ตอนที่ 2 : รอบที่2 คนเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 313 ครั้ง
    1 พ.ค. 61

 

            ผมทำตัวเป็นตัวขี้เกียจอย่างเต็มภาคภูมิ ตื่นมาหาอะไรกินแล้วนอนกลิ้งเล่นมือถือ สลับไปมาอยู่แบบนี้จนกระทั่งครบกำหนดวันที่ผมบอกริว ส่วนเรื่องซันผมโทรไปหามันแล้ว โดนเทศน์ไปอีกหนึ่งชุดใหญ่แถมสั่งเด็ดขาดว่าวันนี้ผมต้องไปเรียน ไม่เช่นนั้นมันจะบุกมาถึงห้อง

 

            อีกเบอร์นี่สิที่น่ากังวล บันทึกชื่อไว้ว่า ป๋าซึ่งไอ้ป๋าที่ว่าผมโคตรมั่นใจพันเปอร์เซ็นต์เลยว่าต้องเป็นเจ้าพ่อมาเฟียที่ผมหลวมตัวไปนอนด้วยแหง เอาไงดี กำหนดใช้เงินใกล้เข้ามาแล้ว หวังพึ่งเงินที่ลูเซียสให้ต่อไปก็ไม่ได้ ผมต้องหาเพิ่ม สงสัยคืนนี้คงต้องทำงานจริงๆ

 

            เรื่องร่างกายกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนเดิมแล้ว ผลจากประสบการณ์ที่ผ่านมาและการดูแลตัวเองของผม อย่างว่า ทำงานแบบนี้ต้องดูแลสุขภาพมากกว่างานอื่น

 

            ร่างเพรียวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ฉีดน้ำหอมแถวซอกคอกับข้อมือ เซตผมใส่นาฬิกาเป็นอันเสร็จ หอที่ผมอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก มีห้องน้ำในตัว มีระเบียงเล็กที่แค่ยืนยังอึดอัด ภายในห้องสี่เหลี่ยมมีเตียงหนึ่งหลัง กับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับวางอุปกรณ์ประทินโฉมของผม ซึ่งพวกของมีราคาทั้งหลายอย่างน้ำหอม นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าตังแบรนด์เนม เสื้อผ้ามียี่ห้อ ทั้งหมดผมไม่ได้เป็นคนซื้อเอง เป็นพวกลูกค้าซื้อมาเพื่อมัดใจผมทั้งสิ้น

 

            ของฟรีมาผมรับไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว แต่ไม่ผูกมัดตัวเองกับใครแน่ การทำแบบนั้นรังแต่จะสร้างปัญหาให้ตัวเอง ที่ผ่านมาผมหาทางรอดให้ตัวเองได้เสมอ หวังว่าคราวนี้ก็เช่นกัน แม้ลึกๆ ในใจ มันมีลางสังหรณ์ว่างานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด

 

            สะบัดหัวไล่ความคิดไม่เป็นมงคล กับอีแค่เด็กไซด์ไลน์คนหนึ่ง หัวหน้ามาเฟียคนนั้นคงไม่ให้ความสนใจอะไรมากหรอกมั้ง...

 

            เลิกคิดใช้ชีวิตตามปกติดีกว่าเรา ผมพึมพำอยู่คนเดียวหน้ากระจก คว้ากระเป๋าตังกับมือถือเดินออกจากห้อง นั่งรถเมล์ไปมหาลัย

 

            สิ่งที่เจอไม่ต่างจากที่คิดเท่าไหร่ ซันยืนรอหน้ายักษ์อยู่หน้าคณะ ลากคอผมไปซักสารพัด มีหรือผมจะบอก บ่ายเบี่ยงพูดไปเรื่อยจนริวมันยื่นมือเข้ามาช่วยให้รอดพ้นจากการโดนเค้นคอ พอเข้าห้องเรียนไปเจอหน้าอาจารย์ โดนด่าพร้อมหักคะแนนเสร็จสรรพ

 

            ผมอาศัยรูปร่างหน้าตาตัวเอง เข้าหาเพื่อนร่วมสายถามหางานที่คั่งค้างช่วงที่ผมไม่อยู่เกือบอาทิตย์ พิมพ์ข้อมูลทั้งหมดเอาไว้ในโทรศัพท์ วิ่งหากลุ่มที่เป็นเด็กเรียนหน่อยแล้วเสนอตัวทำงานกลุ่มด้วย ไม่ใช่ผมคิดจะเกาะหรอกนะ แค่กลุ่มเด็กเรียนเขาแบ่งงานกันทำ ไอ้พวกกลุ่มอื่นโยนกันไปโยนกันมา จะปั่นก็ตอนไฟลนก้น ผมยิ่งไม่มีเวลาอยู่ ขืนเป็นแบบนั้นไม่ต้องเอาหรอกคะแนนงาน

 

            หลังรับงานส่วนของตัวเองจากเพื่อนร่วมกลุ่มเรียบร้อย เลิกเรียนผมออกจากคณะ นั่งรถในมหาลัยไปซื้ออุปกรณ์มาทำงานส่ง ลบรายการทิ้งไปทีละอย่างสองอย่าง พยายามเร่งทำให้เสร็จในวันเดียว ระหว่างนั่งทำริวมันเลิกเรียนลงมาพอดี ผมเลยลากคอให้มันมาช่วยเป็นลูกมือทำงานซะ

 

            มิท กูถามจริง มึงทำงานอะไรกันแน่มันถามเสียงจริงจัง ผมเหล่มองไม่คิดบอก

 

            อย่างที่มึงรู้ กูไม่ได้ค้ายาแล้วกันไม่ต้องห่วง

 

            พูดพลางตบบ่ามัน ริวปัดมือผมออกสีหน้าไม่เบื่อหน่าย ผมเข้าใจว่ามันเป็นห่วง แต่เรื่องบางเรื่องบอกไม่ได้จริงๆ อย่างเรื่องผมทำงานไซด์ไลน์พวกเพื่อนจะคิดยังไง แน่นอนว่ามันไม่รังเกียจ แต่พวกมันต้องซักไซ้ผมแน่ว่าต้องการเอาเงินไปทำอะไร ถึงขั้นใช้วิธีนี้ในการหาเงิน ดังนั้นผมเลยตัดปัญหา บอกริวว่าตัวเองทำงานร้านเหล้าตอนกลางคืนเพื่อส่งตัวเองเรียนพอ ส่วนซันไม่ต้องบอกอะไรสักอย่าง ป้องกันไม่ให้ความเป็นห่วงเพื่อนมากเกินไปของมัน มาทำให้เรื่องราวมันยุ่งยากไปกว่าเดิม

 

            สองคนนี้ไม่น่าเป็นห่วง ที่น่ากังวลคือวาต่างหาก หมอนั้นรู้จักผมพร้อมกับซัน ทั้งที่ไม่ค่อยได้คุยด้วยแต่ดูเหมือนมันจะรู้ทันผมดีเหลือเกิน โชคดีที่มันโดนดีดไปอยู่เหนือ ไม่งั้นสิ่งที่ผมเก็บไว้โดนมันซักจนหมดเปลือกแน่

 

            เหม่ออะไรของมึง งานเสร็จแล้วไม่เอาไปส่งรึไง

 

            เสียงทักจากหนุ่มผิวขาวเพราะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นดึงผมออกจากภวังค์ ก้มมองงานตัวเอง ทำเสร็จตอนไหนไม่รู้เรื่อง

 

            “’งั้นกูเอางานไปส่งจารย์ก่อน

 

            สั่งเสร็จผมหอบหิ้วงานตัวเองขึ้นตึกคณะไปส่งงาน โชคดีปีหนึ่งส่วนใหญ่เป็นวิชาพื้นฐาน งานเลยไม่ยากอะไร พอส่งเสร็จลงมาที่โต๊ะเดิม เห็นซันนั่งหัวโด่รออยู่ที่โต๊ะ ผมเดินเข้าไปนั่งประจำที่ โบกมือทักทายคุยกับคนนู้นคนนี้ไปเรื่อย ทำไงได้ คนมันหน้าตาดีแถมยังมนุษยสัมพันธ์ดี เลยเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน

 

            ความจริงคือ ผมทำงานกลางคืน อาศัยคารมตัวเองรู้จักพวกเที่ยวกลางคืนหลายคน ทีแรกว่าจะชวนคุยเล่นๆ ต่อมากลายเป็นแนะนำตัวกับเพื่อนของเพื่อน คนนั้นรู้จักคนนี้ คนนี้รู้จักคนนั้น เล่าเรื่องระบายสิ่งที่คิด บางคนถึงขั้นมาปรึกษาปัญหาชีวิต ปัญหาหัวใจ เพราะเห็นว่าผมเป็นคนนอกน่าจะตอบได้ดีกว่า กลายเป็นว่าผมรู้จักชาวบ้านเขาไปทั่ว แถมยังรู้เรื่องคนอื่นซะเยอะ

 

            เรื่องไซด์ไลน์นี่ไม่ต้องห่วง ไม่มีเพื่อนคนไหนในมหาลัยรู้ ต่อให้รู้ก็ไม่คิดปากมากแน่ ในเมื่อผมก็รู้เรื่องลับๆ ของพวกมันเยอะเหมือนกัน ที่สำคัญ เวลาผมรับแขก จะเลือกพวกที่ห่างไกลกับมหาลัยป้องกันปัญหาตามมาในภายหลัง อาจเป็นสเปคตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ผมชอบคนมีอายุมากกว่า พวกนี้กระเป๋าหนัก ฐานะมั่นคง ต่อให้หลอกเอาเงินก็ไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่

 

            มึงนี่รู้จักคนเขาไปทั่วเลยนะหนุ่มเถื่อนหรี่ตามอง ผมหัวเราะย้ายที่ไปนั่งกอดคอมัน

 

            อะไรกัน มึงยังโกรธที่กูไม่ยอมรับสายอีกเหรอ ไม่เอาน่าซันนี่ น้อยใจป๋าที่ไม่สนใจรึไง

 

            นิ้วเรียวจิ้มแก้มสาก ซันปัดมือผมออก ท่าทางขยะแขยงเต็มกำลัง ระวังเถอะสักวันมึงจะได้เมียเป็นผู้ชาย ทำมารังเกียจกูไปได้

 

            ไปไกลๆ ตีนกูมิท

 

            เอ้า ไกลก็ไกล วามันไปเหนือแล้วใช่มั้ย งี้มึงจะเอาไงต่อ อยู่บ้านญาติมันต่อปะขยับมานั่งห่างจากเท้ามัน ส่วนวิธีเอาตัวรอดที่ง่ายที่สุดคือ ชวนมันคุยเปลี่ยนเรื่องแม่ง

 

            ไม่ว่ะ ถึงเขาจะบอกไม่เป็นไร แต่กูเกรงใจอยู่ดี

 

            แล้วมึงจะไปอยู่ไหน ให้กูช่วยหาห้องให้มะถามพลางนึกไปด้วยว่ามีหอพักแถวไหนน่าอยู่บ้าง เพื่อนซันดันส่ายหัว

 

            ไม่เป็นไร กูได้ห้องแล้ว มึงจำปอนด์ไอทีที่เจอกันวันนิเทศได้ปะ มันกำลังจะย้ายจากหอในไปอยู่กับพี่ชาย เลยให้กูไปเสียบแทน

 

            ปอนด์ไอที ภาพเด็กหนุ่มหน้าอ่อนกว่าวัยโผล่เข้ามาในห้วงความคิดทันที จนป่านี้ผมยังไม่เข้าใจ หนุ่มมาดเถื่อนนิสัยหยาบคายมันไปสนิทกับปอนด์ที่ดูใสซื่อไร้พิษสงได้ยังไง ถ้าไม่ใจเพราะฟ้าเห็นใจซันที่มีแต่เพื่อนนิสัยน่าถีบ คงเป็นนรกลงโทษปอนด์ต้องมาเจอคนอย่างซัน ผมคิดขำๆ

 

            ดีแล้ว ขอให้มึงเจอรูมเมทเป็นเกย์

 

            ซันหันขวับง้างมือหมายตบหัวผมทิ่ม หลบสิรออะไร

 

            ไอ้มิท ปากหมา!” ผมแลบลิ้นใส่ หัวเราะเยาะมัน วิ่งหนีไปทางริวที่เพิ่งกลับมาจากการซื้อน้ำ ผมโบกมือลาพวกมันทั้งคู่

 

            กูไปก่อนนะ เดี๋ยวต้องเตรียมตัวทำงานอีก

 

            เออ ระวังด้วยล่ะ มีอะไรโทรเรียกกูนะริวพยักหน้ารับ ปลงแล้วเลิกคิดจะถามมัน เอาไว้ถ้ามันจะบอกเดี๋ยวมันก็บอกเอง ฝั่งซันไม่ยอมง่ายแบบนั้น เจ้าตัวลุกหมายจะลากคอเพื่อนผู้มากความลับมาคุยให้รู้เรื่อง ผมรีบเผ่น วิ่งออกจากตรงนั้นขึ้นรถกลับหอมาเปลี่ยนชุดท่องราตรี

 

            ชุดที่ผมชอบใส่จะเป็นพวกเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสารพัดสีเรียงอยู่ในตู้ แบ่งเป็นโซน สีทึบจะอยู่ฝั่งซ้าย พวกสีสดใสจะเป็นสีอ่อนอยู่ฝั่งขวา ริมสุดคือสีขาว ส่วนกางเกงจะเป็นพวกขายาวอย่างยีนเอวต่ำเป็นต้น รองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนัง ใส่เที่ยวจัดเป็นสัดส่วน

 

            บนโต๊ะเครื่องแป้งมีพวกครีมทาผิว ทาหน้า เจลเซตผมและขวดน้ำหอมราคาแพง เครื่องประดับส่วนใหญ่จะเป็นพวกเงิน อืมม ผมเจาะหูด้วยนะ ด้านขวารูเดียว แต่ฝั่งซ้ายสามรูเรียงขึ้นบน ใส่ต่างหูหัวกลมธรรมดา ไม่คิดจะระเบิดหู เพราะมันไม่ค่อยเหมาะกับลุคของผมสักเท่าไหร่

 

            หลังเปลี่ยนร่างอยู่หน้ากระจกเสร็จ ได้เวลาออกหากิน หึหึ

 

            ผมเลือกร้านประจำ ด้วยความที่ชอบร้านนี้มากเป็นพิเศษ บรรยากาศในร้านออกไปทางผู้ใหญ่ ไม่เปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม แต่เปิดเพลงจังหวะสนุกคลอแทน เหมาะสำหรับมานั่งดื่มชิวๆ กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน ทำให้ไม่ค่อยมีวัยรุ่นมาเท่าไหร่ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีสำหรับผม

 

            เด็กหนุ่มวัยรุ่นเป้าสายตาของใครหลายคนเดินมานั่งตรงบาร์ สั่งเครื่องดื่มจิบพลางสอดส่องสายตามองทั่วร้าน รอไม่นานก็มีชายคนหนึ่งเดินมาขอชนแก้วชวนคุย เลี้ยงเครื่องดื่ม มองสบตาเป็นอันรู้ว่าต้องการอะไร ผมมองสำรวจแวบหนึ่งพอรู้ว่าอีกฝ่ายมีฐานะไม่เลว แถมยังเจนจัดซะด้วย

 

            ร่างโปร่งของอีกฝ่ายขยับเข้ามาชิดแบบเนียนๆ มือเลื่อนมาโอบเอวยิ่งคุยนานยิ่งเลื่อนไปแถวสะโพก ดวงตาพราวระยับบ่งบอกความต้องการ จังหวะที่ผมกำลังจะตอบตกลงไปต่อกันด้านนอก เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างตัว

 

            มาร์ตินี่...

           

            รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันที ร่างกายแข็งทื่อจนว่าที่ลูกค้ามองอย่างสงสัย เสียงทุ้มแหบแบบนี้ผมจำลึกในสมองไม่มีทางลืม

 

            พี่ชาย รู้สึกว่าผมไม่ว่างแล้วล่ะ เอาไว้วันหลังนะผมรีบกลับคำ วางเงินค่าเหล้าแล้วลุกพรึบผละจากตรงนั้นเหมือนเจอผีไม่สนใจเสียงเรียกของว่าที่ลูกค้า บอกเลยว่าซวย ซวยมาก!

 

            สองเท้าจ้ำหนีไม่ทันเห็นสายตาของคนสั่งเครื่องดื่มว่ามองตามหลังตนอย่างหมายมาดแค่ไหน รู้สึกเพียงแค่ว่า จู่ๆ ขนทั่วร่างพร้อมใจกันลุกซู่ สมองคิดเร็วจี๋ ออกประตูหน้าไม่ได้ชัวร์ ต้องไปประตูหลัง ตัดสินใจได้ดังนั้น อาศัยความสนิทกับเจ้าของร้านเดินผ่านพนักงานออกทางด้านหลัง มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง จังหวะจะหันไปทางซ้าย ฝีเท้าชะงักกึก มองไล่จากชุดสูทราคาแพงเงยหน้าขึ้นบน

 

            สายันต์สวัสดิ์มิทรี่...ไม่ได้เจอกันหลายวันเลยนะ

 

            ร่างสูงในชุดสูทสีทึบสมฐานะมาเฟียตัวเอ้ สุดแสนจะร้ายกาจ รอยยิ้มมุมปากประดับใบหน้าหล่อเหลาให้ยิ่งดูดีไปพร้อมๆ กับความอันตรายที่เจ้าตัวไม่คิดจะกักเก็บเลยสักนิด ผมมองภาพนั้นกลืนน้ำลายอึก กัดฟันตอบสมองคิดหาทางหนี

 

            สายันต์สวัสดิ์

 

            ร่างเพรียวขยับถอยเว้นระยะห่างแบบที่หากมีอะไรสามารถเผ่นได้ทันที พลางคุมเชิงจ้องเขม็งใส่

 

            หืมม ไม่ต้องระแวงขนาดนั้นหรอกหน่า ฉันมาดีนะเสียงหัวเราะทุ้มต่ำเยือกเย็นในคอ ดวงตาหลุบต่ำมองท่าทางเหมือนลูกสัตว์กำลังหวาดระแวงนายพราน รู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ยังหันมาแยกเขี้ยวขู่ ยิ่งชวนให้น่าล่ามากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

           

            ต้องการอะไรผมถามเสียงห้วนทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากตัวเอง อย่างน้อยๆ ขอคุยประวิงเวลาหาทางหนีหน่อยเถอะ ไม่ชอบจริงๆ พวกมาเฟีย ให้ตายสิ

 

            ก็แค่อยากมาชวนไปกินข้าวเท่านั้นเอง เธอเล่นมองฉันแบบนี้ห่างเหิงจังนะ...ใจร้ายจริงๆ ฉันว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเธอไม่ใช่หรือไง?”

 

            อยากถุยน้ำลายใส่หน้า วาจาไม่เข้ากับการกระทำเลยสักนิด สืบเท้าเข้าหาแผ่รังสีคุกคามเต็มที่จนผมถอยหลังจะชิดกำแพงอยู่แล้ว อยู่ต่อไปไม่ดีแน่ ต้องรีบเผ่น ผมหมุนตัววิ่งหนีเข้าซอยหนึ่งทันที แม้จะตงิดใจอยู่บ้างที่อีกฝ่ายเหมือนจงใจไล่ต้อนผมมาทางนี้ แต่ทำไงได้ มันเหลือช่องให้วิ่งอยู่เส้นทางเดียว

 

            ตามไป

 

            คนสั่งเอ่ยเสียงเรียบ ลูกน้องสามคนวิ่งไล่ต้อนเด็กเพียงคนเดียว ผมได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลัง ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าผมงานเข้าขั้นรุนแรง

 

            โธ่เว้ย! ทำไมชีวิตกูซวยขนาดนี้เนี่ยได้แต่บ่นอุบด่าทอชะตากรรมอันน่าเศร้าของตัวเอง แล้วพุ่งเลี้ยวขวาตรงทางแยก ฉับพลัน วงแขนใหญ่ที่รอท่าไว้อยู่แล้ว ตวัดเอวเล็กของร่างเพรียว ยังไม่ทันได้หือได้อืออะไร ก็ถูกจับโยนใส่รถที่แล่นผ่านมาตรงหน้าพอดีสมกับที่คำนวณเอาไว้ล่วงหน้า เพราะแม้แต่หน้าเจ้าของวงแขนที่อุ้มโยนยังไม่ทันได้เห็นด้วยซ้ำ

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากจนผมตามไม่ทัน รู้ตัวอีกทีตัวเองมานั่งอยู่เบาะหลังรถคันหรู

 

            วิ่งเล่นสนุกมั้ย?” วาจาที่ฟังดูคุกคามเอ่ยถามด้วยแววตาพราวระยับ คนขับบังคับรถขึ้นทางด่วนแบบไม่มีช่องทางให้หนี

 

            ผมนั่งบื้ออยู่กับที่ พอสมองประมวลผลทันเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายไปในทันที นั่งเอนเบาะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหล่มองไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพสะท้อนคนที่ตัวเองกังวลกำลังจ้องมาทางผมเหมือนจะกลืนกินไปทั้งตัว อยากหนีความจริงเป็นบ้า สุดท้ายผมก็หนีไม่รอด

 

            เจ้าของแผนการ พอเห็นผมไม่ถามเลยเปลี่ยนเป็นยื่นน้ำส่งให้ด้วยรอยยิ้มขำขัน ผมรับน้ำมากระดกอย่างเสียไม่ได้ ฝ่ายร่างสูงจิบแชมเปญไปพลางมองผมที่นั่งหน้าหงิกไปพลาง จ้องกันขนาดนี้ผมคงพูดได้แค่ประโยคเดียว

 

            คิดค่าบริการเหมือนเดิมนะ

 

            เกิดความเงียบไปชั่วขณะ คนฟังหัวเราะในลำคอเจือความพึงพอใจ

 

            3 เท่าของค่าตัวปกติเจ้าตัวพูดราวกับว่านั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ชิ หมั่นไส้ไอ้คนมีเงิน กะอีแค่ไม่กี่หมื่นคงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งอีกฝ่ายร่วงหรอก

 

            อยากให้เวลายืดยาวออกไปสักสิบปี แต่ความจริงมันโหดร้าย รถคันหรูเลี้ยวเข้าตึกคุ้นตา ผมถูกพาขึ้นมาห้องเดียวกับรอบก่อน

 

            อาบน้ำก่อนมั้ย

 

            ใครสั่งใครสอนให้ถามด้วยน้ำเสียงออกคำสั่งแบบนี้ ผมได้แต่พยักหน้า หยิบผ้าขนหนูที่ถูกเตรียมไว้เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างตัวจนสะอาด ก่อนสวมเสื้อคลุมอาบน้ำเดินออกมา เห็นร่างสูงนั่งเอนกายบนโซฟา สูทตัวนอกถูกถอดโยนทิ้งไปอีกทาง ดวงตาคมจ้องมองผมอย่างอารมณ์ดี มือหนึ่งคีบบุหรี่ปล่อยควันขาวให้ล่องลอยไปในอากาศ โดยมีแก้วเหล้าวางไว้ที่โต๊ะเล็กด้านข้าง ห้องสลัวด้วยแสงไฟสีนวล

 

            เจ้าของห้องกระดิกนิ้วเรียกเข้าไปหา ผมที่ทำใจในห้องน้ำไปแล้วว่าต้องรับศึกหนัก เดินลากขาเข้าหาอีกฝ่าย วงแขนแกร่งตวัดรั้งจนผมขึ้นไปนั่งบนตัก ตัวผมก็ไม่ได้เล็ก คุณท่านมาเฟียเล่นคว้าง่ายดายอย่างกับผมเป็นตุ๊กตายัดนุ่น

 

            ในความคิดของร่างสูง กลิ่นหอมสบู่โชยมาอ่อนๆ ดีกว่ากลิ่นน้ำหอมเป็นไหนๆ สัมผัสนุ่มของสะโพกมนสวยที่นั่งตักกว้างชวนให้รู้สึกดียิ่ง มือหนายกลูบไล้อย่างเผลอไผล

 

            ทำไมคุณถึงถูกใจผมล่ะ ระดับอย่างคุณ มีคนแจ่มๆ กว่าผมมาให้เลือกแทบไม่หวาดไม่ไหวไม่ใช่เหรออดไม่ได้ที่จะถาม ผมหน้าตาดีหุ่นดีก็จริง แต่ไม่ถึงกับที่สุด ยังมีคนอีกมากที่ดูดีและน่าจะตรงสเปคร่างสูงมากกว่า หรือผมควรหาคนมารับกรรมแทนดี น่าสนใจ

 

            ความถูกใจต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ? อีกอย่าง...ฉันเชื่อสัญชาตญาณของฉันมากกว่าคนตอบเอ่ยด้วยรอยยิ้มแฝงความร้ายกาจ ใบหน้าหล่อคมเชิดขึ้นน้อยสมสายเลือดมาเฟียที่ไม่ใช่แค่เพียงทายาท แต่มันคือสิ่งที่เขาโดนเคี่ยวเข็ญและฝึกฝนอย่างหนักเพื่อแก๊งและครอบครัว เรื่องพวกนี้ผมเพิ่งมารู้เอาหลังจากนั้นเกือบปี

 

            หัวใจกระตุกวูบ ทั้งกลัวและตื่นเต้นกับท่าทางของร่างสูง มันแฝงความโหดร้าย เลือดเย็น มั่นใจในอำนาจ เป็นพวกที่อยากอยู่ให้ห่างมากที่สุด พวกมาเฟียเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรต้องได้ สามารถทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมาโดยไม่สนว่าใครจะสูญเสียไปเท่าไหร่ ผมเม้มริมฝีปาก

 

            เขาเชยคางมนขึ้น นัยน์ตาสีเข้มจัดจับจ้องใบหน้าสวยปนหล่อของเด็กที่พามา ราวกับมองทะลุลึกถึงความคิดไม่ใช่เพียงรูปกายภายนอก ก่อนโน้มลงแนบริมฝีปาก เม้มให้กลีบปากเผยอขึ้นก่อนสอดลิ้นเข้าไปดื่มด่ำอย่างกระหายหิว รสจูบเจือกลิ่นบุหรี่กับเหล้ามันทั้งขมปนหวาน ไม่ต่างจากสิ่งเสพติดอันตราย

 

            ฝ่ามือหยาบจากการจับอาวุธลูบไล้สะโพกมนลากลงไปถึงข้อเท้า ก่อนจะลูบขึ้นถลกชายชุดคลุมอาบน้ำมากองที่เอวเผยขายาวกำลังดี ไม่เรียวบางอย่างผู้หญิง และไม่หนาใหญ่อย่างพวกออกกำลัง

 

            เวลางานของผมเริ่มแล้ว มือปลดเข็มขัดรูดซิปใช้มือคลึงส่วนร้อนอย่างรู้งาน ก่อนจะผละจูบออกเคลื่อนกายลงคุกเข่าบนพื้นทำหน้าที่ของตัวเอง สัมผัสร้อนคละกับความเย็นจากมุก หูได้ยินเสียงครางต่ำอย่างพึงพอใจ มือหนาขยี้บุหรี่ทิ้งแล้วยกแก้วเหล้ากระดกผ่อนคลายความตึงเครียดที่ได้รับจากงานมาทั้งวัน

 

            ในใจของร่างหนากำลังนึกถึงคนตรงหน้า หลายวันที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่มองคนอื่น แต่ไม่มีใครเข้าตาเลยสักคนจนตัวเองยังหงุดหงิด สุดท้ายก็ต้องไปเอาเจ้าเด็กคนเดิมกลับมาได้สิน่า ดวงตาทอดมองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มาเฟียตัวร้ายวางแผนซับซ้อนไว้หลายชั้นเพื่อไล่ต้อนศัตรูของตน มาคราวนี้กลับครุ่นคิดที่จะยึดตัวร่างเพรียวไว้เพียงผู้เดียว ไม่ว่าใครหน้าไหน ไม่คิดจะแบ่งปันเด็ดขาด!

 

            คนถูกหมายมาดพลันรู้สึกหนาวเยือกจนหยุดชะงักการกระทำ ไม่ทันเงยหน้ามอง ก็ถูกช้อนตัวอุ้มเข้าไปในห้องนอน มีเพียงเสียงแผ่วดังแว่วออกมาตลอดทั้งคืน เหนื่อยสายตัวแทบขาด เหงื่อชุ่มไปทั่วร่างแต่จะให้ลุกไปอาบน้ำก็ไม่ไหว สุดท้ายเลยต้องหลับมันทั้งแบบนั้น

 

            ตื่นขึ้นมาตอนสายของอีกวัน เมื่อยล้าไปทั้งตัว หันไปข้างกายไร้เงาเจ้าของห้อง สงสัยจะไปทำงานแล้ว คิดพลางผ่อนลมหายใจยกแขนก่ายหน้าผาก มองเงินสดที่วางไว้ตรงโต๊ะข้างเตียงเช่นเดิม

 

            ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทักเรียกสายตาให้หันไปมอง ร่างสูงกำยำในชุดคลุมเดินออกมาจากห้องน้ำ มือข้างหนึ่งถือผ้าผืนเล็กเช็ดผม ปลดเสื้อคลุมทิ้งเพื่อสวมเสื้อตัวใหม่ ทำให้เห็นลวดลายบนแผ่นหลังแกร่งที่กินเนื้อที่ไปทั้งหมด ลากยาวไปจนถึงสะโพกสอบชั่วขณะ ก่อนถูกปิดด้วยเสื้อเชิ้ต

 

            อย่างที่เห็น

 

            ผมตอบกวนไปตามอารมณ์ ไอ้หมอนี้มันใช้ร่างกายคนอื่นหนักหน่วงเกินไปแล้ว มือยกเสยผมแบบเซ็งๆ เจ้าตัวเหมือนไม่รู้สึก ถามต่อไปเรื่อยระหว่างแต่งตัว

 

            เธอเองก็ดูฉลาด ไม่น่าจะมาทำอาชีพไซด์ไลน์ ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้ล่ะ

 

            เหตุผลเหมือนคนอื่นๆ ที่ต้องการเงินมาใช้นั่นแหละ

 

            ฉันว่าเธอมีเหตุผลมากกว่านั้นดวงตาคมตวัดมองพร้อมคนพูดที่เดินเข้ามาหา ร่างสูงทิ้งกายตรงขอบเตียง จับข้อมือทั้งสองข้างกดกับเตียงนุ่ม คร่อมอยู่เหนือร่างเปลือยเปล่า ตามตัวมีแต่รอยจ้ำแดง มีเพียงผ้าห่มช่วยปิดท่อนล่างอย่างหมิ่นเหม่ ผมหลบสายตา เปิดช่องให้จมูกโด่งโน้มลงมาซุกไซร้แถวลำคอ

 

            เอาเถอะ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เธอไม่คิดจะมาเป็นคนของฉันหน่อยเหรอมิทรี่

 

            คนถูกถามคิดในใจ ถามอย่างเดียวได้มั้ยวะ ทำไมต้องลากจมูกมาถึงไหปลาร้าด้วย

 

            ไม่คิด ผมตอบทันที ดูเป็นคำตอบที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ในเมื่อเจ้าตัวก้มมาตรงอกซ้ายแล้วใช้ปากดูดอกหนักๆ จนต้องนิ่วหน้า ช่วงที่กำลังคิดว่าจะมียกสองรับอรุณ ประตูห้องถูกเปิดออก ชายร่างสูงใบหน้าคมคายเลิกคิ้วมองภาพตรงหน้าแบบไม่สะทกสะท้าน

 

            บอสถึงเวลางานแล้ว ถ้าจะกกเด็กเอาไว้กลับมาค่อยกกก็ยังไม่สาย สภาพแบบนั้น...กวาดตามองผมที่อยู่ใต้ร่างหนาคงไม่มีปัญญาลุกไปไหนจบคำด้วยรอยยิ้มแสยะ

 

            เออ! ตอนนี้ขยับไม่ได้ อย่าให้หายแล้วกัน จะแอบมุดไปตัดวงจรไฟฟ้าทั้งตึกแม่ง ผมจ้องอย่างเอาเรื่อง ในสายตาของผู้ชายอันตรายทั้งคู่ คงเหมือนเห็นจ้องจอกน้อยไร้ทางสู้ขู่พองขนแยกเขี้ยวใส่

 

            จริงของนาย ไนท์สั่งให้คนเฝ้าหน้าห้อง ห้ามให้อีหนูของฉันก้าวออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียว ไม่งั้นฉันจะเอาลูกตะกั่วเก็บไว้ในหัวมันเสียงเย็นจนผมยังผวา

 

            เออ รีบมาล่ะ ถ้าช้านายจะโดนลูกตะกั่วแทนหนุ่มต่างชาติพูดภาษารัสเซียบอกกับบอสตัวเองอย่างไม่กลัวเกรงก่อนออกจากห้องไปเหลือเพียงเจ้าของกับเหยื่อที่น่าสงสาร ความหนักที่กดทับบนร่างหายไป

 

            ไม่ต้องสงสัย เจ้านั่นชื่อไนท์เป็นมือขวาของฉันเอง มีอำนาจรองจากฉันเท่านั้น คนเดียวกับที่จับนายขึ้นรถมาให้ฉันอ่อ ไอ้หมอนั่นเองสินะ สักวันเหอะ จะเอาคืนให้สาสม!

 

            หัวหน้าแก๊งมองภาพว่าที่อีหนูฉายแววอาฆาตอย่างชอบใจ

 

            ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจถึงตอนฉันกลับมา หวังว่าจะเป็นข่าวดีนะมิทรี่ มือหนาตบที่สะโพกมนจนคนโดนรังแกเจ็บร้าวไปทั้งตัว ถลึงตาจ้องใส่

 

            “@#%^%&$%@!#” คำหยาบภาษารัสเซียเป็นพรวนดังออกจากปากผู้ถูกกระทำ แถมยังคว้าหมอนขว้างใส่ระบายอารมณ์ฉุนเฉียว ลูเซียสหัวเราะเบิกบานออกมาสมทบกับคนสนิทแล้วพากันเดินไปที่รถเพื่อทำงานของวันนี้

 

            หึๆ น่าสนุกจริงๆ เลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่คนอย่างฉันถูกปฏิเสธ จริงมั้ยไนท์

 

            เจ้าของชื่อตอบกลับ

 

            ผิด... ครั้งที่สองต่างหาก เพราะครั้งแรกคือฉันเขาเอ่ยแก้ด้วยท่าทางเรียบเฉย แต่แววตาพราวระยับอย่างที่รู้กันดีว่าต้องจัดการยังไงให้เจ้าบอสมาเฟียถูกใจ

 

            อ่ออ จริงสินะ คนแรกที่ปฏิเสธฉันคือนาย คุณอดีตสารวัตรลูเซียสยักคิ้วยียวนมือขวาที่เคยเป็นถึงอดีตสารวัตรกองปราบปราม แต่กลับลาออกแล้วผันตัวเองมาเป็นมือขวามาเฟียอย่างตนแทน

 

            ไนท์ปล่อยให้บอสทำตามใจก็จริง ถึงงั้นก็ยังไม่วางใจเด็กคนนี้เท่าไหร่นัก คงต้องสืบประวัติสักหน่อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 313 ครั้ง

159 ความคิดเห็น

  1. #132 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 01:15
    ฉันว่าไนท์กับบอสถึงมาซัมติงกันแน่นอน มันตงิดๆ
    #132
    0
  2. #126 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 10:42
    เนี่ยตามซันโป้พึ่งมาอ่านเรื่องมิทผู้ลึกลับบบ
    #126
    0
  3. #15 Kuroshio (@mooky-1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:55
    คิดถึงซันโป้เลยอ่ะ งื้อออ ..รู้สึกหวีดผิดเรื่อง 555
    อยากรู้จังว่าป๋าชื่อไร มิทเรียกว่าป๋าจนซันเข้าใจว่าเป็นพ่อแล้ว ซื่อไปอีกก
    #15
    0