รวมฟิค (YAOI) GLORY ROM นิยายอื่นๆ ที่อ่าน OTHER

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,675 Views

  • 38 Comments

  • 201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    1,675

ตอนที่ 5 : GLORY เมื่อท่านเทพไม่กินข้าว...allเยี่ย.5...(หวังเยี่ย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 ก.ย. 60

ยุทธวิธีทำให้ท่านเทพกินข้าวครบสามมื้อ…มายากรตาโต(??)




               “อวี้เหวินโจวกลับไปแล้วหรือคะ? ไม่น่ารีบกลับเลยฉันยังอยากให้เขาอยู่ต่ออีกสักวันสองวัน พี่กินข้าวได้เยอะขึ้น” ซูมู่เฉิงบ่นเบาๆ ดวงตากลมโตมองคนน่าตีที่ปากคาบบุหรี่มือก็รัวลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว
               “เหอะๆ มู่เฉิง เหวินโจวอยู่คนละเมืองกับเรานะ อีกอย่างเขาเป็นกัปตันมีงานเยอะแยะ!” 
               “แต่พอเขาอยู่พี่ทานข้าวได้มากนี่ค่ะ!” สาวน้อยเถียง แม้เธอจะถามวิธีอยากกัปตันหลานอวี่แต่อีกฝ่ายยิ้มอย่างจนใจ แล้วก็บอกว่านี่เป็นเรื่องที่ขาดทุนที่สุดจริงๆ 
               “อืม…แต่หมอนั่นอยู่ก็ดีนะ” เพราะได้วัตถุดิบฟรีมาเยอะมาก เยี่ยซิวย่อมชอบใจอยู่แล้ว
               “มีขนมจากเส้าเทียนด้วยนะ หมอนั่นหิ้วมาเยอะ มู่เฉิงเธอแกะกินได้เลย!” หลังกินมื้อเช้ากับอวี้เหวินโจวเสร็จเรียบร้อย เจ้าคอร์กี้ก็โผล่มาพร้อมขนมทานเล่นถุงใหญ่แล้วพ่นถ้อยคำขยะที่ไม่มีใครทนฟังได้มาอีกกอง จนอวี้เหวินโจวต้องยิ้มพิฆาต ลากคอกลับไปนั่นล่ะ หูทุกคนจึงสงบลง
               “นี่ๆ เยี่ยซิวนายรังแกอะไรมู่มู่” เฉินกั่วที่เดินออกมาเอ่ยถามอย่างร้อนใจ 
               “ผมไม่ได้ทำอะไรไอดอลคุณเลยนะ เสี่ยวโหรวล่ะ? เปาจื่อด้วย”
               “อยู่นี่ค่ะ…ส่วนเป่าจื่อนอนอยู่ที่บ้านน่ะ อ้อ…มีคนมาหาคุณด้วย”
               “ช่วงนี้มีคนมาหาเกอบ่อยจริงๆ” เยี่ยซิวถอนหายใจ “เธอไปทำอะไรไว้หรือเปล่ามู่เฉิง วันก่อนยังขอให้ฉัน PK สักครั้งอยู่เลย” แล้วพอน้องสาวคนนี้ขอ…เยี่ยซิวปฏิเสธไม่ค่อยได้น่ะสิ 
               เฮ้อ…เพราะติดเป็นนิสัยมาตั้งแต่เมื่อก่อน เจ้าพี่ชายตัวร้ายของมู่เฉิงก็ตามใจเสียอย่างกับอะไรดี
               
               “ไม่มีสักหน่อย พี่อย่าระแวงสิค่ะ!!
               “ใช่แล้ว…มู่มู่ไม่ได้ไร้ขีดจำกัดล่างเหมือนนาย! อย่าใส่ร้ายเธอ!”
               เยี่ยซิวไม่อาจสู้ได้ เลยมองถังโหรวอย่างจนใจ “ใครมาเหรอ? เธอพาขึ้นมาด้วย?” 
               
               น้องสาวคนนี้ไว้ใจคนอื่นง่ายไปแล้ว! คราวก่อนก็เจ้าคอร์กี้กับอวี้เหวินโจว คราวนี้ใครอีก?

               “คุณดูผอมเกินไปจริงๆ ด้วย” น้ำเสียงคุ้นเคยพร้อมกับร่างที่ถอดโม่งออก เยี่ยซิวเลิกคิ้ว ยกยิ้มขำ
               “หวังต้าเหยียน!! มาเยี่ยมเกอถึงนี่เลยเหรอ ลมอะไรหอบหายมา?” กัปตันแห่งเวยเฉ่าไม่สนใจกับการทักทายด้วยถ้อยคำขยะ เดินไปซ้อนอยู่เก้าอี้ด้านหลัง แล้วเลิกคิ้วนิดๆ 
               “เก็บเลเวลจนลืมทานข้าวหรือยังไงกัน?”
               “อา…นายมาหาเกอมีอะไรหรือเปล่า?” เยี่ยซิวไม่คิดว่าคนๆ นี้จะโผล่มาเพราะคิดถึงหรอกนะ 
               หรือว่าคิดถึงจริง?
               “สวัสดีค่ะ!” ซูมู่เฉิงยิ้ม “กั่วกั่ว โหรวโหรว นี่ฉันขอแนะนำ หวังเจี๋ยซี กัปตันแห่งเวยเฉ่า” 
               “สวัสดีครับ” หวังเจี๋ยซีทักทายอย่างมีมารยาท
                ช่างเป็นมหาเทพที่มีนิสัยดีโดยแท้!! เฉินกั่วถอนใจ ไม่เหมือนมหาเทพบางคน กวนประสาทที่สุด!! 
               “คุณคงเป็นถังโหรว เราเคยเจอกันในเกม” หวังเจี๋ยซีเขย่ามือถังโหรวสองสามที เป็นสาวน้อยที่มีหน้าตางดงาม และมือที่เรียวสวย มิน่าความเร็วมือถึงขนาดนั้น
     
               ไม่แปลกใจเลย…ดูเหมือนสโมสรซิงซินของเยี่ยชิวที่กำลังจะตั้งจะน่าสนใจมาก

               “คุณว่างหรือเปล่า?” หันไปถามเยี่ยซิวที่ยังคงเล่นเกมอยู่
               “ว่างค่ะ! เขามีงานกะดึก ว่างยาวๆ เลย!” เฉินกั่วเอ่ยขึ้นมา เยี่ยซิวหันมองอย่างอยากค้าน 
               “เฮ้ๆ เจ้านายถึงผมจะว่าง แต่ผมก็ต้องเก็บเลเวลอยู่นะ”
               “คุณจะพาพี่ไปทานข้าวใช่ไหมค่ะ? วันนี้พี่ทานมื้อเช้าแล้ว กลางวันกับมื้อเย็นฝากคุณด้วยนะคะ” ซูมู่เฉิงมัดมือชกทันที
               “คุณยังต้องเก็บเวลอะไรอีก ไหนคุณบอกว่ารอสักพักก่อน” ถังโหรวเอ่ยถาม
               “อาๆ ไปๆ เกอไปก็ได้ พวกเธอสามคนเลิกทำท่าเหมือนจะกินหัวเกอสักที” ผู้หญิงสามคนนี้ไม่ควรอยู่ด้วยกันจริงๆ น่ากลัว! น่ากลัว!
               “เอาล่ะๆ เจี๋ยซีเราไปกันเถอะ นายต้องเลี้ยงนะ!”

               หวังเจี๋ยซีมองสามสาวที่มีวิธีจัดการมหาเทพหน้าหนาบางคนได้อย่างงดงามแล้วอมยิ้มน้อยๆ
               คนๆนี้…กวนประสาทกับสุภาพบุรุษ…แต่ยอมลงให้สุภาพสตรีบ่อยๆ 

               “ให้คุณมาเลี้ยง คุณก็ไม่ยอมอยู่ดี” 
               “ไปกัน นายมาคนเดียว?” เยี่ยซิวถามขณะเดินนำ
               “เปล่าครับ มากับอีกสองคน แต่เด็กๆ ขอไปซื้อของ ผมเลยแวะมาหาคุณก่อน” เอ่ยไปใส่แว่นและหมวกไปพลาง
               “ไปกินร้านข้างทางกันเถอะ ช่วงนี้เกอถูกร้านอาหารทำร้ายจิตใจเกินไปแล้ว” หลายวันมานี้เขาเข้าร้านอาหารเป็นว่าเล่น ทั้งซุนเสียง ทั้งอวี้เหวินโจว เป็นร้านแพงๆ ทั้งนั้นแถมบังคับให้เขากินเยอะอีก
               “มีคนเลี้ยง?”
               “นายพูดเหมือนหากไม่มีคนเลี้ยง เกอจะไม่ยอมไปกินข้าว” นี่เห็นเกอเป็นคนงกขนาดไหนกัน?
               “เรื่องจริงนี่…ว่าแต่ใครเป็นคนเลี้ยงคุณ?”
               “เอ…วันก่อนก็เสี่ยวซุน เมื่อวานเป็นเหวินโจว…วันนี้นาย? ว่าแต่นี่ไม่ใช่วันหยุดแล้วนายว่างเหรอ?”
               “อิงเจี๋ยมาถ่ายโฆษณาให้ผู้สนับสนุน ผมมาช่วยดู ถือโอกาสแวะมาหาคุณด้วย”
               “เกาอิงเจี๋ย? ผู้สืบทอดคนนี้ของนายไม่เลวเลย ฝึกอีกหน่อยรับรองไปได้ไกล”
               “คุณยืนยันอย่างนี้ผมเองก็เบาใจ…ร้านนี้เหรอ?” เลิกคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นร้านที่อีกคนพามา 
               ร้านเล็กๆ ริมน้ำ บรรยากาศดี แม้จะเป็นตอนใกล้เที่ยงในช่วงฤดูร้อน แต่กลับไม่เจิดจ้าแสบตา ดูร่มรื่น
               “อา…เขาทำอร่อย เมื่อก่อนเกอก็มาบ่อยๆ อีกอย่างเจ้าของร้านที่นี่ไม่รู้จักกลอรี่ คนที่มากินแถวนี้ก็พนักงานบริษัททั้งนั้น นายไม่ต้องกลัวโม่งแตก”
               “สั่งเลยๆ” เยี่ยซิวเชิญชวน กระตือรือร้น แม้กินน้อยไปหน่อย แต่เมื่อคืนดันฝันเห็นร้านนี้พอดี เมื่อก่อนเขาชอบมากิน ช่วงที่เบื่อๆ คนขี้งกบางคนไม่อยากเสียเงินเข้าภัตคารหรือร้านหรู แต่อยากได้ร้านบรรยากาศดีๆ สุดท้ายเดินวนไปมา ก็จบอยู่ที่ร้านแห่งนี้
               “ผมเป็นคนจ่าย” เปิดดูเมนูผ่าน มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำข้างๆ หวังเจี๋ยซีเหลือบมองคนข้างๆ แล้วยิ้ม
คงจะชอบร้านนี้จริงๆ นำเสนอเต็มที่เลย
               “ช่วงนี้ทีมนายเป็นยังไงบ้างอ่ะ” เยี่ยซิวเอ่ยถาม
               “จะสืบข่าวหรือครับ?” หวังเจี๋ยซีเลิกคิ้ว มองคนหน้าไม่อายที่นั่งข้างๆ กัน เพราะเป็นที่นั่งฝั่งเดียว เพื่อให้สามารถมองวิวของแม่น้ำสะท้อนแสงแดดเป็นประกายได้
               “เหอะๆ แค่ถามเฉยๆ !” เขามีคนที่อยากได้จากสโมสรของเวยเฉ่าเสียด้วย เอ…
               “นายบอกว่าวันนี้มีเด็กๆ มากับนายสินะ นอกจากเกาอิงเจี๋ยแล้วอีกคนนี่ใคร…”
               หากจำไม่ผิดเสี่ยวเฉียวบอกว่าตนเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าเด็กอิงเจี๋ยสินะ
               “เฉียวอี้ฟาน คุณรู้จักเขาใช่ไหม เล่นเซิร์ฟเวอร์สิบด้วยกันนี่นา”
               “อืมๆ รู้จักสิ” เยี่ยซิวยิ้ม เสี่ยวเฉียวจริงๆด้วย ดีเลย! 
               “เขาเป็นเด็กดี และเป็นห่วงคุณมาก วันนี้ดื้อขอตามมาด้วย เดี๋ยวเขาก็มาเยี่ยมคุณ” หวังเจี๋ยซีไม่รู้ว่ามหาเทพคนนี้ไปหว่านเสน่ห์อะไรใส่เด็กน้อยที่ใสซื่อของทีมเขากัน อีกฝ่ายถึงได้ทำหน้าเศร้าจนอิงเจี๋ยต้องช่วยพูดให้ตามมาด้วยคนแบบนี้
               “กินกันเถอะ!” เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ เยี่ยซิวก็เปลี่ยนเรื่อง 
               “ได้ยินมาว่าคุณน้ำหนักลด”
               “ทำไมข่าวเกอน้ำหนักลดถึงได้กระจายไปถึงพวกนายได้นะ มู่เฉิงล่ะสิ มิน่าช่วงนี้ทุกคนจึงโผล่หน้ามาให้เห็นบ่อยๆ เกอไม่ตายหรอกน่า!”
               “ทุกคนเป็นห่วงคุณไม่ใช่เหรอ?” หวังเจียซีเอ่ย เห็นคนกินน้อยคีบอาหารคำเล็กเข้าปาก
               เป็นคู่แข่งกันมานานปีย่อมรู้จักกันดีไม่น้อย ดังนั้นเขารู้ว่าอีกฝ่ายน่ะแม้จะเหมือนกินได้ทุกอย่าง แต่ก็เลือกกินมากเหมือนกัน
               “อันนี้…อร่อย” ตะเกียบสีดำตัดกับมือขาวเรียวนั้นยื่นมาตรงหน้า ทำให้หวังเจี๋ยซีเลิกคิ้วนิดๆ 
               “กินสิ” ท่านเทพเยี่ยกำลังป้อนเขา? แปลกเกินไปแล้ว 
               “คงไม่ได้วางแผนอะไรใช่ไหม?”
               “นายนี่…เกอไม่ได้ชั่วร้ายขนาดแกล้งเอาของไม่อร่อยให่นายหรอกน่า!” 
               “ใช่ว่าคุณไม่เคยทำ” หวังเจี๋ยซียิ้มอย่างขบขันกับคิ้วเรียวๆ ที่ขมวดเข้าหากันของอีกฝ่าย อ้าปากรับมาเคี้ยวแต่โดยดี
               อืม…ไม่ได้แกล้งจริงๆ ด้วย
               “อร่อยใช่ไหม? นายนี่มองเกอดีๆ หน่อยเถอะ เกอเป็นคนดี!” 
               ไร้ยางอายถึงขั้นชมตัวเองก็เป็นแล้ว…
               “ทานนี่อีก” เยี่ยซิวคีบเนื้อปลาส่งให้ ซึ่งกัปตันแห่งเวยเฉ่าก็ยอมกินแต่โดยดี
               อืม…ที่ยอมป้อนให้นายเนี่ย เพราะเกอกำลังต้องการเจอเด็กน้อยของนายนะ เกอไม่อยากรู้สึกผิดอ่ะ ป้อนอาหารตอบแทนแล้วกัน
               “คุณชิมอันนี้ เขาหมักได้ไม่เลว” หวังเจี๋ยซีคีบเนื้อหมูหมักซอสไปจ่อที่ปากแดง ซึ่งเยี่ยซิวก็กินอย่างว่าง่าย
               จากนั้นทั้งคู่ก็ผลัดกันป้อนไปมา อีกคนหนึ่งป้อนเพราะต้องการให้คนผอมกินเยอะๆ เพราะดูเหมือนว่าหากให้ทานเองเจ้าตัวจะอิ่มเร็ว แต่หากมีคนป้อนจะทานได้เยอะขึ้น ส่วนอีกคนป้อนเพราะมีเป้าหมาย
               แต่ทำราวกับคู่รักเสียเต็มประดา เล่นเอาพนักงานบริษัทที่มาทานมื้อเที่ยงข้างๆ อยากย้ายที่นั่ง!!




               “อิ่ม…ไม่ค่อยมีแรงเลย” เยี่ยซิวเอ่ยเบาๆ มองดูหวังเจี๋ยซีจ่ายเงิน และเดินกลับมาหาเขา 
               ขี้เกียจเดินด้วย…
               คิดแล้วก็ยื่นมือไปตรงหน้าอีกฝ่าย ซึ่งมายากรแห่งเวยเฉ่าเลิกคิ้วนิดๆ มองมือขาวเรียวนั้นอย่างแปลกใจ
               “ลากเดินหน่อย เกอไม่มีแรงแล้ว นายทำเกออิ่มก็รับผิดชอบด้วยเลยแล้วกัน” เรื่องโยนความผิดให้คนอื่นและเอาประโยชน์เข้าตัวนี่มหาเทพในตำนานผู้นี้ถนัดนัก
               หวังเจี๋ยซีส่ายหน้า รวบมือขาวนั้นไว้และออกแรงลากเบาๆ
               เป็นมือที่สวย ปลายนิ้วเรียวยาว เล็บตัดสะอาด ดูราวมือของนางแบบชั้นแนวหน้าของโลก
               “รอบข้อมือคุณเล็กลง” เอ่ยเบาๆ เมื่อไล้ปลายนิ้วมาถึงข้อมือเล็ก 
               “พวกนายนี่จริงจังกับขนาดข้อมือของเกอเกินไปแล้ว” เยี่ยซิวยิ้มเฝื่อน หลายคนที่มาพูดแบบเดียวกันเป๊ะ แค่ข้อมือเล็กลงนี่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ถึงต้องอัญเชิญมหาเทพมาดู?
               “ระวังคุณจะป่วย” เห็นคนผอมบางคนขี้เกียจเดิน และก้าวช้ามาก แถมยังก้มหน้าเหมือนจะซุกแผ่นหลังเขาได้แล้ว หวังเจี๋ยซีก็ถอนหายใจเบาๆ
               “ให้อุ้มไหม?” เขาถาม
               “อุ้ม? อา…ดีๆ เกอขี้เกียจเดินแล้วเหมือนกัน” เขาไม่อยากเปลืองแรง เขาแก่แล้ว! 
                กัปตันแห่งเวยเฉ่าส่ายหน้า ก่อนจะช้อนคนตัวผอมขึ้นมาเต็มอ้อมแขน ซึ่งอีกฝ่ายก็ว่าง่ายมาก ซุกหน้าลงกับอกอุ่นอย่างสบายอารมณ์ แล้วยังเอ่ยสั่ง
               “ก้าวช้าๆ ไม่ต้องรีบนะเจี๋ยซี”
               “คุณน้ำหนักลดลงสามกิโลฯ หรือสิบกิโลฯ กันแน่? ทำไมถึงเบาขนาดนี้” เหมือนอุ้มเด็กอ้วนที่ยังไม่โตสักคนมากกว่าจะเป็นคนอายุยี่สิบกว่าๆ
               ทำไมถึงได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้นะ!
               น่าเป็นห่วงเกินไปแล้ว!!”
               “มื้อเย็นคุณมาทานข้าวกับผมอีกแล้วกัน ชวนคนในทีมคุณกับมู่เฉิงมาด้วย ผมเลี้ยงเอง”
               “ได้!!” เยี่ยซิวตอบตกลงทันที มีของฟรีแบบนี้เขาชอบ! ช่วงนี้ต้องให้เงินไปกับการตั้งทีมแข่ง อะไรที่ประหยัดได้ก็ทำไปเถอะ แม้เฉินกั่วจะไม่ค่อยเครียดเรื่องเงินทองสักเท่าไหร่ แต่เยี่ยซิวที่ใช้ชีวิตกับจอมงกบางคนมานานก็ซึมซับความงกมาบางส่วนเหมือนกัน
               ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงร้านซิงซิน ลูกค้าบางตา หวังเจี๋ยซีจึงอุ้มอีกฝ่ายขึ้นชั้นสองได้โดยไม่น่าสงสัย
               “อ้าว…กลับมากันแล้ว นี่ทำไมนายไม่เดินเองให้เขาอุ้มมาทำไมย่ะ!” เจ้เฉินหรี่ตามอง เมื่อหวังเจี๋ยซีวางเยี่ยซิวลงบนโซฟา
               “คุณก็รู้…ผมกินอิ่มเกินไปแล้วไม่มีแรง ให้ต้าเหยียนอุ้มมาน่ะดีแล้ว มู่เฉิง?”
               “ไปกดน้ำกับโหรวโหรว เขาอุตส่าห์ยอมอุ้มนายกลับมายังไปล้อเลียนเขาอีก!!” ไร้ยางอายเกินไปแล้ว
               “เจี๋ยซีไม่โกรธหรอก เขาใจดี จริงสิเจ้านาย เดี๋ยวเจี๋ยซีจะเลี้ยงมื้อเย็นเราทุกคนล่ะ!”
               เฉินกั่วเหลือบตามองมหาเห่งเวยเฉ่าด้วยความรู้สึกขอบคุณ นี่เพื่อให้เยี่ยซิวยอมกินข้าวอีกฝ่ายจึงต้องเลี้ยงพวกเราทุกคน

               คนดี!! คนดีเกินไปแล้ว!

               “อ้าว…พี่กลับมาแล้วหรือค่ะ? จริงสิสองคนนี้มาหาคุณน่ะคะ” ซูมู่เฉิงบอกหวังเจี๋ยซี เบี่ยงตัวให้หนุ่มน้อยสองคนเดินเข้ามา
               “กัปตัน” เสียงทุ้มนุ่มนวลนี้เป็นของเกาอิงเจี๋ย อนาคตผู้สืบทอดของหวังเจี๋ยซี และข้างๆ นั่นก็เด็กน้อยเพื่อนสนิทของเขา 
เฉียวอี้ฟาน
               ซึ่งคนหลังนี่พุ่งมาหาเยี่ยซิวทันที
               “ท่านเทพ…คุณไม่ทานข้าวเหรอครับ ไม่ดีนะครับ เดี๋ยวเสียสุขภาพได้ อ้ะ ผมซื้อผลไม้มาให้คุณเยอะแยะ ปอกเรียบร้อยแล้ว หากไม่ชอบทานข้าว ทานของพวกนี้ก็ได้นะครับ” เฉียวอี้ฝานส่งถุงใบใหญ่ที่ข้างในเป็นกล่องกักเก็บอุณหภูมิให้เยี่ยซิว พอเปิดออกก็เห็นผลไม้หลายชนิดปอกเปลือกและวางไว้เป็นระเบียบ
               “เด็กดีจริงๆ เลย…เสี่ยวเฉียว” เยี่ยซิวยิ้มลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
               “นายอุตส่าห์หิ้วเจ้านี่มาจากปักกิ่งเพื่อให้เขา?” เกาอิงเจี๋ยมองอย่างเหลือเชื่อ อี้ฟานถนอมเจ้าถุงนี้อย่างกับอะไรดี ไม่ให้เขาช่วยถืออีก? เพื่อเอามาให้ท่านเทพเยี่ย?
               ดวงตาที่มองเยี่ยซิวนั้นคล้ายฉายแววเป็นศัตรู ซึ่งเยี่ยซิวก็เลิกคิ้วและยิ้มบางกลับ 
               เหอะๆ เกอไม่ใช่เจี๋ยซีที่เห็นนายเป็นผู้สืบทอด เพราะฉะนั้นเด็กอย่างนายเกอไม่สนใจ!!
               “ลองชิมดูนะครับ” เห็นดวงตาละห้อยแบบนั้นเยี่ยซิวก็จิ้มเข้าปากไปหลายชิ้น เฉียวอี้ฟานจึงยิ้มตาหยี
               ท่านเทพเยี่ยช่วยชี้แนะให้เขา ซ้ำยังดูแลเขาในเซิร์ฟเวอร์สิบกับในอาณาจักรทวยเทพอย่างดี มองเห็นตัวตนของเขาที่ทุกคนมองข้าม แค่นี้ก็ดีมากแล้วสำหรับคนอย่างเขา 
               เพราะฉะนั้นตอนได้ข่าวว่าอีกฝ่ายน้ำหนักลด เฉียวอี้ฟานจึงไปหาซื้อผลไม้ที่บำรุงสุขภาพมาและตื้อขอเพื่อนสนิทมาด้วย
               “เสี่ยวเฉียวเด็กดีๆ” เฉียวอี้ฟานชอบให้ท่านเทพเยี่ยลูบหัว รู้สึกดี…เหมือนอีกฝ่ายให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน
               ซึ่งหากเด็กน้อยแสนซื่อคนนี้ไปพูดให้ใครฟังย่อมไม่มีคนเชื่อสักคนแน่นอน!!

               มหาเทพเยี่ยอบอุ่น? อ่อนโยน?
               โลกก็ถึงกาลวิบัติแล้ว!!

               “คนนี้? อ๋อๆ” ถังโหรวที่เคยลงดันเก็บสถิติกับอีกฝ่ายบ่อยๆ ย่อมจำได้ทันทีว่านี่คืออี๋ซุ่นฮวย 
               “อี้ฟาน…นายนั่งก่อน” เกาอิงเจี๋ยมองรอยยิ้มเจิดจ้าของเพื่อนด้วยความขัดใจ พอได้ข่าวว่ามหาเทพเยี่ยน้ำหนักลด อี้ฟานก็กังวล พอได้มาเจอก็ยิ้มแป้น เห็นแล้วไม่ชอบเลย
               รอยยิ้มสดใสนี้…ควรเป็นของเขาคนเดียว!
               เทพบางคนช่างหว่านเสน่ห์เหลือเกิน!

               “มู่เฉิง วันนี้เธอไม่มีซ้อมเหรอ?”
               “ฉันซ้อมช่วงค่ำติดดึกโน่นค่ะ ก็ซุนเสียงมีถ่ายโฆษณา วันนี้เลยเลื่อนเวลาซ้อม”
               “อ๋อ…งั้นมาทานมื้อค่ำกับฉัน วันนี้หวังเจี๋ยซีเป็นเจ้ามือ! เดี๋ยวเราชวนเปาจื่อมาด้วย!” 
               “ทีมคุณอีกคนเหรอ?” หวังเจี๋ยซีเอ่ยถาม อ้าปากกินผลไม้ที่เยี่ยซิวป้อน ไม่สนใจลูกทีมสองคนที่เหมือนจะนิ่งค้างราวเครื่องคอมโดนไวรัสไปแล้ว

               กัปตัน? มหาเทพเยี่ย?
               ป้อน??
     
               นี่มันอะไรกันเนี่ย!! เหมือนพวกเขามารับรู้ความลับที่ไม่ควรรู้เข้าเลย!!
               
               “อา ใช่ๆ สนใจอยากลองฝีมือไหมล่ะ? ฝึกผู้สืบทอดของนายหน่อย เอาอันนั้น” เยี่ยซิวชี้บอก ซึ่งกัปตันแห่งเวยเฉ่าก็หยิบชิ้นที่ว่าป้อนให้อีกฝ่ายแต่โดยดี
               สามสาวเห็นเรื่องนี้เป็นปกติไปเสียแล้ว โดยเฉพาะซูมู่เฉิง พี่เป็นพวกไม่ชอบกินเอง อีกอย่างพี่ชายก็เป็นคนฝังนิสัยนี้ให้พี่กับตัว
                ดังนั้นเธอชิน!
               ส่วนเฉินกั่วกับถังโหรวก็ชิน เพราะเคยเห็นฉากนี้มาแล้ว เมื่อเช้าอวี้เหวินโวก็ป้อนอีกฝ่ายแบบนี้เหมือนกัน
               “คุณไม่ยอมให้เล่นกันฟรีๆหรอก ต้องการอะไรก็ลองเขียนมาแล้วกัน” รู้จักกันมาขนาดนี้ย่อมคาดการณ์นิสัยอีกฝ่ายได้อยู่แล้ว
               “อิงเจี๋ย อี้ฟาน คุณมาลองดู ส่วนสาวน้อยท่านนี้…PK กันสักหน่อยไหมครับ?” หวังเจี๋ยซีถามถังโหรว
               “ค่ะ!” สาวน้อยพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน จากนั้นแต่ละคนก็นั่งประจำเครื่อง เยี่ยซิวขยับยิ้มถูกใจ ร่างรายการวัตถุดิบที่อยากได้ไปให้ แล้วก็ส่ง QQ คุยกับเฉียวอี้ฟานไปด้วย

               เอ…วันนี้ก็นับว่าคุ้มค่าอีกวัน
               หึๆ


พี่หวังงงงง พี่เป็นคนดีจริงๆ
ส่วนอิงเจี๋ยจ้ะ ระวังฟานฟานของนายไว้ อย่าให้ตกหลุมมหาเทพ 5555
สถานีต่อปายยยยยย...คนแมนต้องมา!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #37 UNGUAN339dry (@UNGUAN339dry) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:18
    กำลังคิด...คิดนะว่าทั้งหมดนี่เป็นเเผนพี่เยี่ยใช่มั้ยยยยยยยยยยยยยย ! ทำไมถึงมีแต่ได้กับได้ และดูจากตอนถัดๆมาท่านอวี้มองออกตั้งแรกแรกเลยสินะ มองออกตั้งแต่แรกเลยใช่มั้ยคะ !
    #37
    0
  2. #36 Yume_Sorachi (@Loveanime14) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 21:53
    รออยู่นะคะะะ
    #36
    0
  3. #33 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 19:07
    โครตข้าวใหม่ปลามัน!
    #33
    0
  4. #31 hoshinoai (@hoshinoai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 23:49
    นี่มันดูเป็นคู่รักที่สุดแล้วค่ะ/ทุบโต๊ะ พี่หวังเอาลูกมาล่อ ร้ายกาจมาก สมกับเป็นมหาเทพ(?)
    #31
    0
  5. #30 ChubbyOwl (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 22:13
    อี้ฟานเห็นเยี่ยซิวเป็นแม่เหรอลูกกก ฮ่าๆ
    ตอนหน้าพี่หานใช่ไหมคะ
    #30
    0
  6. #29 ShamanWcat (@ShamanWcat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 22:01
    พี่เขาละมุนละมุดมากค่ะ ง้อยยยยย ดีต่อใจ พี่เยี่ยล่อลวงกิ๊กเด็กอีกเเล้ว555555
    #29
    0
  7. #28 เดฟฟาเดล (@11636) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:41
    พี่หวังงงงง พี่ละมุนละไมมากเลยค่ะ ฮืออออ ตอนป้อน ตอนอุ้ม แถมยังป๋าเลี้ยงอาหารทั้งหมดอีก คนดี คนดีเกินไป
    เกาอิงเจี๋ย เสียใจด้วยนะ เพราะเพื่อนนายตกหลุมท่านเทพเยี่ยไปแล้ว ไม่สนใจนายแล้ว 5555
    รอตอนต่อไปค่าาาาา
    #28
    0
  8. #27 Night ☪ Mirage (@yuki37) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 20:35
    อิงเจี๋ยเฝ้าเพื่อนดีๆ เดี๋ยวอี้ฟานสนใจพี่เยี่ยแล้วไม่แลนายนะ! 5555

    พี่หวังคนดียยย อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอะ ฮรืออ
    ชอบตอนป้อนอะ พาร์ทพี่หวังมีความละมุน /////
    #27
    0