วิวาห์คณิกา (นิยายจีนโบราณ)

ตอนที่ 18 : 6 ผักชีน้อย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    31 ม.ค. 61



6

ผักชีน้อย (2)


นภากว้างใหญ่ไพศาลที่ไร้เดือนดาราพรายเคียงข้าง ไม่ต่างจากเรือนหอร้างที่ปราศจากเจ้าสาว ยิ่งเป็นราตรีที่เงียบเหงาไร้แม้เสียงจักจั่นเรไรด้วยแล้ว ช่างเปล่าเปลี่ยวหัวใจเจ้าบ่าวผู้อาภัพยิ่งนัก และนี่ก็เป็นอีกค่ำคืนที่หวังหยางเปียวยังกอดไหสุราไว้แนบอก ดวงตาแดงก่ำยังหม่นหมองเหม่อลอย

เขาทอดสายตาไกลไปยังโพนขอบฟ้ามืดมิดดั่งผ้ากำมะหยี่ที่เปื้อนฝุ่น

หนึ่งเดือนเต็มแล้วที่อิงฮวนจากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับคืนมา ทว่าการจากไปของนางหาได้ทำให้ความรักที่มีให้นางลดน้อยลงได้เลย

ในทางตรงกันข้ามเขายังอาลัยอาวรณ์นาง ความรักในหัวใจเขากลับเพิ่มขึ้นทวี ที่น่าแปลก ถึงอิงฮวนจะจากเขาไปแล้ว เขายังรู้สึกว่านางยังวนเวียนอยู่ข้างกายเขา

แม้จะมองไม่เห็น สัมผัสกันไม่ได้ ความรู้สึกเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้เขารักนางมากขึ้น และเพราะรักนางมากขึ้นนี่ล่ะ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหว่ว้าเปล่าเปลี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ใช่ เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยเลย...

เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยที่เพิ่งมีความรักเป็นครั้งแรก ผ่านมาสามสิบหนาวเขาเผชิญสุขทุกข์มามากมาย กับเรื่องความรักก็เช่นกัน แม้อิงฮวนจะไม่ใช่รักแรกของเขา แต่เขาก็รักนางปานดวงใจ รักในแบบที่ต้องการครองคู่อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต มีลูกหลานไว้สืบสกุล แต่นางก็ด่วนจากเขาไปเสียนี่

ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่เคยปักใจเชื่อเลยว่านางจะฆ่าตัวตาย ดูแล้วน่าจะเป็นการลอบวางยาพิษมากกว่า

แม้จะส่งคนออกไปสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตของอิงฮวนแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เบาะแสใด ๆ ทั้งสิ้น ครั้นถามจากมู่ฮวนฮวน ท่านแม่ยายของเขา นางก็เอาแต่ร่ำไห้ โศกเศร้าจนล้มป่วยไปอีกราย ช่างน่าหนักใจ ครั้นให้คนไปสืบหาเบาะแสที่หอหรรษาสวรรค์ก็ไม่ได้เบาะแสใด ๆ เลย

ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะตอนนี้ผู้ที่น่าสงสัยเป็นที่สุดก็เห็นจะเป็น หลิ่งจูเมียแต่งที่เขาไม่เคยแตะต้อง และไม่เคยคิดเข้าหอกับนาง

ที่เขาคิดว่าเป็นฝีมือนาง เป็นเพราะหลิ่งจูหึงหวงแรง นางไม่เคยชอบผู้หญิงทุกคนที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขา อย่างตอนที่ท่านปู่รับ ซูเหม่ยนางคณิกามาเป็นอนุภรรยาโดยใช้ชื่อของเขาเพื่อป้องกันคำครหา หลิ่งจูก็แสดงออกนอกหน้าชัดเจนว่าไม่พอใจซูเหม่ย

วันแรกที่ซูเหม่ยเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ทั้งสองสาวก็ทะเลาะกันใหญ่โต จนท่านปู่ของเขาต้องมาห้ามทั้งสอง แล้วพาตัวซูเหม่ยเข้าห้อง นั่นล่ะหลิ่งจูจึงรู้ว่าซูเหม่ยคืออนุภรรยาของท่านปู่ หาใช่อนุภรรยาของเขา

ส่วนตัวเขานั้นไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่สนใจสายตาตัดพ้อของหลิ่งจูด้วยซ้ำ

สำหรับเขาแล้ว หลิ่งจูก็แค่ดอกไม้ประดับเท่านั้น

ยอมรับว่าหลิ่งจูนั้นมีรูปโฉมงดงามหาหญิงใดในใต้หล้าเทียบได้ ความงดงามของนางและพี่น้องฝาแฝดดังไปทั่วเมืองฉางอัน อีกทั้งนางยังได้รับยกย่องให้เป็นไข่มุกเม็ดงามของเมือง มีบุรุษมากมายหมายที่จะเป็นคู่ของนาง

แต่น่าแปลกถึงจะเห็นความงามของนาง แต่เขากลับชิงชังนิสัยใจคออันอัปลักษณ์ของนาง ชิงชังชนิดไม่อาจเฉียดใกล้ จนไม่คิดที่จะร่วมหอลงโลงกับนาง

การแต่งงานระหว่างเขากับนางก็เพียงในนามเท่านั้น  ไม่มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวพัน

ถึงแม้นางจะได้รับการยกย่องให้เป็นฮูหยินหวัง บ่าวไพร่ในบ้านต่างให้ความเคารพยำเกรง อีกทั้งนางก็แสดงออกชัดเจนว่ารักเขานักหนา แต่เขาก็ไม่เคยชายตาแลนางแม้แต่น้อย

อาจเป็นเพราะว่าเขาเคยรักใครอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนนางก็เป็นได้ พอเห็นหลิ่งจูก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเพราะคิดถึง หลิ่นอี้ขึ้นมาทุกครั้ง นั่นจึงยิ่งทำให้เขาไม่อยากเข้าใกล้นาง ถึงแม้จะอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่เขากับนางก็ต่างคนต่างอยู่มากกว่า

ระหว่างนั่งใจลอยคิดถึงอิงฮวน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของใครบางคนก็ดังขึ้น พอหันไป หยางเปียวก็นิ่วหน้า

เป็น ซูเหม่ยอดีตนางคณิกาที่ปู่ของเขาไถ่ตัวมาเป็นอนุภรรยา พอเห็นหน้าเขา นางก็แย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน ทว่ารอยยิ้มนั้นก็แฝงความยั่วยวนชัดเจน

“ข้าทำให้ท่านประมุขตกใจหรือเปล่า”

หยางเปียวส่ายหน้า “มีอะไรหรือ”

“ข้าเห็นว่าดึกมากแล้ว น้ำค้างแรงมาก เกรงว่าท่านจะไม่สบาย”

“ข้าหัวแข็ง ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอก...” จะว่าไป หากเขาตายก็คงดีไม่น้อย เขาจะได้เจออิงฮวนเสียที

แม้จะคิดเช่นนั้นแต่หยางเปียวก็ไม่ได้พูดในสิ่งที่คิดออกไป

“ให้ข้านั่งเป็นเพื่อนท่านไหมคะ”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “จะมานั่งตากน้ำค้างทำไมกัน ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ มากกว่า”

เมื่อได้ยินคำไล่อ้อม ๆ ซูเหม่ยที่ฉลาดพอก็เลือกที่จะตามใจเขามากกว่าขัดใจ

“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านประมุขแล้ว” เอ่ยเสียงนุ่มอ่อนหวาน ซูเหม่ยก็เดินห่างออกมา ทว่านางก็เผชิญหน้ากับหลิ่งจูที่โค้งวงกลมเข้า พอสบตากันรังสีความเป็นอริก็แผ่ซ่าน

“มายั่วยวนท่านประมุขอีกแล้วเหรอซูเหม่ย”

ผู้ถูกว่าแขวะยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับ “ก็แล้วแต่เจ้าจะคิด”

“หน้าด้าน ไร้ยางอาย!

“เราไม่ต่างกันหรอก อย่างน้อยท่านประมุขก็พูดคุยกับข้า ยิ้มให้ข้า มองหน้าข้า ไม่เหมือนกับใครบางคนที่ท่านประมุขรังเกียจ ไม่แม้แต่ชายตาแล”

“เจ้า!!!

พอหลิ่งจูอารมณ์เสีย คนยั่วโมโหก็หัวเราะชอบใจก่อนเดินเชิดหน้าจากไป

พอไร้บุคคลที่สามแล้ว หลิ่งจูที่มาพร้อมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกก็เดินเข้าไปหาเขา “น้ำค้างลงหนัก ข้านำเสื้อคลุมมาให้ท่านพี่ค่ะ”

หยางเปียวไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองเจ้าของเสียงหวานแม้แต่น้อย ก็แค่ดอกไม้เดินได้...  

พอหลิ่งจูนำเสื้อคลุมมาวางบนไหล่ เขาก็รีบลุกขึ้นสะบัดเสื้อคลุมนั้นทิ้งอย่างรังเกียจ และเพราะเขาลุกขึ้นกะทันหัน จึงทำให้หญิงสาวตกใจ นางจึงเซล้มจนก้นกระแทกพื้น

หยางเปียวไม่สนใจสีหน้าเจ็บปวดของนางแม้แต่น้อย นอกจากเค้นเสียงเย็นลอดไรฟัน “อย่ามาแตะต้องตัวข้า”

ได้ยินเช่นนั้นหลิ่งจูที่ยังนั่งอยู่กับพื้นเย็นเฉียบก็น้ำตาคลอเบ้าตา “เหตุใดท่านถึงใจร้ายกับข้านัก เวลาผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ท่านไม่เคยคิดอภัยให้ข้าบ้างเลยหรือ”

หยางเปียวหรี่ตาลง ความเกลียดชังและความเย็นชาฉายชัดในดวงตาของเขา “เมื่อไหร่ที่เจ้าหยุดขโมยความสุขของข้า เมื่อนั้นแหละข้าถึงจะให้อภัยเจ้า”

“ข้าต้องทำตัวเช่นไร ท่านถึงจะเลิกเกลียดชังข้าเล่า ท่านบอกข้าหน่อยเถิดท่านพี่” หลิ่งจูรีบทรงตัวลุกขึ้น แล้วนางก็ได้เห็นรอยยิ้มของเขา รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้นางสั่นสะท้านได้

“ไปจากชีวิตข้าสิ ไปให้พ้นหน้าข้า ข้าไม่อยากเห็นเจ้า!” กล่าวจบหยางเปียวก็เดินหนี ไม่แม้แต่จะชายตาแลไปมองเจ้าของร่างบางที่ร่ำไห้แล้วทรุดร่างลงบนพื้นหินเย็นเฉียบอย่างหมดสภาพ

“สวรรค์ ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมข้าต้องรักคนไม่มีหัวใจอย่างหวังหยางเปียวด้วย” หลิ่งจูได้แต่กำก้อนหินไว้แน่นจนเลือดไหลออกมา แม้ผ่านไปพักใหญ่นางก็ยังนั่งร้องไห้ดูน่าเวทนาอยู่อย่างนั้น



ขอบคุณภาพวาดสวย ๆ จากเพจ ภาพวาดหนุ่มสาวจีนโบราณค่ะ




ฝาก Ebook เรื่อง วิวาห์คณิกา ไว้ในอ้อมใจนักอ่านด้วยค่า

พบกับ วิวาห์คณิกา ฉบับ Ebook + โปรโมชั่นราคาพิเศษ 

เพียง 189 บาท ( ปกติ 219 บาท)

ได้ที่พี่ Meb นะคะ 

โปรโมชั่นมีถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เท่านั้นจ้า



วิวาห์คณิกา
เหม่ยเซียน
www.mebmarket.com
เพียงข้ามคืนชีวิตของ 'มู่อิงฮวน' ก็เปลี่ยนไปจากนางคณิกาชื่อดังกำมะลอ ได้รับการยกย่อง เป็นที่หมายตาต้องใจของบุรุษทั้งเมือง ทุกอย่างก็อันตรธานนางถูกวางยาพิษ เสียชีวิตคาเกี้ยวเจ้าสาว!!!แต่ทว่าความตายหาใช่จุดจบสวรรค์เล่นตลก เคราะห์กรรมซ้ำเติมดวงวิญญาณของนางจึงไปสิงสู่ในต้นผักชี!!ใช่ ‘ต้นผักชี’แถมเป็นผักชีต้นน้อยๆ ในสวนหลังบ้านของ 'ท่านประมุขหวังหยางเปียว แห่งพรรคป้อมเมฆา'ความน่าเศร้าไม่จบแค่นั้น นอกจากกลายเป็นผักสวนครัวที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นอาหารแล้วความอนาถยังเกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกวันนาง... ก็ผีผักชีนั่นแหละต้องมาเห็นเรื่องบัดสี บัดเถลิงไม่เว้นแต่ละวันทั้งเรื่องรักสามเศร้าเอย เรื่องชู้สาวเอยแล้วไหนนางยังถูก 'เขา' รดน้ำอุ่นๆ ให้เป็นผักชีหนีไม่ได้ โวยวายกับใครก็ไม่ได้ระบายความรู้สึกให้ใครฟังก็ไม่ได้เป็นผีผักชี ทำได้แค่เอนไหวตามสายลมเท่านั้น!!!สวรรค์... มันช่างน่าเวทนานักนางไม่เคยก่อกรรมทำเข็น เหตุใดต้องเป็นเช่นนี้ด้วยแล้ววันหนึ่งสวรรค์ผู้มีเมตตาก็คืนความเป็นธรรมให้แก่นางแต่! เคราะห์กรรมก็ตามมากลั่นแกล้งอีกนางได้ชีวิตกลับคืนก็จริงแต่นางต้องอยู่ในร่าง ‘หวังหลิ่งจู’ สาวงามที่ท่านประมุขหวังหยางเปียว ‘เกลียดชัง’ ชนิดไม่ร่วมหอลงโลง!นอกจากได้ชีวิตมนุษย์กลับคืนมา นางยังตกเป็นผู้ต้องหาคดีวางยาพิษ ‘มู่อิงฮวน’ ด้วยเหตุใดสวรรค์ถึงเมตตานางเช่นนี้!!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

83 ความคิดเห็น