war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,576 Views

  • 392 Comments

  • 1,258 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    948

    Overall
    19,576

ตอนที่ 89 : บทที่ 91

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ซูยีและหวางเอี๋ยนซูมองครีมใสที่กำลังซึมเข้าไปใต้ผิวหนังของขาข้างที่พิการของซูยี ทั้งสองคนไม่อยากเชื่อว่าวิธีการง่าย ๆ จะทำให้ขาของซูยีกลายเป็นปกติขึ้นมาได้

            “ซูซู เจ้าเจ็บปวดหรือไม่?” หวางเอี๋ยนซูถามอย่างห่วงใย แรงจากมือใหญ่ที่จับแขนของซูยีทำให้ดูเหมือนว่าคนที่ได้รับการทาครีมคือหวางเอี๋ยนซู และตอนนี้ก็เจ็บปวดแทบตายแล้ว

            “ไม่เจ็บแม้แต่น้อย” ซูยีลูบแขนคนรักคล้ายจะปลอบโยน ในหัวใจของซูยีตั้งมั่นไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะเจ็บปวดสักปานใด เขาก็จะไม่แสดงออกมาให้เห็น เมื่อมองหวางเอี๋ยนซู เขาก็รู้แล้วว่าคนตรงหน้านั้นเจ็บปวดในใจขนาดไหน เขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเจ็บปวดในใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว

            “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ซีเอ๋อร์บอกว่ามันต้องเจ็บปวดมาก” หวางเอี๋ยนซูลูบขาข้างที่พิการของซูยีที่ตอนนี้ถูกพอกด้วยครีม พยายามสังเกตว่าซูยีรู้สึกเจ็บปวดบ้างแล้วหรือยัง

            หวางเอี๋ยนซีพูดขึ้นมาว่า “ไม่มีประโยชน์ ความเจ็บปวดยังไม่เริ่มต้นทันที แต่เมื่อเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ต่อให้ใช้มีดตัดเขาเนื้อออก ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดจากยานี้” หวางเอี๋ยนซีมองหน้าของหวางเอี๋ยนซูที่ถึงกับถอดสีเมื่อได้ยินคำพูดของเขา “ท่านไม่ใช่คนที่เจ็บ ทำไมจึงทำหน้าหวาดกลัวกว่าซูยี?” คำพูดเหล่านี้ตั้งใจที่จะใช้เพื่อปลอบใจ แต่เขาก็เห็นนัยน์ตาของหวางเอี๋ยนซูนั้นแดงก่ำ หวางเอี๋ยนซูมองไปยังน้องชายแล้วกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “ข้าควรจะเป็นคนที่ขาพิการ ข้าควรจะเป็นคนที่ต้องพบกับความเจ็บปวดนี้”

            หวางเอี๋ยนซีถึงกับเงียบงัน เมื่อคิดถึงวันที่หวางเอี๋ยนซูมาขอร้องให้เขาช่วยชีวิตซูยี ขาของหวางเอี๋ยนซูเกือบจะพิการเพราะคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะเป็นเวลานาน แต่กลับไม่ไยดีร่างกายของตน กลัวแค่เขาจะปฏิเสธไม่ยอมไปรักษาซูยี หวางเอี๋ยนซีพึมพำกับตนเอง “สิ่งที่เรียกว่าความรักเป็นเช่นไรกันแน่ ทำไมจึงมีอำนาจทำให้ผู้คนคิดจะอยู่ร่วมกันและตายพร้อมกัน” หลังจากนั้นเขาก็เก็บล่วมยาและเตรียมเดินออกไปจากห้อง

            ทันใดนั้น ซูยีก็เรียกเขาไว้ และบอกด้วยเสียงแผ่วเบาแต่มั่นคงว่า “อย่าให้โจวเอ๋อร์เข้ามาที่นี่” หวางเอี๋ยนซีเข้าใจความต้องการของซูยีจึงพยักหน้าและพูดว่า “ข้าจะทำตามที่ท่านบอก” พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง คนที่เหลืออยู่ในห้องมีเพียงหวางเอี๋ยนซูที่กำลังจ้องมองซูยีอย่างไม่กระพริบตา

            ซูยีเริ่มรู้สึกถึงผลของยาบนขาของเขา แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ซูยีก็รู้สึกยินดีอยู่บ้างเพราะขาข้างนี้ไร้ความรู้สึกมานานแล้ว แม้ว่าตอนนี้เขาจะรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นทุกขณะ แต่สำหรับเขาแล้วนับว่าเป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้แก่เขา

            “เริ่มเจ็บปวดแล้วใช่หรือไม่?” ด้วยการสังเกตอย่างใกล้ชิด แม้สีหน้าของซูยีจะแปรเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเขาก็รับรู้ได้ในทันที เขาถึงกับทำอะไรไม่ถูกได้แต่ลูบขาข้างที่หักด้วยมือที่สั่นเทาขณะที่พึมพำคล้ายพูดกับตนเอง “เราจะทำอย่างไรดี ซูซู เจ้าเจ็บมากหรือไม่ เจ้าต้องการอะไรหรือไม่ ซูซู เจ้าต้องการรับประทานอะไร หรือจะดื่มอะไรหรือไม่ เราน่าจะให้นักดนตรีกับนางรำมาสร้างความบันเทิงให้พวกเรา”

            กระแสของความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วหัวเข่ามากขึ้น ซูยีพยายามอดทนแล้วกุมมือของหวางเอี๋ยนซู พูดว่า “ข้าไม่เป็นอะไร หวางเอี๋ยน ไม่เจ็บปวดเหมือนอย่างที่ซีเอ๋อร์บอก ท่านมีงานที่ต้องทำที่ห้องทรงพระอักษรมิใช่หรือ ท่านควรรีบกลับไปทำงาน”

            ซูยีเห็นอีกฝ่ายดูเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด มือของหวางเอี๋ยนซูยังคงลูบขาของเขา ในที่สุดซูยีก็ไม่สามารถทนเห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้ได้ เขาดึงมือของหวางเอี๋ยนซูออกจากขาของเขาแล้วตะโกนว่า “หวางเอี๋ยนซู มองที่ข้า อย่ามองที่ขา ให้มองที่ดวงตาของข้า แล้วฟังข้า”

            หวางเอี๋ยนซูจึงได้สติ และจ้องไปที่ซูยีที่กำลังพูด “หวางเอี๋ยนซูอย่าได้เป็นเช่นนี้ ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่าตอนนี้ท่านเป็นอย่างไร หวางเอี๋ยนคนที่ข้าชมชอบนั้นเป็นจักรพรรดิ์ที่ปรีชาสามารถ ไม่หวั่นไหวกับสิ่งใดโดยง่าย เขาเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่และไม่ตื่นตระหนกกับเรื่องใด แม้จะเผชิญหน้ากับความตายก็ไม่หวั่นไหว ข้าไม่ต้องการเห็นเขากลายเป็นคนขี้ขลาด แม้ว่าจะเป็นเพราะเขาห่วงใยข้า แม้ว่าจะเป็นเพราะเขาคิดว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ขาข้าหัก ถึงอย่างไรข้าก็ยังต้องการเห็นเขาคนเดิมที่เยือกเย็นและควบคุมอารมณ์ได้ หวางเอี๋ยนถ้าท่านรักข้าก็ให้นั่งอยู่เคียงข้างข้าและบอกว่าจะอยู่กับข้าและพวกเราจะผ่านอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน ท่านไม่ควรให้ข้าเห็นความเจ็บปวดของท่าน ขาของข้าเจ็บปวดมากจนแทบจะทนไม่ไหว ได้โปรดอย่าให้หัวใจของข้าเจ็บปวดไปด้วยเลย”

            หวางเอี๋ยนซูมองเข้าไปในดวงตาของซูยี เห็นความในใจทุกสิ่งอยู่ในนั้น หวางเอี๋ยนซูคว้าร่างของซูยีเข้ามากอดแล้วซ่อนน้ำตาไม่ให้อีกฝ่ายเห็น เขาลูบเส้นผมสีดำอ่อนนุ่มของซูยีแล้วพูดเน้นคำ “ใช่แล้ว ซูซู พวกเราจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน จนกว่าเจ้าจะเดินได้เป็นปกติ”

            “นี่จึงเป็นคนที่ข้า ซูยีได้เลือกแล้ว” ซูยียิ้มให้อีกฝ่าย ดีมาก หวางเอี๋ยน ในที่สุดเขาก็สามารถจัดการความรู้สึกผิดและเสียใจของหวางเอี๋ยนซูได้แล้ว ขณะที่คิดนั้น ความเจ็บปวดก็ได้เริ่มแผ่ขยายซึมเข้าไปในไขกระดูก ซูยีพิงศีรษะกับไหล่กว้างของหวางเอี๋ยนซูด้วยความปลาบปลื้มและสบายใจ พร้อมพึมพำ “หวางเอี๋ยน ให้ข้าพิงกายกับท่าน ข้าจะได้หลับ...ข้าชอบ...ที่ท่านกอดข้าไว้แบบนี้...” เขาไม่จำเป็นต้องพูดจนจบประโยค ศีรษะของซูยีซุกเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหวางเอี๋ยนซู ซูยีหลับตา เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลซึมออกมาที่หน้าผาก แล้วไหลลงผ่านคิ้วเรียว และแก้มที่ยังคงประดับรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะหยดลงบนพื้นและซึมหายไปในผืนพรมที่ปูอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

0 ความคิดเห็น