THE MUTED BOY [YAOI]

ตอนที่ 12 : CHAPTER 11 - THE TRUTH - (3rd re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ต.ค. 62

CHAPTER 11 – THE TRUTH –

 

                    เคร้ง!!

                    เด็กหนุ่มร่างบางทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงหลังจากพยายามยื้อตัวให้หลุดออกจากเครื่องพันธนาการเหล็กหนาที่รั้งตัวเขาเอาไว้กับเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่เขาคุ้นเคยดี แน่นอนว่าเขาเคยใช้มันมาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

                    ร่างบางใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระชากตัวออกให้พ้นเก้าอี้ชื้นแฉะเหงื่อตัวนั้น แต่ไม่เป็นผล ท่อนแขนทั้งสองที่ถูกไพล่หลังติดกับพนักรั้งร่างของเขาไว้แน่นหนาจนล้มลงไปด้วยกันทั้งคนทั้งเก้าอี้ เขาถูกอัดกระแทกเข้ากับพื้น บวกกับน้ำหนักของเก้าอี้ที่กดทับลงเต็มแผ่นหลัง ความเจ็บแปลบแผ่กระจายไปทั่วร่างจนเขาต้องนอนตัวขดด้วยความเจ็บปวดสุดทนทาน

                    เขาอยากออกไปจากที่นี่เหลือเกิน

 

                    “ได้เวลากินข้าวแล้ว มิโกโตะ”

                 เสียงดังขึ้นมาจากความมืดสลัว เด็กชายไม่มีแรงจะปรือตามองหาต้นเสียงเสียด้วยซ้ำ ร่างเล็กกัดฟันทนกับสิ่งต่างๆ ที่กำลังเผชิญเฉกเช่นทุกวัน ไม่ได้พูดหรือส่งเสียงอะไรออกมาแม้แต่น้อย

                 ในตอนนั้น เขาเป็นใบ้โดยสมบูรณ์แล้ว

                 ชายหนุ่มวัยสี่สิบตอนปลายเดินตรงเข้ามาพร้อมมือด้วยจานพลาสติกสีขาวใส่อาหารมื้อหนัก เขาวางมันลงที่พื้นตรงหน้า และมองร่างเล็กที่ปกคลุมด้วยเสื้อเชิ้ตไซส์ผู้ใหญ่เพียงตัวเดียวซึ่งนั่งหมดสภาพอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวชื้นแฉะนั้น

                 “จะกินหรือไม่กิน”

                 เด็กชายตัวเล็กพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายช้อนตามองขึ้นมายังใบหน้าของบุคคลผู้นั้น เขารู้ดีว่าคนคนนี้คือใครถึงแม้จะมองเห็นไม่ชัดเจนนักในความมืดมิดเช่นนี้ สายตานั่นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขารู้ว่าหมอนี่ทำอะไรไว้บ้าง

                 “คัตสึยะสอนให้แกใช้สายตาแบบนี้มองเจ้านายเรอะ” ชายคนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก “หรือจะต้องให้ฉันสอนแกใหม่กัน!!

                 ยังไม่ทันสิ้นเสียงนั้น ฝ่ามือหนาหยาบก็หวดเข้าเต็มซีกหน้าซ้ายของมิโกโตะจนเซล้มลงไปทั้งคนทั้งเก้าอี้ที่ผูกพันธนาการเอาไว้ด้วยกัน น้ำหนักของคนตรงหน้ากดทับลงบนหน้าท้องของเขา ชายวัยสี่สิบตอนปลายคร่อมร่างเด็กชายตัวน้อยเอาไว้ ก่อนจะออกแรงกดไหล่บางทั้งสองให้แนบไปกับพื้นคอนกรีต

                 “ฉันจะสอนให้รู้ว่าใครกันแน่ที่ใหญ่กว่า”

                 พันธนาการแน่นหนานั้นทำให้ร่างใหญ่ได้เปรียบกว่ามาก เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ถูกกระชากทึ้งให้หลุดลงมากองกับพื้น ปลายนิ้วร้อนดังไฟลากผ่านไปทั่วหน้าท้องเนียนของเด็กตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังสั่นสะท้าน ลึกลงไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความความเจ็บปวดและความรังเกียจทั้งหมดทั้งมวลที่ถาโถมเข้าใส่ร่างบาง

                 “นายไม่มีวันหนีฉันพ้น มิโกโตะ”

 

                    ประตูสังกะสีเคลื่อนเปิดออกอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกหวดปิดกลับตามเดิม มิโกโตะเหลือบตาขึ้นไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือหนาตรงเข้าดึงคอเสื้อเชิ้ตสีขาวครีมของเขาให้ลอยขึ้นมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าอีกครั้ง

                    เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มนุ่มลึกแต่ไร้ชีวิตชีวาเผยรอยยิ้มกริ่มด้วยความสมเพช เขาหัวเราะในลำคอทั้งเอ็นดูทั้งเยาะเย้ยคนตรงหน้าที่ตอนนี้มีแต่รอยฟกช้ำปรากฏทั่วเรือนร่าง และทึ้งคอเสื้อเชิ้ตตัวเลอะคราบเลือดคราบฝุ่นของเด็กหนุ่มคนนั้นไปมาเหมือนกลั่นแกล้งกันโดยไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือน้องชายของตัวเอง

                    “ว่าไง ไอ้ฆาตกร พ่อน้องชายสุดที่รัก”

                    น้ำเสียงเหยียดพร้อมรอยยิ้มมุมปากทำเอามิโกโตะแทบขาดใจ เขาแค่อยากเจอพี่ชาย เขาแค่อยากเห็นพี่ชายมีความสุข เขาแค่อยากให้มาซาโตะของเขากลับมาเป็นคนเดิม มิโกโตะอยากจะเอื้อมสองแขนนั้นไปโอบกอดร่างของพี่ชายเอาไว้ แต่เพราะโซ่ตรวนพันธนาการนั้นเหนี่ยวรั้งจนเขาขยับไปไหนไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงแค่คลี่ยิ้มหวานให้ทั้งน้ำตา

                    แต่โลกนี้ช่างโหดร้ายนัก สายตาที่เต็มไปด้วยความหวังนั้นไม่ได้ส่งความรู้สึกใดๆ ผ่านไปถึงมาซาโตะเลยแม้แต่น้อย มิโกโตะเห็นสายตาคู่นั้นมองกลับมาก็รู้ดีว่าน้องชายอย่างเขาถูกลบออกไปจากความทรงจำตลอด 18 ปีที่ผ่านมาเรียบร้อยเสียแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเพราะอะไร

 

                    ร่างของชายวัยสี่สิบตอนปลายนอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพของการขาดอากาศหายใจประกอบมีแผลฉกรรจ์ ท่อเหล็กอาวุธสังหารขนาดเมตรครึ่งที่ชุ่มโชกไปด้วยของเหลวกลิ่นคาวสีแดงข้นยังคงถูกกำเอาไว้แน่นภายในมือของชายวัยเดียวกันอีกคนหนึ่งซึ่งตอนนี้เหงื่อโซมกาย เสื้อกาวน์ตรงปลายแฉะเลือดเพราะนั่งหอบหนักหมดแรงอยู่ไม่ขยับไปไหน

                 สภาพศพเหงื่อโชก อ้าปากค้าง ตาเหลือกถลน มือหงิกเท้างอ ลิ้นจุกปาก และมีแผลฉีกขาดทั่วร่างกายจากการทุบตีด้วยวัตถุหนักอย่างแรงนั้นยังคงติดตาสองพี่น้องตัวเล็กที่เข่าทรุดลงมานั่งกองกับพื้น ตัวพี่ชายหน้าซีดปากสั่นมองตาค้างอยู่ที่ศพนั้น ส่วนตัวคนน้องอยู่ในอ้อมกอดของพี่ ดวงตาสั่นระริกในเบ้านองน้ำตา รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกขึ้นมาจุกคอ เนื้อตัวเย็นวาบไปหมด

                 “ยกโทษให้ฉันนะ มาซาโตะ มิโกโตะ”

                 เสียงสั่นเครือของชายตรงหน้าเรียกสติสองพี่น้องให้กลับมา เขาตรงเข้ามาใช้สองฝ่ามือนั้นจับแขนของทั้งสองคนเอาไว้ “ฉันจำเป็นต้องทำ พ่อของพวกนายขวางทางฉัน”

                 ร่างบางของเด็กชายคนน้องสะบัดมือข้างนั้นออกห่าง เขาไม่ยอม เขาไม่ยอมให้พ่อต้องตายไปโดยที่ฆาตกรไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เพราะเรื่องพรรค์นี้ เขาผลุดลุกขึ้น กระชากพี่ชายให้ออกห่าง กอดร่างนั้นเอาไว้แน่น ไกลจากชายคนนั้น

                 “ชิ! ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ความแตกหรอก ฟอร์มาลีน ฟอร์มาลีน” ชายคนนั้นขมวดคิ้วเป็นปมแน่นผูกกัน พึมพำซ้ำไปมาว่า “ฟอร์มาลีน” ด้วยความสับสนวุ่นวายในใจ ทั้งสองมือเปื้อนเลือดไปแล้วยากจะลบล้างสิ่งที่ทำลงไปได้ เขาลุกขึ้น พล่ามถึงวิธีการผสมฟอร์มาลีนจากสารเคมีต่างๆ พลางออกวิ่งหายลับไป

                 ทันทีที่ประตูสังกะสีถูกปิดลง น้องชายก็คว้าไหล่ข้างเล็กของพี่เขย่าไปมาอย่างแรงเพื่อเรียกสติของเขาให้กลับมา แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือ

                 “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น มิโกโตะ”

                 พี่ชายของเขาถามคำถามชวนประหลาดใจขึ้นมา ทั้งๆ ที่เมื่อกี้นี้ พ่อของพวกเขาเพิ่งถูกฆาตกรใจโฉดหวดท่อเหล็กอัดเข้าบีบคอจนขาดอากาศหายใจไปต่อหน้าต่อตา แถมเมื่อหันมาเห็นร่างศพของผู้พ่อ แววตาของมาซาโตะกลับว่างเปล่า ไม่ได้แสดงอาการรับรู้เลยว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้คือพ่อของพวกเขาเอง

                    เด็กชายตัวน้อยเบิกตากว้างกับอาการผิดปกตินั้น มือของเขาเย็นเฉียบ รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นลง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่า พี่ชายของเขาสูญเสียความทรงจำก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว

 

                    “ศาสตราจารย์โรบอตโต้บอกให้ฉันมาหานาย มิโกโตะ”

                    เด็กหนุ่มร่างสูงกว่ายกสองมือขึ้นแตะข้างแก้มบวมช้ำของน้องชายที่เขาลืมจนหมดสิ้น ก่อนล้วงเอาเข็มฉีดยาขนาด 5 cc. กับขวดน้ำยาสีเขียวขึ้นมาถือเอาไว้

                    มิโกโตะเบิกตากว้างโพลงเมื่อเห็นยาตัวนั้นกำลังถูกดูดขึ้นไปในไซลิงค์ เขารู้จักมันดีมาจากผู้พ่อสุดที่รัก มันคือ Z5-862C ตัวยาที่คิดค้นขึ้นเฉพาะเพื่อการควบคุมมนุษย์สังหาร มันมีฤทธิ์ยับยั้งทำลายการสั่งการจากระบบประสาทสั่งการทั้งหมดชั่วขณะ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมร่างกายจากการสั่งการด้วยสมองได้

                    มันคือยาอันตราย และการใช้มันหมายถึงว่าศาสตราจารย์โรบอตโต้ต้องมี วัตถุประสงค์ร้ายแอบแฝง อยู่อย่างแน่นอน

                    เด็กหนุ่มส่งเสียงครางร้องด้วยความตกใจ เขาพยายามส่งสายตาอ้อนวอนพี่ชายให้หยุดใช้กำลังบังคับข่มขู่ให้เขายินยอม แต่ไม่เป็นผล ทันทีที่ปลายเข็มฉีดยาแทงทะลุผ่านชั้นเนื้อเยื่อหนังกำพร้า เจาะเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ ร่างบางก็รู้สึกถึงแรงอัดขนาดหนึ่งดันของเหลวอันตรายชนิดนี้จากไซลิงค์เข้าสู่ทางเดินกระแสเลือด

                    ประสาทของเด็กหนุ่มเริ่มมึนงงก่อนถูกปล่อยให้ล้มลงนอนกองอยู่กับพื้น พี่ชายของเขาไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้เขากำลังขอความช่วยเหลืออยู่ แน่ล่ะ เพราะมิโกโตะไม่มีเสียงที่จะบอกให้ใครๆ รับรู้ได้

                    “ขอบใจมาก มาซาโตะ”

                    เสียงของชายวัยห้าสิบดังขึ้นมาหลังจากที่มิโกโตะนอนเบิกตาโพลง เริ่มหายใจติดขัดด้วยฤทธิ์ของตัวยาอันตรายชนิดนี้ เขาเดินตรงเข้ามามองเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้แม้แต่ปลายนิ้ว รอยยิ้มผุดขึ้นฉาบบนใบหน้า

                    ไม่ใช่รอยยิ้มของคุณพ่อที่แสนดีเช่นทุกวันอีกแล้ว แต่มันเป็นรอยยิ้มของซาตาน

                    “ได้เวลาลงโทษเด็กดื้อแล้ว” เขาพูดสั้นๆ มาซาโตะก็พยักหน้ารับเข้าใจ

                    “ผมขอตัวนะครับ” ว่าแล้วมาซาโตะก็ก้าวขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

                    เด็กหนุ่มกรอกตามองรอยยิ้มจอมปลอมนั่นด้วยความยากลำบาก ร่างกายของเขาหนักไปหมด ขาแขนยากที่จะบังคับได้อย่างใจต้องการ เหมือนถูกอสรพิษร้ายโอบรัดเอาไว้แน่นยากยิ่งจะหลุดพ้น

                    ตั้งแต่วันนั้นมา ฉันลืมรสชาติของนายไม่ลงจริงๆ มิโกโตะ

 

                    ร่างเล็กของเด็กชายวัย 11 ปีนั่งเอนไพล่หลังมัดพันธนาการอยู่กับเก้าอี้ไม้ตัวชื้นแฉะ ร่างกายขาวเนียนดุจน้ำนมอุ่นของเขาปกคลุมเพียงครึ่งท่อนบนด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเลอะเทอะไปด้วยฝุ่นเปียกด้วยเหงื่อ เรียวขาขาวน่าสัมผัสโผล่พ้นนอกชายเสื้อ มันหมดแรงจะต้านทานเอาไว้ได้ แผ่นอกเนียนสีขาวหิมะถูกเติมแต่งด้วยรอยฟกช้ำจากการกัดจูบที่รุนแรง ใบหน้าที่เคลือบน้ำตาแหงนมองเพดานอย่างเลื่อนลอย

                 “มิโกโตะ นายกำลังมองอะไรอยู่เหรอ”

                 น้ำหนักของฝ่ามือที่น่ารังเกียจเพิ่มมากขึ้นและมากขึ้น คะยั้นคะยอให้เด็กชายตรงหน้ายอมรับความน่าขยะแขยงของตัณหาทั้งมวล

                 “นายเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น”

 

                    เด็กหนุ่มส่งเสียงครางร้องด้วยความหวาดผวา มันทั้งสะอิดสะเอียนทั้งขยะแขยงทั้งรังเกียจทั้งโสโครกทั้งโสมม มิโกโตะได้แต่เค้นเสียงครางออกมาด้วยความตื่นกลัวและทรมาน สัมผัสที่ชวนสำรอกออกมานี้ลากผ่านที่เดิมซึ่งร่างบางเคยได้รับความอ่อนโยนจากคริสโตเฟอร์ เขาคิดถึงคริสโตเฟอร์เหลือเกิน แต่เมื่อนึกถึงท่าทางยอมแต่โดยดีของเขาคนนั้นที่ยอมให้ส่งเขากลับมาอยู่ที่นี่แล้วนั้น มันช่างทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

                    คริสโตเฟอร์ทิ้งเขาไปเสียแล้ว

                    “นายไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาชิงชังขนาดนั้นก็ได้” ศาสตราจารย์วัยห้าสิบพูดขึ้นขณะทอดสายตาลงมองร่างของเด็กหนุ่ม ฝ่ามือทั้งสองได้บีบเค้นให้เขายอมโอนอ่อนต่อการลงโทษสุดวิปริตนี้แต่โดยดี

                    ต่อให้นายพยายามมากเท่าไหร่ มาซาโตะก็ไม่มีวันรู้ว่าใครเป็นฆาตกรตัวจริง

                    เด็กหนุ่มร่างบางหลับตาปี๋ด้วยความเจ็บปวดทรมานเมื่อถูกศาสตราจารย์กัดเข้าที่เนื้ออ่อนข้างลำคอนุ่ม รู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน เขาอยากออกไปที่นี่ เขาอยากออกไปให้พ้นจากที่น่ารังเกียจแบบนี้ใจจะขาด เสียงครางพร้อมการเบิกโพลงของดวงตาที่สั่นระริกอยู่ภายในเบ้าดังขึ้น ความเจ็บปวดรวดร้าวเสียดแทงไปทั่วร่างกายและจิตใจเหมือนถูกมีดกรีดแทงทะลุควานเปิดอกเขา

                    มิโกโตะได้แต่เกร็งร่างที่ถูกควบคุมเอาไว้

                    “รู้ไหมว่าพ่อนายมันน่ารำคาญขนาดไหน มิโกโตะ”

                    !!!

                    มิโกโตะส่งเสียงครางลั่นเมื่อทุกอย่างตรงหน้ามีแนวโน้มจะเลวร้ายยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ เวลากว่า 10 ชั่วโมงของการลงโทษสุดวิปลาสทำให้ร่างกายของเขาตอนนี้เกือบถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เขากำลังจะหมดสติ ทิ้งร่างบางให้ถูกปู้ยี้ปู้ยำต่อไป

                    “ฉันกับคัตสึยะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด แต่มันดันทำแบบนี้กับฉันได้ลงคอ ฉันถึงต้องฆ่ามันยังไงล่ะ!!!

                    ความหนักหน่วงเริ่มเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น ร่างของมิโกโตะรู้สึกเหมือนจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ สองมือน้อยของเด็กหนุ่มจิกเข้ากับพื้นจนส่งเสียงครืดยาว นิ้วของเขาแทบจะหักด้วยแรงเกร็งที่ได้ส่งผ่านความทรมานในใจลงไปสู่พื้นอันเย็นเฉียบ ฟันทั้ง32ซี่ของเขากัดกระทบกันแรงราวกับต้องการให้มันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

                 “ถ้ามันไม่คิดขวางทางฉัน มันก็คงไม่ต้องมาตายด้วยเรื่องพรรค์นี้หรอก!!!

                    ความจริง เรื่องพวกนี้ไม่ต้องมาบอกเขาหรอก เขารู้ดีตั้งแต่ต้นว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร

                    ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน เมื่อศาสตราจารย์อเล็กซ์ พี. โรบอตโต้ได้พบกับศาสตราจารย์อาซาอิ คัตสึยะ ทั้งคู่ได้เข้าร่วมทำวิจัยในด้านการพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ในสังกัดหน่วยงานพัฒนาอาวุธสังหาร พวกเขาสองคนรู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดีจนได้ตัดสินใจร่วมทำวิจัยในหัวข้อใหม่ที่ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะทำให้มันเป็นจริง และพวกเขาทั้งสองคนก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่หลายๆ คนคัดค้าน นั่นคือการสร้างมนุษย์สังหาร

                    ด้วยคำมั่นสัญญาที่มีต่อกันมาและความง่ายต่อการควบคุมความเป็นไปได้ 18 ปีที่แล้ว หลังจากโครงการนี้ถูกเปิดตัวขึ้นอย่างลับๆ ชายทั้งสองตัดสินใจพรากลูกชายที่น่ารักทั้งสอง นั่นก็คือ มาซาโตะคนพี่ และมิโกโตะคนน้อง มาจากอ้อมอกของศาสตราจารย์มิยูกิผู้เป็นแม่ แบ่งกันดูแลโดยคัตสึยะดูแลมิโกโตะ และอเล็กซ์ดูแลมาซาโตะ ทำการบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกขั้นตอนของการทดลอง

                    ผ่านไป 11 ปี ลูกชายคนโต มาซาโตะ อายุได้ 18 ปี ส่วนคนน้อง มิโกโตะ ก็อายุเข้า 11ปีพอดิบพอดี อเล็กซ์ต้องการให้โครงการมนุษย์สังหารนี้เข้าสู่ความเป็นจริงที่ยอมรับได้จากวงการเสียที เขาได้ยื่นเรื่องเสนอต่อศูนย์วิจัยฯ  และรัฐบาลเพื่อขอเปิดหน่วยงานใหม่ให้สำหรับโครงการสุดวิเศษนี้ จนกระทั่งมันได้รับการตอบรับ และจัดตั้งขึ้นมาเป็นหน่วยงานใหม่ในนาม หน่วยพัฒนาจักรกลและมนุษย์สังหาร ซึ่งอ้างว่าจัดตั้งเพื่อพัฒนาอาวุธรูปแบบใหม่ที่อยู่ในคราบของมนุษย์โดยเฉพาะ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของโศกอนาตกรรมทั้งหมด

                    ใช่! เมื่อเกิดการขัดแย้งกันทางด้านความคิดและผลประโยชน์

                    ตลอดเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ศาสตราจารย์อาซาอิได้ทดลองและพบผลเสียของการผลิตมนุษย์สังหาร เขามีข้อมูลที่เก็บจากลูกชายคนเล็กเป็นสิ่งยืนยัน มนุษย์สังหารไม่รู้จักคำว่า ครอบครัว ถ้าไม่บอกว่านั่นคือครอบครัว เขาจะลงมือฆ่าทันที พวกเขารู้จักเฉพาะความสัมพันธ์แบบ เจ้านาย - ผู้รับใช้ ตราบใดที่รู้ว่าคนตรงหน้าคือเจ้านาย เขาจะปฏิบัติตามคำสั่ง ไม่ว่ามันจะถูกหรือผิด พวกเขารู้จักแต่ ศัตรู และใช้เป็นแต่อาวุธ นอกจากนี้พวกเขายังไม่มีทักษะการดำเนินชีวิต พวกเขาจะเติบโตขึ้นมาในฐานะของ ผู้ล่าและแน่นอนว่าพวกเขาจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานไปตลอดชีวิต และ...

                    หากหลุดออกไป ย่อมเกิดภัยพิบัติต่อประชากรทุกชีวิตในเมืองนี้!

                    เพราะแบบนั้นเอง ศาสตราจารย์อาซาอิจึงได้พยายามเลี้ยงดูมาซาโตะและมิโกโตะ อบรมสั่งสอนให้เหมือนมนุษย์ทั่วไปอย่างลับๆ ก่อนจะยื่นเรื่องขอคัดค้านโครงการฯ ขึ้นมา แม้ว่าหน่วยงานพัฒนาจักรกลและมนุษย์สังหารจะถูกจัดตั้งขึ้นแล้วก็ตาม

                    และนั่นก็นำมาสู่เรื่องเศร้าทั้งหมด

                    ในวันนั้น วันที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ผันแปรของมาซาโตะและมิโกโตะ ทั้งคู่กำลังอยู่ในโปรแกรมการฝึกประจำสัปดาห์ที่ออกแบบให้มาต่อสู้กันเอง พวกเขาทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้พ่อว่า “อย่าฆ่าอีกฝ่ายเพราะทั้งคู่คือพี่น้องกัน” นั่นทำให้ทั้งมาซาโตะและมิโกโตะทำเพียงแค่ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการรับมือการโจมตีประเภทต่างๆ แต่แล้วการฝึกซ้อมก็ถูกระงับลงด้วยเสียงทะเลาะเบาะแว้งของศาสตราจารย์ทั้งสอง

                    ศาสตราจารย์อาซาอิเป็นผู้เปิดประเด็นขึ้นมาก่อนพร้อมแสดงเอกสารสำเนาการยื่นเรื่องคัดค้านการจัดตั้งหน่วยงานพัฒนาจักรกลและมนุษย์สังหาร แถมยังเน้นย้ำเสียด้วยว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เขาจะต้องปิดหน่วยงานนี้และเอาลูกชายทั้งสองคนกลับคืนสู่ครอบครัวอันแสนสุขให้ได้

                    การโต้เถียงดำเนินไปยาวนานกว่าสามชั่วโมงอย่างหาข้อสรุปไม่ได้ ศาสตราจารย์โรบอตโต้จึงตัดสินใจจบปัญหาด้วยอารมณ์ เขาคว้าเอาท่อเหล็กยาวเมตรครึ่งเหวี่ยงหวดเข้าใส่คู่กรณีด้วยความบันดาลโทสะ เลือดไหลอาบซีกหน้าของศาสตราจารย์อาซาอิจนเคลือบไปทั่วผิวคล้ำแดดของเขา แต่คู่กรณีก็ไม่ได้ยอมแพ้แต่อย่างใด เขาต้องการปกป้องลูกชายที่น่ารักทั้งคู่ให้หลุดพ้นจากความวิปริตทั้งมวล วินาทีสุดท้ายที่เขายังพอมีแรงสู้ เขาก็ได้คว้าเอาท่อนไม้วิ่งตรงดิ่งเข้ามาหวังหวดตีสู้

                    แต่สุดท้ายเรียวนิ้วทั้งสิบของศาสตราจารย์โรบอตโต้ก็ได้ชิงความเร็วที่เหนือกว่า บังคับท่อเหล็กนั้นตีอัดเข้ากับลำคอของเพื่อนรัก เลือดจากปลายคมที่ถูกแกว่งกวัดฉีกผิวหนังอ่อนนุ่มกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วกระจกใส ก่อนจะขยับกำมือให้แน่นกดท่อเหล็กนั้นอัดทางเดินอากาศของอีกฝ่ายจนขาดอากาศหายใจและทรุดลงแน่นิ่งคาแผงคอนโซลควบคุมสั่งการ

                    ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มิโกโตะและมาซาโตะเห็นกับตาตัวเองว่าร่างของผู้พ่อแน่นิ่ง ตาเหลือก ลิ้นจุกปาก เลือดท่วมไปทั่วห้องคอนโซลควบคุม มาซาโตะถึงกับทรุดลงต่อหน้า ในขณะเดียวกันมิโกโตะก็ได้แต่เบิกดวงตาที่สั่นระริกอยู่ภายในเบ้า

                    พ่อผู้เป็นที่รักได้ตายลงต่อหน้าต่อตาโดยที่พวกเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

                 ชายคนนั้นขอร้องให้ทั้งคู่ยกโทษให้เขา แต่มิโกโตะที่อยู่ในภาวะของความหวาดกลัวต้องการจะปกป้องพี่ชายเอาไว้จึงได้ปฏิเสธ เขาคนนั้นเลยคิดจะปกปิดเรื่องทั้งหมดด้วยการดองศพของศาสตราจารย์อาซาอิแล้วสร้างเรื่องว่าศาสตราจารย์ฝีมือฉกาจคนนี้หายตัวไปจากศูนย์วิจัยฯ และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มิโกโตะได้รู้ว่าพี่ชายของเขาสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับผู้พ่อ การตายของพ่อตนเองที่เพิ่งเกิดขึ้น และจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่าบิดานั้นมีหน้าตาเป็นเช่นไร ทั้งๆ ที่ศพของชายผู้นั้นยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นตรงหน้า รวมถึงเขาก็ได้รู้ว่าตัวเองสูญเสียเสียงทั้งหมดไปด้วยอาการช็อก

                    มิโกโตะพยายามพาพี่ชายของตนหนีออกไปจากที่นั่น ไปหาตำรวจเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของศาสตราจารย์อเล็กซ์ พี. โรบอตโต้ผู้ซึ่งเป็นคนฆ่าพ่อของพวกเขา

                    เส้นทางที่เขาใช้ คือ เส้นทางลัดออกจากโซนพิเศษที่ชื้นแฉะและมีแต่แรงกดดันหนักอึ้งที่มองไม่เห็น แต่แล้วเขาก็ถูกจับได้และถูกช่วงชิงพี่ชายที่รักไป โดยมีข้อเสนอยื่นให้ว่า ถ้าอยากให้มาซาโตะมีชีวิตรอดต่อไปก็ต้องปิดปากที่ไร้ซึ่งเสียงพูดนั่นเสีย และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะต้องอยู่ที่นี่ ทำการฝึกต่อไป เป็นผู้รับใช้ของเจ้านายที่ไม่ใช่พ่อของเขาแต่เป็นศาสตราจารย์โรบอตโต้ ฆาตกรเลือดเย็นที่พรากพ่อไปจากเขา

                    แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเลวร้ายลง เมื่อคำสั่งที่นอกเหนือจากการฝึกนั้นคือการยอมตกเป็นเครื่องเล่นตอบสนองความต้องการวิปลาสของฆาตกรใจโฉด มิโกโตะต้องยอมถูกทำร้ายทุกวันต่อหน้าผู้พี่ ถูกใส่ความว่าเป็นฆาตกรที่สังหารพ่อของตัวเอง ทั้งๆ ที่จริงแล้ว มือของเขาไม่เคยเปื้อนเลือดใคร และนับวันก็ยิ่งพัฒนาไปสู่การลงโทษที่วิปริตผิดมนุษย์ แต่มิโกโตะจะหนีไม่ได้ เขาจำเป็นต้องทำตามอยู่อย่างนั้นเพื่อปกป้องพี่ชายคนเดียวของเขา ซึ่งยืนดูการกระทำสุดแสนสะอิดสะเอียนของเจ้านายที่ยัดเยียดตัณหาราคะใส่ร่างอันแสนบริสุทธิ์ของเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่ชายผู้แสนดีได้เชื่อศาสตราจารย์สารเลวคนนั้นไปหมดใจแล้วว่าเขาคือฆาตกร

                    ตลอดเวลาเจ็ดปีที่เขาต้องทนรับสภาพความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจ เขาทำทุกอย่างไปเพื่อปกป้องพี่ชายที่รัก เขาหวังมาตลอดว่าจะมีใครเข้ามาช่วยเขาออกไปจากความบ้าบิ่นนี้ เฝ้าภาวนาวันแล้ววันเล่าต่อหน้าตู้กระจกใหญ่ซึ่งมีร่างของผู้พ่อจมอยู่ภายใต้น้ำยาดองศพ ขอให้มีใครหลงเข้ามาพาเขาออกไปจากความมืดมนนี้เสียที

                    และวันนั้นก็มาถึง ทีม 13 ‘THE DEATH’ แห่งหน่วยปราบปรามคดีพิเศษได้บุกเข้ามายังจุดมืดมิดที่สุดซึ่งตกสำรวจจากเจ้าหน้าที่กรมตำรวจในครั้งที่ผ่านมา

 

                    “นายไม่มีวันหนีฉันพ้น เหมือนพ่อของนาย มิโกโตะ”

                    เสียงนุ่มต่ำนั้นแม้จะดูเผินๆ ว่าอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างบางรู้สึกคล้อยตามแต่อย่างใด สัมผัสชวนสะอิดสะเอียนนั้นยังคงล้วงลึกลงไปยังห้วงลึกของจิตใจเขา “เพื่อพี่ชาย นายทำได้นี่ เด็กดี”

                    เด็กหนุ่มร่างบางเม้มปากแน่นท่ามกลางนานาอุปกรณ์ทรมานผิดมนุษย์สุดแสนวิปริตนั้น ดวงตาสีฟ้าจางทั้งสองช้อนขึ้นจับจ้องมายังแผ่นหลังกว้างของพี่ชายซึ่งเดินจากเขาไปราวกับไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตา

                    พี่ฮะ ช่วยผมด้วย...

 

Rewrite: 12 ตุลาคม 2562

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

244 ความคิดเห็น

  1. #221 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 17:03
    ครีสต์แกเป็นคนที่ทำให้มิโกโตะกับมาตกนรกทั้งเป็นอีกครั้ง
    มาซาโตะช่วยน้องที
    #221
    0
  2. #196 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 15:42
    ไม่น่ะ คริสมาช่วยมิโกโตะเร็วๆ
    ความจริงทุกอย่างกำลังจะเปิดเผย
    สู้ๆน่ะไรเตอร์
    #196
    0
  3. #195 mephii (@mephii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 15:42
    ไม่น่ะ คริสมาช่วยมิโกโตะเร็วๆ
    ความจริงทุกอย่างกำลังจะเปิดเผย
    สู้ๆน่ะไรเตอร์
    #195
    0
  4. #162 แกงส้ม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 15:04
    โคตรสงสารมิโกโตะเลยอ่ะ
    #162
    0
  5. #81 กระเป๋าใบเล็ก (@hibirdpipi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2555 / 16:02
    อ่านตอนนี้แล้วเครียดเลยอ่า TT
    มิโกโตะจะเป็นยังไงต่อไป
    #81
    0
  6. #76 lovecartoon1996 (@lovecartoon1996) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2555 / 12:58
    เย้มาแย้วววววววว เมื่อคืนไม่เห็นอัพเยยเค้าอุตสาห์รอ แต่ไม่เป็นไรทเตอร์มาอัพ รักนะจุ๊บๆฮะๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 กันยายน 2555 / 13:00
    #76
    0
  7. #70  αʟΘηzσ  (@godtattoo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2555 / 19:56
    มาซาโตะโหดมาก..
    กะเเล้วว่าโรบอตโต้นั่นเป็นคนฆ่า!!!
    #70
    0
  8. #60 SodaMemE (@nutree) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2555 / 19:52
    อ้ากกกกกกก ตอนนี้แค้นพี่มันมากๆ พี่แม้ม ไม่รู้อะไรเลย น้องอุส่าห์ปกป้องขนาดนี้ ทำไมมมมมมมมม แง้งงงงงงงงง

    คือแบบ จะร้องไห้แล้ว พี่เป็นคนส่งตัวน้องชายให้ปีสาจเองกับมือ เป็นคนทำร้าย จะฆ่า แล้วก็ไม่เคยรับรู้อะไรเลย

    โฮฮฮ สงสานอ่ะ ไม่อยากให้มิโกโตะต้องโดนข่มขืนอีกแล้ว ฮืออออ T___T

    ไรเตอร์อย่าใจร้ายกับนายเอกมากสิ ดอกเตอร์สติเฟื่อง ขอให้กรรมตามสนองเร็วๆ TT^TT
    #60
    0
  9. #55 lovecartoon1996 (@lovecartoon1996) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 08:41
    อ้ากกกกกกกกอยากจะพ่นไฟใส่จริงโว้ยยยยยยยย ขอให้สอบได้คะแนนดีๆนะคะ
    #55
    0
  10. #54 ♀Lucky Devil♂ (@chocolit) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 04:43
    T^T ด๊อกเตอร์นั้น!!! ตายไปมันยังไม่สาสมกับที่ทำไว้เลย!!!
    จับทรมานทั้งชีวิตเลยเป็นยังไง??!!! 
    น่าสงสารสองพี่น้องที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้จริงๆ!!!!
    #54
    0
  11. #37 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2555 / 19:45
    ชะ..!!
    ว่าแล้วว่าคนๆนั้นต้องเป็นคนฆ่า!...
    มาซาโตะ..ทำไมทำกับน้องชายนายแบบนั้นล่ะ
    สงสารมิโกโตะอ่า T^T
    #37
    0