รวมฟิค (YAOI) GLORY ROM นิยายอื่นๆ ที่อ่าน OTHER

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,675 Views

  • 38 Comments

  • 201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    1,675

ตอนที่ 2 : GLORY : เมื่อท่านเทพไม่กินข้าว allเยี่ย...2.(ซุนเยี่ย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    31 ส.ค. 60

ยุทธวิธีทำให้ท่านเทพกินข้าวสามมื้อ 1 เทพสงคราม





          แก๊ก แก๊ก 
          เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะทำนองน่าฟังราวเสียงดนตรีนั้นมีไม่กี่คนที่ทำได้ และคนที่ว่าตอนนี้ก็กำลังควบคุมอวตาร์จวินม่อเซียวเก็บเลเวล นี่หากไม่รับรู้ความจริงกับตัว เห็นมากับสองตา เฉินกั่วจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าหมอนี่คือไอดอลที่เธอนับถือ…
          ไม่สิที่คนทั้งวงการกลอรี่นับถือ 
          เยี่ยชิว มหาเทพสงคราม 
          “เยี่ยซิววันนี้นายกินข้าวหรือยัง?” 
          “กินแล้ว…มั้ง” ตอบกลับ 
          “มั้งอะไรย่ะ! เอาให้แน่!” แค่เริ่มประโยคแรกเฉินกั่วก็ปวดหัวแล้ว 
          “ผมกินแล้ว…ที่คุณเตรียมไว้ให้ผม ขอบคุณ” 
          ทำหน้าตาได้น่าหมั่นไส้จริงๆ เฉินกั่วเหลือบมองนาฬิกาที่กำลังจะเที่ยงในอีกไม่กี่นาที 
          “ข้าวเที่ยงล่ะ”? เพราะเยี่ยซิวผอมเกินไป เธอ มู่มู่ และโหรวโหรวจึงกังวลมาก บังคับให้เขาชั่งน้ำหนักดู และพบว่ามันน้อย! น้อยพอๆ กับผู้หญิงบางคนเลยด้วยซ้ำ เจ้าตัวทำแค่ยิ้มเจื่อนแล้วตอบง่ายๆ ว่าน้ำหนักลดลงสามกิโล เท่านั้นมู่มู่ก็เดือดจัด ลากเยี่ยซิวไปหาร้านอาหารกิน
          แต่นั่นล่ะ…การลากเขาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่ยากยิ่งกว่าการทำสถิติพิชิตบอสแม็ปอีก หากคนลากไม่ใช่ซูมู่เฉิงไม่มีทาง 
          พอกลับมามู่มู่ก็ตรงเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ แน่นอนเฉินกั่วไม่ยอมให้ไอดอลในดวงใจต้องทำสีหน้าแบบนั้น จึงฟาดมือใส่ไหล่ท่านเทพเยี่ยไปสองที และเอ่ยถาม 
          ‘พี่กินแค่นิดเดียวเอง กินเหมือนแมวดม ฉันเครียดมากค่ะ!’
          เฉินกั่วที่เป็นเจ้าของเจ้าสลอธบวกแมวจอมขี้เกียจกวนประสาทมาสักพักย่อมรู้ดี หมอนี่วันๆ กินแต่บะหมี่สำเร็จรูป 
          เรียกได้ว่านอกจากได้รับฉายาตำนานกลอรี่แล้วยังต้องได้รับฉายาตำราบะหมี่สำเร็จรูปด้วย??
          “ผมยังไม่หิว…ออกไปสูบบุหรี่ก่อนนะเจ้านาย” เยี่ยซิวยีหัวตัวเอง เส้นผมสีดำที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วก็ยุ่งเหยิงเข้าไปกว่าเดิม 
          “กินแทนข้าวไปเลยสิย่ะ!!” 
          “กินไม่ได้สักหน่อย…ต้องสูบเอานะเจ้านาย” 
          “อย่ามาทำใสซื่อ! ฉันกำลังประชดนาย!” 
          “ครับ…รู้” 
          เฉินกั่วอยากจะกรี๊ดใส่ดังๆ แต่รู้ว่าไม่อาจทำอะไรมหาเทพหน้าหนาคนนี้ได้ 
          ต้องฟ้องมู่มู่!!
          

          
          เยี่ยซิวหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ก่อนจะพ่นควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เมื่อคืนเขาฝันเป็นฝันดีที่เกิดจากความทรงจำส่วนลึกของจิตใจ แต่น่าเศร้าที่เป็นได้แค่ฝันและความทรงจำเท่านั้น 
          เพราะเขา…ไม่มีทางกลับมา
          ในวันที่ฉันทำสำเร็จเป็นแชมป์สามสมัย ไดื่อว่าอันดับหนึ่งแห่งกลอรี่
           เกมที่คนๆ นั้นชอบที่สุด คนที่เขาอยากให้อยู่ข้างๆ กอดคอร่วมดีใจและยิ้มไปกับเขาไม่อยู่แล้ว 
          เยี่ยซิวต้องการแค่คำพูดสั้นๆ กับรอยยิ้มสดใสราวดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ คำพูดที่ว่า 
          ‘นายทำได้ดีมาก’ 
          แค่สั้นๆ ก็ไม่อาจได้ยิน
          “ทำไมเกอต้องมาคิดถึงจอมมารอย่างนายด้วย ขนาดไม่อยู่แล้วยังชอบมาหลอกหลอนเกออีก นายนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะ…” พ่นควันสีขาวออกมาอีกครั้ง ทอดถอนหายใจ 
          “พึมพำอะไร!” น้ำเสียงเย่อหยิ่งอวดดีที่ทำให้เยี่ยซิวเลิกคิ้ว ก่อนจะหรี่ดวงตาลงอย่างสนใจ เบื้องหน้าเขาคือ…
          โม่ง? แว่นดำ ผ้าพันคอดำ หมวกดำ แถมยังใส่เสื้อคลุมสีดำอีก
           อืม…ฟังจากเสียงและลักษณะท่าทางแบบนั้น…
          “เสี่ยวซุน?”
          กัปตันอายุน้อยของเจียซื่อมาหาเขาทำไมกัน? 
          เจ้าหนูนี่คงไม่ได้หาเรื่องชวนทะเลาะอีกนะ ช่วงนี้เกอหงุดหงิดชวนเกอทะเลาะ จะจัดการให้เข็ดหลาบบ้างล่ะ!  
          “เสี่ยวซุนมาหาเกอมีอะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยไถ่ถาม 
          “มาดูหน้านายน่ะสิ!” 
          ทำไมเป็นแบบนี้นะ! 
          ซุนเสียงเอ่ยเสียงลอดไรฟันอย่างหงุดหงิด มือใหญ่ดึงบุหรี่ออกมาจากปากแดงนั้นและขยี้ลงที่ทิ้งบุหรี่ข้างๆ ก่อนจะตัดสินใจดึงข้อมือเรียวให้ตามมา           
          พอสัมผัสมันซุนเสียงก็อยากเอ่ยว่าอีกคนด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่รู้ดีว่าทำไปก็ไม่อาจสะเทือน
          ข้อมือเล็กจนเขากำได้รอบ รูปร่างผอมบางจนทำให้เสื้อดูโคร่งไปเลย 
          “เตี้ยลงหรือเปล่า?” เยี่ยซิวหัวเราะเฝื่อน 
          นี่เป็นคำทักทายประเภทใดกัน มาปุ๊บก็ลากปั๊บ แถวยังถามว่าเตี้ยลงไหม? 
          เด็กสมัยนี้ทำไมถึงไร้มารยาทได้ขนาดนี้นะ คนแก่อย่างเขาปวดใจเหลือเกิน
          “เสี่ยวซุนเกอสูงตั้ง 178 ไม่ถือว่าเตี้ยนะ”
           “เมื่อก่อนสูงแค่นี้ ตอนนี้ก็สูงแค่นี้ ทำไมถึงไม่โตสักที!!” 
          เอ่อ…เสี่ยวซุนเกออายุมากกว่านายตั้งเกือบ 8 ปีนะ! มายืนเทศนาเขาแบบนี้รู้สึกแปลกๆ
          “แล้วมาหาเกอทำไม?” จะชวน PK? อยากให้เกอช่วยชี้แนะเหรอ?”
           ซุนเสียงไม่ตอบ ลากร่างผอมให้เดินตามมาเรื่อยๆ จังหวะก้าวเท้าค่อนข้างช้าลง เพราะรู้ว่าช่วงขาอีกคนนั้นก้าวตามเขาไม่ทันแน่ๆ
          “เกอแนะนำให้นายไปเล่นเกมอื่นแล้วนี่? หรืออยากมาถามเกอว่าควรเล่มเกมไหนดี?” 
          “เงียบเถอะ!” ซุนเสียงแค่นเสียง การแข่งกับเยี่ยวชิวตอนเซร์ฟเวอร์สิบนับเป็นความอับอายของเขาอย่างที่สุด ทั้งๆ ที่ฝึกซ้อมแทบตาย แต่ก้ไม่อาจเทียบชั้นคนตรงหน้าได้ 
          ทั้งกลยุทธ์ ความสามารถ ประสบการณ์เ เทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!! 
          ทั้งๆ ที่คิดว่าตามทันแล้วแท้ๆ 
          ตอนได้รับไอดีของอี๋เยี่ยจือซิวมา เขารู้สึกว่าตัวเองชนะแล้ว เหนือกว่ามหาเทพผู้นี้แล้ว วาดหวังที่จะกระชากคนๆ นี้ให้ตกลงมาจากบัลลังค์
           แต่ไม่ว่า     จะทำอย่างไร…อีกคนก็ยังอยู่ไกลเกินเอื้อมคว้าอยู่ดี
          ไม่ว่าอย่างไร…คุณก็ยังเป็นคุณที่เดินอยู่ข้างหน้า และมุ่งไปอย่างงดงามทรงพลัง ในขณะที่ผมยังอยู่ข้างหลัง มองตามแผ่นหลังของคุณอยู่อย่างนี้เรื่อยมา
          ซุนเสียงรู้ดีว่าเขาชื่นชมเยี่ยชิวแค่ไหน ที่เล่นอาชีพนักเวทสงครามเพราะมีอีกฝ่ายเป็นไอดอล แต่การเล่นที่แย่ลงของเจียซื่อในหลายๆ ครั้ง ทำให้เขาคิดว่ามหาเทพผู้นี้ฝีมือตกแล้ว? และเขาจะสามารถแทนที่ได้
          หากผมขึ้นไปอยู่ตำแหน่งของคุณ…กระชากคุณลงมา คุณก็จะเดินอยู่ข้างๆ ผม
          เจียซื่อบังคับให้เยี่ยชิววางมือ ซุนเสียงยังเคยคิดว่าอีกฝ่ายต้องอยู่เป็นโค้ชให้เจือซื่อต่อ แต่ไม่เลย...มหาเทพผู้นี้มีการตัดสินใจที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวเสมอ และทิ้งเจี่ยซื่อมาอย่างไม่ใยดี 
          แผ่นหลังที่เดินออกไปจากประตูสโมสรอย่างไม่อาวรณ์วันนั้น…ยังคงเต้นเร่าอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย
          
          ทำไม…คุณถึงไม่เลือกผม
          ผม…ไม่มีค่าพออย่างนั้นหรือ
          ทำไม…คุณถึงไม่เคยมองผม
          เพราะอย่างนั้น…ผมจึงเกลียดคุณเหลือเกิน….

          “เสี่ยวซุนหิวข้าวเหรอ?” เยี่ยซิวเอ่ยถามขึ้นเมื่อมาหยุดหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง 
          “เอ่อ…" 
          "เสี่ยวซุนหิวแต่เป็นโม่งมาแบบนี้ เข้าร้านอาหารจะไม่ถูกมองแปลกๆ เหรอ?” 
          “ผมมีเงิน” พูดง่ายๆ คือเขาเป็นคนรวย!
          เยี่ยซิวยิ้มบาง เลิกคิ้ว “จะเลี้ยงข้างเกอเหรอ?” 
          “เหอะ!!” ซุนเสียงลากมืออีกฝ่ายเข้าไปด้านใน แต่คนแรงน้อยก็ฉุดมือเขาไว้เสียก่อน เพราะความต่างของแรงมากเกินไปทำให้ร่างผอมบางนั้นถูกแรงของซุนเสียงดีดเข้ามา เยี่ยซิวเสียการทรงตัวฉวยจังหวะรวบเอวแกร่งเอาไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงกว่าแล้วยิ้มแหย 
          “แหะๆ…เกอขอโทษนะเสี่ยวซุน” ใบหน้าใสกิ๊งแม้ใต้ตาจะดำคล้ำ แต่ลูกแก้วสีดำที่กลิ้งไปมาในนัยน์ตาอีกฝ่ายนั้นมีเสน่ห์มาก ยิ่งมองในระยะใกล้ยิงเห็นชัดว่ามันสวยงามแค่ไหน
          "หืม?...เสี่ยวซุนไม่สบายเหรอ?" เยี่ยซิวเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ...แกล้งเป็นห่วง เจตนาอยากกลั่นแกล้วชัดเจน ยิ่งเห็นใบหน้าคนหยิ่งที่กำลังแดงก่ำยิ่งชอบใจ
          เป็นเด็กซึนหรือไงนะ…สนุกดี
          “มะ…ไม่ใช่ หิว! หิว ไปกินข้าว!” เทพแห่งเจียซื่อก็ไปไม่ถูก ทำได้แค่เอ่ยตะกุกตะกักและดึงมืออีกคนให้ตามมา เยี่ยซิวหัวเราะ นั่งลงที่ห้องพิเศษ 
          ดวงตาสีดำมองรุ่นน้องที่ใช้เงินจำนวนมากได้อย่างไม่สะทกสะท้าน พวกนักกีฬาอาชีพรายได้ดีทุกคน เขาเองก็เป็นนักกีฬา แถมยังเป็นอันดับหนึ่งด้วย…แต่ทำไมไม่ค่อยมีเงินนะ 
          เฮ้อ…นี่หากหมอนั่นยังอยู่ คงโดนด่าปาวๆ แน่…จอมงกอย่างคนๆ นั้นจู้จี้กับเรื่องเงินๆ ทองๆ เสมอ
          "กินอะไร?" 
          "เกอยังไม่หิวเลย" ซุนเสียงถลึงตาใส่ กิน เยี่ยซิวยิ้ม เอียงหน้าเล็กน้อย "เสี่ยวซุนสั่งให้เกอหน่อยสิ"
           ซุนเสียงขมวดคิ้วแต่เลือกมาสองสามเมนู และเมื่อพนักงานออกไปเยี่ยซิวก็ใช้ดวงตาจ้องร่างสูงตรงหน้าจนคนถูกมองเริ่มร้อนรน 
          หน้าไม่อายจริง! มองคนอื่นจนจะทะลุอยู่แล้ว! 
          “มองทำไม!!” 
          “ก็…เกอสงสัยนี่นา ทำไมเสี่ยวซุนถึงลากเกอมากินข้าวล่ะ เลี้ยง?”
           “ไม่เลี้ยง” 
          “งั้นเกอกลับล่ะ” ร่างผอมกำลังลุกขึ้นแต่มือของซุนเสียงก็เร็วพอที่จะคว้าหมับไว้ เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก้าวมานั่งฝั่งเดียวกันและกดไหล่ผอมๆ ให้นั่งลง 
          “เลี้ยงเอง! นั่งลงเถอะครับ!” 
          “แค่นี้ก็จบแล้ว…ปากแข็งไม่ดีนะเสี่ยวซุน” มองรอยยิ้มบางๆนั่นก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังตกบ่วงจอมมารเข้าหรือเปล่านะ 
          อยู่ดีๆไม่ชอบ เขานี่ช่างแส่หาเรื่องโดยแท้
          ซุนเสียงอยากร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ
          ไม่นานนักอาหารก็มาเสริ์ฟ ของกินท่าทางน่าอร่อยเยอะแยะ เยี่ยซิวยิ้มค่อยตักชิมทีละนิด ซุนเสียงมองอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ
           ในที่สุดก็กินข้าวแล้ว 
          “ผม…มีเรื่อง…” เสียงทุ้มเอ่ยอ้อมแอ้ม กำลังคิดหาข้ออ้างของการมาครั้งนี้ เขามาดูคนไม่สนใจตัวเอง พอเห็นข้อความว่าอีกฝ่ายไม่กินข้าวจนน้ำหนักลด ก็อดไม่ได้ต้องมาดู จนลืมไปว่าพวกเขาเป็นศัตรูกัน
          “เสี่ยวซุนมีอะไรให้เกอช่วยเหรอ?” 
          “เอ่อ…มังกร มังกรผงกเศียร” คิดหาข้ออ้างได้แคค่นี้ เยี่ยซิวเลิกคิ้ว หัวเราะในลำคอ ยิ้มน้อยๆ จนซุนเสียงถลึงตาใส่อีกรอบ 
          น่ารักจริงๆ เลยน้าาาา 
          เด็กๆ เนี่ย น่าแหย่เล่นจริงๆ 
          “จะให้เกอช่วยสอนให้สมบูรณ์เหรอ ได้สิ…ยังไงเสี่ยวซุนก็ต้องได้รับการชี้แนะนะ” 
          เด็กคนนี้มีฝือมือแต่เย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองเกินไป ซ้ำยังไม่ค่อยยอมรับฟังความคิดเห็นของใครอีก นับว่านิสัยเสียโดยแท้ 
          แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดหรอก
          “เสี่ยวซุนเล่นไอดีของเกอนี่ หากแพ้บ่อยๆ เดี๋ยวอี๋เยี่ยจือชิวได้เสียใจแย่” 
          “ของผม!” ซุนเสียงเถียง ปล่อยให้พูดไม่ได้เลย!
          "เกอรู้แล้วน่า! ช่วงนี้เกอไม่ค่อยว่าง หากเสี่ยวซุนอยากเจอก็ทักเกอมาล่วงหน้าสักสองสามวันนะ"
          "ทำอะไรถึงไม่ว่าง" ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพแล้วสักหน่อย ขนาดเขายังมีเวลาว่างอาทิตย์ละหนึ่งวันเลย
          “เก็บเลเวล ลงดัน” คำตอบกวนประสาทดีแท้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนๆ นี้ถึงทำให้อริยะดาบโมโหได้ จอมฝอยอย่างหวงเส้าเทียนเจอคนที่ทนทานยิ่งกว่าเขาคุนหมิงก็ต้องยอมแพ้
          “ทำไมไม่กินอีก…ครับ?” 
          “เกออิ่มแล้วนี่นา ว่าแต่เสี่ยวซุนเกอไม่สอนฟรีนะ” ดวงตาสีดำวาววับอย่างซุกซน รังสีอันตรายจนซุนเสียงเริ่มรับรู้ถึงความซวย 
          "เดี๋ยวกลับไปเกอจะร่างรายการวัตถุดิบให้ เสี่ยวซุนก็ดูแล้วกันว่าตกลงไหม" 
          “คงไม่คิดขูดรีดผมหรอกนะ?” 
          “ไม่ใช่สักหน่อย! เกอไม่ไร้ยางอายขนาดนั้น!”
           น้อยไปสิ!! คุณน่ะไร้ยางอายอันดับหนึ่งในวงการกลอรี่แล้ว ทุกคนต่างรู้ดี!!
          “อืม…กินอีกสิ” ซุนเสียงพยามดันจานอาหารไปให้ 
          “เกออิ่มแล้วจริงๆ”
           “กินไปนิดเดียวเอง” 
          “เสี่ยวซุน” เสียงเรียกนุ่มนวลเกียจคร้านแฝงแววออดอ้อนไปในที ทำให้ร่างสูงชะงัก ยิ่งดวงตาสีดำสนิทมองจ้องคล้ายๆ เว้าวอน เขาก็นิ่งสนิท “
          "เกออิ่มแล้ว…ไม่กินแล้ว…” ยิ้มบางกะพริบตาหนึ่งครั้ง
          “นะ…” 
          “ครับ…” ซุนเสียงตอบกลับเหมือนคนละเมอ เยี่ยซิวยิ้ม ใช้มือลูบเส้นผมนุ่มๆ ของเด็กซึนที่น่าแกล้งข้างๆ  
          “เสี่ยวซุน เด็กดี…” 
          “อืม…” ซุนเสียงว่าง่ายอย่างน่าแปลก เอื้อมไปกุมมือเรียวสวยที่สุดไว้ ขนาดต่างกันชัดเจน 
          “ชอบมือเกอเหรอ?” 
          “อืม…ไม่สิ! ไม่ใช่สักหน่อย!” เหมือนเพิ่งหลุดจากมนต์สะกดกัปตันเจี่ยซื่อปัดมือสวยนั้นออกอย่างแผ่วเบาทันที นี่หากเจ้เฉินมาเห็นต้องชี้หน้าเยี่ยซิวและกรีดร้องเป็นประโยค
          ร้ายกาจ จอมชั่วร้ายที่หว่านเสน่ห์กับเด็กคนหนึ่ง!!
          “กะ..กลับ กัน!” คนมั่นใจในตัวเองเริ่มไปไม่ถูก 
          เหมือนถูกทำให้เขินอายทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าแค่ยิ้ม และพูดไม่กี่ประโยค 
          “งั้นก็กลับกันสิ…” 
          ซุนเสียงถอนหายใจอย่างช้าๆ ดึงข้อมืออีกคนให้ไปจ่ายเงินด้วยกัน เยี่ยซิวก็เดินตามอีกฝ่ายอย่างไม่ขัด เขาขี้เกียจเดิน มีคนลากมันก็ดี
           เกอไม่อยากใช้แรง เกอแก่แล้ว ให้คนหนุ่มดึงเดินก็ไม่เลวเหมือนกัน 
          “เสี่ยวซุน” เยี่ยซิวกระตุกมือใหญ่เบาๆ 
          “มีอะไร?” ก้มลงมามอง เห็นรอยยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปากนั่นแล้วรู้สึกหมั่นเขี้ยวนัก หากกัดลงไปแรงๆ สักทีจะยิ้มกวนโมโหอีกไหมนะ? 
          ความคิดที่ทำให้ซุนเสียงสบถด่าตัวเองในใจ 
          ไม่ได้!! ตกหลุมใครก็ได้แต่อย่าตกหลุมจอมมารในร่างมหาเทพคนนี้เด็ดขาด!!
          "ต้องดูแลอี๋เยี่ยจือชิวให้ดีนะ" น้ำเสียงและแววตานั้นทำให้ซุนเสียงชะงัก เขายิ้มเจื่อนก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มน่ามอง กระชับข้อมือเรียวแน่นขึ้น 
          “แน่นอน”
          “เสี่ยวซุนเด็กดี เดี่ยวเกอจะลดค่าสอนให้นะ”
          “ผมมีปัญญาจ่าย!” เอ่ยอย่างอวดดี แต่ลืมไปว่ากับคนไร้ยางอายบางคนมันเหมือนเพิ่มภาระให้ตัวเอง พอกลับมาห้องพัก QQ ของเขาก็แจ้งเตือนรายการวัตถุดิบที่อีกฝ่ายคิดเป็นค่าจ้างสอนทันที 
          ดวงตาคมกวาดมองไปสองรอบ แล้วก็มองใหม่อีกครั้ง อ่านวนอยู่ซ้ำๆ จนได้แต่กัดฟันกรอด ยิ่งเห็นประโยคต่อท้ายเขาก็ทุบโต๊ะไปแรงๆ หนึ่งที
          ‘เกอว่าจะลดให้แล้วเห็นแก่ที่เสี่ยวซุนเป็นเด็กดี แต่เสี่ยวซุนบอกว่ามีปัญญาจ่าย เกอกลัวว่าลดของจะลบหลู่เสี่ยวซุน เลยเพิ่มไปอีกสองสามอย่าง’
          อยากย้อนเวลากลับไปแกไขคำพูดตัวเองนัก ไม่สิ! เขาจะไม่มีทางโผล่หน้าไปชวนอีกฝ่ายกินข้าวและคิดข้ออ้างชวนเสียเปรียบแบบนี้ออกมาแน่ๆ!!
           ไม่น่าเป็นห่วงเลย!! หาเรื่องใส่ตัวเองโดยแท้!!
          เยี่ยชิวไม่ใช่มหาเทพหรอกเป็นมารร้ายชัดๆ!!
          ซุนเสียงนึกเสียใจทันที 


แถม


           “นายอารมณ์ดีอะไรน่ะ เห็นนั่งยิ้มมาสักพักแล้ว" เฉินกั่วเอ่ยถามคนที่กำลังอัพเกรดร่มแสนกล ไม่รู้ไปได้วัตถุดิบหายากมาจากไหน ทั้งๆ ที่เห็นเอาแต่เก็บเลเวล
          “ได้ของดีมาเยอะ” 
          “ไปล่อลวงอะไรใครมาหรือไง” ความไร้ขีดจำกัดล่างของมหาเทพผู้นี้เฉินกั่วทราบซึ้งดี
          “เขาเต็มใจให้มาเองต่างหาก” 
          น่าแกล้งจริงๆ เลยนา…เสี่ยวซุน
          คราวหลังต้องเอามาอีก ของในคลังเจียซื่อเขาก็ช่วยหา เอามาใช้ไม่นับว่าเสียหาย สมเหตุสมผลดีแล้ว
          หึๆ





          น่าสงสารจริงๆเสี่ยวซุนเอ๋ย เจอจอมารเยี่ยไป นี่เกเรไม่ออกเลยทีเดียว 555 ตอนหน้าโม่งอริยะดาบครึ่งน้องหมาจะทำอย่างไรให้พี่เยี่ยกินข้าว???   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #11 Night ☪ Mirage (@yuki37) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 15:29
    ปลาหมอตายเพราะปาก เสี่ยวซุนต้องจำให้ดีนะ!
    เด็กซึนเอ๊ยยยย สงสาร 555555
    #11
    0
  2. #5 hoshinoai (@hoshinoai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:48
    ล่อลวง! มหาเทพคนนี้ล่อลวงเด็กน้อยค่า!!
    #5
    0
  3. #4 Bright sky (@miku969) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:26
    มีเด็กเปย์ด้วยยย(เรียกว่าไปไถของมา...) /กอดเสี่ยวซุน
    #4
    0
  4. #3 สายฝน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:19
    ทำไมรู้สึกสงสารเสี่ยวซุนจัง555
    #3
    0
  5. #2 เดฟฟาเดล (@11636) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 20:57
    ขำดีคะ น่าสงสารเสี่ยวซุน มาเพราะหวังดีแท้ๆ
    ป.ล. คำผิดค่อนข้างเยอะเลยค่ะ แต่สนุกดี มาต่ออีกนะคะ
    #2
    0