็ก้าวออกมาจากด้านหลังฉากด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ หวางเอี๋ยนซูรู้แก่ใจดีว่าซูยีคงจะใจอ่อนคิดจะรักษาชีวิตหยูคัง ตอนแรกหวางเอี๋ยนซูคิดจะปฏิเสธอย่างไร้น้ำใจโดยไม่ยอมให้ซูยีมีโอกาสได้พูด แต่หวางเอี๋ยนซูก็เกรงว่าซูยีจะรู้สึกวิตกกังวล ดังนั้นเพื่อให้ซูยีสบายใจเขาจึงไล่พนักงานคนอื่นออกไปแล้วพูดว่า “ซูซู เจ้าคิดจะพูดอะไร?”

            ซูยีกล่าวอย่างลังเล “หวางเอี๋ยน ข้าคิดว่า...เห็นแก่ความดีความชอบของแม่ทัพหยูที่ทำมา...ขอให้ท่านไว้ชีวิตแม่ทัพหยู...” ก่อนที่ซูยีจะพูดจบ หวางเอี๋ยนซูก็โบกมือห้ามไม่ให้พูดต่อ “ถึงแม้เขาจะเคยทำความดีความชอบมามากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลบล้างความผิดนี้ได้”

            ซูยีถอนหายใจแล้วกล่าวด้วยใบหน้าที่เศร้าโศก “แม่ทัพของฝ่ายศัตรูเมื่อพ่ายแพ้ก็ยังคงเป็นแม่ทัพฝ่ายศัตรูที่พ่ายแพ้อยู่ดี”

            หวางเอี๋ยนซูรั้งร่างของซูยีเข้ามากอดแล้วพูดว่า “ซูซู ข้าคิดมาตลอดว่าเจ้าเข้าใจจิตใจข้ามากที่สุด แม้ว่าหยูคังจะเป็นแม่ทัพของศัตรูที่มาสวามิภักดิ์ต่อข้า แต่ข้าก็ไม่เคยปฏิบัติต่อเขาไม่ดีเลย ข้ามอบทั้งลาภยศสรรเสริญให้เขา และยังให้ทำภารกิจที่สำคัญหลายครั้งหลายครา แต่คนผู้นี้คิดปองร้ายเจ้าเพราะว่าเจ้ามีความจงรักภักดีมากกว่าเขา เขาใส่ร้ายเจ้าเพราะเจ้าเป็นจักรพรรดินีของข้า นี่นับเป็นความผิดร้ายแรง ถ้าข้าพิจารณาโทษด้วยความเมตตาให้เขาอยู่เหนือกฏหมาย พวกข้าราชบริพารและประชาชนจะคิดเช่นไร นอกจากนี้การที่หยูคังกล้าใส่ร้ายองค์จักรพรรดินีในครั้งนี้ ในครั้งหน้าเขาก็อาจจะทำร้ายข้าราชบริพารคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา และจะทำให้ราชสำนักเกิดความขัดแย้งวุ่นวาย หรือถ้าหากปล่อยเขาไปสู่ยุทธภพ วันหน้าเขาอาจจะก่อเหตุจราจลวุ่นวายให้บ้านเมืองอีก ดังนั้นวิธีการเดียวที่จะตัดปัญหาก็คือต้องให้เขาตาย” หลังจากพูดออกไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยืดยาวแล้วกระชับร่างซูยีในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น “ซูซู เจ้าเข้าใจข้าแล้วใช่หรือไม่?”

            ซูซูยังคงเงียบงันแต่หลังจากนั้นครู่ใหญ่เขาก็กอดหวางเอี๋ยนซูแล้วพูดว่า “ข้าเข้าใจ”

            ทั้งสองคนคล้ายกับเข้าใจกันและกันมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกรักใคร่ก็เพิ่มพูนขึ้น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงพนักงานของพระราชวังกล่าวรายงาน “กราบทูลองค์จักรพรรดิ์และองค์จักรพรรดินี เสนาบดีเหอส่งคนมารายงานว่า ตอนเช้ามืดวันนี้ แม่ทัพหยูได้ปลิดชีวิตตนเองด้วยการแขวนคอในจวนของเขา”

            หวางเอี๋ยนซูและซูยีต่างก็มองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างก็ตกใจอย่างมาก เพราะคิดว่าวรยุทธ์ของหยูคังนั้นสามารถที่จะหลบหนีหรือต่อสู้ป้องกันตัวก็ย่อมจะทำได้ แต่กลับจบชีวิตตนเอง ทันใดนั้นหวางเอี๋ยนซูก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ดี เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเสนาบดีที่ประเสริฐของข้า แม้ว่าจะทำเรื่องน่าละอายแต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้จบชีวิตอย่างต่ำช้า แต่ยังถือว่ากล้าหาญและมีศักดิ์ศรี นับเป็นคนจริง” ดังนั้นจึงหันไปบอกเจ้าพนักงานว่า “ให้ประกาศไปว่า หยูคังได้ชดใช้ความผิดด้วยชีวิตของเขาแล้ว ด้วยความดีความชอบที่เคยทำต่อจินเหลียว อนุญาตให้ครอบครัวสามารถนำศพของเขากลับไปทำพิธีได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #311 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:31
    หาาาา เป็นแบบนี้จริงหรอ
    #311
    0